แค่คล้าย
หอคอยสีน้ำเงิน
ค่ำคืนในแคว้นเซนเทียน่าคืนนี้ช่างหนาวเหน็บบ่งบอกถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างกะทันหันลานกว้างที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ที่เคยละลานตาบัดนี้พวกมันเริ่มเหี่ยวเฉาแสงจันทร์ที่เคยส่องแสงสว่างราวกับกลางวันกลับซีดจางและดูหมองหม่น
น้ำพุกลางสวนขนาดใหญ่ร่างสิ่งมีชีวิตงดงามกำลังเหม่อมองท้องฟ้าอย่างหวั่นใจครีบหางที่สะบัดไหวอยู่ไต้น้ำทำให้เกิดประกายเลื่อมพรายพราวระยับราวกับพยายามจะส่องสะท้อนความงามนี้เพื่อขับไล่ความหม่นเศร้าที่ปนมากับบรรยากาศ
“คิดอะไรอยู่หรือเรเนรอส” เสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคยเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างงามที่จมอยู่ในน้ำครึ่งท่อน ก่ายเกยท่อนบนขึ้นมาอยู่เหนือขอบน้ำพุกำลังแหงนหน้าจ้องมองท้องฟ้าอย่างตั้งใจ
(พลังชีวิตของผู้ปักปักษ์ทิศตะวันออกเหมือนจะอ่อนลงอย่างมาก) เรเนรอสหันไปหาตามเสียงเรียกสบมองดวงตาสีม่วงไร้แววด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ผู้ปกปักคงจะเกิดเรื่องขึ้น” ชายหนุ่มนั่งลงข้างขอบน้ำพุพร้อมกับจับปอยผมสวยมาลูบเล่นมันนุ่มและลื่นมือเขามาก
(ท่านรู้หรือ?) เรเนรอสเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พอรับรู้ได้นิดหน่อย” ชายหนุ่มแย้มยิ้มก่อนจะทัดปอยผมกับใบหูใหญ่มีลักษณะคล้ายครีบของปลาที่สีเหลือบสีรุ้งเป็นประกาย
(ท่านจะไปเก็บกวาดกลับมาหรือไม่) เงือกสาวเอ่ยถามอีก
“ไม่หรอก ปล่อยไปตามชะตาเถิด” ชายหนุ่มส่ายศีรษะ
นอกจากความไม่สบายใจที่รับรู้ได้ในเวลานี้ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เธอรู้สึกค้างคามาตลอดคำว่าชะตาของชายหนุ่มตรงหน้ามันเป็นเช่นไรกันนะ
(ท่านเคยฝืนชะตาหรือไม่) เงือกสาวเอ่ยถามพร้อมกับแววตาที่หม่นลงในใจเธอรู้สึกปวดแปลบอย่างประหลาด เมื่อพูดถึงคำว่าโชคชะตา
“เคยสิ” เขาตอบ มุมปากยกยิ้มบาง ๆ
(เรื่องใดกัน?)
“เรื่องเจ้า” มือหนาเลื่อนมาสัมผัสแก้มนุ่มเย็นชื้น
(เรื่องเดียวเช่นนั้นหรือ?) เธอถามย้ำอีก
“เรื่องเดียว” เขาอมยิ้มอย่างนึกเอ็นดูคนงามของเขาเวลาทำตัวเอาแต่ใจช่างเหมือนใครคนหนึ่ง
(หากเป็นได้...ชั่วชีวิตนี้ ตราบลมหายใจของข้านี้อยากให้ท่านโกหกตนเองไปตลอดแม้ข้าจะรู้ดีแต่ก็หวังใจเหลือเกินว่าเรื่องที่ท่านกำลังโกหกตนเองจะเป็นจริงสักวันหนึ่ง) เงือกสาวทำได้เพียงมองใบหน้าคมด้วยความเศร้าสร้อย
แม้คนตรงหน้าจะงดงามเพียงใด คล้ายคลึงแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วสำหรับเขา เธอก็แค่คล้าย
“คงไม่มีใครรู้ใจข้าดีไปกว่าเจ้าอีกแล้วยอดรักของข้า” ไทโซล์แย้มยิ้มเยือกเย็นก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของเรเนรอสเบา ๆสำหรับเธอแล้วไม่ว่าคนตรงหน้าต้องการให้เธอเป็นเช่นไร เป็นแบบไหน หรือเป็นอะไรเธอก็ยินดีจะเป็นให้ ขอเพียงเขายังต้องการเธอยังคงมองเธอด้วยสายตาโหยหาแม้ว่าในหัวใจของชายตรงหน้า เธอจะเป็นตัวแทนของใครบางคนก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นไรเธอพอใจแล้วที่ได้มีเขาอยู่ข้าง ๆ
