MAX เทพเกรียน เซียนก้มกราบ

    ตอนที่ 75 เปิดฉากกิลด์วอร์

    ตอนที่75

    เปิดฉากกิลด์วอร์

             

            มายา...มายา !!!

            อบิเกลพยายามติดต่อมายา ซึ่งเขาเสียเวลาไปมากกว่าหกชั่วโมงแล้ว แต่ยังคงไร้ข้อความสื่อสารกลับมาแม้สักครึ่งคำความกังวลขยายวงกว้าง ข้อความสุดท้ายที่ส่งมา สั้น ๆเสมือนคำเตือนยิ่งส่งให้อบิเกลวิตกกังวลยิ่งขึ้น

             

            ...//Danger

            คำเตือนอันตรายแม้ไม่รู้ว่าหมายถึงสิ่งใด แต่ที่แน่ ๆ มันย่อมเกี่ยวข้องกับจุดพิกัดสุดท้ายก่อนที่มายาจะขาดการติดต่อ...ห้องสมุดต้นไม้โลก จุดเปราะบางของระบบที่ยึดโยงเซิร์ฟเวอร์ทั้งเจ็ดเอาไว้ด้วยกันและถือเป็นพิกัดเริ่มของโครงการอัพเดตแพทช์ทวีปใหม่ที่สมองกลเคยส่งคำสั่งและข้อมูลอนุมัติมายังทีมนักวิจัยเมื่อครึ่งปีก่อน...การอัพเดตแพทช์ใหญ่ที่จะมีขึ้นหลังจากเซิร์ฟเวอร์ที่เจ็ด เข้าใกล้สมดุลกับเซิร์ฟเวอร์อื่น ๆ ในระบบหรือตามผังปฏิทินระบบ เมื่อจบการแข่งขันกิลด์วอร์ครั้งที่สองของเซิร์ฟเวอร์ที่เจ็ดนั่นเอง

             

            เสียงแป้นพิมพ์ตัวโปรดดังรัวอบิเกลไม่ยอมแพ้ เขายังมีสมองกลสำรองอยู่อีกหนึ่งตัว แม้ตอนนี้มันจะยังไม่สมบูรณ์แต่เขาจะเสีย...มายาไปไม่ได้เพราะสำหรับอบิเกลมายาไม่ได้เป็นเพียงแค่สมองกลที่ช่วยงานเขาแต่มายายังเป็นผลงานชิ้นแรก และต้นแบบของสมองกลตัวอื่น ๆที่โลดแล่นอยู่ในโลกปัจจุบัน ผลงานที่อบิเกลร่วมกันสร้างกับเพื่อนรักผู้ลาลับไปก่อนวัยอันควร...ฮามาจิ เคนตะ ดังนั้นแม้ในอนาคตมายาจะล้าสมัยไปแล้วอบิเกลก็จะไม่มีวันละทิ้งสมองกลตนนี้ไป เพราะเขาผูกพันกับมายาจนไม่ต่างจากคำว่า...เพื่อนหรือญาติสนิทแม้แต่น้อย

             

            //...เปิดการใช้งาน...เคนตะ

            คำสั่งถูกพิมพ์ส่งผ่านไปยังซูเปอร์คอมพิวเตอร์ส่วนตัว สมองกลอีกตัวที่อบิเกลร่วมกันพัฒนาไปพร้อมกับสมาร์ทถูกตั้งตามชื่อสหายรักกำลังจะลืมตาตื่นขึ้นก่อนเวลาอันควร...เวลานี้บางจุดของเคนตะยังคงไม่สมบูรณ์

             

            กรุณายืนยัน...//...

            แต่ยังไม่ทันนิ้วชี้ของอบิเกลจะกระแทกเข้าที่ปุ่ม...Enter เสียงโทรศัพท์พลันดังขึ้นชัดจังหวะเสียก่อน

            แม้ไม่ต้องการจะติดต่อกับผู้ใดในตอนนี้แต่อบิเกลยังอดเหลือบไปมองไม่ได้...ว่าใครกันเป็นผู้ที่ติดต่อมา              

             

            ...สมาร์ทสมาร์ท

            ทันทีที่อ่านชื่อของผู้ที่อยู่ปลายสายวนเวียนไปมาความคิดของอบิเกลพลันกลายเป็นสับสน ไม่มุ่งมั่นที่จะปลุกเคนตะขึ้นมาก่อนเวลาอันควร

            ...สมาร์ทโทรมาได้จังหวะพอดีเอะ…หรือว่าเจ้านั่นจะรู้อะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น

             

            เมื่อความลังเลเข้าแทรกในความคิดอบิเกลก็ตัดใจ จิ้มไปที่ข้อความ...Cancel ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบศีรษะ

             

            “สวัสดีตอนนี้นายคงหา...เอลดาร์ เจอแล้วใช่มั้ย” เสียงเรียบมั่นใจเช่นทุกครั้งเอ่ยขึ้น

             

            “นาย...นายรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างใช่มั้ย” ทันทีที่สมาร์ทเอ่ยขึ้นอบิเกลก็เข้าใจผิดไปว่าสมาร์ทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของ...มายา ในทันที

