หลังจากมาส่งแม่วัวสาวที่โรงเรียนแล้ว ฉินเฉาจึงพบว่าโรงเรียนนี้กลับเป็นโรงเรียนชั้นยอด
จากเนื้อที่เพียงอย่างเดียว แม้ว่านี่จะเป็นแค่โรงเรียนมัธยม มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสถาบันกวงหยวนเลย
“นี่มันเร็วมาก ๆ เลย แล้วทำให้ฉันมาถึงก่อนเวลาด้วย!” อู๋ซิ่นกระโดดลงจากจักรยานแล้วพูดด้วยความรู้สึกตกใจ “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันยังไม่รู้ชื่อคุณเลย”
“ฉันชื่อฉินเฉา” เมื่อมองไปที่แม่วัวสาวตรงหน้าเขา ฉินเฉาก็มีเรื่องหนึ่งที่ยากจะเข้าใจ ‘ทำไมนักเรียนที่สามารถเรียนที่นี่ถึงไปทำงานที่ KFC?’ เขาคิด
“อืม พี่ฉินเฉา ขอบคุณที่มาส่งค่ะ ในเมื่อเรารู้จักกันแล้ว งั้นก็หมายความว่าเรามีชะตาที่ต้องพบกัน ฉันหวังว่าเราจะได้พบกันอีกในอนาคต! บายค่ะ”
อู๋ซิ่นพูดเหมือนกับคำพูดอาจารย์ของเธอ โบกมือ สะบัดหางม้าของเธอ แล้ววิ่งเข้าไปในโรงเรียน
ฉินเฉามองไปที่ภาพเงาที่สวยงามของเธอ แล้วไม่สามารถห้ามความคิดที่ดำมืดได้
‘สาวน้อยอู๋ซิ่นคนนี้ มีของดีจริง ๆ ’ เขาคิด หลังจากภารกิจส่งสาวงามเสร็จสิ้น มันก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องไปรายงานตัวที่คฤหาสน์ของเหลียวตงไค
ด้วยเหตุนี้ ฉินเฉาจึงเก็บจักรยานของเขา แล้วเดินไปเรียกแท็กซี่
“ไปไหนครับ?” คนขับวัยกลางคน ที่เปิดเพลงจากวิทยุในรถถาม
“คนขับ คุณรู้จักคฤหาสน์ของเหลียวตงไคมั้ย?”
“โอ้ มันอยู่นอกเมืองเลยนะ!” คนขับติดเครื่องรถพร้อมรอยยิ้ม
“แล้วคุณรู้มั้ย?”
“ถ้านายเป็นคนที่นี่ นายต้องรู้อยู่แล้วว่าบ้านของเหลียวตงไคอยู่ที่ไหน” คนขับที่เหมือนจะพูดมาก พูดกับฉินเฉาขณะขับรถ
“คนตัวเล็ก ๆ อย่างเรา แม้ว่าจะทำงานจนตาย ก็ไม่สามารถมีบ้านที่หรูแบบนั้นได้หรอก ฉันผ่านที่นั่นหลายครั้ง ในสายตาฉัน ที่นั่นถูกปิดล้อมด้วยปราสาทที่เหมือนกำแพง แล้วพูดได้ว่า เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองตงชวนเรา”
“เหลียวตงไคนี่รวยมากเหรอ?” ฉินเฉาอดถามออกมาไม่ได้
“แน่นอน เขาทำงานในอสังหาริมทรัพย์ ใช้บ้านเพื่อขูดรีดเงินจากผู้คนธรรมดา เขาจะไม่มีเงินได้ยังไง? แต่เขาก็ยังต้องประสบกับความยากลำบาก เหลียวตงไคมีศัตรูมาก ฉันได้ยินว่าบอดี้การ์ดคนหรือสองคนนี่แหละตาย เพราะปกป้องครอบครัวของเขา เพราะงั้นการเป็นบอดี้การ์ดของเขา แม้ว่าจะได้ค่าตอบแทนค่อนข้างดี แต่ชีวิตของนายก็ต้องอยู่ในเส้นด้ายด้วย บอกฉันหน่อย หาเงินเหมือนกับดอกไม้อย่างนี้ (เบ่งบานแล้วตายไป) ใครจะโง่ไปทำงานอย่างนี้กัน? จะว่าไป นายจะไปที่นั่นทำอะไร? ไปเยี่ยมเหรอ?”
