ตอนที่ 67:เซ็นสัญญาผูกขาด ? เจรจาไม่สำเร็จ ? !
“หา ? ”
จางเหวินเทาโพล่งออกมาโดยตรง ทำให้หลิวจือเซียอึ้งงันไปชั่วขณะ
‘นี่มันอะไรกันเนี่ย ? ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เสนอส่วนแบ่งสูงแบบนี้? แล้วยังให้รับประกันด้วยว่าจะไม่ไปแพลตฟอร์มเพลงอื่นนี่ตั้งใจจะทำสัญญาทาสเลยรึเปล่าเนี่ย ? ’
เมื่อหันไปมองหลางเวิ่นซิงก็พบกับสายตาที่เปล่งประกายระยิบระยับคู่นั้น เห็นได้ชัดว่า กำลังครุ่นคิดแผนชั่วบางอย่างอยู่
“กริ๊ง กริ๊ง ! ”
ในตอนนั้นเอง มือถือของหลางเวิ่นซิงก็ดังขึ้น
หลางเวิ่นซิงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง จากนั้นก็กดรับสาย“ฮัลโหล ? ฉันเอง อะไรนะ มีดนตรีบางช่วงที่ห้องอัดเสียงของพวกนายบันทึกไว้ไม่ได้ให้จือเซียไปดูหน่อย ? ได้ ๆ เราจะไปเดี๋ยวนี้ ! ”
หลังจากเก็บโทรศัพท์หลางเวิ่นซิงก็พูดกับจางเหวินเทาหนึ่งเสียงว่า “เหวินเทา ต้องขอโทษด้วย !เพลงของจือเซียเกิดปัญหา ต้องการให้เขาไปดูสักหน่อย นายรอสักครู่ เราจะรีบกลับมา”
เมื่อพูดประโยคนี้จบหลางเวิ่นซิงก็ดึงตัวหลิวจือเซียด้วยมือข้างเดียวออกจากห้องรับแขกไป
หลังจากที่ออกจากห้องรับแขกแล้วหลางเวิ่นซิงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ถัดไป
ตอนนี้หลิวจือเซียยังมีสีหน้างุนงงกระทั่งพูดกับหลางเวิ่นซิงว่า “ไอหยา ผมไปอัดเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่ ?ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่อง ? นี่พี่ยังไม่ตื่นใช่ไหม ? ”
หลางเวิ่นซิงมีสีหน้าหม่นหมองและพูดว่า “เจ้าเด็กคนนี้มองไม่ออกรึไงว่าฉันตั้งใจลากนายออกมา ? ”
หลิวจือเซียลูบหน้าแล้วพูดว่า “ผมก็ว่าอยู่ ทำเอาผมคิดจริง ๆนะว่าผมไปอัดเพลงตอนไหน ! พี่ซิง ทักษะการแสดงของพี่ถ้าไม่ใช้กับละครโทรทัศน์คงจะน่าเสียดายแย่”
“เอาล่ะ ๆ จะล้อเล่นอีกนานไหม ? ” หลางเวิ่นซิงพูด“เมื่อกี้ในห้องฉันพูดไม่ได้ ที่ออกมาก็เพื่อที่เราได้ปรึกษาหารือกัน”
“พี่กำลังพูดถึงเรื่องที่ผู้อำนวยการจางพูดเมื่อกี้ใช่ไหม ? ”หลิวจือเซียครุ่นคิด “เขาคงไม่คิดจะเซ็นสัญญาผูกขาดกับผมหรอกมั้ง ? ”
“ผูกขาด ? ” หลางเวิ่นซิงตะลึงงันไปชั่วขณะ“นายใช้คำนี้ก็ไม่ผิดนะ แต่เขาไม่ได้จะเซ็นสัญญาผูกขาดนายแต่จะเซ็นสัญญาผูกขาดเพลงที่ ‘หลิวจือเซีย’ เป็นคนแต่ง เปลี่ยนคำสักหน่อยสิ่งที่เขาต้องการคือผลงานของ ‘หลิวจือเซีย’ ”
“เพนกวินมิวสิค บริษัทขนาดใหญ่ ดันมาชอบคนตัวเล็ก ๆ อย่างผมเนี่ยนะ? ” หลิวจือเซียยิ้ม “จะว่าไปแล้ว ผมก็ไม่ชินกับการถูกแขวนอยู่บนแพลตฟอร์มด้วย”
บนโลกใบนี้ แพลตฟอร์มเพลงไม่ได้มีแค่เพนกวินมิวสิคเท่านั้นยังมีคูลแคทมิวสิค ทีทีเพลเยอร์... เพนกวินมิวสิคเป็นกระแสโด่งดังในวีแชทเลยกลายเป็นแพลตฟอร์มเพลงที่ใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์มเพลงทั้งหมดเท่านั้น
