การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 165 ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของเขา

    บทที่ 165 ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของเขา
    ร่างของมันถูกอาบไล้ไปด้วยแสงสีทอง แสงสีสวยนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นยามอยู่ใกล้ หากมิใช่เจ้าของคงจะรู้สึกแสบร้อนและตกตายถ้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เท้าทั้งสี่ของมันขยายใหญ่ กรงเล็บสีขาวราวหิมะงอกยาวเฟื้อยอย่างน่าสะพรึงกลัว หูแหลมลุกท่วมด้วยเปลวไฟสีทอง จากร่างที่มีขนาดเพียงสี่ฝ่ามือตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ร่างของจิ้งจอกใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนท่วมหัวชิวเหวินเจี้ยน
    ดวงตาของมันประกายกร้าว แสงสีทองนั้นจางลงในที่สุด ชิวเหวินเจี้ยนขยับถอยไม่คิดว่าจะได้เห็นร่างจริงของจิ้งจอกตรงหน้าเลยเพราะพลังของมันน้อยมาก หากเทียบกับระดับพลังที่โลกนี้ใช้เรียกกันก็คงเป็นเพียงเขตแดนนักสู้ขั้นแปดเท่านั้น แต่ชิวเหวินเจี้ยนรู้ดีที่จิ้งจอกตรงหน้าสามารถกลายร่างได้เพราะพลังของเขา
    ใช่แล้ว...พลังของเจ้าของที่ถ่ายทอดให้กับผู้ที่ด้อยกว่า
    ชิวเหวินเจี้ยนไม่นับว่าเจ้าจิ้งจอกสีขาวนี้เป็นข้ารับใช้ เขาไม่เคยเห็นมันเป็นสิ่งของหรือคนใต้เท้า จักรพรรดิเช่นเขากลับมองว่าเป็นสหายคนหนึ่ง เป็นคนที่คอยเคียงข้างบัลลังก์ของเขา เป็นหนึ่งในคนสำคัญยามเมื่อยังไม่ได้รับโทษจากเผ่าวิญญาณสวรรค์
    เทพตกสวรรค์ผู้คุ้มครองวิญญาณเทพมาร เฟยเฟย
    ชิวเหวินเจี้ยนยามเมื่อยังเป็นจักรพรรดินั้นมีเมตตามากโดยเฉพาะกับเฟยเฟย เขามองอีกฝ่ายที่พัฒนาตนมาจากเผ่ามนุษย์สัตว์ไม่ต่างจากสหายคนสนิท อาจะเป็นเพราะเฟยเฟยนั้นเคารพเขาและยังเป็นคนนบนอบ เป็นคนข้างกายชิวเหวินเจี้ยนมากที่สุดในตอนนั้น
    ในครั้งแรกที่เขาสบตากับมัน ชายหนุ่มไม่สามารถจำได้ เขาไม่คิดว่าพลังของเฟยเฟยจะตกต่ำลงถึงขนาดนี้ ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เกิดเรื่องขึ้นชิวเหวินเจี้ยนก็ไม่เคยได้เห็นหน้าของเฟยเฟยอีกเลย ชายหนุ่มออกค้นหาแต่ก็ไม่ได้ความเท่าใดนัก เพราะเรื่องราวมากมายหลังจากนั้นทำให้ชิวเหวินเจี้ยนหยุดพยายาม เขาคิดว่าเฟยเฟยตกตายไปแล้ว
    รู้ตัวอีกทีเฟยเฟยก็ถูกให้ความเคารพในฐานะเทพตกสวรรค์ผู้ไม่ตาย เป็นอมตะทว่าเจ็บปวดเกินพรรณนา ชิวเหวินเจี้ยนไม่รู้ว่าเหตุใดทำไมคนถึงกล่าวถึงเฟยเฟยเช่นนั้น ถ้าเป็นพลังในตอนนั้นเขาก็คงค้นหาเฟยเฟยได้โดยง่ายแต่เพราะบทลงโทษที่ทุกคนในเผ่าวิญญาณสวรรค์ลงมติกัน ชิวเหวินเจี้ยนจึงยอมรามือ
