King of world ราชันแห่งพิภพ

    รุ่งสาง


    “ลาก่อนไอ้ตะขาบเส็งเคร็ง!!”วาสส่งเสียงกระซิบเบาๆที่ข้างหูของเบกก์
    หนังศีรษะของเบกก์ชาหนึบ เขาจดจำน้ำเสียงนี้ได้ดีเพราะว่ามันเป็นเสียงที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอมาตลอด
    นาทีนี้เบกก์มั่นใจแล้วว่าตนคงจะไม่มีทางรอดแล้วแน่ แต่เขาไม่มีทางยอมให้ตัวเองตายเปล่า
    “คนทร...”น่าเสียดายที่วาสไม่ปล่อยให้เบกก์ทำตามความต้องการ เขาหมุนตัวสะบัดศอกเข้าใส่ใต้คางเบกก์อย่างหนักหน่วง ส่งผลให้สติของเบกก์วูบดับหายไปตลอดกาล
    ร่างในชุดคลุมสีขาวที่มือกุมดาบแทงร่างเบกก์เต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่รู้ตัวว่าได้ถูกวาสใช้เป็นเครื่องมือสำหรับแก้แค้นไปเรียบร้อยแล้ว
    “เจ้าทำอะไรลงไป!”เสียงตะโกนดังลั่นส่งผลให้ทุกคนในสนามรบเงยหน้าขึ้นมอง
    บนท้องฟ้ายามค่ำคืนควันสีดำได้ลอยมาเกาะกลุ่มกันก่อนจะปรากฏร่างของทูก้าขึ้น
    ดวงตาของทูก้าแดงก่ำต้องเขม็งไปที่ร่างในชุดคลุมสีขาวและวาสที่ยืนอยู่ด้วยกัน เขาเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบและจึงสรุปได้ว่าร่างในชุดคลุมสีขาวและวาสนั้นได้ร่วมมือกันสังหารเบกก์
    “เจ้าคือคนทรยศ!”แต่ก่อนที่ทูก้าจะได้ลงมือจัดการวาส สัญชาตญาณของเขาก็ร้องเตือนถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา ร่างของเขาดีดทะยานไปที่ด้านหนึ่งหลบห่าฝนเข็มไปได้พอดิบพอดี
    “หาแกเจอแล้ว!”ร่างในชุดคลุมสีขาวอีกร่างดีดทะยานออกมาจากเปลือกไม้เรืองแสง ที่ด้านหลังมีหอกแกะสลักห้าเล่มลอยเคว้งคว้างอยู่โดยไร้ผู้ควบคุม
    “ขยันตามจริงโว้ยยย!”ทูก้าโวยลั่น ยกเลิกความคิดที่จะจัดการวาสชั่วคราว ร่างกายพองขยายเตรียมตัวจะหลบหนีอีกรอบ ส่วนวาสนั้นก็ตีเนียนพุ่งกระโจนหลบออกไปยังทิศหนึ่งเงียบๆโดยไม่มีใครขัดขวาง
    “อย่างหวังว่าจะหนีไปได้!”ทันใดนั้นที่ใต้เท้าของทูก้าก็มีโซ่สามเส้นพุ่งขึ้นมารัดแขนขาของเขาไว้ก่อนแล้วฉุดกระชากลงมาอย่างแรง หอกทั้งห้าหมุนฉวัดเฉวียนพุ่งตรงปักเป็นรูปดาวห้าแฉกก่อเกิดสนามพลังกักตัวทูก้าไว้!
    “ไม่!”ทูก้าสะบัดแขนขาพยายามทำลายโว่ที่พันธนาการเขาไว้ แต่เปล่าประโยชน์ นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ทั้งสองคนจากเผ่าพันธุ์มูนควีนได้โผล่มาจากเปลือกไม้เรืองแสงแล้วเข้าโรมรันกับทูก้าอย่างรวดเร็ว
    ทูก้าแผดเสียงร้องคำราม พื้นที่ที่กักขังไว้ไม่กว้างพอที่จะให้เขาหลบหนีไปที่ไหนได้ เขาจึงสละความคิดที่จะหลบหนีและสู้เดิมพันชีวิตกับนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ทั้งสองคนจากเผ่าพันธุ์มูนควีนอย่างสุดชีวิต!
    เสียงระเบิดดังสะท้านสะเทือนไปรอบด้าน หากไม่มีพื้นที่กักพลังไว้เกรงว่าลูกหลงจากการต่อสู้ของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2คงจะทำให้บริเวณโดยรอบถูกทำลายทิ้งไม่เหลือซาก
    ด้วยความที่นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ทั้งสองคนจากเผ่าพันธุ์มูนควีนนั้นมีพลังเพียงแค่ครึ่งเดียวจึงทำให้การต่อสู้ดำเนินไปอย่างสูสี แต่สำหรับทูก้าที่แทบไม่มีสกิลไว้ใช้ในการต่อสู้เลยเรียกว่าหืดขึ้นคอเป็นอย่างมาก
    สิ่งเดียวที่เขาทำได้นั้นก็คือพยายามตั้งรับการโจมตีของอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด
    “คิดจะถ่วงเวลางั้นหรอ! งั้นไปเถอะ!”หนึ่งในนักรบกลายพันธุ์จากเผ่าพันธุ์มูนควีนตะโกนก้อง เขานำสิ่งที่เหมือนกิ่งไม้สีม่วงออกมาเพียงดีดนิ้วใส่ที่ปลายกิ่ง ไฟก็ลุกพรึ่บ! กลุ่มควันสีม่วงพุ่งทะลักออกมา
    พิษ!