เพื่อนร่วมงานที่ถือว่าเป็นศัตรูคู่แค้นนั่นก็เพราะเพนกวินมิวสิคมักจะเล่นใหญ่ จนกลายเป็นองค์กรชั้นนำของแพลตฟอร์มเพลงซึ่งแน่นอนว่าในบรรดาแพลตฟอร์มอื่น ๆ ไม่ยอม จึงเกิดเป็นการแข่งขันทางการค้าขึ้น
ยอมใช้เงินมหาศาลเพื่อดึงดูดผู้คนไปยังแพลตฟอร์มเพลงของตัวเองมันเป็นเรื่องปกติ
เมื่อเปรียบเทียบกับหลิวจือเซียแล้ว เรื่องนี้หลางเวิ่นซิงมองขาดอย่างชัดเจน
“นายน่ะ ประเมินแพลตฟอร์มเพลงอื่น ๆ ต่ำเกินไป”หลางเวิ่นซิงส่ายหน้า“ถ้าไม่ใช่เพราะเพนกวินมิวสิคเซ็นสัญญาผูกขาดกับเหล่านักร้องเหล่านั้นนายคิดว่าพวกเขาจะอยู่ในเพนกวินมิวสิคไหม ?คนเหล่านี้ถ้าไม่ได้ร้องเพลงในเพนกวินมิวสิคความเสียหายของเพนกวินมิวสิคก็จะมหาศาลมาก”
“แล้วผมเทียบกับพวกเขาได้หรือ ? ” หลิวจือเซียส่ายหน้า“ถ้าผ่านไปสักปีครึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้คงช้าไปแล้ว”
หลิวจือเซียรู้เรื่องภายในดีถ้าเอ่ยถึงนักร้องอันดับหนึ่งและอันดับสอง แค่ความฮอตในตอนนี้ของเขาก็ยังเทียบกันไม่ติด แต่นักร้องอันดับต้น ๆ เหล่านั้น ไม่ต้องเปรียบเทียบหรอกเดี๋ยวจะทำลายความภูมิใจในตัวเองเปล่า ๆ
ยกตัวอย่างจางเทียนหวังจากฮ่องกงคนนั้น ซิงเกิลเดี่ยวของเขาในเพนกวินมิวสิคมียอดการดาวน์โหลดอย่างน้อยถึง 50 ล้านครั้ง นี่แค่เพลงที่ไม่ใช่เพลงหลักนะ
ยอดการดาวน์โหลดของหลิวจือเซียที่มากที่สุดในตอนนี้คือ‘ได้เจอเธอพอดี’ อีกทั้งยังถึงระดับอิ่มตัวแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็จะหยุดอยู่ที่ 14ล้านครั้ง
“นายคิดว่าจางเหวินเทาโง่หรือ? ” หลางเวิ่นซิงพูดต่อ “ที่เขาให้ความสำคัญกับนายมีสองข้อ ข้อหนึ่ง ผลงานแล้วก็อีกข้อคือศักยภาพของนาย นายเข้าสู่วงการเพลงนานแค่ไหนเชียว ?แต่ยอดการดาวน์โหลดของทั้งสี่เพลงรวมกันก็เกิน 40 ล้านครั้งแล้วนักร้องที่มีศักยภาพแบบนี้ ขืนเขาปล่อยไปง่าย ๆ นั่นสิแปลก ! ”
หลางเวิ่นซิงเดาได้ถูกต้อง สาเหตุที่จางเหวินเทามาหาหลิวจือเซียนั่นก็เพราะเป็นกังวลว่าหลิวจือเซียจะไปร้องเพลงบนแพลตฟอร์มอื่น
แม้ว่าเพนกวินมิวสิคจะได้รับการสนับสนุนโดยบริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ปที่มีอำนาจใหญ่โตจึงไม่ได้ใส่ใจกับกระแสของหลิวจือเซียนัก แต่พวกยุงต่อให้มีขนาดเล็กแต่ก็ยังมีเลือดเนื้อพวกเขาไม่อยากให้กระแสของตัวเองถูกแพลตฟอร์มอื่นแย่งไป
อีกทั้งตอนนี้หลิวจือเซียก็เพิ่งจะเข้าสู่วงการบังเทิงและยังแต่งเพลงทั้งสี่ที่มียอดการดาวน์โหลดเพลงละไม่ต่ำกว่า 8 ล้านครั้ง ใครจะรับประกันได้ว่าต่อไปเขาจะไม่สามารถสร้างเพลงที่ยอดเยี่ยมได้กว่านี้อีก?
