สมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกตัดสินใจที่จะกวาดล้างเมืองไร้กฎหมายให้สิ้น พวกเขาเริ่มหารือถึงเรื่องราวการประชุมของอาชญากรในบางครั้ง มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว เมืองไร้กฎหมายคือหนึ่งในเมืองที่สมาพันธ์แห่งดวงดาวแทบจะไม่เข้าไปยุ่ง ในอดีตพวกเขาเคยได้รับการข่มขู่จากองค์กรของเหล่าวายร้ายไกรลอสว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับเมืองไร้กฎหมายโดยเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นพวกเขาจะทำลายสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกให้สิ้นซาก ทั้งหมดจึงทำได้เพียงแค่จ้องมองหรือดูท่าทีไปก่อนก็เท่านั้น ศักดิ์ศรีของพวกเขาที่เป็นผู้พิทักษ์แทบจะถูกทำลายลง
ต่อให้สมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาหลักจะไม่เกรงกลัวองค์กรไกรลอส แต่ไม่ใช่ว่าสาขาอื่นๆจะไม่เกรงกลัวเช่นเดียวกัน พวกเขากระจายไปทั่วทั้งจักรวาลจึงทำให้กำลังมากมายต้องแตกกระจายกันออกไป ถ้าเกิดมีเรื่องขึ้นมา การจะเคลื่อนย้ายกำลังพลผ่านประตูมิติวาปก็จะเป็นอะไรที่ยากลำบากยิ่งขึ้น ทางสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาหลักจึงตัดสินใจไม่ลงมือต่อรังของอาชญากรในดวงดาวอื่นๆ
และไม่นานมันก็เกิดเรื่องพลิกผัน สมาพันธ์แห่งดวงดาวไม่ได้เกรงกลัวหรือหวั่นเกรงในอำนาจขององค์กรไกรลอสอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีไพ่ตายที่จะสยบทุกสิ่งในจักรวาลได้ จึงทำให้สมาพันธ์แห่งดวงดาวในตอนนี้สามารถเข้าทำลายล้างรังของอาชญากรได้ในทันที ในวันนี้สมาพันธ์สาขาโลกตัดสินใจที่จะกวาดล้างอาชญากรให้สิ้นซาก เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในดวงดาวที่เรียกร้องกันเข้ามา
บนแท่นยืนชายใส่แว่นที่มีสีหน้าจริงจังกำลังอธิบายถึงแผนการโจมตี พวกเขาจะกวาดล้างพวกมันไม่ให้เหลือรอดซักคนเดียว
"ในเมืองแห่งนี้มีอาชญากรเกือบ10,000คน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักสู้แห่งดวงดาวกันแทบทั้งสิ้น อำนาจหลักๆภายในเมืองไร้กฎหมายก็มีอยู่ด้วยกันสามแห่ง สมาคมจิ้งเหลินเพลิง องค์เงามืดและองค์กรสเปคเตอร์หรือจากเดิมที่ชื่อว่าองค์กรมังกรดำ ทั้งสามคืออำนาจสูงสุดในเมืองแห่งนั้น อาชญากรที่อยู่ในเมืองโดยส่วนใหญ่แล้วก็สังกัดอยู่ในกองกำลังทั้งสามทั้งหมด"
"เมื่อหลายวันก่อนสายของเราที่แฝงตัวอยู่ภายในเมืองก็ได้ส่งข่าวออกมา บอสองค์กรมังกรดำไอรอน หนึ่งในผู้มีพลังเป็นริปเปอร์ตัดสินใจส่งมอบตำแหน่งให้กับอาชญากรไครเซอร์ เจ้านี่คือนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3และยังเป็นริปเปอร์อีกด้วย"
ขณะนั่นภาพของไอรอนที่กำลังแสยะยิ้มอย่างยียวนก็ปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอพร้อมกับภาพเปรียบเทียบของชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าเฉยชา พวกเขาทั้งสองถูกระบุไว้ว่าเป็นตัวอันตรายที่จะต้องกำจัดทิ้ง โดยเฉพาะกับไครเซอร์ที่กำลังพัฒนาพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ไครเซอร์..? เจ้านี่เป็นใคร"
"ยังเด็กอยู่เลย ประวัติความเป็นมาของมันละ?"
