คุณตรี
เพียงก้าวเข้าสู่อาณาจักร แก้วก็ถูกพาไปพบกับท่านเจ้าของคฤหาสน์ แก้วไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองตรงๆ เพราะคนจนอย่างเขาไม่เคยกล้าอาจหาญมองหน้าคนรวย พ่อสอนให้เจียมตนอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้ว่าท่านเจ้าของคฤหาสน์นี้น่าจะเป็นคนน้อง ไม่ใช่ท่านนายพลซึ่งเป็นเจ้านายของพ่ออย่างที่เขาเคยได้ยินพ่อบอกเล่าถึงท่านเสมอ นี่คงเป็น ‘คุณตรี’ น้องชายคนเดียวของท่านนายพลเป็นแน่ และท่านก็ส่งคำถามอย่างเมตตามาให้เขา“เดินทางลำบากมั้ยล่ะแก้ว”“ไม่ลำบากครับคุณท่าน นั่งรถแค่สองต่อเท่านั้นครับ”แก้วก้มหน้าตอบคำถาม เขามาทำงานที่คฤหาสน์หลังนี้แทนพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว เพราะท่านนายพลกรุณาเมตตาเขากับครอบครัวที่สุด เมื่อพ่อเสียชีวิต ท่านก็ชักชวนให้เขามาทำงานแทนหน้าที่ของพ่อ ซึ่งนั้นก็คือ ‘คนสวน’ “โธ่... ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณท่านหรอกนะ ฉันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้น เรียกคุณตรีก็ได้”“ครับ คุณตรี” แก้วรับคำ แต่ยังคงก้มหน้า“ตอนแรกฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ คิดว่าแก้วจะมาไม่ถูกซะแล้ว มาเร็วแบบนี้ ที่บ้านเรียบร้อยแล้วเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ค่อยมาก็ได้ จัดการเรื่องให้เรียบร้อยซะก่อน”“ไม่เป็นไรครับคุณตรี ทางนั้นไม่มีอะไรแล้วครับ” แก้วตอบรับอย่างอ่อนน้อม ด้วยน้ำเสียงของคุณตรีเมตตาเขา เขาก็ยิ่งต้องน้อมกายบ่งบอกถึงความเคารพ“ฉันต้องขอโทษจริงๆ นะที่ไปร่วมงานไม่ได้ ท่านเองก็เสียใจ นี่ถ้าไม่ติดว่าท่านต้องไปราชการ ท่านคงต้องไปส่งพี่สรให้ได้”‘พี่สร’ ที่คุณตรีพูดถึงนั้นคือพ่อของเขา พ่อเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยโรคมะเร็งลำไส้ ท่านนายพลกรุณาช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลทุกอย่าง และช่วงสุดท้ายเมื่อหมอบอกให้พาพ่อกลับไปดูใจที่บ้าน ทั้งท่านนายพลก็กรุณาประสานงานกับทางโรงพยาบาลเพื่อนำพ่อไปส่งจนถึงบ้านที่ต่างจังหวัด และเมื่อพ่อจากไป ท่านก็ยังกรุณาส่งเงินช่วยค่าทำศพไปให้อีก แค่นี้ก็เป็นบุญหัวที่สุดแล้ว ยังไม่นับถึงบุญคุณที่ท่านกรุณารับเขาเข้าทำงาน เพราะทั้งหมดที่ท่านทำให้ ชาตินี้เขาคงตอบแทนท่านไม่หมด“แค่นี้ผมก็ต้องขอบพระคุณท่านนายพลกับคุณตรีมากแล้วครับ ที่กรุณารับผมเข้ามาทำงานแทนพ่อ และถ้าไม่ได้เงินช่วยงานจากท่านนายพลและคุณตรี ผมกับแม่คงจะจัดงานให้พ่อได้ไม่ดีขนาดนั้น” แก้วพนมมือไหว้น้องชายเจ้าของบ้านอีกครั้ง ซึ่งคุณตรีก็รับไหว้อย่างไม่ถือตัว