ถ้าเพลงหลังจากนี้เป็นที่ยอดนิยมเหมือนกับเพลงเหล่านี้กระแสจะต้องดังเป็นพลุแตกแน่นอน !
จากยอดการดาวน์โหลด 10 ล้านต่อเพลง แล้วถ้า 10 เพลง 100 เพลงล่ะ?
สิ่งที่จางเหวินเทามองเห็นคือศักยภาพของหลิวจือเซียไม่ใช่กำไรเพียงเล็กน้อยในตอนนี้
“งั้นก็แล้วแต่พี่ละกัน พี่จะตอบตกลงเขาไหมล่ะ ? ”หลิวจือเซียถามขึ้น ถึงอย่างไรหลางเวิ่นซิงก็เป็นผู้จัดการของเขาในเมื่อมีคนแบกรับแทนเขา เขาก็ขี้เกียจจะเปลืองสมองไปคิดให้ปวดหัว
“เดี๋ยวค่อยตัดสินใจดูสถานการณ์ก่อน แต่ส่วนแบ่ง 6.5 มันยังต่ำเกินไป” หลางเวิ่นซิงเข้าสู่บทบาทของผู้จัดการอย่างรวดเร็ว
……………………
เมื่อกลับมายังห้องรับแขกอีกครั้งจางเหวินเทาก็กำลังดื่มชาอย่างสบาย
“เหวินเทา ต้องขอโทษด้วย ให้นายรอนานเลย”หลางเวิ่นซิงแสดงสีหน้ารู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร ๆ ” จางเหวินเทาโบกมือไปมา “เป็นยังไง เรื่องที่ผมพูดเมื่อกี้คุณหลิว คุณคิดว่ายังไงบ้าง ? ”
เมื่อไต่ระดับมาเป็นผู้อำนวยการแผนกของบริษัทระดับประเทศจะมีสักกี่คนที่โง่ ?
เมื่อหลางเวิ่นซิงและหลิวจือเซียออกไปจางเหวินเทาก็รู้ทันทีว่าทั้งสองคนออกไปปรึกษากัน
หลิวจือเซียไม่พูดอะไร แค่ส่ายหน้าเบา ๆ เท่านั้น
“ถ้าคุณหลิวไม่พอใจกับส่วนแบ่งนี้เราค่อยปรึกษากันใหม่ก็ได้” จางเหวินเทาขมวดคิ้ว “6.8 เป็นยังไง ? ”
ตอนนี้หลิวจือเซียกำลังเป็นที่นิยมที่สุดทั้งสามเพลงได้ครอบครองตำแหน่งเพลงฮิตสามอันดับแรกของเพนกวินมิวสิค จึงกลายเป็นเป้าหมายในการช่วงชิงของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ทั้งสามเช่นกัน
เพื่อแข่งขันกับเพนกวินมิวสิค อีกสามแพลตฟอร์มเพลงคือคูลแคทมิวสิค ทีทีเพลเยอร์ และเดอะแคลปมิวสิค ได้เลือกที่จะร่วมมือกันมีการแชร์เพลงให้กันและกัน ในเวลาเดียวกันก็เตรียมจะทุ่มเงินมหาศาลทำลายกำแพงของเพนกวินมิวสิค
จางเหวินเทาที่ไม่อยากให้หลิวจือเซียถูกชิงตัวไปจึงต้องการเซ็นสัญญาผูกขาดกับเขา
“เหวินเทา เราก็เป็นเพื่อนกันมานานนายบอกขีดจำกัดของนายกับเราเถอะ” หลางเวิ่นซิงไม่ได้พูดไร้สาระ ยิงคำถามโดยตรง“อย่าบอกนะว่า 6.8 ที่นายบอก คือส่วนแบ่งสูงสุดที่นายจะให้ได้แล้ว”