คนของสมาพันธ์แห่งดวงดาวส่วนใหญ่แทบจะไม่มีใครรู้จักชายหนุ่ม พริบตานั่นบนหน้าจอที่กำลังรายงานอยู่ก็ได้ระบุประวัติทั้งหมดของชายหนุ่มขึ้น มีทั้งภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพถึงการลงมือไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแหกคุกหรือปลดปล่อยตัวอาชญากรคนอื่นๆออกมา หลายคนแทบจะไม่มีใครรู้จักไครเซอร์เลยสักนิด
ต้องบอกก่อนว่าสมาพันธ์แห่งดวงดาวกับสมาพันธ์การ์เดี้ยนนั้นไม่ใช่องค์กรเดียวกัน สมาพันธ์การ์เดี้ยนเหมือนกับเป็นหน่วยงานย่อยที่แยกตัวออกมาจากสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกอีกทอดนึง พวกเขากระจายกันไปตามหัวเมืองต่างๆเพื่อป้องกันหรือระวังภัยจากอันตรายทั้งมวล ทุกเมืองจะมีสมาพันธ์การ์เดี้ยนอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น แต่มีเมืองนึงที่ไม่มีองค์กรนี้อยู่ เพราะว่าสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกได้ตั้งอยู่ณที่แห่งนี้ยังไงละ มันคือสถานที่ๆปลอดภัยมากที่สุดของดวงดาวที่ถูกเรียกว่าผืนสีฟ้าแล้ว
หลายคนนั่งมองประวัติความเป็นมาของชายหนุ่มด้วยท่าทีอันประหลาดใจ มีบางคนถึงโต้แย้งออกมาเลยด้วยซ้ำ เจ้านี่แปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด อายุ17ปีแต่ก็มีพลังนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3แล้วหรอ ต่อให้จะได้รับของเหลวกระตุ้นเซลล์ก็ยังไม่ได้เร็วเช่นนี้
"เดียวก่อน?! เจ้านี่ไม่เคยผ่านประตูมิติวาปแล้วทำไมมันถึงมีพลังริปเปอร์ได้ อย่างที่รู้กันว่าการจะได้พลังริปเปอร์ใน0.1%นั้น พวกเขาทั้งหมดจะต้องเดินทางผ่านประตูมิติ ไม่มีหนทางลัด ไม่มีสิ่งใดสามารถประทานพลังริปเปอร์ได้นอกซะจากว่าจะทำเช่นนั้น"
"อืม อย่างที่คุณว่าไว้จริงๆ เจ้าเด็กนี้มีพลังริปเปอร์ได้โดยที่ไม่ต้องผ่านประตูมิติวาป งั้นแสดงว่าในตัวของมันมีความลับบางสิ่งอยู่สินะ"
"จับตัวของมันมาเป็นๆ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามฆ่ามันโดยเด็ดขาด นักวิจัยชั้นนำของจักรวาลบางคนก็กำลังไขความลับของพลังริปเปอร์อยู่ ถ้าได้เจ้าไครเซอร์นี่มามันก็อาจจะทำให้จักรวาลของพวกเรามีการพัฒนามากยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้..!!"
