บทที่ 69
พวกเขาจัดการตามที่นทีได้รับสั่งเอาไว้ และก็ยังส่งยมทูตหลายๆคนเข้าไปเพื่อสืบข่าว และมันก็เป็นจังหวะที่พอดีกับการที่นามธรรมแห่งความมืดปรากฏกายเป็นก้อนดำๆกลมๆ อยู่เบื้องหน้าของเหล่าผู้ก่อการร้าย มันเป็นการรวมตัวของผู้ก่อการร้ายทั่วโลก“ข้าสูญเสียพลังไปมากหลังจากประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า เหล่ามนุษย์ได้ทำการให้โลกนี้ใกล้จะถึงจุดจบ พวกเขาใช้ทรัพยากรธรรมชาติ จนโลกเสียสมดุลไปมาก และใกล้จะตาย พระผู้เป็นบิดาข้าทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมากที่มนุษย์ใช้สิ่งที่ท่านประทานมาอย่างไร้คุณค่า”“เหล่าผู้เป็นสาวกของข้า และนี่คือพลังที่จะทำให้พวกเจ้ารู้ว่า ใครผู้ใดคือเหล่าคนบาปที่พระผู้เป็นเจ้ามิพึงให้อยู่ต่อ ภารกิจของพระบิดาต้องขอฝากไว้กับพวกเจ้าแล้ว จากผลงานที่ผ่านมา ข้าไว้ใจพวกเจ้าให้ดำเนินการต่อได้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ จากนี้อีกนับปีเราจะกลับมาจากการฟื้นพลัง เราหวังว่าพวกเจ้าจะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างดี...”นามธรรมราตรีได้ให้พลังอะไรบางอย่างออกมา พลังนั้นมันกระจายออกมาเป็นเหมือนรูปแบบควันหมอก มันแพร่ไปทุกทิศทุกทางหาเหล่าผู้มีศรัทธาความมืด กลุ่มยมทูตที่เห็นอย่างนั้นก็รีบหายตัวออกจากตรงนั้น เพราะมันเสี่ยงเกินไป พวกเขาไม่รู้ว่าพลังที่พวกนั้นได้รับมันจะออกมาในรูปแบบไหนกันแน่ เมื่อสถานที่แห่งนี้ปลอดภัยจากเหล่าสายลับแล้ว พวกเขาก็เริ่มเอ่ยคำปลุกใจ และวางแผนกันต่อทางด้านนทีก็กำลังเร่งปลุกความทรงจำของเทพทั้งสี่ให้กลับมา เพื่อที่พวกเขาจะได้รับรู้ และทำงานออกมาได้อย่างเต็มที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เขากระตุ้นสมบัติสวรรค์ที่ได้รับมาจากเทพในกลุ่มไลน์ ในปัจจุบันการพูดคุยในกลุ่มไลน์มีการเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ตั้งแต่นทีเริ่มจำความได้ เพื่อนๆหรือรุ่นพี่รุ่นน้อง ก็ต่างแอบช่วยเหลืออย่างลับๆนทีเร่งพลังใส่สมบัติชิ้นนั้น ในขณะที่นั่งขัดสมาธิเพื่อเตรียมรับความทรงจำที่หวนคืนมา เวลาผ่านไปได้ราว 1 ชั่วโมงมันเริ่มที่จะเห็นผลแล้ว พวกเขาทั้ง 4 ต่างก็สลบไปเพื่อเรียบเรียงความทรงจำ ส่วนนทีที่เหนื่อยมากกับการใช้พลังของตัวเอง เขาก็เดินออกมาเพื่อที่จะกลับไปพักผ่อนที่ห้องของเขาณ อีกสถานที่อีกแห่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง เกาหลีเหนือ“พวกแกคือพวกที่ปฏิบัติการที่ประเทศไทย และได้สังหารพี่ชายของเราสินะ” ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวออกมา เหล่าทหารรับจ้าหันมามองบุคคลที่พูดเล็กน้อย ก่อนที่จะยิ้มออกมา พวกเขาเริ่มจะชินแล้วที่เจอกับการทรมาน หัวหน้าทหารรับจ้างกล่าวออกมาหลังจากที่เห็นว่าคนที่พูดคือใคร“ใช่แล้วท่านผู้นำ.. พวกข้านี่แหละ.. ถึงเวลาที่พวกเราจะได้รอดพ้นจากความทรมานอย่างนี้สักที