“ประธานหลาง เราไม่สามารถเพิ่มให้สูงกว่านี้ได้อีกแล้ว”จางเหวินเทาเงียบไปครู่หนึ่ง “ผมสามารถเพิ่มให้คุณหลิวได้ถึง 7ถ้ามากกว่านี้ก็ต้องรอให้เบื้องบนอนุมัติก่อนถึงจะได้ ! ”
ส่วนแบ่ง 7:3 ในส่วนกำไรที่ได้รับจากเพลงความจริงแล้วเป็นส่วนแบ่งพอ ๆ กับนักร้องระดับหนึ่งจางเหวินเทาสามารถให้ในสัดส่วนตรงนี้ได้ คิดว่าคงตัดสินใจมาแล้ว
ถึงแม้ในใจเขาจะรู้สึกว่าหลิวจือเซียในตอนนี้ไม่คุ้มค่ากับเงินจำนวนนี้แต่ดูจากใบหน้าของหลางเวิ่นซิงแล้ว จึงต้องยอมอ่อนข้อให้เล็กน้อย
“ไม่ต้องรอให้เบื้องบนอนุมัติหรอก” หลางเวิ่นซิงโบกมือไปมา“สัดส่วนนี้ยังน้อยอยู่”
“นี่คือขีดจำกัดของผมแล้ว ถ้าให้สูงกว่านี้ คงต้องเชิญไปเจรจากับบริษัทแล้ว”สีหน้าของจางเหวินเทาแทบจะอดกลั้นไว้ไม่อยู่
ต่อให้พูดยังไงเขาก็เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ป ครั้งนี้เขามาถึงที่ด้วยตัวเองต่อให้ประสบกับคำปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าตาของบริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ปหน้าตาของเพนกวินมิวสิค และหน้าตาของเขาจะไม่รักษาแล้วหรือ ?
“งั้นนายไปเจรจากับบริษัทเถอะ” หลางเวิ่นซิงตอบกลับไป“นายไปคุยกับเบื้องบนของนายจือเซียของเราต้องการสัดส่วนเทียบเท่ากับนักร้องอันดับต้น ๆ ”
“เป็นไปไม่ได้ ! ”
จางเหวินเทาปฏิเสธโดยไม่คิด “ประธานหลาง คุณก็รู้นักร้องอันดับต้น ๆ ทุกคนในเพนกวินมิวสิคของเรา ยอดการดาวน์โหลด 50ล้านครั้งในหนึ่งเพลงเป็นยอดที่ตายตัวเว้นเสียแต่ว่าเพลงภายใต้ชื่อของคุณหลิวจะมียอดการดาวน์โหลดทะลุ 50 ล้านครั้งไม่อย่างนั้น บริษัทก็ไม่มีทางให้ข้อตกลงเทียบเท่านักร้องอันดับต้น ๆ ได้”
หลางเวิ่นซิงพูดอย่างเนิบช้า “ตอนนี้ไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่ได้”
“ไอหยางั้นก็ทำได้แค่ต้องขอโทษด้วย” จางเหวินเทาส่ายหน้า“เมื่อไหร่ที่คุณหลิวมาถึงยอดที่ตายตัวนี้เราก็ค่อยมาคุยสัญญาของการเป็นนักร้องอันดับต้น ๆ ในตอนนั้น”
จางเหวินเทาหมดความอดทน สำหรับเขาหลิวจือเซียและหลางเวิ่นซิงบ้าไปแล้ว !
ในฐานะที่จางเหวินเทาเป็นผู้บริหารของเพนกวินมิวสิคในบริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ปของประเทศจีนและมาติดต่อด้วยตัวเองแบบนี้ก็ถือว่าให้เกียรติอีกฝ่ายมากพอแล้ว !