ไทโซล์ผละจากบ่อน้ำพุแล้วออกเดินกลับเข้ามายังห้องนอนของเด็กหญิงชาวมนุษย์ที่ยังไม่ฟื้นสติแม้จะยังมีลมหายใจอยู่แต่ก็ริบหรี่เต็มทีที่ร่างนี้จะฟื้นขึ้นมาอย่างปกติได้หากยังไม่ได้ต้นกำเนิดดวงชีพกลับมาในเร็ววัน
ไทโซล์จ้องมองร่างของเด็กหญิงเงียบ ๆเธอมีชูม่าเฝ้าอยู่ข้าง ๆ เจ้าตัวเล็กกินอิ่มแล้วก็นอนทั้งที่ปากบอกว่าจะเป็นคนดูแลเนย่าเอง แต่เข้าถึงตัวเด็กหญิงขนาดนี้เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ตื่นเห็นทีเขาจะพูดจะบ่นอะไรเจ้านี่ก็คงไม่รับรู้
“เนลล่า ลูกของเจ้าช่างจิตใจดีเช่นเจ้านางมีชะตาที่ยิ่งใหญ่ แต่ข้ายังไม่อยากให้นางฟื้นตอนนี้เลย” ไทโซล์เกลี่ยไล้ผมด้านที่เป็นสีดำของคนที่หลับใหลอย่างแผ่วเบา
“เพื่ออะไรนะหรือ เพื่อที่ข้าจะได้แก้แค้นให้เจ้ายังไงล่ะ” รอยยิ้มชั่วร้ายเปื้อนอยู่บนใบหน้าเขารอคอยบางอย่างเพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจมานานแสนนานเขาจะล่มฟ้าลงมาให้แหลกลาญ หากวันหนึ่งคนที่ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายปรากฏตัวและนี่คงเป็นโอกาสที่ดีหากสายเลือดของคนนั้นจะใกล้ตายจนบีบให้คู่แค้นเขาต้องปรากฏตัวขึ้น
“พรึ่บ!” มือข้างซ้ายของคนที่เขาคิดว่าหลับอยู่จู่ ๆก็คว้าคอของเขาที่กำลังแย้มยิ้มจนบัดนี้เหือดหายไปราวกับดินแห้งแม้พยายามจะแกะมือเล็กนี้ออกแต่ก็ไม่เป็นผล เธอยังไม่ตื่นขึ้นมา เกิดอะไรขึ้น เธอกำลังรู้ตัวอยู่รึเปล่านะ
ร่างกายของไทโซล์ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้มือเล็กนั้นจิกลึกลงไปบนคอของเขา แรงและลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนรอบ ๆคอเป็นรอยร้าวลามเลียมาจนถึงใบหน้าคล้ายลักษณะของดินแห้งที่แตกระแหง
“ตูม!!” เสียงกระเบื้องเหนือศีรษะของชายหนุ่มแตกละเอียดพร้อมกับร่างของเฮริสที่ร่วงหล่นลงมากองอยู่บนพื้นห้อง
มือเล็กของคนที่หลับใหลปล่อยคอของไทโซล์อย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนคนที่ถูกบีบคอถึงกับขมวดคิ้วยุ่งแต่ก็รีบเก็บอาการได้อย่างแนบเนียนเมื่อเจ้าตัวเล็กข้าง ๆร่างเด็กหญิงสะดุ้งตื่นเพราะเฮริสที่ทำเสียงดัง
“หือ! เจ้าเต่านั่นเป็นอะไร” ชูม่าขยี้ตาป้อย ๆ เขากำลังหลับสบายใจแต่เจ้ากระดองหนาดันร่วงทะลุหลังคาลงมาเสียได้แถมทำห้องยายหนูเป็นรูโหว่ใหญ่ขนาดนี้ถ้าเจ้างูดำรู้เข้าเจ้านี่คงโดนไล่ให้ไปนอนอยู่ในป่าแน่
“แล้วเจ้าล่ะมานั่งอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไร” ชูม่าหันไปเอ่ยถามคนที่ทำทีเหมือนกับว่าเขามองไม่เห็นสิ่งใดเพราะตาบอดแม้ชูม่าจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วไทโซล์ไม่ได้ตาบอดอย่างที่เขาแสร้งทำอยู่
“ข้ามาเยี่ยมท่านเนย่า แต่จู่ ๆก็มีเสียงดังเกิดขึ้นซึ่งข้าก็ไม่รู้ว่าเสียงอะไร” ไทโซล์แสร้งทำว่าตัวเองมองไม่เห็นเพื่อตบตาเฮริสที่บัดนี้นอนคุดคู้อยู่บนพื้นไม่พูดไม่จา
“เดี๋ยวนะ...สภาพเช่นนี้ของเจ้า อย่าบอกนะว่า” ชูม่าดูเหมือนจะตื่นเต็มตาขึ้นเมื่อเห็นสภาพของเฮริสเขาดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรงคล้ายกับบาดเจ็บหนัก