“ฉันกำลังจะไปเป็นบอดี้การ์ดที่นั่น....”
“........”
คนขับไม่ได้พยายามพูดอะไรอีกต่อไป เพลงบนวิทยุก็ดูเหมือนจะเล่นแต่เพลงดี ๆ แล้วเริ่มเล่นเพลงการฝังศพของเหล่าภูติ เหมือนกับพวกเขาอยากจะเห็นฉินเฉาตาย
‘อันตราย? จะเกิดอันตรายอะไรขึ้น?’ ฉินเฉาพูดกับตัวเองที่เบาะหลัง ‘แต่ยิ่งอันตราย ฉัน ฉินเฉายิ่งอยากจะทำมัน ฉันต้องท้าทายตัวเอง เพื่อให้ฉันมีพลังมากกว่านี้’
แท็กซี่ค่อย ๆ ขับกินลมช้า ๆ แล้วหลังจากนั้นอีก 10 นาทีก็มาถึงคฤหาสน์ในตำนานของเหลียวตงไค
ฉินเฉาจ่ายค่ารถแล้วเดินลงมา พลางมองไปที่สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่จนโลกต้องสั่นสะเทือนนี้
มันมีรั้วเหล็กอยู่ข้างหน้า ประตูเหล็กที่ทั้งสูงแล้วใหญ่ที่ตรงกลาง ที่แยกโลกทั้งสองออกจากกัน
โลกข้างในประตูนี้เป็นทางเดินสนามหญ้าที่ยาวนับ 100 เมตร แล้วที่สุดทางเดิน มันมีปราสาทที่เหมือนคฤหาสน์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นั่น ทั้งสองฟากข้างของทางเดิน เต็มไปด้วยป่าไม้ อย่างเช่น ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะกลายเป็นสีเหลือง แล้วกลายเป็นสีทองในที่สุด
เมื่อมองจากไกล ๆ ปราสาทนี้ก็จะดูเหมือนที่ซ่อนลับที่อยู่ในถุงมือทองคำ
ฉินเฉายืนอยู่ข้างนอกประตู แล้วทันใดนั้นก็จำได้ถึงคำพูดของคนขับแท็กซี่
‘คนตัวเล็ก ๆ อย่างเรา ต่อให้ทำงานจนตาย ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตในที่แบบนั้นได้หรอก ยังไงก็ตาม ตอนนี้ ฉัน ฉินเฉา ได้มาทำงานที่นี่’
ฉินเฉาที่กำลังยืนอยู่หน้าประตู แล้วกำลังคิดว่าทำยังไงถึงจะเข้าไปข้างในได้ ‘หรือฉันต้องโทรหาซูเฟย แล้วให้เธอโทรไปบอกเหลียวตงไคว่าฉันมาถึงแล้ว’
แต่ก่อนที่เขาจะหยิบมือถือออกมา ประตูเหล็กขนาดใหญ่ตรงหน้าเขา ทันใดนั้นก็สั่นแล้วเริ่มขยับ จากนั้นก็เริ่มเปิดออกทั้งสองข้างอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นโลกที่อยู่ข้างใน
“โคตรแม่เอ็ง นี่มันสุด ๆ ไปเลย” ฉินเฉาประหลาดใจ เขาสังเกตเห็นกล้องที่ตั้งอยู่ที่รั้ว ‘หรือว่าเหลียวตงไครู้ว่าฉันมาถึงแล้ว?’