    ไม่ต้องบอกทูก้าก็รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ควันพิษสีม่วงนั้นรุนแรงมากถึงขนาดที่ทำให้ร่างของผู้ที่ถืออยู่นั้นเริ่มสลายหายไปช้าๆ“อ๊ากกกก! ปล่อยข้าๆๆๆๆๆๆๆ”ทูก้าไม่สนใจที่จะป้องกันการโจมตีใดๆทั้งสิ้นแล้ว เขาระดมทำลายเปลือกไม้ที่ใต้เท้าอย่างบ้าคลั่งหวังจะหลบหนีไปด้านล่าง
    “ฮ่าๆๆ ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ต้องตายในคืนนี้!”ร่างในชุดคลุมสีขาวอีกคนฉวยโอกาสที่ทูก้ากำลังตั้งหน้าตั้งตาหลบหนีระดมปาเข็มในมือเข้าใส่ทูก้าไม่ยั้ง!
    แต่จู่ๆทั่วร่างของทูก้าก็ขับเมือกสีขาวข้นหนาเตอะออกมา เมือกนั้นทั้งแข็งและเหนียวอย่างไม่น่าเชื่อจึงทำให้เข็มเหล่านั้นไม่สามารถสัมผัสผิวกายของทูก้าได้
    “ชิ! ลูกเล่นเยอะจริงๆ!”ร่างในชุดคลุมสีขาวรู้ตัวว่าเข็มพิษไม่สามารถจะทำอะไร จึงเปลี่ยนอาวุธเป็นใช้ลูกตุ้มหนามฟาดเข้าใส่ทูก้าไม่ขาดสาย
    ทูก้าพ่นเลือดออกมา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมแพ้มือที่เหลือเพียงข้างเดียวชกเข้าใส่เปลือกไม้เรืองแสงอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าควันพิษสีม่วงจะคลอบคลุมบริเวณที่พวกเขาอยู่แล้วก็ตาม
    เมือกที่ปกป้องร่างของทูก้าอยู่ละลายหายไปช้าๆ แต่ร่างของทูก้าก็ขับออกมาเพิ่มไม่หยุด ถึงแม้ว่าอัตราการขับเมือกออกมาจะช้ากว่าการที่เมือกถูกทำลายก็ตาม
    ร่างในชุดคลุมสีขาวทั้งสองที่ไม่มีเมือกป้องกันเหมือนทูก้า ได้ถูกควันพิษทำให้ร่างสลายไปแล้วรอบหนึ่ง หนึ่งในนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า
    “ออกไปรอกันข้างนอก ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะรอดไปได้”ร่างในชุดคลุมสีขาวทั้งคู่ค่อยๆจมลงไปในเปลือกไม้เรืองแสงก่อนจะโผล่มาที่พื้นที่นอกดาวห้าแฉกเฝ้ามองดูทูก้าดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยสายตาเย็นชา
    หมัดของทูก้ากระแทกเข้าใส่เปลือกไม้เรืองแสงอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้ทั้งกิ่งไม้ยักษ์สั่นสะเทือน แต่กระนั้นเปลือกไม้เรืองแสงก็ปรากฏรอยแตกร้าวแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นทำให้ทูก้าแทบจะสิ้นหวัง
    หมัดของเขาเพียงพอที่จะป่นหินแกร่งให้แหลกละเอียดได้ แต่กับแค่กิ่งไม้กิ่งหนึ่ง ทำไมเขาถึงทำลายมันไม่ได้!


    กาลเวลาผ่านไปจนใกล้ถึงยามฟ้าสาง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดอัตราการตายของทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนเริ่มช้าและจำนวนร่างแสงจันทร์ที่ถูกทำลายกลับเพิ่มสูงขึ้น บ่งบอกว่าทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนที่เหลือรอดอยู่นั้นล้วนเป็นยอดฝีมือแทบทั้งสิ้น!
    อย่างไรก็ตามกลับไม่มีทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนคนใดที่สามารถยิ้มออก เนื่องจากเวลานี้ไม่มีเสียงหมัดกระแทกเข้าใส่เปลือกไม้เรืองแสงอีกต่อไป เหลือเพียงแต่เศษซากนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ที่เปื่อยยุ่ยนอนกองอยู่บนพื้น!
    ทูก้าตายแล้ว!
    เขาตายก่อนจะถึงเวลารุ่งสางเสียด้วยซ้ำ!
    แต่ถึงอย่างนั้นการตายของเขาก็ก่อประโยชน์อยู่บ้าง เพราะตลอดเวลาที่เขาดิ้นรนเอาชีวิตรอดนั้น นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ทั้งคู่จำเป็นต้องยืนเฝ้าเขาตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เขาหลบหนีไปได้อีก
    ร่างในชุดคลุมสีขาวมองไปที่หลุมบนกิ่งไม้ยักษ์ที่ลึกจนเกือบจะทะลุไปอีกฝั่ง จากนั้นจึงปรายตามองไปยังดวงตะวันที่ใกล้จโผล่ขึ้นขอบฟ้าเต็มที
    “หมดเวลาแล้ว! ถอนกำลัง!”สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างในชุดคลุมสีขาวทั้งหลายที่กำลังลงมือต่อสู้กับศัตรูก็ชะงัก ก่อนที่จะพากันสลายร่างเป็นละอองแสงลอยหายไปในเปลือกไม้
    เมื่อยามตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า มหาพฤกษาแสงจันทร์ที่เคยเรืองแสงก็เปล่งประกายครั้งสุดท้าย ก่อนแสงนั้นจะดับไป คืนสู่สภาพปกติราวกับเป็นต้นไม้ทั่วๆไป
    ทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนทุกคนยังคงถืออาวุธค้างไว้อย่างนั้นจนผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้ว เมื่อแน่ใจว่าศัตรูได้จากไปแล้วจริงๆก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วทิ้งตัวลงก้นกระแทกพื้นอย่างเหน็ดเหนื่อย
    “เฮ้อ เรารอดละ...”
    ฉั๊วะ!
    ศีรษะหนึ่งหลุดลอยไปตามลมก่อนจะจมดิ่งหายไปในหมู่เมฆ เจ้าของดาบนั้นสะบัดดาบไล่เลือดที่ไหลย้อย ดวงตาใต้หมวกเหล็กเต็มไปด้วยความนิ่งสงบทว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง
    ดาบใหญ่ในมือตวัดฟันไปอีกครั้งส่งอีก3ศีรษะให้หลุดออกจากบ่า น้ำพุสีเลือดที่ฉีดพุ่งเตือนสติเหล่าทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนว่าการต่อสู้ยังไม่จบ!
    “เจ้าทำบ้าอะไร!!!”ทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนที่มึนงงอยู่ในตอนแรกท้ายที่สุดก็สามารถตั้งสติได้ พวกเขากุมอาวุธลุกขึ้นยืนจ้องมองที่วาสเขม็ง และมีคนหนึ่งตะโกนออกมาว่า
    “มัน...มันคือคนทรยศแน่ๆ!!!”วาสไม่ได้แยแสคำพูดเหล่านั้นเพียงตอบกลับไปว่า
    “ก็ไม่ผิด”วาสสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะพูดออกไปว่า
    “มีพวกแกอยู่ด้วยฉันคงจะทำอะไรไม่ถนัด ฉะนั้นช่วยตายไปทีเถอะ”
    วูบๆๆๆๆๆๆ
    วังวนมิติจำนวนนับสิบผุดขึ้นมาอีกฝากหนึ่งของเหล่าทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียน เหล่าซากทัพจำนวนราวๆหนึ่งพันเดินลากสังขารออกมา
    เหล่าซากทัพที่ออกมามีทั้งซากทัพธรรมดาและซากทัพนักรบกลายพันธุ์ผสมปนเปกันไป
    เหล่าทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนต่างพากันผงะจากผู้มาใหม่ซึ่งดูแล้วไม่มีทางมาดีอย่างแน่นอน
    กลิ่นซากศพและไอความตายที่ลอยคลุ้งนั้นชวนให้พวกเขานึกถึงศพที่อยู่ตามสุสาน
    “เจ้าพวกนี้มาจากไหนกัน! วาร์ปงั้นหรอ!”
    “ไม่ใช่! ดูจากวังวนนั่นมันไม่ใช่ประตูวาร์ป มันดูเหมือนสกิลมิติเชื่อมต่อของผู้ใช้มิติมากกว่า”
    “จะอย่างไหนก็ช่างเถอะ! พวกเจ้าครึ่งหนึ่งไปขวางพวกมันไว้ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งตามข้าไปฆ่าไอ้คนทรยศนั่นกัน!!”กองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนแบ่งเป็นสองกลุ่มในทันที กลุ่มหนึ่งเข้าโรมรันกับเหล่าซากทัพของวาสด้วยความสามารถไม่เต็มร้อยเพราะพึ่งผ่านศึกหนักมาเมื่อคืน ส่วนอีกกลุ่มนั้นพุ่งทะยานเข้าหาวาสหมายสังหารเขาให้เร็วที่สุด เพื่อปิดเส้นทางที่เหล่าซากทัพเดินทางมา
    นัยน์ตาสีดำกวาดมองเหล่าศัตรูนิ่งๆ ถึงภายในกลุ่มนั้นจะมีนักรบกลายพันธุ์อยู่หลายคนแต่เขาก็ไม่ยี่หระ
    ตราบใดที่ไม่มีนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 เขาก็ไม่กลัวใครทั้งนั้น!!!
    สกิลทลายขีดจำกัด!!!