             

            สมาร์ทเองก็เข้าใจไปอีกทางทำให้การสื่อสารของทั้งสอง เข้าใจกันไปกันคนละทิศคนละทาง “แน่นอนแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่นายจะรู้ทั้งหมดหรอกนะ” เสียงเอ่ยอารมณ์ดียิ่งอบิเกลฟังยิ่งคิดไปในทางย่ำแย่

             

            “นาย...ตกลงเดี๋ยวเรามาเจอกันฉันอยากจะคุยเรื่องนี้กับนายต่อหน้า”

             

            “เอายังงั้นก็ได้แต่บอกก่อนนะ ฉันไม่คิดจะยกเลิกสิ่งที่ฉันตั้งใจแต่กลางคันหรอกนะ”สมาร์ทยังคงเอ่ยด้วยอารมณ์สดใส

             

            “นายไม่ยกเลิกก็ดี...”เสียงขออบิเกลกลายเป็นแข็งขึ้น “งั้นเจอกันที่...”

             

            “เอาคาเฟ่ใกล้บ้านนายนั่นละ  เดี๋ยวฉันจะรีบไปหา”

             

            “ตกลง”ดวงตาของอบิเกลกลายเป็นแตกแดง ยิ่งสมาร์ทดูสบายใจ อบิเกลยิ่งรู้สึกโกรธความคิดที่ว่าสมาร์ทจับมายาเอาไว้เป็นตัวประกัน กลายเป็นเด่นชัดขึ้นในห้วงความคิดอบิเกลลุกจากเก้าอี้หน้าจอซูเปอร์คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องนอนของตนเองพลางก้มต่ำลงไปที่ใต้เตียง มือขวาเอื้อมลึกเข้าไป นิ้วมือควานกวาดบนพื้นเปะปะพอดีสัมผัสเข้ากับขอบที่เผยอออก อบิเกลไม่ลังเลที่จะงัดเปิดช่องลับข้างใต้ออกด้านในหลุมขนาดลึกครึ่งฟุตมีสิ่งของอันตรายซ่อนอยู่...ปืนเลเซอร์อนุภาคอาวุธสังหารร้ายแรงหนึ่งเดียวในบ้านหลังนี้

    .

    .

                    “แม็กซ์แม็กซ์” เสียงของแม่ที่กุมมือลูกชายคนเล็กสั่นเครือคาดหวังสายน้ำเกลือที่เจาะยึดกับแขนเด็กหนุ่มสั่นไหวไปตามแขนที่เคลื่อนตัวเปลือกดวงตาที่ปิดสนิทมาหลายสัปดาห์กระตุกหลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เปิดออก“ลูกฟื้นแล้ว” เสียงอ่อนโยน เหนื่อยล้า คาดหวัง และอีกหลากหลายอารมณ์อันจริงแท้ถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมหยดน้ำตาใสที่เอ่อซึมเต็มสองตา

     

                    “แม่ร้องไห้ทำไม”แม็กซ์ที่ยังคงไม่รับรู้เรื่องราวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ราวกับไม่มีของเหลวไหลผ่านลำคอมานานนับปี“ทำไมผมคอแห้งจัง” ยิ่งพูดยิ่งแสบในลำคอ

     

            ไม่ต้องรอให้ร้องขอแก้วใส่น้ำเปล่าจนเปี่ยมก็ถูกยกมาจ่อตรงหน้าในทันที “ดื่มช้า ๆ ละเดี๋ยวแม่จะรีบไปตามหมอ”

             

            “หมอ...”แม็กซ์ทวนคำเบาพลางหันมองซ้ายขวา

            ...เราอยู่บนเตียงนอนห้องสีขาวสะอาดแบบนี้ สายน้ำเกลือที่แขน เราถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลมันเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกสุดท้าย เรากำลังตามหาขุนพลคนที่สอง แต่นึกไม่ออกแล้วทำไมเราจำอะไรไม่ได้เลย

             

            แม็กซ์สูดหายใจลึก สูดเอาอากาศสะอาดที่ผ่านเครื่องกรองเข้าไปเต็มปอดเด็กหนุ่มยันตัวในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน พลางบิดขี้เกียจไปมาตอนนี้แม่ไปตามหมอยังไม่กลับมา แต่เขาตื่นแล้วและไม่ได้รู้สึกว่าตนเองไม่สบายตรงไหน

            ...รีโมท อืม ไหน ๆตอนนี้ก็คงลุกออกไปไหนไม่ได้ เปิดทีวีดูหน่อยดีกว่า

            รีโมทเรียบบางคล้ายแผ่นกระจกที่ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าแทบจะทุกชิ้นในห้องวางอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างหัวเตียง แม้จะไม่คุ้นชินกับคำสั่งของรีโมทแต่แม็กซ์ยังพอจะรู้ว่าจะเปิดทีวียังไง

             

