พอไปจุดที่ 2 เธอก็มีการให้อาหารปลา ซึ่งเต้ยอยู่กลางวงล้อมของปลาตัวเล็กๆ มากมาย...โดยอาหารปลา หรือ ขนมปังนั้นเต้ยเป็นคนเตรียมมา...ซึ่งพอให้อาหารเสร็จ ก็ทำการดำน้ำ ดูปลา ปะการังกันต่อ....พอไปจุดที่ 3 ซึ่ง ก่อนจะไปถึงจุดที่ 3 นั้นก็มีการพักทานอาหารกลางวันกันก่อน...
และในการดำน้ำจุดนี้ เต้ยก็ทำตัวเหมือนเป็นปลิงตัวน้อยเกาะหลังผม และคอยสั่งให้ผมพาไปตรงนั้น ตรงนี้ ซึ่งมันก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างใส่ชุดชูชีพ ฉะนั้น จึงไม่มีทางจม แต่มันเหนื่อย!! ใครที่เคยก็คงรู้ว่า การว่ายโดยใส่เสื้อชูชีพมันต้องออกแรงมากกว่าเดิมนิดหนึ่ง..แถมของผม ยังมีแม่ปลิงตัวน้อยนี่อีก...
“มาเกาะหลังพี่กายแบบนี้ ทำให้คิดถึงตอนสมัยเด็กๆ เลยมั้ยค่ะ พี่กาย..” เธอเอ่ยถามผม ขณะที่ผมพาเธอไปว่ายตามที่เธอต้องการ...ซึ่งทีแรกตอนที่เธอมาเกาะผมนั้น ผมก็ไม่ได้คิดอะไร พอเธอพูดมาก็ทำให้คิดตาม และมันก็ใช่อย่างที่เธอว่า ตอนเด็กๆ เวลาไปว่ายน้ำทีไร เธอก็มักเกาะหลังผม เป็นปลิงแบบนี้ทุกที...
“นั้นสินะ...แล้วไม่กลัวว่า พี่จะแกล้งเราเหมือนตอนเด็กๆ แล้วเหรอ? ..” ผมเอ่ยถามเธอกลับ ด้วยรอยยิ้ม มีบางครั้งที่ผมแกล้งเธอเหมือนกัน ใช่..แกล้งแค่ครั้งเดียว แต่ทำเกือบเต้ยจมน้ำ จนผมโดนย่าภา และ พ่อแม่ของผมด่าซะเละเลย...
“ไม่กลัวค่ะ ตอนนี้เต้ยว่ายน้ำเป็นแล้ว จะแกล้งทิ้งเต้ยแบบตอนนั้น ก็เชิญเลย...แต่คืนนี้ เต้ยจะเอาคืนพี่กายเป็น 2 เท่าแน่..” เธอตอบ โดยที่ ท้ายประโยคนั้น เธอเอ่ยแบบกระซิบๆ ข้างหูผมนั้น...มันเป็นคำขู่ที่น่ากลัวซะเหลือเกิน.. น่ากลัว จนทำให้ผมยิ้มและเอ่ยตอบเธอกลับ...
“พูดอย่างงี้ ทำให้พี่ชักอยากแกล้งเราขึ้นมาแล้วสิ...”
“ก็เอาสิค่ะ จะแกล้งยังไงแบบไหนละ? ยังไง เต้ยก็ไม่กลัวหรอกนะ..” เธอตอบผมอย่างไม่นึกกลัว ก่อนที่ผมจะตอบเธอกลับว่า
“แล้วถ้าพี่บอกว่าจะแกล้งเธอเหมือนที่เราแกล้งพี่เมื่อเช้าละ?” ผมตอบ อย่างจงใจแกล้งแหย่เธอ ซึ่งนั้นก็ทำให้เต้ยถึงกับนิ่งไปแวบหนึ่งแล้ว...ก่อนที่จะเป็นผม ที่ต้องอึ้งกับคำกล่าวตอบของเธอ..
“ก็เอาอย่างงั้นก็ได้ค่ะ ถ้าพี่กายหาที่เหมาะๆ ให้เต้ยได้ละก็ เต้ยยินดีให้พี่แกล้งสัก ดอก 2 ดอกเลยนะ..” เธอตอบผม ด้วยความกล้าและใจถึงจนทำเอาผมอึ้ง กับคำตอบนี้...
“ทะ ที่เหมาะๆ เหรอ? ...” ผมเอ่ยทวนในบางคำที่เอตอบกลับผม ซึ่งผมรู้สึก เหมือนเธอกำลังยิ้มและเอ่ยตอบกับผม..