เมื่อคิดอย่างนั้น ฉินเฉาก็ยกเท้าของเขาแล้วเดินเข้าไปข้างใน
แต่ใครจะรู้ เมื่อเขาเดินเข้าไปที่สนามหญ้า ฉินเฉา ก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ
บ้านหลังนี้โคตรเงียบ แล้วดูเหมือนว่าจะมีสายตาจำนวนมากแอบมองเขาอยู่
ฉินเฉาเชื่อในสัญชาตญาณของเขา หลังจากเข้าสู่พลังขั้นที่ 3 แล้ว การเข้าใจในเรื่องอันตรายของเขาได้เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ
เมื่อเขาเดินเข้ามาได้ประมาณ 10 เมตร อย่างที่สัญชาตญาณของเขาได้บอก กลุ่มของบอดี้การ์ดในชุดสูท พร้อมกับหูฟัง ทันใดนั้นก็กระโจนออกมาจากต้นไม้ด้านข้าง
ในมือของเหล่าบอดี้การ์ดต่างถือกระบองยาวเป็นเมตร พวกเขาเข้ามาล้อมฉินเฉาไว้
“พบผู้บุกรุก” ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าพูด “ขออนุมัติคำสั่งด้วย”
ไม่นานที่หูฟังของพวกเขาก็มีคำอนุมัติลงมา
หลังจากได้รับคำสั่ง เหล่าบอดี้การ์ดที่ถูกฝึกมาอย่างดีก็วิ่งเข้าใส่ฉินเฉาอย่างดุร้ายทันที
“ช่างเป็นพวกไม่มีตาจริง ๆ!” ฉินเฉาขยับไปด้านข้างเพื่อหลบการโจมตีจากข้างหลัง พร้อมกับฟาดหมัดเข้าที่หลังของบอดี้การ์ดทำให้เขากลิ้งกับพื้น
“ทำไมถึงรับแขกแบบนี้? หรือว่านี้คือมารยาทเจ้าบ้านของเหลียวตงไคอย่างงั้นเหรอ?”
“เราต้อนรับแขกอย่างสุภาพ” ชายที่เป็นหัวหน้าพูดอย่างเย็นชา “แต่สำหรับผู้บุกรุก มันเป็นไปไม่ได้”
จากนั้น ขณะที่ถือกระบองไฟฟ้า เขาก็ฟาดเข้าที่หน้าของฉินเฉา
ฉินเฉาเริ่มไม่มีความสุข ถ้าเขาเดาไม่ผิดล่ะก็ นี่ต้องเป็นความตั้งใจของเหลียวตงไคแน่ ๆ ‘เวรเอ๊ย มันยังไม่พออีกเหรอที่ฉันให้บทเรียนซู่เฟิงครั้งนั้น แล้วตอนนี้แม้กระทั่งหากลุ่มบอดี้การ์ดมาทดสอบฉันอีก’ ฉินเฉาคิด
“ได้ ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่เกรงใจอีกแล้ว” น้ำเสียงของฉินเฉากลายเป็นเย็นชาขึ้น ทันใดนั้นจิตสังหารก็พุ่งออกมาจากร่างของเขา ทำให้เขาเหมือนกับเป็นคนใหม่
ฉินเฉาตอนปกติก็เหมือนกับเพื่อนบ้านของคุณทั่ว ๆ ไป แต่ครั้งนี้ที่มีจิตสังหาร เขาก็เหมือนกับปีศาจที่ปีนขึ้นมาจากก้นบึ้งของนรก นั่นคือทั้งป่าเถื่อนแล้วไร้ความปรานี
บอดี้การ์ดกลุ่มนี้ ส่วนมากมาจากทหาร พวกเขาค่อนข้างอ่อนไหวกับจิตสังหาร เมื่อออร่าของฉินเฉาเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นขึ้น ร่างของพวกเขาสั่น แล้วหัวใจของพวกเขาเต้นถี่รัวเร็ว
“ทุกคนระวังด้วย เจ้านี้ยากจะจัดการ!” เมื่อหัวหน้ากำลังเตือนเหล่าลูกน้อง ฉินเฉาก็ได้พุ่งเข้าไปแล้วขว้างหมัด ฟาดใส่คางของหัวหน้า
กร๊อบ! เสียงกระดูกหักดังออกมาให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน หัวหน้าคนนั้นรู้สึกว่าความเจ็บปวดกำลังโถมเข้าใส่ กระดูกกรามของเขาหัก เหมือนกับค้อน ร่างของเขาลอยสูงขึ้นไปมากกว่า 2 เมตร แล้วจากนั้นก็ร่วงลงพื้นอย่างแรง ทำให้เขาสลบเหมือดไป
ในขณะเดียวกัน บอดี้การ์ดสองคนได้กระโจนเข้ามาจากข้างหลัง พร้อมกับกระบองไฟฟ้า ฟาดเข้าที่ไหล่ของฉินเฉา
ฉินเฉาไม่ได้พยายามหลบมัน ทำให้กระบองไฟฟ้าฟาดเข้าที่ไหล่ของเขาพร้อมเสียงดังปัง
บอดี้การ์ดทั้งสองยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน กดสวิตช์
ชี่สสสสสส! กระแสไฟสีฟ้าส่องแสงออกมาจากร่างฉินเฉา กระบองไฟฟ้านี้แต่ละอันมีกระแสไฟ 1.5 ล้านโวลท์ ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ ต่อให้เป็นวัวก็ทรุดเมื่อเจอกับกระแสไฟแรงขนาดนี้
แต่พวกเขาพากันตะลึง ฉินเฉาที่ยืนอยู่ที่นั่นมีรอยยิ้มแสยะอยู่บนปาก ปล่อยให้กระแสไฟแล่นไปมาในร่างของเขา
กระบองไฟฟ้าแบบนี้จะไปทำอะไรเขาได้ เขาผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยืนรับกระแสไฟฟ้าแรงสูงจากแหล่งจ่ายไฟโดยตรง?
บอดี้การ์ดทั้งสองพากันกลัวแทบบ้า แต่ในการเคลื่อนไหวของฉินเฉาครั้งนี้ เขาโฉบไปข้างหน้า พร้อมกับยื่นมือไปที่หัวของพวกเขา พร้อมทั้งจับหัวฟาดกับพื้นอย่างแรง
โชคดีที่พื้นปลูกหญ้าไว้ แล้วดินค่อนข้างนุ่ม ถ้าเป็นคอนกรีตล่ะก็ หัวของพวกเขาคงระเบิดไปแล้ว
ฟิ้ว! ทันใดนั้นก็มีลมลอยมาจากข้างหลังเขา เขารีบหันกลับไป แล้วจัดการลอบโจมตีจากกระบองที่กำลังจะฟาดใส่เขา
ขณะเดียวกัน เขาก็พุ่งหมัดของเขาต่อยเข้าใส่ผู้ที่ลอบโจมตีที่หน้าอก
พร้อมกับเสียงกระดูกหักที่ดังออกมา ผู้ลอบโจมตีทันใดนั้นก็พ่นเลือดที่เต็มปากออกมา ร่างของเขาอ่อนลงแล้วตกลงกับพื้น
เหล่าบอดี้การ์ดที่เหลือในที่สุดก็พากันยืนเซ่อ พวกเขาจับกระบอง ล้อมฉินเฉาไว้ ชายที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ผู้ที่เหมือนเทพแห่งความตาย สร้างความหวาดกลัวให้กับเหล่าบอดี้การ์ดกลุ่มนี้
แต่กลิ่นของเลือดบนหน้า ทันใดนั้นก็ปลุกฉินเฉา
เมื่อเขามองไปที่บอดี้การ์ดหลายคนที่นอนอยู่บนพื้นเพราะเขา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกหวาดกลัว
‘เกิดอะไรขึ้นกับฉัน นี่ฉันฆ่าคนตายไปแล้วเหรอ? พวกนี้เป็นแค่บอดี้การ์ด ไม่ใช่นักฆ่าของสเกลตั้นสักหน่อย ทำไมฉันถึงทำเรื่องโหดร้ายกับพวกเขาล่ะ?’ เขาคิด
ถ้าเขาเพิ่มแรงขึ้นอีกหน่อยบอดี้การ์ด 4 คนนี้ จะมีใครรอดชีวิตมั้ย?