            วืดดดด...เสียงทีวีแบนเรียบที่แนบติดกับเพดานเคลื่อนลงมาเก้าสิบองศาก่อนจะหยุดนิ่งช่องรายการแนะนำโรงพยาบาลถูกตั้งค่าเป็นช่องแรกสุดแต่ไม่ทันที่เสียงจะถูกถ่ายทอดออกมา แม็กซ์ก็ส่งคำสั่งตัวเลขประจำสำหรับช่องถ่ายทอดของเกมแอลเอฟโอทันที

             

            พิธีกรบนจอดูสวมชุดคอสเพลย์เช่นทุกครั้งแต่วันนี้ท่าทางและน้ำเสียงของเขาดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ

            “ท่านผู้ชมครับในที่สุดตอนนี้ เราก็ได้กิลด์ทั้งหนึ่งพันยี่สิบสี่กิลด์ที่ผ่านเข้าสู่การต่อสู้ในรอบที่สองเรียบร้อยแล้วรายชื่อกิลด์ที่ผ่านเข้าสู่รอบสอง เรียงต่อกันยาวพรืดถูกฉายแสดงขึ้นบนจอ แทนที่ภาพของพิธีกรหนุ่มหล่อ...”

             

            “เฮ้ย !!!...กิลด์วอร์ นี่มันวันที่เท่าไหร่แล้ววะเนี่ย”

             

            เสียงโหวกเหวกดังมาจากทางเดินแม็กซ์จำเสียงฝีเท้าของแม่ได้ แต่เสียงที่ดังอยู่นั้นไม่ได้มีแค่เสียงของแม่แต่มันเหมือนกับกลุ่มคนกำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องนี้

             

            ทันทีที่ประตูเปิดออกพี่โตที่ในมือถือกระเช้าผลไม้เดินตามหลังแม่ของแม็กซ์เข้ามาพลันเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ “แกฟื้นแล้ว !!!”

             

            “ทุกคน”รอยยิ้มของมิตรภาพ สำหรับ...กิลด์โมบิอุส เรื่องราวดี ๆ ไม่ได้มีอยู่แค่ในเกมเท่านั้น

             

            การถามไถ่สารทุกข์สุขดิบถูกเอ่ยสลับไปมาพอเป็นพิธีก่อนที่หัวข้อสนทนาจะย้ายไปยังเรื่องราวของเกม จนแม่ของแม็กซ์ต้องทำตาขึง ดุลูกชายของตนเอง...ลูกชายที่เล่นเกมจนเกินพอดีแต่ยังนับว่าโชคดีว่าเครื่องเกมนั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี บวกกับแม็กซ์ไม่ได้เล่นคนเดียวที่บ้านทำให้เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วแม้ร่างกายจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือน แต่แม็กซ์กลับหลับใหลต่อเนื่องไปอีกถึงสองสัปดาห์เหล่าเพื่อนพ้องต่างแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน โดยเฉพาะพี่โตและพี่เสกที่มาแทบจะทุกวันจนตอนนี้สนิทกับพ่อและแม่ของแม็กซ์ไปโดยปริยาย

             

            หลังจากที่แม็กซ์รู้ว่าตนเองหลับไปจนกระทั่งกิลด์วอร์ได้เริ่มต้นขึ้นไปสามวันแล้ว กระทั่งการคัดเลือกรอบแรกก็จบลงไปแล้วและได้ทีมที่ผ่านเข้ารอบครบตามกำหนดเจ้าตัวก็มีสีหน้าบูดเบี้ยว แต่เมื่อพี่โตบอกว่าหมวยไม่ได้ว่าอะไรเพราะตอนนี้ยัยนั่นกำลังฉลองกันอยู่ที่ผ่านเข้าสู่รอบที่สองได้สำเร็จ

             

            หลังจากที่หมอมาตรวจอาการแม็กซ์โดยละเอียดอีกครั้งก็เดินไปคุยกับผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินมาพูดคุยและทักทายแม็กซ์ก่อนจะกลับออกไป

             

            แม้ผลของการตรวจครั้งสุดท้ายจะยืนยันว่าแม็กซ์แข็งแรงปกติทุกอย่างทำให้แม็กซ์จะได้กลับบ้านในวันรุ่งขึ้น แต่ด้วยต้นเหตุนั้นมาจากเกมทำให้แม่พยายามสั่งห้ามไม่ให้แม็กซ์เล่นเกม แต่หลังจากการเกลี้ยกล่อมเจรจาต่อรองกันอยู่พักใหญ่สุดท้ายแม็กซ์ก็อ้อนผู้เป็นมารดาสำเร็จ โดยอ้างว่าจะเล่นให้น้อยลงไม่หักโหมจนเกินพอดีแบบที่ผ่านมา แม้จะยังเคลือบแคลงคำมั่นของลูกชายแต่เมื่อเห็นแววตาของแม็กซ์สุดท้ายผู้เป็นแม่ก็ใจอ่อนยินยอมตามความต้องการของลูกชายตัวแสบ

             

            ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงที่วิถีชีวิตของแม็กซ์ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนกระทั่งแม็กซ์และครอบครัวเดินทางกลับบ้าน เรื่องราวทุกอย่างก็พลิกผันและแตกต่างออกไปอีกครั้ง