“อื้ออออ... อย่างตามแนว โขนหินพวกนั้น แต่ต้องลึก และลับกว่านี้หน่อยนะ..” เธอตอบอย่างยกตัวอย่าง ซึ่งผมก็พอเข้าใจที่เธอพูด แต่โชคร้ายที่บริเวณดั่งกล่าวมันไม่มีเลย ถึงแม้จะมีเกาะเล็กๆ ที่มีโชนหินบ้าง แต่ มันก็ไม่ลึกลับ ซ่อนเร้น พอที่สามารถจะทำกิจกรรมอันร้อนแรงได้เลย....
และผมก็สงสัยมาก ว่า ถ้ามี สถานที่แบบนั้นจริง เต้ยจะ กล้าทำจริงๆ เหรอ? ผมนึกอย่างสงสัย พร้อมกับวาดภาพจิตนาการ ถึงความใจกล้าของเธอ หาก มีสถานที่ ที่ว่านั้นจริงๆ ละก็ ผมคงอาจจะได้เห็น เต้ย ค่อยๆ บรรจงถอดชุดว่ายน้ำ ณ.สถานที่แห่งนั้น2 ชิ้นนั้นออก พร้อมกับ ค่อยๆ หันหลังให้กับผม ก่อนจะขยับโก้งโค้ง และเอ่ยเชื้อเชิญผมด้วยท่าทีที่ร้อนแรง...
“พี่กายค่ะ เงียบแบบนี้ อย่าบอกนะว่า ตั้งใจหาที่แบบนั้นจริงๆ จังๆ นะ..” เต้ยที่เอ่ยกล่าวข้างๆ หูผมด้วยเสียงที่ดังเล็กน้อย ซึ่งทำให้ผมที่อยู่ในภวังค์ในจิตนาการอันแสน....นั้น ก็ถึงกับ สะดุ้งได้สติ...
“จะบ้าเหรอ? ...เห็นพี่เป็นคนยังไงนะ..” ผมตอบเธอกลับทันที ทั้งๆ ที่ช่วงล่าง ท่อนเอ็นของผมนั้นมันแข็งไปหมดแล้ว จากการ จิตนาการของผมเมื่อกี้นี้...โดยที่ผมก็รู้สึกได้ถึงการจ้องมองของเต้ยที่ มองอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไร แถมเหมือนรู้สึกเธอจะจ้องมองอย่างอมยิ้มนิดๆ ด้วยสิ....
หลังจากนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น...ผมกับเธอก็ต่างดำน้ำส่องดูธรรมชาติใต้ทะเลนั้น จนกระทั้ง เสร็จสิ้นการดำน้ำทั้ง 4 จุด ซึ่งตอนขากลับมานั้น ส่วนใหญ่ ก็ต่างพากันหลับสนิท เต้ย ก็เป็น 1 ในกลุ่มที่หลับสนิทด้วย...ซึ่งผมก็มองเธอที่นอนซบไหล่ผมอย่างยิ้มน้อยๆ เห็นเธอหมดแรงแบบนี้ ก็ทำให้ผมสงสัยนิดๆ ว่า เธอยังจะมีแรงเหลือ เล่นอะไรกับผมคืนนี้จริงๆ เหรอ? ... (เนื่องจากเต้ยไม่ได้แค่ดำน้ำกับผมเท่านั้น บางทีก็แอบไปดำแกล้งพี่ๆ ทีมงานด้วย..)
ส่วนตัวผมนั้น อีกสัก ก็ทำการพักสายตาบ้าง แต่กว่าจะหลับตามหลายๆ คนนั้น ผมก็มองออกไปดูท้องทะเลที่ใสสีสวยนั้น พร้อมกับครุ่นคิดทบทวนถึงการดำน้ำทั้ง 4 จุดนั้นอยู่พักหนึ่ง...โดยที่ผมก็ยอมรับว่า จุดดำน้ำทั้ง 4 จุดนั้น มีที่ประทับใจ และ ไม่ประทับใจ ปนๆ กันไป ซึ่งอันที่ไม่ประทับใจนั้น รู้สึกเสียดาย ที่ตัวเองมาช้าเพราะผมค่อนข้างเชื่อว่า ในอดีตจุดนั้น มันคงเป็นที่ๆ สวยมากๆ แน่ๆ
ใช้เวลาราวๆ 40 นาทีได้ กว่าที่เรือจะแล่นกลับไปถึงยังชายหาดของรีสอร์ทที่พวกเราพัก แน่นอนว่า ทุกคนก็ลงจากเรือ และต่างแยกย้ายไปพักผ่อน ก่อนที่จะมารวมตัวใน ช่วงอาหารเย็น แต่สิ่งที่ผม (และอีกหลายคน) รอคอยอยู่นั้น มันไม่ใช่ ช่วงอาหารเย็นหรอก แต่เป็น เหตุการณ์หลังอาหารเย็นไปแล้วต่างหาก....