    สุดท้ายแล้วเป็นเวลาหลายปีในโลกของจักรพรรดิและอีกสามปีของชีวิตมนุษย์ ในที่สุดเขาก็หาเฟยเฟยเจอ บางทีอาจจะไม่ใช่เขาหา...ที่หาเขาเจอคือเฟยเฟยต่างหาก
    จิ้งจอกเบื้องหน้าขู่คำราม ยามนี้เสียงของมันกรรโชกไปทั่วป่า ชิวเหวินเจี้ยนหลับตาไปครู่หนึ่งตอนที่มันสะบัดหางอย่างเดือดดาลไปโดยรอบ ลมพลันเปลี่ยนทิศและโหมอย่างรุนแรง เทพมารเริ่มไม่สนุกแล้ว เขาไม่คิดว่าสัตว์ระดับต่ำจะกลายร่างได้จากแรงโทสะและพลังที่สื่อสารกันอยู่ภายใน
    ‘สะดุดตาพวกเอลฟ์แน่ๆ เจ้าต้องรีบทำอะไรสักอย่าง’ เทพมารบอกกับชิวเหวินเจี้ยนที่ยกมือป้องสายตาจากลมพัดแรงนั้น จิ้งจอกสีขาวกระแทกฝ่าเท้าลงกับพื้นก่อนจะอ้าปากกว้าง เขี้ยวแหลมคมห่างจากชายหนุ่มเพียงคืบ เทพมารร้องบอกให้ชิวเหวินเจี้ยนหนีไป
    แต่ชิวเหวินเจี้ยนไม่ได้ทำแบบนั้น เขายืนอยู่เบื้องหน้าจิ้งจอกสีขาว ไม่สนใจแล้วว่าพวกเอลฟ์จะหาเขาเจอหรือไม่ ร่างของเฟยเฟยนั้นใหญ่สองเมตร ยากยิ่งนักที่จะรอดพ้นจากสายตาของเหล่าเอลฟ์ไปได้ เสียงคำรามด้วยความเดือดดาลตอนที่เจ้านายของตนถูกดูแคลนนั้นดังกังวาน สายตาแน่วแน่เช่นนั้นไม่ผิดแน่
    เป็นเฟยเฟย...เป็นเขาจริงๆ
    ‘เจ้าจักรพรรดิบ้า หลบเดี๋ยวนี้’ เทพมากู่ร้อง เขาเห็นว่าความตายอยู่ใกล้ชิวเหวินเจี้ยนเพียงคืบเดียว ถ้าหากเขาไม่รีบวิ่งหนีไปหรือทำให้เฟยเฟยสงบลงล่ะก็...อย่าว่าแต่จะไปเอาจิตวิญญาณของมังกรมายาลวงคืนเลย เอาชีวิตรอดจากที่นี่ให้ได้เสียก่อนเถิด ‘นั่นเจ้าจะทำอะไร เจ้าจะให้แขนมันอีกข้างงั้นหรือ!’
    เทพมารตกตะลึงเมื่อเห็นชิวเหวินเจี้ยนยื่นแขนอีกข้างที่ยังเหลืออยู่ไปด้านหน้า ในสถานการณ์เช่นนี้เทพมารไม่เห็นว่าเจ้าจิ้งจอกนั่นจะเมตตาเขาสักนิด เทพมารไม่ยอมพูดอะไรอีกแล้ว เขาเตรียมตัวหาเจ้าของคนใหม่ ทำใจกับการกระทำอันโง่เขลาของชิวเหวินเจี้ยน
    “จิวฮุ่ย”
    เป็นช่วงจังหวะวินาทีแห่งความตายที่ชิวเหวินเจี้ยนเคยสัมผัสมาแล้วหลายครั้งในร่างของมนุษย์ ชายหนุ่มยื่นมือไปด้านหน้า ไม่หวั่นเกรงแม้ว่าเขี้ยวแหลมคมของเฟยเฟยจะบาดเข้ากับผิวกายหรือบดขยี้แขนของเขาจนกลายเป็นเศษเนื้อ ชายหนุ่มไม่ได้รวบรวมพลังใดๆ เลยเมื่อหลับตาลง เพียงแต่ยามลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงของเขานั้นจดจ้องไปยังสัตว์เบื้องหน้า คล้ายกับจะสื่อสารเป็นนัยยะ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ย เรียกขานชื่อของคนที่เคยสู้เคียงข้างกาย
    เทพมารชะงักค้าง จดจ้องภาพเบื้องหน้าผ่านทางดวงตาของชิวเหวินเจี้ยนอย่างไม่เชื่อสายตานัก เขาเห็นร่างของจิ้งจอกตัวใหญ่หยุดค้าง กรามแข็งแรงคล้ายกับถูกเหนี่ยวรั้งเอาไว้ มันอ้าปากกว้างทว่าไม่งับหรือกัดลงบนแขนของชิวเหวินเจี้ยนเลยแม้แต่น้อย