หลางเวิ่นซิงล่ะ ? ไม่พอใจสัดส่วนจากส่วนแบ่งที่ต่ำเกินไปงั้นหรือเพิ่งออกไปไม่กี่เพลงเองนี่ ?คิดว่าตัวเองเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแล้วหรือยังไงกัน ? !
ขณะที่คิดแบบนี้ในใจ จางเหวินเทาก็พรวดลุกขึ้น
“งั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว” หลางเวิ่นซิงพูดออกไปโดยตรง“งั้นก็ตามที่ผู้อำนวยการจางพูดเลยรอให้ยอดการดาวน์โหลดของเพลงเดี่ยวของจือเซียทะลุ 50 ล้านครั้ง แล้วค่อยมาคุยกัน”
“ผมรอที่จะได้ร่วมมือกันอยู่นะครับ ! ”
ใบหน้าของจางเหวินเทาไม่แสดงสีหน้าอะไรจากนั้นก็จับมือกับหลางเวิ่นซิงอีกครั้ง แล้วเดินออกจากห้องรับแขกไป
จางเหวินเทาเดินออกไปโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะจับมือกับหลิวจือเซียแต่อย่างใดเปลี่ยนหน้าเร็วยิ่งกว่าเปลี่ยนหน้าหนังสือเสียอีก
ในสายตาของจางเหวินเทาบางทีอาจเพราะมีแค่หลางเวิ่นซิงที่เท่าเทียมกับเขา เขาจึงไม่ได้สนใจหลิวจือเซีย
หลิวจือเซียส่งยิ้มให้กับหลางเวิ่นซิง “เป็นยังไง เจรจาไม่สำเร็จใช่ไหม? ”
“เจรจาไม่สำเร็จ ? ”
หลางเวิ่นซิงกระตุกยิ้มมุมปาก“ถ้าถึงอันดับรอบชิงชนะเลิศของรายการฮัวเซียนิววอยซ์แล้วเพนกวินมิวสิคไม่มาขอร้องให้นายเซ็นสัญญาตามข้อตกลงด้วยตัวเองนายห้ามอัพโหลดเพลงให้เพนกวินมิวสิคอีกเด็ดขาดแล้วลบเพลงที่อัปโหลดไปแล้วก่อนหน้านั้นให้หมด ถึงตอนนั้น นายจะไปช่วยแพลตฟอร์มเพลงไหนก็แล้วแต่นายจะเลือก! ”
“พี่พูดถูก ! ”
หลิวจือเซียพยักหน้า เขาไม่เพียงแต่จะเชื่อมั่นตัวเองเท่านั้นแต่เชื่อมั่นในเพลงของตัวเองอีกด้วยเช่นกัน
เพลงคลาสสิกมากมายเหล่านั้น แม้ว่ายอดการดาวน์โหลดจะไม่ถึง 50ล้านครั้ง แต่แค่ชื่อเสียงของเขาที่ดังขึ้นเรื่อย ๆไม่นานก็คงจะเพียงพอต่อเงื่อนไขนี้
………………………
สำหรับเรื่องนี้ หลิวจือเซียไม่ได้เก็บมาใส่ใจเพราะวันนี้เขายังมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าต้องทำ
ช่วงบ่าย 4 โมงเย็น หลิวจือเซียต้องไปขอลาหยุดกับหลางเวิ่นซิงแล้วขับรถตรงไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตที่ดีที่สุดในปักกิ่ง แล้วเริ่มซื้อของครั้งใหญ่ผักสดผลไม้ต่าง ๆ บะหมี่... หอบหิ้วทั้งถุงเล็กถุงใหญ่ เดินไปเดินมาสองรอบกว่าจะได้ขนของขึ้นรถ
เมื่อกลับถึงบ้าน สองแม่ลูกหลี่เมิ้งอีและเยว่เยวก็ไม่อยู่บ้าน
ก่อนหน้านั้นหลิวจือเซียได้ส่งวีแชทไปบอกกับหลี่เมิ้งอีแล้วให้เธอพาเยว่เยว่ไปเล่นสวนสนุก สักประมาณ 6 โมงเย็นค่อยกลับบ้าน
เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษพ่อแม่อย่างหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอี จึงตั้งใจจะทำเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้กับเยว่เยว่