หลังจากที่ตกลงกับได้อย่างนั้น ธามกับแม่ของเขาก็มาเจอกับพิมที่ร้านอาหารตามที่นัดกันไว้ ทันทีที่เข้าไปถึงธามก็ใในทันที เพราะไม่คิดว่าน้าพิมคนที่ผมเคยเจอเมื่อสี่ปีก่อน ปัจจุบันเธอจะสวยและดูสง่าและมีแรงดึงดูดต่อเพศตรงข้ามได้มากขนาดนี้
“สวัสดีค่ะพี่พร”
“สวัสดีจ้ะพิม มารอพี่นานรึยัง ขอโทษทีนะจ้ะ พี่ไม่คิดว่ารถจะติดมากขนาดนี้”
“ไม่นานเลยค่ะ พิมก็พึ่งมาก่อนถึงแปปเดียวเองค่ะ…อ้อ แล้วนี่น้องธามใช่มั้ยคะ”
“ใช่จ้ะ”
“สะ..สวัสดีครับน้าพิม”
“สวัสดีจ้ะ โตแล้วหล่อขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย”
“แหม ลูกชายแม่ พอโดนคนสวยๆชมเข้าหน่อยเขินจนหน้าแดงหมดเลย”
“ผมไม่ได้เขินซักหน่อยแม่ อากาศมันแค่ร้อนเฉยๆหรอกครับ” ธามรีบหันหน้าหนียกน้ำขึ้นมาดื่มทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ เพราะเอาตรงๆเขานั้นเขินให้กับพิมจริงๆนั่นแหละ
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พิมสวยขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย”
“สวยเสยอะไรละคะพี่พร รินอายุ 37 แล้วนะ ถ้าสวยจริงๆคงไม่โสดอยู่แบบนี้หรอก”
‘เชี่ยย! นี่คือคนอายุ 37 จริงดิ ถ้าไม่บอกนึกว่าพึ่งจะขึ้น 30’ ธามพึมพำกับตัวเองอยู่ในใจพร้อมกับชำเลืองมองหน้าพิม ใจของเขาเต้นแรงไม่หยุดจนเืสูบฉีดไปทั่ว
“แล้วพิมไม่มีคนถูกใจบ้างหรอ”
“ยังไม่มีเลยค่ะ วันๆพิมก็ทำแต่งาน แทบจะไม่ได้ไปเจอผู้คนที่ไหนเลย”
“ต้องรีบหาแล้วน้า เดี๋ยวมีลูกจะไม่ทันใช้เอา ฮ่าๆๆ”
พวกเขานั่งทานอาหารนั่งพูดคุยกันอยู่นาน แม่ของธามก็เป็คนเปิดประเด็นพูดถึงเื่ที่อยู่ขึ้นมา ธามพยายามขัดแม่เขาไม่หยุด ถึงพิมจะเป็คนเสนอให้ย้ายเข้าไปอยู่ แต่เขาก็รู้สึกเกรงใจและเกร็งอยู่ไม่น้อย
พวกเธอคะยั้นคะยอธามไม่หยุด ยกเหตุผมขึ้นมาสารพัดทำให้สุดท้ายธามก็ต้องยอมอยู่ดี จริงๆแล้วพิมชวนแม่ขิงธามเข้ามาอยู่ด้วยกัน แต่ที่ทำงานขิงเธอนั้นห่างจากบ้านของพิมคนละโยดเลย ถ้าขับรถไปทำงานแถมยังต้องฝ่ารถติดในกรุงเทพไปอีก อย่างต่ำต้องมี 2 ชั่วโมงแน่ๆ ทำให้มีแค่ธามที่ย้ายมาคนเดียว
หลังจากที่ธามได้ย้ายเข้ามาอยู่กับพิมได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ทั้งคู่ก็สนิทกันมากขึ้น ได้พูดคุย ได้ทำนู่นทำนี่ด้วยกัน….เอ่อหมายถึงพวกทำอาหาร ไปซื้อของอะไรอย่างนี้น่ะ อย่าคิดลึกกันสิ
ในที่สุดก็ถึงวันที่ธามต้องเข้าไปเรียนมหาลัยเป็วันแรก เพราะวันนี้เป็วันเปิดเทอม
ธามเดินมาหาพิมที่ห้องนั่งเล่น เพราะปกติพิมมักจะมานั่งดื่มกาแฟตอนเช้าตรงนี้ประจำ แต่ธามก็หาเธอไม่เจอ เขาเดินออกมาดูนอกบ้านก็เห็นว่าน้าพิมกำลังตากเสื้อผ้าอยู่อย่างขมักเขม้น
“น้าพิมครั…..”
“อ้าวธาม ว้ายยยย!!!!” ระหว่างที่พิมหันมา อยู่ดีก็มีลมจากไหนก็ไม่รู้พัดมาแรงมาก ทำให้กระโปรงพลิ้วของเธอเปิดออก ทั้งธามและพิมนั้นใไม่แพ้กัน
“เอ่อ ขอโทษครับน้าพิม” ผมยังคงหลบหน้าพูด
“มะ ไม่เป็ไรจ้ะ ธะ ธามจะไปเรียนแล้วหรอ” พิมพูดอย่างตะกุดตะกัก แก้มของเธอนั้นแดงก่ำอย่างกับลูกมะเขือเทศ
“ชะ ใช่ครับ งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวก่อนธาม!....” เสียงของพิมเรียกลั่นทำให้ธามต้องหยุดเดินหันมามองทางเธอทันที
“น้าพิมมีอะไรรึเปล่าครับ”
“คือ…เอ่อ..เมื่อกี้ธามไม่เห็นอะไรใช่มั้ย!” พิมลุ้น ราวกับกำลังลุ้นลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง
“ไม่ได้เห็นอะไรครับ ผมหันหน้าหลบทัน”
“เห้อ~ โล่งอกไปที…งั้นขับรถดีๆนะ ตั้งใจเรียนด้วยละ”
“ครับน้าพิม สวัสดีครับ”
ระหว่างทางที่ธามขับไปมหาลัย เขาแทบจะไม่ได้จดจ่อกับถนนตรงหน้าเลย เพราะในหัวตอนนี้มันมีแต่ภาพขาอ่อนขาวๆของพิม
จริงๆที่เขาบอกไปว่าไม่เห็น เขาโกหก เพราะจริงๆเขาเห็นเต็มๆเลย
‘ขาอ่อนน้าพิมโคตรขาวเลย ละยังมาเห็นขอบกางเกงในอีก…. ลมเสือกพัดมาถูกจังหวะด้วยนะ แม่งเอ้ย!!!!’
“โว้ยย! เลิกคิดซักทีดิ้…คิดไปจะไปทำไรได้วะ” ธามบ่นตัวเองอย่างหัวเสีย ที่เขาอาการหนักขนาดนี้ก็เพราะเขารู้สึกแปลกๆกับพิมั้แ่ครั้งแรกได้เจอกันแล้ว ผู้หญิงแบบพิมโคตรจะตรงสเป๊กเขาเลย ทั้งหุ่นแบบนาฬิกาทราย มีน้ำมีนวล แถมอายุเยอะกว่าเขา นั่นทำให้เขาเสียอาการอยู่ไม่น้อย