    น่าแปลกใจทว่าเป็นเรื่องจริง สัตว์สีขาวที่เทพมาคิดว่าจะเป็นผู้ช่วงชิงแขนอีกข้างของชิวเหวินเจี้ยนหยุดค้างนิ่ง มิใช่เพราะพลังหยุดเวลาเพราะชิวเหวินเจี้ยนในตอนนี้ไม่มีพลังมากพอจะทำแบบนั้น แต่เป็นเพราะเสียงเรียกชื่อนั้นต่างหาก
    “จิวฮุ่ย” ชิวเหวินเจี้ยนเรียกสัตว์สีขาวขนฟูตรงหน้า มันเบิกตากว้างก่อนจะจ้องเขาด้วยสายตาที่พลันอ่อนโยนลงอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเทพมาคิดไปเองหรือไม่ที่เห็นน้ำใสคลอที่หน่วยตาของจิ้งจอกตัวโต จากนั้นแสงสีทองก็สาดส่องขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ร่างของมันหดเล็กลงมีขนาดเท่าสีฝ่ามือเช่นเดิมแล้ว
    จิ้งจอกรุดเข้าหาชิวเหวินเจี้ยนอย่างรวดเร็ว ไม่ได้คลอเคลียท่วานบนอมอย่างนอบน้อม ขาข้างหนึ่งก้าวมาด้านหน้าก่อนจะก้มหัวลงเคารพมนุษย์แขนเดียวตรงหน้า ชิวเหวินเจี้ยนเลิกเกร็งไหล่ของตน เทพมารเห็นชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะนั่งลงที่พื้น เอื้อมมือไปลูบหัวของจิ้งจอกสีขาวอย่างเอ็นดู
    “ใช้พลังไปเสียเปล่าจิวฮุ่ย” ชิวเหวินเจี้ยนบอก มีแต่ความอ่อนโยนในน้ำเสียงนั้น จิ้งจอกสีขาวเงยหน้าของมันขึ้นมา
    “เป็นท่าน...เป็นท่านไม่ผิดแน่” สัตว์สี่เท้าพูดบอก ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “ข้าขอโทษ ข้าพูดกับท่านไม่ดีเลยสักนิด ให้อภัยข้าด้วย” จิ้งจอกสีขาวพูดพร้อมทั้งก้มหัวจนติดพื้น ชิวเหวินเจี้ยนจับร่างเล็กๆ ของมันขึ้นมายืนเช่นเดิมพร้อมบอกปัด
    “ช่างมันเถอะ อยู่ในร่างนี้ มีพลังแค่นี้เจ้าจะรู้สึกสงสัยก็ไม่แปลกเลย”
    “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดท่านจึงมาอยู่ในร่างนี้”
    ชิวเหวินเจี้ยนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะยกยิ้ม เขาจ้องร่างของเฟยเฟยหรือจิวฮุ่ยก่อนจะอุ้มมันขึ้นมา จิ้งจอกสีขาวสะดุ้งเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นสายตาคมจ้องลงมามันก็ยอมหยุดนิ่ง ชิวเหวินเจี้ยนออกตัววิ่งไปตามป่ากว้างใหญ่ ผ่านต้นไม้นานาพันธุ์และหญ้าประหลาดตามาอย่างรวดเร็ว เขากำลังใช้พลังในกายเร่งเวทย์ที่ฝ่าเท้าตนให้วิ่งไวกว่าปกติเสียหน่อย เป็นวิชาระดับต่ำจึงไม่คิดมากเท่าใดนักหากจะหยิบมาใช้
    “เรื่องมันยาว เอาเป็นว่าหาที่ปลอดภัยแล้วข้าจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน” ชิวเหวินเจี้ยนบอกกับสัตว์ในอ้อมแขน
    ‘ดีเลย ถือโอกาสนั้นบอกข้าด้วย’ เทพมารที่อยู่ในจิตใจของชิวเหวินเจี้ยนว่า ชิวเหวินเจี้ยนขมวดคิ้ว ก้มลอดตัวผ่านเถาวัลย์หนาที่พันกันจนแทบมองไม่เห็นทางเบื้องหน้า
    “บอกอะไรกัน เจ้าก็พอรู้อยู่แล้วมิใช่หรือ”
    ‘ข้าไม่รู้เรื่องเฟยเฟย เรื่องจิวฮุ่ยเลยเจ้าจักรพรรดิ’

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน