หญิงสาว ได้แต่สบถเสียงเบาๆ นางจ้องหน้าเ้าของเสียงที่คุณเคย นั้นด้วยความประหลาดใจเมื่อพบว่าคนตรงหน้านั้น มีใบหน้าที่คล้ายนนท์คนรักเก่าที่เพิ่งเลิกกันไป เพียงแต่ชายตรงหน้าสวมใส่เสื้อผ้าในชุดจีนโบราณสง่างามอีกทั้งผมยาวไปจนถึงกลางหลัง เหมือนจะใช่แต่กลับไม่ใช่ทำอิงอิงเองสบสนไปชั่วขณะ
"อิงเอ๋อร์ เ้าเป็อย่างไรบ้าง"
เสียงทุ้มเอ่ย ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นใจััได้ถึงความห่วงใยที่เขามีให้กับภรรยาของเขา เขาสวมกอดอิงอิงอย่างอ่อนโยนในขณะที่อิงอิงไม่ทันตั้งตัวงุนงงกับคนตรงหน้า อ้อมกอดของเขากลับไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคยััถึง นี่มันคงเป็แค่ฝัน พอนึกขึ้นได้ว่าคือความฝันอิงอิงจึงขอเล่นตามบทบาทไปก็แล้วกันอีกไม่นานก็ตื่นแล้ว แค่ไหลไปตามน้ำก็แค่นั้น
"ท่าน...ท่านคือ?"
"ฮ่า ฮ่า อิงเอ๋อร์ของข้า นี่เ้าจำข้าไม่ได้แล้วงั้นหรือ ข้าคงไม่ได้กลับจวนนานเ้าถึงจำดวงใจของเ้าไม่ได้"
ชายหนุ่มหัวเราะลั่นด้วยความขำ และเอ็นดูในคำถามของภรรยา ก่อนถอนกอดออกจากอิงอิงแล้วย่อตัวก้มลงเล็กน้อย ยื่นหน้ามามองใกล้ๆ คนตรงหน้าที่มีส่วนสูงเพียง่อกของชายหนุ่มเท่านั้น อิงอิงที่ถูกมองแบบนั้นก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาใครใช้ให้มีใบหน้าเหมือนกันขนาดนี้ล่ะ
"ข้าก็คือสามีเ้าไงเล่า ฟางจิ้นหลินผู้กุมหัวใจเ้าเดี๋ยวนี้เ้ามีวิธีทำให้ข้าเอ็นดูเ้าแบบใหม่แล้วรึ..แต่แค่นี้ข้าก็หลงเ้าจะแย่แล้วนะ"
อิงอิงนิ่งไปชั่วครู่ไม่คิดว่าเขาก็คือสามีของเฟิงอิงในภพนี้ แล้วยังเป็สามีของยัยฮูยินใหญ่ดุร้ายนั่นอีกคน แม้แต่ภพนี้ก็ยังต้องมาอยู่ในรักสามเศร้า กรรมอะไรหนักหนา! เพียงแค่คิดก็รู้สึกเ็ปขึ้นมาอีกครั้งแผลเก่ายังสดใหม่มิหนำซ้ำ ยังโดนมีดเล่มเก่ากรีดซ้ำรอยเดิม
"ข้า..รู้สึกอ่อนเพลียนักต้องขอตัวก่อน"
อิงอิงที่หวนนึกถึงความเ็ปที่ผ่านมาหมาดๆ จึงไม่อาจพูดคุยกับฟางจิ้นหลินคนนี้ได้จึงรีบหมุนตัวจ้ำเท้ากลับเรือนโดยเร็วทิ้งให้จิ้นหลินกับอี้เหนียงยืนงงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"อิงเอ๋อร์ เป็อะไรไป"
"ข้าน้อยก็ไม่ทราบเ้าค่ะ ั้แ่ตอนเช้าที่คุณหนูฟื้นขึ้นมา นางก็ดูแปลกไปจากเดิมเช่นนี้ แต่ว่าใต้เท้าไม่ต้องห่วงหรอกเ้าค่ะอีกหน่อยอาการของฮูหยินรองคงจะดีขึ้นเร็ววันเ้าค่ะ"
"อืม ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ดูแลอิงเอ๋อร์ให้ดี...ข้าให้คนส่งอาภรณ์ชุดใหม่ไปให้ที่เรือนแล้วให้นางใส่มางานเลี้ยงคืนนี้ด้วย"
"เ้าค่ะใต้เท้า"
ยามซวี (เวลา19.00-2.59น.)
เสียงพิณและเครื่องดนตรีบรรเลงขึ้น บ่งบอกถึงงานเลี้ยงได้เริ่มขึ้นแล้ว งานเลี้ยงถูกจัดในเรือนรับรองจวนตระกูลฟางเหล่าสหายของใต้เท้าฟางจิ้นหลินต่างมาร่วมสังสรรค์ด้วยกันอย่างครึกครื้น ผู้คนเหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต่างรู้สึกรื่นเริงใจ เพราะนานมากแล้วที่จวนแห่งนี้ไม่ได้จัดงานเช่นนี้
ในขณะนี้ ฟางจิ้นหลินได้นั่งตรงเก้าอี้ประจำของเขา ข้างกายย่อมมีภรรยาเอก ฟางฮูหยินหยางซี นางสวมอาภรณ์สีน้ำเงินคราม อีกทั้งยังลายปักดอกโบตั๋นสีแดงตรงปลายแขนเสริมบุคลิกให้สง่า ในขณะที่ฮูหยินรองอย่างเฟิงอิง ก็นั่งอยู่อีกข้างของสามีเช่นกัน หญิงสาวในอยู่อาภรณ์สีชมพูอ่อนราวกับดอกท้อ ปักลายดอกท้อตรงปลายแขนช่างหวานหยดย้อย เหมาะกับใบหน้าที่แต่งเติมอย่างบางเบา ของนางยิ่งนัก แม้จะตรงกันข้ามกับการแต่งกายของอิงอิงอย่างที่ผ่านมา แต่ทว่าลุคสาวหวานก็ไม่เลวทีเดียว
"วันนี้ข้ากลับจวนในรอบปี จึงจัดงานเลี้ยงสังสรรค์นี้ขึ้นมาเพื่อจะได้ร่วมดื่มกับมิตรสหายทุกท่าน วันนี้ขอให้ทุกท่านดื่มกันให้เต็มที่"
จิ้นหลินยกจอกสุราขึ้นมา เหล่าคนในเรือนรับรองต่างก็ยกจอกสุราขึ้นมาดื่มกันด้วยใบหน้ามีความสุขสำราญ
"วันนี้ ได้มาร่วมสังสรรค์กับท่านช่างเป็โชคดีของข้ายิ่งนัก และยังไงด้มีโอกาสพบเจอกับฟางฮูหยินทั้งสองช่างงามสมคำร่ำลือนัก"
ใต้เท้าหวัง เอ่ยขึ้นในขณะที่จิ้นหลินยิ้มอย่างพึงพอใจกับ คำพูดเชยชมที่มีต่อฮูหยินของเขา เขาเป็ถึงรองแม่ทัพเื่หน้าตาเป็สิ่งสำคัญ ยิ่งกับฮูหยินในจวนของเขาแล้วหากมีผู้ใดเชยชมเขายิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นดีพร้อมทุกด้านเหนือกว่าผู้ใด
"ขอบคุณ ใต้เท้าหวังท่านชมเกินไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฮูหยินทั้งสองของข้านั้นก็งดงามจนจริง ทำให้ข้าลุ่มหลงพวกนางยิ่งนัก"ว่าแล้วเขาก็มองไปทางภรรยาทั้งสองคน หยางซียิ้มตอบกลับ แต่ว่าอิงอิงกับเบือนหน้านี้
"ท่านพี่ละก็ เอ่ยอะไรเช่นนั้นกันละเ้าคะ "
ฮูหยินใหญ่เอามือตีไหล่ จิ้นหลินเบาๆ อีกทั้งทำท่าทางเหนียมอาย เล็กน้อย
ส่วนอิงอิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกชักจะถูก ฟ้ากลั่นแกล้งเกินไปที่ต้องมาเจอกับตาจิ้นหลินอะไรนี่ ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คงจะเป็ใบหน้าของเขาที่เหมือนกับอดีตคนรัก อีกทั้งยังต้องมาเห็นเขาหยอกล้อกับฮูหยินดุร้ายผู้นี้อีก แล้วดูทำท่าทีเข้าสิทีกับสตรีตัวน้อยๆ วางอำนาจใส่อย่างกับคนละคนในเวลานี้
"อี้เหนียง รินสุราให้ข้าหน่อย"
"คุณหนูท่านดื่มไม่ได้นะเ้าคะ ร่างกายของท่านอ่อนแอมาก ไม่อย่างนั้นอาการป่วยท่านจะกำเริบได้"
"ข้าหายแล้ว..ข้าจะดื่ม มะ..ข้ารินเอง"
เอ่ยเสร็จอิงอิง ไม่สนคำเตือของสาวใช้ คว้าไหสุราที่อยู่ข้างๆ มือของอี้เหนียง รินใส่จอกแล้วยกดื่มรวดเดียวหมด มีเพียงความเมาจะหยุดความว้าวุ้นในใจได้
"คะ ...คุณหนูเ้าคะ! ท่านจะป่วยเอานะเ้าคะ"
อี้เหนียงรีบรินน้ำให้ผู้เป็นายดื่ม แต่นางกลับไม่สนใจแก้วน้ำแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยกสุรามารินใส่จอกยกดื่มต่อไม่ยั้งมือ หนึ่งจอก สองจอก สามจอกผ่านไป
หยางซีหันไปมองอิงอิง ที่กำลังดื่มหนักอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นางได้แต่ยิ้มมุมปากให้กับท่าทางไม่สำรวมเอาเสียเลยนั่น
"ช่างขายหน้าท่านพี่ยิ่งนัก เป็สตรีแต่กลับดื่มหนักไม่สำรวมกริยาตนเอง"
"ช่างเถอะน่า ปกติข้าแทบไม่เห็นอิงเอ๋อร์ในมุมนี้เลย วันนี้อาการป่วยนางคงจะหายดีแล้ว นางถึงดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนมากนัก "
จิ้นหลินเอ่ยพร้อมฉีกยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มหน้าแดงด้วยฤทธิ์ของสุรา แต่ก็ยังจะดื่มต่อ หยางซีได้แต่ปรายตามองเธอ แล้วก็ยกจอกสุรามาดื่มด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางรู้ดีว่าสามีของนางโปรดปรานสตรีขี้โรคผู้นี้ยิ่งนัก
"คุณหนูเ้าคะพอเถอะเ้าค่ะ ท่านเมามากแล้ว"
อี้เหนียงแย่งจอกสุราออกจากมือหญิงสาวที่เมามาย ในขณะที่อิงอิง เริ่มโอนเอนนั่งก็ยังไม่มั่นคงด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
"คาย..มาว ฉานเนี้ยนะมาว เอาไรมาพูด "พร้อมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง สาวใช้รีบเก็บไหสุราหลบไว้ไม้ให้นายหญิงดื่มต่อ
"คุณหนูกลับเรือนกันเถอะเ้าค่ะ"
"ด้ายๆ ฉานจะกลับห้องกับเธอ แต่รอแปป"
อิงอิงลุกขึ้นแล้วเซเล็กน้อย นางจำเท้าเดินโซซัดโซเซเข้าไปประชิดตัวของจิ้นหลินที่กำลังพูดคุยกับเหล่าสหาย ผู้เป็สามีรีบประคองตัวเอาไว้ทันที อิงอิงเอามือจับประกบเข้าที่แก้มเขาทั้งสองข้างแล้วมองด้วยสายตาเศร้าหมอง
"คุณทำมาย ทำกับฉ้านแบบนี้ ไอ้คนไม่จริงใจ ฉ้าน เสียใจขนาดไหน รู้ม้ายย" คำพูดของคนเมาทำเอาจิ้นหลินและคนไหนงานงุนงง จิ้นหลินเองเห็นว่านางเมาแล้วจึงจับมือของภรรยาบนแก้มตนเองอย่างเบามือ
"เ้าพูดอะไรของเ้าอิงเอ๋อร์ เมาแล้วกลับเรือนไปพักผ่อนเถิดมีอะไรพรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกัน"
"ใต้เท้าเ้าคะอี้เหนียงขอพาคุณหนูกลับเรือนก่อนนะเ้า"
"ไปเถอะ ดูแลนางให้ดี"
"เ้าคะ..ไปกันคุณหนูข้าจะประคองท่านเอง"
"ไม่ต้อง ฉ้านเดินเองด้ายซาบายม๊าก เอิ๊ก"
ว่าแล้วอิงอิงก็เดินเซซ๊ายที ขวาที นำอี้เหนียงออกจากเรือนรับรองไปจนทั้งคู่เดินมาถึงเรือนของเฟิงอิง อย่างทุลักทุเลกว่าจะถึงเรือนได้ อิงอิงแวะอ๊วกข้างทางมาตลอด อี้เหนียงเกรงว่าคุณหนูของนางจะเมาจนนอนไม่ได้จึงรินน้ำให้อิงอิงดื่มอยู่หลายถ้วยเช็ดตัวให้เพื่อบรรเทาอาการเมา ผ่านไปเสองชั่วยาม อาการเมาของอิงอิงเริ่มสร่าง แต่ก็ยังคงหลงเหลืออยู่พอให้มีสติอยู่บ้าง
"ดีขึ้นไหมเ้าคะ"
"อืม ดีขึ้นบ้างแล้ว..แต่ก็มึนๆ นิดหนึ่ง"
"ท่านดื่มหนักเกินไปแล้วนะเ้าคะ ถ้าเกิดเป็อะไรขึ้นมาข้าจะทำเช่นไร"
"ไม่เป็ไรหรอกน่า ฉัน..อะ อึ้ม ข้ายังสบายดีเห็นรึไม่..เ้านี่ขี้บ่นจังเลย" หญิงสาวชักไม่แน่ใจละว่านี่เป็ฯสาวใช้หรือว่าป้าที่คอยเลี้ยงดูเธออีกคน
"ข้าเป็ห่วงท่านนิเ้าคะ งั้นคุณหนูนอนเถอะเ้าค่ะ ข้าจะเตรียมที่นอนให้"
ว่าแล้วสาวใช้ก็จัดที่นอนให้ใหม่
"ข้าอยากออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย ยังรู้สึกปวดหัวอยู่หน่อยๆ"
"ไม่ได้เ้าค่ะ ท่านเมามากแล้ว หากเผลอตกลงไปสระบัวอีกละก็...."
"ไม่หรอก ข้าจะไม่ไปใกล้สระบัวโอเคไหม"
"โอเค..คืออะไรเ้าคะ"
อี้เหนียง สงสัยในคำพูดที่ไม่คุ้นหู
"หมายถึง ตกลงไหมน่ะ...งั้นข้าไปละ"
พูดเสร็จอิงอิงก็รีบเดินออกจากเรือนโดยไว อยู่ต่างภพต่างมิติมันก็น่าตื่นเต้นไปอีกแบบ ขอเดินสำรวจจวนสักหน่อย ไม่น่าดื่มจนเมาขนาดนี้เลย หญิงสาวเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทางเดิน ในขณะนี้อาการเมาก็ยังไม่สร่างดียังคงมีฤทธิ์สุราหลงเหลือ ทำให้เธอมึนอยู่ในหัวอยู่บ้าง
เธอเอามือนวดตรงขมับของตัวเอง แต่ทันใดนั้นเธอก็เห็นบางอย่างสีขาวๆ ขดตัวอยู่หน้าประตูเรือนหลังหนึ่ง
"แมวสีขาว..สีเหมือนกันเ้าตัวที่คาบแหวนมาให้เลย หรือว่า..จะใช่มัน"
อิงอิงรีบเดินตรงไปหาเ้าเหมียวที่นอนอยู่ ทันใดที่มันได้นั้นเสียงฝีเท้าเดินใกล้มัน ด้วยความใก็รีบมุดตัวเข้าไปในประตูเรือนที่แง้มอยู่ทันที
"เอ๊า เดี๋ยวก่อนสิ"
อิงอิงได้แต่ลังเล คิดจะตามมันไปดีหรือไม่ แต่ด้วยความอยากรู้ว่าใช่แมวตัวนั้นรึไม่เธอจึงผลักประตูเรือนเข้าไปจนได้
"เ้าเหมียวอยู่ไหนเอ่ย ออกมาเถอะ"
หญิงสาวเรียกเสียงแ่เบา ค่อยๆ ย่องเดินตามหาเ้าแมวสีขาว ราวกับว่าตัวเองกำลังป็นผู้บุกรุกเรือนผู้อื่น คิดแค่ว่ารีบจับเ้าอ้วนออกไปให้ไวที่สุด อิงอิงมองห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ในเรือนมีแสงตะเกียงเพียงพอให้สว่างสไหว ดูยังไงก็น่าจะเป็ห้องรับรองแขก เพราะทุกอย่างดูเรียบง่ายของน้อยชิ้น
พอเดินไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เจอเ้าเหมียว ไม่รู้มันหลบเข้าไปอยู่ที่ไหน จนกระทั้งเดินมาหยุดที่น้าห้องอาบน้ำ อิงอิงจึงค่อยๆ เปิดมู่ลี่ที่หน้าประตูเข้าไป จึงพบ อ่างอาบน้ำที่ทำด้วยไม้ไผ่ใบใหญ่ตั้งอยู่ มีผ้าม่านกั้นรอบๆ บริเวณ อ่าง และมีโต๊ะไม้สำหรับวางของตั้งอยู่ใกล้ๆ เช่นกัน กวาดสายตามองรอบๆ ก็พบว่าเ้าเหมียวแอบอยู่ใต้โต๊ะนั่นเอง
"เจอแล้วเด็กดี ออกมาเร็ว มามะมาหาพี่เร็ว"
อิงอิงพยายามจะเข้าหาเ้าเหมียวแต่ มันกลับใกว่าเดิมวิ่งพรวดออกจากห้องอาบน้ำไปทันที
"ไอ้เหมี๊ยววววว"
จังหวะกำลังจะวิ่งตามแมว ทันใดก็ได้ยินฝีเท้าเดินอยู่ในเรือน หญิงสาวใจึงหาที่ซ่อนตัวในห้องอาบน้ำ โดยการเข้าไปแอบใต้โต๊ะที่พอจะลับตาได้บ้าง หวังเอาตัวรอด
"โธ่เอ๊ย ไอ้อิงหาเื่ซวยแล้ว ถ้าถูกจับได้โดนจะโดนเครื่องปะาหัวสนัขไหม"
"เ้าออกไปเถอะ ถิงถิงข้าจะนอนแล้ว"
เสียงแจ้วเอ่ยกับคนข้างนอก ทำเอาอิงอิงเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น จะเป็ใครล่ะ ก็ยัยฮูหยินดุร้ายน่ะสิ ซวยยิ่งกว่าซวย
ตายหยังเขียดแน่ไอ้อิงเอ๊ย มาบุกรังพญาผึ้งซะแล้ว
สิ้นเสียงจากข้างนอกก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้าในห้องอาบน้ำทันที อิงอิงได้แต่พนมมืออยู่ตรงมุมมืดลับตาใต้โต๊ะขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เขารอดพ้นจากสายตาของฮูหยินด้วยเถิด เพี้ยงงงง
แต่ก็ต้องตาค้างเมื่อเสียง สิ่งของบางอย่างถูกปลดออกแล้ววางบนโต๊ะที่ละชิ้นๆ
โอ้..แม่เ้าาา ฉันไม่ได้ตั้งใจแอบมองนะ แต่เธอถอดมันต่อหน้าฉันเองอะ
หยางซีกำลังปลดเครื่องประดับออกทีละชิ้นและตามด้วยชุดสีน้ำเงินครามที่สวมใส่ออก วางไว้บนโต๊ะ จนเหลือแค่คลุมชุดขาวชั้นในสุดบางๆ พริ้วไหวตามการเคลื่อนไหว เผยให้สัดส่วนโค้งเว้าที่ชัดเจนของนางพอมองแล้วกลับดูเย้ายวนชวนฝัน แม้จะเป็สตรีด้วยกันก็อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้
ขณะนี้นางยืนหันหลังกำลังสยายผมยาวสลวยสีดำสนิทอยู่ โดยที่ฮูหยินไม่ทันสังเกตในมุมมืดว่ามีใครบางคนซ่อนอยู่ ก่อนจะแกะเชือกที่คาดเอวแล้วออกแล้วเลื่อนมือ ค่อยๆ เปลื่องผ้าจากหัวไหล่ลงมา คนที่แอบซ่อนอยู่ทำตัวไม่ถูกอยากจะห้ามใจจะขาด ว่าอย่าถอดเด็ดขาด ดันเผลอขยับตัวทำให้หัวชนเข้ากับโต๊ะอย่าจังดัง ปั๊ก
โอ๊ย!
เสียงอุทานดังขึ้นทำให้ฮูหยินใหญ่หันตามเสียงทันที
"ใครกัน!"
หยางซีะโออกมาลั่นอีกทั้งรีบคว้าเสื้อคลุมชั้นนอกคลุมร่างกายของตนเองทันที แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปมาดูมุมมืดต้นเสียงอย่างระแวดระวัง อิงอิงรีบลุกพรวดขึ้นมารวบแขนสองข้างของหยาซีเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวที่แข็งแรงของเขาจากนั้น ดันตัวหยางซีถอยหลังจนชิดผนังไม้ห้องอาบน้ำ แล้วเอามืออีกข้างปิดปากหยางซีไว้แน่น เพื่อไม่ให้นางมีเสียงเล็ดรอดออกมา นี่เป็วิธีเดียวที่อิงอิงคิดได้ หญิงสาวไม่เว้นจังหวะให้อย่างซีได้โวยวายออกมาได้
"ฮูหยินท่านอย่าเพิ่งเอะอะออกไป ข้าเองๆ ท่านฟังข้าก่อนนะ"
หยางซีเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนเบื้องหน้ายิ่งทำให้นางพยายามดิ้นให้หลุดแต่ไม่เป็ผล เพราะแรงของโจรชั่วบุกรุกผู้นี้มีมากเกินไป นางจึงตัดสินใจกัดเข้าที่มืออิงอิงสุดแรง
โอ๊ยย!
อิงอิงดึงมือ ออกด้วยความเจ็บหยางซีเห็นอย่างนั้นก็ไม่รอช้ารีบะโให้คนข้างนอกได้ยินทันที แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน
"ใครอยู่ข้างนอก ช่วยข้าด้วย! มีคนบุกรุกเรือนข้า"
อิงอิงได้ยินเช่นนั้นก็รีบจะเอามือข้างที่เจ็บปิดปากนางไม่ให้ะโออกไปอีกครั้ง แต่นางกลับไม่ยอมพยายามขัดขืนทุกทาง
"ปล่อยข้า เฟิงอิงเ้าลอบเข้าห้องข้ามีเจตนาอันใด เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!"
"ข้าเปล่า ข้าแค่มาตามหาแมว ตามหาแมวจริงๆ ท่านอย่าะโได้ไหมฮูหยิน"
“คอยดูข้าจะให้ท่านพี่จัดการกับเ้าดูสิว่ายังจะแสร้งอะไรได้อีก”
"ถิงถิง ช่วยข้าด้ว....."
ไม่ทันได้จบประโยค หยางซีก็พลันถูกหยุดเสียงเพรียกร้องด้วยเรียวปากอุ่นที่ประกบอยู่บนปากของนางในขณะนี้ นางเบิกตากว้างใกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่นางกลับไม่มีแรงแม้จะต่อต้านคนเบื้องหน้าได้ เพราะคนเบื้องหน้าสอดมือจับที่ท้ายท้อยของนางเอาไว้แน่น ต่อให้คิดจะถอนออกก็เป็ไปไม่ได้ และนี่เป็วิธีเดียวขณะที่จวนตัวของอิงอิงพอจะคิดออกในเวลานี้ คงต้องล่วงเกินฮูหยินเสียแล้วเพื่อที่จะหยุดนางได้
ไอ้คนโฉยโอกาส หญิงสาวพร่ำด่าตัวเอง
ริมผีปากนุ่มประกบกันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสุรา หยางซีเองก่อนกลับก็ดื่มมาไม่น้อยหยางซีพยามยามดิ้นอยู่ชั่วครู่แต่ด้วยฤทธิ์สุราทำเอาร่างกายของเธอร้อนวูบไปจนถึงใบหน้า แม้จะใที่จู่ๆ สตรีนางหนึ่งพุ่งเข้าจุมพิต แต่ฉไหนบัดนี้กลับเริ่มรู้สึกว่าริมผีปากนิ่มของสตรีผู้นี้ช่างหอมหวานปานน้ำผึ้งเสียได้ หยางซีเริ่มหลับตาพริ้มเผลอเคลิ้มไปกับรสจูบ คนเบื้องหน้าก็ไม่มีท่าทีว่าจะถอนจูบโดยง่ายจึงทำให้หยางซีเผลอจูบตอบกลับไปดูดเมมริมฝีปากของอิงอิงจนเ้าตัวรู้สึกวาบหวิวไม่ต่างกัน
อิงอิงคล้ายคนเริ่มไร้สติเมื่อถูกจูบกลับจากฮูหยินคนสวย กลิ่นสุราจากริมฝีปากฮูหยินบัดนี้เหตุใดกลับทำให้รู้สึกเมามายไปด้วย รสจูบกับสตรีครั้งแรกในชีวิตทำให้หญิงสาวถอนตัวไม่ขึ้น มือที่จับแขนของหยางซีเดิมทียกตรึงไว้ผนังห้องเหนือศรีษะของนางตอนนี้อิงอิงคลายมือออก เปลี่ยนมาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามลำคอปลดเสื้อคลุมชั้นนออกเหลือเพียงชุดขาวชั้นในสุดที่หลุดรุ่ย
มือเคลื่อนไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวปากก็ยังคงบดขยี้เรียวปากเล็กของหยางซีไม่หยุด กระทั้งความร้อนของร่างกายแผ่ซ่านไปท้งตัวจนทำให้ อิงอิงเผลอสอดลิ้นนิ่มเข้าไปพันเกี่ยวกันในโพรงปากอุ่นของหยางซี จนเ้าตัวเผลอครางในลำคอเล็ดลอดออกมาอิงอิงแยกไม่ออกเลยว่าเพราะฤทธิ์สุราหรือใบหน้าที่เย้ายวนของคนเบื้องหน้า ตอนนี้อิงอิงคล้ายสติหลุดลอยไปหมดแล้วเสียงครางเบาๆ นั่นพอได้ยินแล้วยิ่งทำให้รู้สึกไม่อยากจะหยุดไว้แค่นี้ มันคืออะไรกัน พยายามเรียกสติตัวเองกลับมาแต่คล้ายกับบว่าถูกกระชากวิญญารให้หลุดลอย
ในขณะที่หยางซีก็เริ่มเคลิ้มไปกับััลิ้นอุ่นอันนุ่มนวลนั้น ดั่งต้องมนต์สะกดไปตามๆ กันแม้ผู้กระทำในตอนนี้จะเป็สตรีเกลียดน้ำหน้านางยิ่งนัก แต่ทว่าคนผู้นี่ก็เป็สตรีคนแรกของหยางซีเช่นกัน นางเผลอเอามือไปลูบไล้แผ่นหลังอันอบอุ่นของอิงอิงจนลืมสิ้นแม้สถานะตนเองกับนางในตอนนี้
"อื้อ..อื้มม"
เสียงในลำคอเริ่มเล็ดลอดออกมาเป็ระยะ เสียงหวานช่างเย้ายวนอิงอิงเหลือเกิน ดั่งเชื่อเชิญให้ตักตวงความหอมหวานนี้ไว้สายตาหวานหยดย้อยคู่นั้นและใบหน้าของฮูยินตอนนี้ไม่เหมือนตอนกลางวันที่ดุร้ายสักนิด นิ่มนวลอ่อนโยน หากว่าเขายิ้มให้สักครั้งใจคงจะอ่อนทันที
'ไอ้บ้า คิดอะไรอยู่ ไอ้อิง หรือเพราะฤทธิ์เหล้าในวันนี้ ทำไมความรู้สึกนี้มันทำให้ใจกับร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด กลิ่นหอมจากร่างกายของฮูหยินก็ชวนให้ฉันหลงไหลอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ขอโทษนะฮูหยินที่ทำแบบนี้ ขอร้องล่ะผลักออกหรือจะตีจะด่าก็ได้ ขืนถ้ายังกอดไว้แน่นแบบนี้ ฉันเริ่มจะคุมไม่อยู่แล้วนะ ใจฉันเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาแล้วหวั่นไหวเหมือนกันนะ'
-------------------------
อิงงงงงน้อง โฉยโอกาสพี่เค้าไม่ดีนะลูก แต่พี่เขาก็เล่นด้วยนี่สิ!!!
โปรดติดตามกันต่อ..ว่าทั้งคู่จะเป็ยังไงต่อไปน้า คิกๆ