ทุกคนพยักหน้ารับกันอย่างเห็นด้วยว่าจะต้องจับตัวเจ้าเด็กนี่มาเป็นๆ ถ้าไขความลับในการได้พลังริปเปอร์จากชายหนุ่มมาละก็ พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสี่ยงให้ผู้คนของตนเองเดินทางผ่านประตูมิติวาปกันแล้ว อย่าลืมนะว่าไม่ใช่ทุกคนจะกลายเป็นนักเดินทางได้อย่างสมบูรณ์100% พวกเขาก็มีโอกาสที่จะพิการไปตลอดชีวิตหรือไม่ก็ตกตายไปเลยด้วยซ้ำ ถึงต่อให้เทคโนโลยีจะก้าวกระโดดไปอย่างใหญ่หลวง พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรมันได้ทั้งสิ้น มันคือเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"เข้าใจละ งั้นอาชญากรระดับBไครเซอร์คือเป้าหมายที่ห้ามฆ่าสินะ งั้นเรามาดูบุคคลที่พวกเราจะต้องระวังต่อไปเลย"
ผู้บรรยายดันแว่นของตนเองขึ้นพร้อมกับแสดงใบหน้าที่ดูจะจริงจัง จากนั้นเขาก็เลื่อนระดับไปยังเป้าหมายต่อไป เพียงไม่นานภาพต่างๆก็ได้ฉายถึงวีรกรรมและประวัติของตัวตนหลักๆที่พวกเขาจะไม่ปล่อยให้เหลือรอด บนภาพโฮโลแกรมมีตัวหลักๆอยู่เพียงแค่สามคนเท่านั้น พวกเขาคุ้นเคยกับเจ้าพวกนี้ดีอยู่แล้ว
"อาชญากรระดับBไอรอน เจ้านี่เป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4และยังมีพลังริปเปอร์ในการบีบอัดอากาศ การโจมตีของมันรุนแรงจนทำให้บ้านที่ถูกสร้างขึ้นอย่างคงทนต้องพังทลายได้ การจะต่อสู้กับมันซึ่งๆหน้าถ้าไม่มีพลังในการหักล้างแรงอัดอากาศของมันก็เตรียมตัวไปลาโลกได้เลย"
"ลำดับถัดมา อาชญากรระดับBคาน หัวหน้าสมาคมจิ้งเหลนเพลิง เจ้านี่ก็เหมือนกับไอรอน มีพลังในระดับเดียวกัน แต่พลังริปเปอร์ของมันค่อนข้างจะเป็นปัญหาอยู่เล็กน้อย มันสามารถงอกอวัยะของร่างกายได้อย่างอิสระ ต่อให้จะถูกตัดหัวออกไปมันก็สามารถฟื้นคืนสภาพได้ใหม่ เป็นพลังริปเปอร์ที่สามารถฟื้นคืนสภาพร่างกายได้ในระดับที่สูงมาก ยังดีที่เจ้านี่มีฝีมือในการต่อสู้ที่ค่อนข้างจะอ่อนแอ พวกเราจึงจัดการมันได้ง่ายๆ"
"ส่วนคนสุดท้ายที่พวกเราไม่ว่ายังไงก็จะต้องไม่ปล่อยให้มันหนีรอดไปได้ อาชญากรระดับAและมีค่าหัวถึง50,000เครดิต บอสใหญ่ขององค์กรเงามืดไซเนอร์ ในอดีตเจ้านี่เป็นอัจฉริยะของสมาพันธ์แห่งดวงดาวของพวกเรา มีพลังริปเปอร์ที่เรียกได้ว่าอันตรายอย่างถึงที่สุด เมื่อมันใช้พลังแล้วร่างกายจะกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจนแทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต่อให้จะเป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่5ก็ยังสัมผัสถึงมันไม่ได้ เป็นพลังที่น่ากลัวในการต่อสู้ ถ้าไม่ได้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือแน่นอนเลยว่าหัวของคุณได้หลุดออกจากบ่าโดยไม่รู้ตัวแน่ๆ"
ทุกคนจ้องมองกันด้วยสีหน้าที่ดูจะเสียดาย ก่อนหน้านี้ไม่น่าเกิดเรื่องกับอัจฉริยะของพวกเราเช่นนี้เลย ถ้าไม่งั้นเจ้านี่คงจะได้เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์แห่งดวงดาวแล้ว
เมื่อคิดจบแต่ละคนก็มองไปยังชายอ้วนคนนึงที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ นัยน์ตาแต่ละคนเต็มไปด้วยความเฉยชา ถ้าไม่ใช่เศษสวะอย่างลูกของมันที่ไปข่มขื่นแฟนสาวของชายหนุ่มละก็ เรื่องทั้งหมดก็คงจะไม่เกิดขึ้น มันถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ใหญ่ของโตสมาพันธ์ หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทางสมาพันธ์จึงออกกฎไม่ให้บุคคลระดับสูงใช้อำนาจของตนเองในทางที่ผิดเลยเชียวละ
ชายอ้วนเมื่อเห็นถึงสายตาทั้งหมดที่จ้องมองเข้ามาก็กัดฟันแน่น ในใจสั่นไหวและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"บัดซบ ไอ้เจ้าไซเนอร์ แกทำให้ฉันดูแย่ในสายตาคนอื่น!!"