ถึงอย่างนั้นระดับบาดแผลของพวกเขาก็ไม่ชัดเจน ถ้าพวกเขาไม่นอนพักในโรงพยาบาลสัก 1-2 เดือน เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถยืนได้
“อย่า...อย่าปล่อยเขาเข้าไป” หัวหน้าที่กรามหักพูดด้วยความเจ็บปวดอย่างมาก
บอดี้การ์ดพวกนี้ไม่รู้จักตัวตนของฉินเฉา พวกเขาคิดว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นนักฆ่า ถ้าพวกเขาปล่อยให้เขาเข้าไปในบ้านของเหลียวตงไค สิ่งที่พวกเขาจะทำได้มีแค่ฆ่าตัวตายเพื่อขอโทษเท่านั้น
บอดี้การ์ดพวกนี้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง โดยไม่คำนึงถึงอันตราย พวกเขาแทงกระบองไฟฟ้าใส่ฉินเฉาอีกครั้ง
“อย่ามาใกล้ฉัน!” ฉินเฉาแทบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ดังนั้น เขาจึงคำรามออกไป เคลื่อนที่ไปข้างหลังแล้วกระโจนเข้าไปในป่าที่อยู่ใกล้ ๆ
ฉินเฉาฟาดหมัดของเขาใส่ต้นไม้หนา ๆ ข้าง ๆ เขา พร้อมกับเสียง แกร็บ! ทันใดนั้นต้นไม้ก็โค่นลงกับพื้นอย่างสวยงาม ทับกับต้นไม้ต้นข้าง ๆ
ฉินเฉาใช้ต้นไม้ยาว 5 เมตรเหมือนกับแกว่งกิ่งไม้ธรรมดา เพื่อไล่บอดี้การ์ดพวกนี้ไป ทำให้พวกเขากลัวที่จะถูกอาวุธที่ดุร้ายนี้ทำร้ายเอา
“ใครกล้าหยุดฉัน!” ฉินเฉาคำรามออกมาอีกครั้งเหมือนอมนุษย์ที่บ้าคลั่ง ผู้ที่โบกสะบัดต้นไม้ในมือเพื่อไล่เป็ด แล้วขับไล่พวกบอดี้การ์ดจากบริเวณใกล้ ๆ เขา
“สวรรค์ มันเป็นสัตว์ประหลาดหรือไง?” เหล่าบอดี้การ์ดพากันกลัวแทบบ้า นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบคนที่สามารถควงต้นไม้ในมือเหมือนกับของเล่น
“เวรเอ๊ย หรือว่านี่คือหลู่จื้อเซิน กลับชาติมาเกิด!” บอดี้การ์ดอุทานออกมา
“ไม่ดีแล้ว ถ้าเราปล่อยให้เขาเข้าไปในคฤหาสน์ เราต้องจบสิ้นแน่ ๆ ” บางคนพูดออกมาด้วยความกังวล
“เราไม่มีทางเลือกแล้ว! เอาปืนออกมา!”
“มันไม่เป็นไรเหรอ? ถ้าตำรวจเข้ามายุ่ง มันจะเป็นยังไง?”
“นี่เป็นคฤหาสน์ของบอส ใครจะกล้าเข้ามาตรวจ!?”
ในที่สุดเหล่าบอดี้การ์ดก็ใช้มาตรการสุดท้าย บอดี้การ์ดที่เหลือ 20 คน 4 คนหยิบปืนพกไทป์ 54 ออกมา แล้วชี้ปากกระบอกไปที่ฉินเฉา
จบตอน#