ตอนที่ 45 ออกจากป่าไผ่เขียว
เสียงร้องของอสูรงูดำดังกึกก้องไปทั่วผืนป่า ศอกที่แหลมคมของเนี่ยฟงนั้น ได้ปะทะเข้ากับเบ้าตาของมันทั้งสองข้างพอดี เมื่อยามที่เนี่ยฟงกระโดดตีลังกาถอยออกมา หยาดโลหิตก็พุ่งทะลักออกมาไม่ขาดสาย ก่อนที่มันลงไปดิ้นทุรนทุรายที่พื้นด้วยความเจ็บปวดทรมาน ผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่อึดใจมันก็นอนแน่นิ่งไม่ไหวติ่ง พร้อมกับหยาดโลหิตที่เจิ่งนองเป็นแอ่งขนาดใหญ่ เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้นก็หันหลังกลับ เตรียมจะเดินไปช่วยเหลือเพื่อนรักของตนทันที“ฉัวะ!!!!” “อ๊ากกก~~!! ....!” เนี่ยฟงหันหลังกลับไปด้วยความรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงร้องอันโหยหวน ปรากฏร่างของซุนลี่ที่ยืนจับกุมกระบี่ สะบั้นศีรษะของอสูรงูดำขาดกระจุย จนเลือดของมันพุ่งทะยานขึ้นสูงดุจดั่งน้ำพุในสวนสาธารณะ สายตาของนางปรากฏความขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด จ้องมองเนี่ยฟงราวกับว่าจะกลืนกิน ก่อนที่นางจะเอ่ยปากออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเก็บกระบี่สายใยเข้าสู่ฝัก“พวกอสูรงู...มันมีความสามารถหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือการแกล้งตาย การที่เจ้าเดินหันหลังให้แก่มัน...ก็ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย อ้อ~!! จริงซิ! ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่ได้ลืมนะ...ว่าข้ามาด้วย” เนี่ยฟงเผลอกลืนน้ำลายคำใหญ่ พร้อมกับส่งรอยยิ้มแห้งให้กับซุนลี่ เป็นจริงตามที่นางกล่าว ที่เขาได้ลืมเลือนนางไปจริงๆ ก่อนจะเอ่ยออกไปในทันที “แหม~!! นางมารน้อย! ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไรกัน ข้าเพียงไม่อยากให้เจ้าต้องเสี่ยงอันตรายเท่านั้นเอง พวกเราไปดูลูกชายท่านป้ากันเถอะ จะได้รีบออกไปจากป่าไผ่เขียวเสียที” เนี่ยฟงเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำท่าทีว่าจะเดินไปหาชายหนุ่ม ท่ามกลางการจ้องมองของซุนลี่ ที่จ้องมองเนี่ยฟงด้วยความสงสัย ทั้งหมัดมวยที่นางไม่เคยรู้จัก ที่นางคิดจนสมองแทบระเบิดก็คิดไม่ออกว่ามันคือวิชาอะไร อีกทั้งเพียงแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถเพิ่มพลังลมปราณไปถึงขั้นพิภพขั้นกลางได้ ซึ่งในตอนที่ได้ประลองเลือกคู่กับเนี่ยฟงนั้น เขามีพลังลมปราณแค่ขั้นก่อกำเนิดขึ้นต้นเท่านั้นเอง“เจ้าโจรราคะ! วิชาที่เจ้าใช้มันคือวิชาอะไร?” ซุนลี่ไม่อาจเก็บงำความสงสัยได้ นางจึงได้เอ่ยถามออกไปในที่สุด เนี่ยฟงหยุดชะงักฝีเท้า พร้อมกับตอบกลับในทันที “มวยไทย!” “มวยไทย?” ซุนลี่ตะลึงงันราวกับคนโง่งม นางไม่รู้ว่ามันคือวิชาอันใดหรือมาจากพรรคไหนๆ ในขณะที่เอ่ยถามออกไป เนี่ยฟงก็เอ่ยออกมาทันที“มันไม่ได้เป็นวิชาจากพรรคหรือสำนักไหนๆ เป็นวิชาที่สืบทอดมาจากตระกูลข้า ที่คิดค้นขึ้นมาโดยบังเอิญ” ราวกับรู้ว่านางจะถามสิ่งใด เนี่ยฟงจึงตัดบทแล้วเอ่ยออกมาก่อน จะให้บอกว่ามันเป็นวิชาของโลกใบอื่น แน่นอนว่านางต้องหาว่าเขาเป็นบ้า สู้บอกว่าเป็นวิชาที่คิดค้นเองในตระกูลจะดีเสียกว่า จะได้ไม่ต้องสืบสาวหาความอีกต่อไป ซุนลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนดูน่ารัก พลางใช้มือเท้าคางใช้ความคิด พร้อมกับพยักหน้าอย่างเชื่องช้า ด้วยการที่เนี่ยฟงบอกว่าเป็นวิชาที่สืบทอดในตระกูล จึงไม่แปลกที่นางจะไม่เคยพบเจอ ทำให้นางหายสงสัยในทันทีเนี่ยฟงก้าวเดินมาที่โต๊ะหนังสือ พร้อมกับนั่งยองมองร่างชายหนุ่ม ที่กำลังกอดเข่าแน่นตัวสั่นเทาแอบอยู่ใต้โต๊ะ ตั้งแต่ที่เนี่ยฟงเริ่มต่อสู้กับอสูรงูดำ มันก็มุดไปอยู่ใต้โต๊ะหนังสือทันที ทันใดนั้นมุมปากของเนี่ยฟงก็ยกยิ้มขึ้น ก่อนจะสะกิดที่ไหล่ของชายหนุ่มเบาๆ พร้อมกับขู่คำรามออกมาทันที “ฟ่อ~~!!!” “อะจ๊ากก~~!!! ท่านอสูรงูผู้ยิ่งใหญ่!! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าไม่ได้รู้สูตรยาใดๆ แม้แต่น้อย ข้าเพียงแต่หลอกลวงผู้คนเท่านั้น เพื่อเศษเงินเศษทองเพื่อเอาไปประทังชีวิต ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้ายังมีพ่อแม่พี่น้องที่ต้องเลี้ยงดู ลูกสามเมียสี่ที่ต้องคอยดูแล ยังมีหมาห้าแมวหกที่ยังต้องคอยให้อาหาร ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย~!!” ชายหนุ่มคุกเข่าพร้อมกับโขกศีรษะแบบไม่ลืมหูลืมตา ท่ามกลางเสียงหัวร่อของเนี่ยฟง ทันใดนั้น! ซุนลี่ก็เดินเข้ามาพอดี พร้อมกับจ้องมองเนี่ยฟงด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ทำให้เนี่ยฟงหุบยิ้มกลั้นหัวเราะทันที “เจ้านี่เป็นโจรราคะไม่พอ ยังเป็นพวกโรคจิตอีก” ซุนลี่กล่าวจบก็ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับจับบ่าของมันเพื่อให้หยุดโขกศีรษะ “เจ้าปลอดภัยแล้ว!” เพียงแค่ประโยคสั้นๆ แต่ได้ใจความ ชายหนุ่มกลับรู้สึกได้ถึงเสียงสวรรค์ที่สดใส ก่อนจะหยุดโขกศีรษะแล้วจ้องมองไปยังต้นเสียงทันที ทันใดนั้น! ดวงตาของมันก็เบิกกว้างเท่าไข่ห่าน เปล่งประกายร้อนแรงดุจดั่งดวงอาทิตย์ ก่อนจะพึมพำออกมาอย่างบางเบา ท่ามกลางดวงตาที่ตกตะลึง “เทพ...เทพธิดา!! โอ้~~!! สวรรค์ ข้าตายแล้วหรือนี่ ถึงได้มาเจอเทพธิดาบนสวรรค์เยี่ยงนี้ ท่านเทพธิดาข้าคิดถึงคนทางบ้านเหลือเกิน ได้โปรดมอบโอบกอดที่อบอุ่นให้แก่ข้า เพื่อบรรเทาความคิดถึงพวกเขาที!!” ชายหนุ่มพุ่งทะยานเข้าหาซุนลี่อย่างรวดเร็ว ราวกับม้าศึกที่กำลังพุ่งทะยานโจมตีศัตรู ทันใดนั้น!! ใบหน้าของมันก็ปะทะเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง จนเกิดเสียงดัง “เปรี้ยงง!!” สนั่นหวั่นไหว ก่อนจะลงไปดิ้นทุรนทุรายจับกุมจมูกแน่น เมื่อเหลือบสายตาจ้องมองไปที่ซุนลี่อีกครั้ง ปรากฏฝ่าเท้าของเนี่ยฟง ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าซุนลี่ ทำให้มันพูดพึมพำออกมา “กล้า!!” ดวงตาของเนี่ยฟงสั่นไหว จนเป็นระลอกคลื่น เมื่อได้ยินคำกล่าวของชายหนุ่ม ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังจะเข้าไปประคองชายหนุ่ม ทันใดนั้น! มันก็ลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างโค้งคำนับ พร้อมกับเอ่ยกล่าวออกมาทันที “ลูกถีบของนายน้อย ช่างกล้าแกร่งยิ่งนัก! ข้าต้วนหาน! จะไม่มีวันลืมบุญคุณในครั้งนี้ โปรดอภัยให้แก่ข้า! ที่ล่วงเกินนายหญิงของท่านด้วย” เม็ดเหงื่อปกคลุมไปทั่วใบหน้าของต้วนหาน คาดคิดในใจว่าเนี่ยฟงคงโกรธ ที่มันได้ทำท่าทีล่วงเกินหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า คิดว่าซุนลี่เป็นหญิงสาวของเนี่ยฟง“เด่น!” เนี่ยฟงชะงักนิ่งค้าง พร้อมกับเอ่ยวาจาอย่างบางเบา แต่ถึงอย่างไรก็หนีไม่รอดพ้นหูของต้วนหาน ทำให้มันยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับลุกขึ้นยืนทำท่าเสยผมแล้วเอ่ยออกมาทันที “อ่า~!! สายตานายน้อยช่างหลักแหลมยิ่งนัก แม้ใบหน้าของข้าจะโดดเด่นและหล่อเหลาเพียงไร แต่ก็ไม่อาจเทียบเคียงกับคุณชายได้แม้แต่น้อย” ต้วนหานกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม และท่าทีราวกับนายแบบในนิตยสาร ทำให้เนี่ยฟงนิ่งค้างจ้องมองด้วยอาการตกตะลึง พลางคิดในใจ “หากบอกว่ามึงคือเด่นกูก็เชื่อ!!” เนี่ยฟงอมยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า แม้ต้วนหานจะมีหน้าตาและนิสัยที่คล้ายคลึงกับเด่นมากเพียงใด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่คนเดียวกัน สวรรค์คงไม่เมตตาทำให้เขาได้พบเจอกับเพื่อนรักเป็นครั้งที่สอง แต่ถึงอย่างไรการที่ได้พบกับต้วนหาน ก็ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นอีกครั้งราวกับได้เจอเพื่อนเกลอในอดีตชาติ นี่ก็นับว่าเป็นบุญที่เหลือล้น ก่อนจะหันกลับไปหาซุนลี่ ที่กำลังสำรวจกองเลือดของอสูงงูดำอยู่ผู้เดียว ในจังหวะนั้นเองที่เนี่ยฟงตะโกนออกไป “นางมารน้อย!! กลับกันได้แล้ว!!” “อ๊ะ!!” ซุนลี่สะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงของเนี่ยฟงที่เอ่ยเรียก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่นางกำลังหยิบจับเขี้ยวของอสูรงูดำ เพื่อกลับนำไปตรวจสอบว่ามันเป็นเขี้ยวของงูชนิดใด จึงทำให้เขี้ยวของมันทิ่มแทงลงไปในฝ่ามือ นางรีบดึงมันออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันไปจ้องมองเนี่ยฟงด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง พร้อมกับกำบาดแผลแน่นแสร้งทำเป็นยืนเอามือไขว้หลัง ก่อนจะเอ่ยวาจาออกไป “ข้าไม่ใช่นางมารเสียหน่อย เจ้าระวังปากไว้บ้างก็ดี อีกอย่างพวกเราจะผ่านหุบเขาหมอกไปได้อย่างไร หากเป็นข้ากับเจ้าคงผ่านไปได้ไม่ยาก แต่ดูจากชายหนุ่มนั่นแล้วคงไม่มีพลังลมปราณ การจะผ่านหุบเขาหมอกไป...ข้าเกรงว่าไม่น่าจะรอด” “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ครึ่งชั่วยามที่ข้าหายไป ข้าไม่ได้ไปเที่ยวเล่นหรอกนะ ข้าได้นำร่างของอสูรงูที่ตายไปแล้ว ไปโยนไว้ในหุบเขาหมอก ป่านนี้พวกปีศาจผึ้งคงอิ่มสำราญกันทั่วหน้า คงไม่รบกวนการเดินกลับของพวกเรา ข้าว่าเรารีบกลับกันดีกว่า ก่อนที่พวกปีศาจผึ้งจะออกล่าเหยื่ออีกครั้ง” เนี่ยฟงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม ในช่วงเวลาที่หายตัวของเนี่ยฟงนั้น เขาได้ทดลองเอาซากศพของอสูรงูไปวางใกล้กับรังปีศาจผึ้ง รอจนพวกมันจัดการศพของอสูรงูจนไม่เหลือซาก แล้วกลับไปอยู่ใต้รังมันอีกครั้ง ซึ่งผลปรากฏว่าพวกปีศาจผึ้งไม่ได้เข้ามาทำร้ายเนี่ยฟงแต่อย่างใด เขาจึงมั่นใจว่ามันจะไม่โจมตีเมื่อยามอิ่ม ซึ่งมันจะไม่รบกวนพวกเขาในเวลากลับแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้น ทั้งสองก็เตรียมจะจากไปในทันที ทันใดนั้น! ต้วนหานก็เอ่ยวาจาออกมาอย่างรวดเร็ว “ช้าก่อน!! ท่านทั้งสอง ท่าจะทิ้งหีบสมบัติสองใบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!” ต้วนหานพุ่งทะยานไปทางหีบสมบัติทั้งสองใบทันที เขาตั้งใจจะกอบโกยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และแน่นอนว่าต้องการจะรวบรวมให้มากที่สุด ก่อนที่เนี่ยฟงและซุนลี่จะเข้ามายื้อแย่ง อาจจะทำให้เขาไม่ได้เงินทองแม้แต่ตำลึงเดียว ซึ่งในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงได้เตะก้อนหินเล็กๆ สองก้อนที่พื้น พุ่งเข้าโจมตีกล่องสมบัติอย่างรวดเร็ว และแน่นอนที่มันพุ่งทะยานไปถึงกล่องสมบัติทั้งสองใบ ก่อนที่ต้วนหานจะไปถึง “ปัง!! ปัง!!” “ฟ่อ~~~!!” กล่องสมบัติทั้งสองกลายเป็นฝูงงูจำนวนมหาศาล ส่งเสียงขู่ร้องคำรามไปทั่ว ทำให้ต้วนหานหยุดชะงักฝีเท้า พร้อมกับหันหลังกลับ วิ่งเข้าหาเนี่ยฟงและซุนลี่ด้วยความรวดเร็ว “อะจ๊ากกก!! ท่านจอมยุทธ์รอข้าด้วย!! มันจะกัดก้นข้าแล้ว อะจ๊าก~~!!”