“เจ้าเปี๊ยก!.....แย่แล้ว” เสียงรีสดังมาแต่ไกลเขาและชีน่าช่วยกันพาร่างของเฟย์รินขึ้นหลังกลับเข้ามาในหอคอยพร้อมกับเรียกหาชูม่าเสียงดัง
“ข้าไม่รู้ว่านางเป็นอะไรเจอนางนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ชายป่า” รีสพยายามอธิบายเผื่อว่าเจ้าเปี๊ยกจะรู้อะไรบ้าง เขาวางร่างเฟย์รินลงข้างๆ เฮริส เมื่อเห็นอีกคนก็นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่เช่นกันช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจนัก
“ผู้ปกปักมีสภาพย่ำแย่เช่นนี้ หนึ่งในสี่คงจะ...” ชูม่าทำท่าครุ่นคิด
“คงจะอะไร” รีสเร่ง
“ตาย”
“บ้าน่า จะเป็นเจ้าตัวที่พวกนี้ตามหารึเปล่า” รีสร้อนใจรีบเอ่ยถามอีก ผู้ปกปักจะตายง่าย ๆขนาดนั้นเชียวหรือคงไม่ใช่บาร์รามแน่อาจจะเป็นอีกคนที่เจ้าพวกนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ออกตามหาไปทั่วทิศ
“ระหว่างทางพวกเจ้ากลับมาพบอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง” ชูม่าเอ่ยถามกลับ
“อากาศเย็นผิดปกติ ดอกไม้ต้นไม้เหี่ยวเฉาเกือบหมด” ชีน่าตอบแทนเพราะในขณะที่พวกเขาออกไปตามหาสมุนไพรอากาศก็เย็นลงเฉียบพลันต้นไม้ใบหญ้าไร้สีสันลงในทันทีบ้างก็เฉาตายแทบจะคามือพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
“แถบนี้อยู่ในเขตดูแลของบาร์ราม คาดว่าคนที่ตายคงจะเป็น....” ชูม่ายังไม่ทันจบประโยคร่างสามร่างก็ทะลุผ่านกำแพงห้องเข้ามาแสงจันทร์ซีดจางที่ส่องผ่านกระเบื้องหินเผยให้เห็นสภาพผู้ผ่านมิติของโองการไปยังโลกมนุษย์แล้วกลับมาอย่างปลอดภัยแต่ทว่า…ร่างอีกคนที่กลับมาด้วยนั้นไม่คุ้นตา
“ใช่ เขาตายเพื่อนำต้นกำเนิดดวงชีพมาช่วยเนย่า” เซนดรินเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเขารู้สึกแย่มากกับการกลับมาที่นี่
“เด็กนี่นะรึ” ร่างที่อยู่เบื้องหลังสองเด็กชายก้าวเข้ามาข้างหน้าเพื่อจะได้มองเห็นคนที่เพื่อนของเขายอมสละชีวิตให้ได้ชัดเจนขึ้น
“เวย์นาส เจ้าไปอยู่ที่ใดมาพวกข้าตามหาเสียทั่ว” เฮริสที่เงยหน้ามาเห็นผู้มาเยือนใหม่ถึงกับเอ่ยเสียงอ่อนในที่สุดก็พบตัวเสียทีเพราะทั้งเขาและเฟย์รินแทบจะพลิกแผ่นดินเซนเทียหาตัวของคนตรงหน้าแต่ก็ไร้เรี่ยวแรงเหลือเกินที่จะลุกขึ้นมาต่อว่าที่เพื่อนหายตัวไปไม่บอกไม่กล่าว
“คงต้องช่วยเด็กนี่ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน” เวย์นาสตอบเสียงเรียบทั้งหมดนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจก่อนเซนดรินจะนำแหวนที่ได้มาสวมใส่นิ้วของเนย่าอย่างแผ่วเบา
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายเลือดปีกขาวสะอาดกางสยายก่อนจะห่อหุ้มร่างของเนย่าไว้ ร่างเด็กหญิงลอยคว้างในอากาศเรือนผมขาวดำสยายปลิวไสวไปกับกระแสลมเอื่อย ดวงตาสีฟ้าลืมตื่นขึ้นทอประกายพร้อมกับพุ่งตัวไปหาร่างของไทโซล์ ที่กำลังเหยียดยิ้มอย่างสาใจอยู่ในมุมหนึ่งด้วยความเร็วสูงปีกทั้งสองของเด็กหญิงกระพือหนัก ๆ จนสิ่งของรอบห้องกระจัดกระจาย
แม้บัดนี้จะโดนมือเล็กบีบคอเขาจนตัวลอยอีกครั้งแต่เขามั่นใจเหลือเกินว่า นี่แหละคือสิ่งที่เขารอมาตลอดคนที่เขารอเพื่อที่จะได้แก้แค้น
“เจอกันจนได้นะเชย์ตี้” ไทโซล์เอ่ยเสียงเย็น