ทีแรกผมก็นึกว่าตัวเองจะคาดถูก ว่า มันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้...เพราะตอนรับประทานอาหารเสร็จ เต้ยก็บ่นๆ ว่า เพลียขอตัวไปนอนก่อน ซึ่งทุกคนก็ต่างไม่มีใครสงสัย รวมทั้งตัวของผมเองด้วย เพราะทุกคนทั้งรู้ทั้งเห็นว่า วันนี้เธอคึกขนาดไหน จึงไม่แปลกใจหรือสงสัยที่เธอทานเสร็จจะขอตัวไปนอน...
ใช่...ผมเองก็ยังเชื่อสนิทเลยว่าเธอหมดแรงแล้วจริงๆ ซึ่งผมก็ยังคงนั่งทานอยู่กับพี่ๆ ทีมงานของเต้ยอยู่อีกพักและจึงค่อยกลับไปที่ห้อง ซึ่งพอไปถึงผมเปิดประตูเข้ามา ผมก็ยิ่งวางใจมากขึ้น เพราะเห็นเหมือนเธอนอนคลุมโปงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผมที่ค่อยๆ ปิดประตูห้องและค่อยๆ ขยับเดินไปที่เตียงที่เต้ยนอนนั้น ด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้ม และในขณะที่ผมเดินไปยังไม่ถึงเตียงของเต้ย ถึงเตียงของผมก่อน ผมก็รู้สึกถึงใครบางคนที่เดินเข้ามาหาผมจากทางด้านหลัง ก่อนจะออกแรงผลักผมให้ล้มลงไปนอนยังที่เตียงนั้น... (ตั้งแต่ผมเข้ามา ห้องก็มืดมีเพียงแสงไฟที่หัวเตียงเปิดอยู่นิดเดียว ซึ่งผมไม่เปิดไฟห้องเพราะกลัวว่าเป็นการปลุกเธอครับ..)
พอผมหันกลับไปผมก็ต้องชะงักและแปลกใจเล็กน้อยเมื่อคนที่ทำเช่นนั้น คือ เต้ย...
“มาช้านะค่ะ พี่กาย...” เธอเอ่ยเชิงต่อว่าผมด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับขยับเข้าขึ้นคร่อมร่างของผม ในสภาพชุดที่ออกดูsexy มากๆ เป็นชุดเดรนสายเดี่ยวบางเฉียบ...
“เต้ย?? ละ แล้วนั้นละ..” ผมที่เอ่ยร้องด้วยท่าที งงๆ พร้อมกับเอ่ยถาม ถึงร่างที่นอนขดคลุมโปงอยู่เตียงข้างๆ นั้น...
“หืออ...นั้นนะเหรอ? ตัวหลอกค่ะ..” เต้ยตอบ พร้อมกับอธิบายว่า เตียงข้างๆ ที่ผมเห็นไม่มีอะไร ใต้ผ้าห่มนั้นมีเพียงกระเป๋าเดินทาง ซึ่งเธอก็เอามาจัดวาง ทำให้ดูเหมือนเป็นเธอที่กำลังนอนกลุ่มโปงอยู่ เพราะรู้ว่าถ้าผมเห็นเธอยังตาสว่างอยู่ อาจจะไม่ยอมเข้าห้องก็ได้...
“โห...ถึงขนาดต้องทำตัวหลอก กลัวพี่เบี้ยวขนาดนั้นเลยเหรอ? ..” ผมเอ่ยร้องด้วยท่าทีน้ำเสียงอย่างทึ่งๆ ...
“ใช่!!...” เต้ยตอบกลับทันทีอย่างชัดถ้อยชัดคำ ซึ่งมันก็ทำให้ผมเถียงไม่ออก เพราะผมก็หาทางเบี้ยวเธออยู่เหมือนกัน..
“จ๋าๆ พี่ยอมแล้ว...แต่เราจะเล่นไหวแน่เหรอ? ..” ผมเอ่ยอย่างยอมพร้อมกับร้องถาม ด้วยท่าทีที่ยอมจำนน และนั้นก็ทำให้เอจ้องมองผมด้วยรอยยิ้มที่แสนหวาน......
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกพี่กาย...พี่กายไม่เคยได้ยินเหรอว่า พวกดารา นักร้อง หรือ นางแบบ มักจะมี แรงก๊อก 2..ก๊อก 3 เก็บไว้เสมอ..” ถ้อยคำตอบของเธอ ก็ทำให้ผมมองอย่างพูดอะไรไม่ออก มาถึงตอนนี้ ผมเพิ่งรู้ตัวว่า ท่าทีที่เธอแสดงออกมาตั้งแต่เมื่อเย็น อาจจะเป็นเพียงแค่ละครก็ได้ ละครเพื่อให้ “เหยื่อ” ผู้น่าสงสารอย่างผม ตายใจ และมาติดกับ นักล่าผู้แสนน่ารักอย่างเธอ...