เอาเลยรีบฆ่าพวกเราซะ” สติของพวกเขาแต่ละคนเริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว จากที่วางแผนจะหนี แต่ด้วยสภาพอย่างนี้มันจะหนีไปไหนได้ ถึงจะหนีได้แต่จะหนีไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว“ฮ่าๆๆ ฉันชอบจริงๆเรื่องความบ้าๆอย่างนี้ .. ฆ่าอย่างนั้นเหรอ ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ” ผู้นำหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถาม“พวกข้าทำใจกับเรื่องนี้มาตั้งแต่รับงานแล้ว .. เมื่อทำงานผิดพลาด พวกเราก็ต้องจบชีวิตลง นั่นมันก็คือสิ่งที่เราจะต้องยอมรับ.. เอาล่ะรีบๆฆ่าซะสิ” หัวหน้าทหารรับจ้างกล่าวออกมา“ไม่หรอกๆ .. เรื่องพี่ชายของฉัน ฉันไม่ได้คิดหรือติดใจอะไรมาก มันก็แค่พี่ชายโง่ของฉันคนหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย พวกประชาชนหรือทั่วทั้งโลกก็คงคิดว่าฉันเป็นพวกเลือดเย็น แม้แต่ครอบครัวตัวเองยังไม่สนใจอะไรเลยเท่านั้นเอง”หัวหน้าทหารรับจ้างที่ได้แต่คิดว่าที่พวกเขาอยู่ในสภาพอย่างนี้มันไม่ใช่ความแค้นส่วนตัวของผู้นำเกาหลีเหนือ แต่มันเพื่อเป็นการบังหน้า บังสายตาของประชาชนทั่วโลกเพียงเท่านั้นเอง แต่มันก็ไม่ได้ต่างกันมาก ถึงผู้นำเกาหลีเหนือจะรักครอบครัวของเขาหรือไม่นั้นมันก็เรื่องของเขา เพราะสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ออกมามันก็เหมือนเดิม หัวหน้าทหารถอนหายใจออกมาเล็กน้อย และไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำเดียว“แกอย่าถอนหายใจอย่างนั้นสิ.. วันนี้ฉันมีข้อเสนอให้พวกเจ้าทุกคนด้วยนะ” ผู้นำกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างอ่อนๆ ทุกคนที่ได้ยินก็ไม่ค่อยดีใจสักเท่าไหร่ อย่างไรมันก็ไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไหร่หรอก อาจจะทรมานน้อยลง แต่ถึงยังไงมันก็ทรมานอยู่ดีนั่นแหละ“อยากจะทำอะไรก็ทำเถอะครับท่านผู้นำ ยังไงมันก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่” หัวหน้ากล่าวออกมาเล็กน้อย เขาพร้อมรับบทลงโทษต่อไปแล้ว“อย่าได้เข้าใจผิดสิ.. ข้อเสนอของฉันน่าสนใจนะ ยังไงก็ลองฟังดูก่อนไหมล่ะ.....” จากนั้นท่านผู้นำก็เล่าเรื่อง และข้อเสนอให้กับกลุ่มทหารรับจ้าง เขาใช้เวลาอยู่นานพอสมควร พวกทหารรับจ้างต่างก็เงียบฟัง และคิดคำนวณกันใหญ่ ตัวหัวหน้าที่มองไปยังลูกน้องหลังจากที่ได้ยินข้อเสนอของท่านผู้นำ ทุกคนต่างพยักหน้าให้กับตัวหัวหน้ากันใหญ่“พวกเราตกลงครับท่านผู้นำ... ผมยินดีที่จะทำตามข้อเสนอครับ” เขากล่าวออกมา ท่านผู้นำก็ยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน เขามานั่งดูแผนของกลุ่มนี้ที่สามารถวางแผน และทำงานได้เป็นอย่างดี และเบื้องหลังของกลุ่มๆนี้คือชายที่อยู่ตรงหน้า เขาก็ยังคิดอยู่ในจิตใจเสมอๆว่าพวกคนไทยนั้นรู้ได้อย่างไรกับแผนการที่แม้แต่กองทัพของเขาก็ยังไม่อาจจะคิดหรือคาดเดาได้ แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้เขาได้ชายคนนี้และกลุ่มของเขามาร่วมงานแล้ว“จากนี้ก็ต้องฝากอะไรๆหลายๆอย่างไว้กับนายแล้ว .. พันเอก” ผู้นำเดินเข้าไปตบไหล่หัวหน้าทหารรับจ้างแล้วยิ้มให้กับเขา ก่อนที่เขาจะสั่งทหารที่อยู่ด้านนอกให้พาพวกทหารรับจ้าง ซึ่งในตอนนี้สังกัดเป็นคนของกองทัพเกาหลีเหนือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพวกเขาก็เป็นกองกำลังลับที่ขึ้นตรงกับท่านผู้นำเท่านั้นกลับมาทางด้านของนที “ช่วงนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมดจริงๆ” นทีกล่าวออกมาหลังจากที่นอนพักไปได้ 2 ชั่วโมง เขาหาวออกมาก่อนจะยื่นมือไปหยิบรีโมททีวีก่อนจะเปิดดูข่าวในโทรทัศน์“รายงานข่าวครับ .. ตอนนี้หลายๆเหตุการณ์หลายๆอย่างมันเกิดแต่เรื่องวุ่นๆหลังจากเกิดเหตุการณ์ท้องฟ้ามืดสนิท หรือที่เหล่านักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการนี้ว่า ‘No Light’ ช่วงไร้แสงตะวันที่เกิดขึ้นมานี้ ต่อไปด้านพระสันตะปาปากล่าวถึงซาตาน ปีศาจ เจ้าแห่งนรก และเหล่ายมทูต ผู้คนที่อยู่ในงานในวันนั้น กล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นเรื่องจริง พวกเขาเห็นทั้งหมดนั้นกับตาตัวเอง”พวกนักข่าวเว้นช่วงไว้เล็กน้อย ก่อนจะไอมาหนึ่งครั้งหลังจากที่มีทีมงานวิ่งเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง ก่อนที่พิธีกรจะพูดต่อไปว่า“ต้องขอโทษท่านผู้ชมด้วยนะครับ เราได้รับข้อมูลใหม่ว่า ตอนนี้ทีมงานกำลังตัดภาพเข้ามาอย่างเร่งด่วนนะครับ เชิญรับชมได้เลยครับ” จากนั้นมันก็เป็นภาพของการประกาศของผู้ก่อการร้ายที่ทำการส่งเข้าบินติดระเบิด และปล่อยไวรัสอาวุธชีวภาพ“ประกาศจากกองกำลังพิทักษ์โลก .. พวกเรามีหน้าที่ที่จะต้องรักษาโลกของเราให้กับมามีสิ่งแวดล้อมตามเดิมตามพระประสงค์ของผู้เป็นเจ้า และแน่นอนว่าเราจะต้องกำจัดเหล่าคนที่คิดต่างและเป็นตัวอันตรายต่อโลกของเรา พวกเรากองกำลังพิทักษ์โลก จะสืบสวน และสอบสวนทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้ เราจะเริ่มจากประเทศอันน่าเกลียดที่ชอบทำร้ายธรรมชาติที่แสนจะงดงามก่อนเลยเป็นอันดับแรกๆ”พวกเขาก็ยังพูดๆต่อๆไป หลักๆก็จะเกี่ยวกับเรื่องของธรรมชาติๆ และเหล่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำลายป่าไม้ก่อน พวกเขาประกาศรายชื่อออกมายาวเหยียดถึง 50 ชื่อ และแต่ละชื่อที่พวกเขาประกาศก็ต่างเป็นคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับป่าๆไม้ๆ และเมื่ออ่านชื่อจบ กล้องก็ถูกหันไปทางด้านหลังที่มีคนคุกเข่า 50 คน จากนั้นผู้นำกลุ่มก็ยกมือขึ้นชี้ที่ท้องฟ้า ก่อนจะสะบัดลงอย่างรวดเร็วปัง!!!!!!ปัง!!!!!!ปัง!!!!!!ปัง!!!!!!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆx50