โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 41 บุตรบุญธรรม

    วันนี้เป็นวันหยุดขจรไม่ต้องไปมหาลัย  จึงเดินทางไปที่ ตำหนักริมน้ำของท่านชายภาสกร ตั้งใจว่า จะนำเงิน 100 ล้านที่ได้มาไปคืนให้กับท่านชาย

    แต่ว่าพอไปถึง ผู้จัดการชินก็ให้รอก่อน เพราะท่านชายกำลังต้อนรับแขกอยู่

    “ เดี๋ยวนี้พี่ชายใหญ่ถึงกับเลี้ยงเด็กหนุ่ม แล้วทุ่มเงินให้มันเป็นพันๆ ล้านเชียวหรือคะ”  ท่านหญิงสี่เอ่ยพร้อมกับยื่นมือถือให้ดูข่าวซุบซิบของวงการไฮโซ

    “ มันเป็นใครกันคะ พี่ชายใหญ่ถึงได้หลงมันมากขนาดนี้” ท่านหญิงสามก็ไม่ยอมในเรื่องนี้เช่นกัน ขับรถมาหาท่านชายภาสกรพร้อมๆ กัน

    “ หากพวกเธอสองคนจะมาพูดเรื่องนี้ ก็ไสหัวกลับไปซะ ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบาย นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉัน”

    “ แต่ว่า เงินของตระกูลนาคบดินทร์ มันสมควรที่จะต้องตกแก่ลูกหลาน นาคบดินทร์เท่านั้น แต่พี่ชายใหญ่กลับคิดที่จะให้เด็กที่ไหนก็ไม่รู้ “

    “ ใช่  นี่แค่เจอกับมันได้ไม่นาน พี่ชายใหญ่หลงมันมากขนาดนี้  ต่อไปวันข้างหน้าพี่ชายใหญ่มิยกสมบัติของตระกูลนาคบดินทร์ให้มันทั้งหมดเลยรึ?”

    “ แล้วยังไงล่ะ สมบัตินี้เป็นของฉัน และ ฉันยังคงเป็นผู้นำของตระกูลนาคบดินทร์ พวกเธอสองคนแต่งออกไปแล้ว เกี่ยวอะไรด้วย”

    “ แต่พวกเราก็ยังคงเป็นน้องของ พี่ชายใหญ่นะคะ”

    “ ก็ใช่น่ะซิ มิเช่นนั้นฉันไล่พวกเธอออกไปแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องทรัพย์สินของตระกูลนาคบดินทร์ ฉันไม่ทำให้บรรพบุรุษต้องเสียใจแน่ ห่วงแต่พวกเธอทั้งสองเถอะ ฉันได้ข่าวมาว่า สามีของเธอ ชอบบินไปเล่นพนันที่มาเก๊าบ่อยๆ

    แถมยังเสียเงินทีครั้งละหลายสิบล้าน พวกเธอควรห่วงตัวเองเอาไว้ดีกว่า”

    ทั้งสองคนถึงกับนึ่งอึ้ง เพราะท่านชายภาสกรพูดความจริงทุกอย่าง ทุกวันนี้ แต่ละอาฑิตย์ สามมีของทั้งคู่ ต่างก็บินไปมาเก๊า เพื่อเล่นพนัน แล้วก็หมดตัวแทบทุกครั้ง บางครั้งถึงกับให้พวกเธอต้องโอนเงินไปช่วยจ่ายหนี้พนันอีกด้วย

    ทันใดนั้นท่านชายภาสกรก็เห็นขจรนั่งรอที่ด้านนอก ก็เลยเอ่ยกับน้องสาวทั้งสองว่า

    “ กลับไปซะ ฉันมีแขก”

    ท่านหญิงทั้งสอง มองออกไปด้านนอก พบเห็นชายหนุ่มที่เป็นข่าว แต่ว่าภาพนั้นไม่ค่อยชัด จึงพากันเดินออกมาเพื่อจะดูหน้า ขจร ท่านชายภาสกรกลัวเกิดเรื่อง เลยเดินตามออกมา  พอท่านหญิงทั้งสองเห็นหน้าขจร  ถึงกับนึ่งอึ้งไปตามๆ กัน

    “ พี่  ชายรอง?”  ทั้งสองอุทานออกมาเบาๆ พร้อมกัน

    “ นี่เธอเป็นใคร พ่อแม่อยู่ที่ไหนกัน”  ท่านหญิงสี่ตั้งสติได้ รู้ว่าไม่ใช่พี่ชายรองจึงรีบเอ่ยถาม

    ผู้จัดการชินแนะนำให้ขจรรู้จัก ท่านหญิงทั้งสอง ขจรรีบยกมือไหว้ทันที แต่ไม่ทันได้ตอบคำถาม ท่านชายภาสกร ก็เข้ามายืนข้างๆ ขจรแล้วบอกว่า

    “ เขาเป็นเด็กกำพร้า พ่อกับแม่ตายหมด อยู่กับวัด ตอนนี้เรียนหมอ ฉันคิดจะรับอุปการะเขา”

    “ พี่ชายใหญ่ จะรับคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า มาอุปการะก็ได้ไม่มีปัญหา แต่ขอให้พี่ชายใหญ่อย่าลืมว่า ยังมีหลานสาวและหลานชายแท้ๆ ของพี่ยังอยู่ด้วยก็แล้วกัน”  ท่านหญิงสี่เอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

    “ นี่มันเรื่องของฉัน พวกเธอกลับกันไปได้แล้ว”

    ท่านหญิงทั้งสองได้ยินก็ไม่พ่อใจ มีประกายสังหารออกมาจากดวงตาของทั้งคู่ ขจรมองแล้วก็สัมผัสได้ แต่ในความเป็นจริง เป้าหมายของแววตาที่คิดสังหารนั้นไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ขจร แต่กลับ มุ่งเป้าไปที่ท่านชายภาสกรมากกว่า

    ครั้งนี้เปรียบเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่พี่น้อง อาจต้องคิดฆ่ากันเพื่อสมบัติ

    ท่านหญิงทั้งสองออกไปแล้ว ท่านชายก็ส่ายหัว

    “ พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในก่อน”

    “ นี่คือ เงิน 100 ล้าน ผมเอามาคืนครับ” ขจรยืนบัตรเงินสด 100 ล้านยื่นให้กับท่านชายภาสกร ที่ทำท่าตกใจ ที่ขจรใช้เวลาไม่ถึงสองวันหาเงินได้มากขนาดนี้

    “ เธอไปเอาเงินมาจากไหน?”

    ขจรก็เลยเล่าไปโดยไม่ปิดบัง ท่านชายภาสกรก็หัวเราะชอบใจ ที่ได้ฟังเรื่องราวที่ขจรเล่าตั้งแต่เริ่มหลอกผู้คน แล้วก็แกล้งชกอ่อนข้ออย่างไร

    “ ฉันคงรับเงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อของเธอไม่ได้ ฉันบอกแล้ว เงินก้อนนั้น เป็นค่าแรง ที่เธอช่วยให้โรงแรมของฉันได้สร้างต่อไปได้”

    “ แต่ว่า เงิน100 ล้านนี่มันเยอะเกินไป ผมรับไม่ได้จริงๆ”

    “ โรงแรมที่ฉันกำลังสร้าง มันมีมูลค่าเป็นหมื่นล้าน แค่เงิน 100 ล้านมันเทียบกันไม่ได้หรอก”

    “ หมื่นล้านเลยหรือครับ” ขจรตกใจไม่คิดว่า มูลค่าของโรงแรม จะมากขนาดนั้น

    “ ใช่ เพราะโรงแรมแห่งนี้ เป็นโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รอบๆ ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้า และ มีสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศมาวางขาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ โดยไม่ต้องไปเที่ยวทุกจังหวัดของประเทศไทย”

    “ เมื่อสักครู่ ทำไมท่านหญิงถึงได้เรียกผมว่า พี่ชายรองล่ะครับ” ขจรเอ่ยด้วยความสงสัย

    ท่านชายใหญ่ถึงกับถอนหายใจออกมา แล้วนำรูปภาพของ ตระกูลนาคบดินทร์ที่ถ่ายในวันแต่งงาน ของ ท่านหญิงสี่ออกมาให้ขจรได้ดู

    ขจรมองภาพหมู่ในวันงาน ก็สะดุดตากับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน 

    “ เธอหน้าเหมือน น้องชายคนรองของฉันมาก เขาชื่อ คชาธร ประสบอุบัติเหตุตายไปเมื่อ 19 ปีก่อน”

    “ ตายแล้ว?”

    ขจรพึมพัมออกมา กำลังคิดว่าใช่เขากลับมาเกิดใหม่หรือไม่ แต่เวลาที่ตายนั้นมันก็คาบเกี่ยวกับวันที่หลวงตารับเขามาเลี้ยงพอดี 

    “ ครั้งแรกที่เราพบกัน ฉันก็เคยบอกแล้ว ว่า เธอหน้าเหมือนใครคนหนึ่ง คนนั้นก็คือเขานี่แหละ”

    “ เขามีภรรยา หรือ ลูกชายหรือเปล่าครับ”  ขจรคิดว่า เขาอาจเป็นลูกชายที่หายสาบสูญไปของ คุณชายรองก็อาจเป็นได้

    “ เขามีแฟนคนหนึ่ง แต่ว่าหลังจากที่น้องชายฉันตาย ก็ไม่เคยพบกับเธออีกเลย

    ส่วนเรื่องเขาจะมีลูกด้วยกันหรือไม่นั้น ฉันคิดว่า คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าหากมีจริง ผู้หญิงคนนั้น ต้องพาลูกมาขอรับสมบัติจากตระกูลนาคบดินทร์แล้ว”

    “ เธออาจจะมีปัญหาบางอย่าง ทำให้ไม่อาจติดต่อเข้ามาก็เป็นได้้”

    “ ฉันเองก็เคยส่งคนไปสืบหาเธอ แต่ว่ากลับไร้ร่องรอย เธอหายไปเหมือนไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้”

    “ คนหน้าเหมือนในโลกนี้มีอยู่มากมาย นี่คงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า”

    “ ขจร เมื่อสักครู่ฉันได้บอกกับน้องสาวของฉันไปแล้ว ว่าจะอุปการะเธอเป็นบุตรบุญธรรม ตัวฉันเองก็ไม่มีทายาทที่ไหน เธอคิดเห็นอย่างไร”  ความจริงท่านชายบอกกับน้องสาวว่าจะอุปการะขจรเท่านั้น ไม่ได้บอกว่า คิดจะรับเป็นบุตรบุญธรรม หากว่า ทั้งสองรู้คงอกแตกตายแน่ๆ

    ส่วนขจรได้ฟังแล้วก็นิ่งอึ้ง ไม่คิดว่า ท่านชายจะเมตตาเขาขนาดนี้

    “ ตอบรับไปซะ เจ้าฝึกฝนต้องใช้ทรัพยากรมากมาย เงินแค่นี้ไม่เพียงพอ ท่านชายคนนี้ดูมีเงิน และมีทรัพยากรมากพอ ที่จะทำให้เจ้าบรรลุถึงพลังระดับสูงได้”

    เสียงของหินแห่งปัญญา เอ่ยออกมาเข้าหัวของขจร

    “ ต้องขอบคุณท่านชายที่เมตตา แต่ว่าเรื่องนี้ผมไม่อยากให้ท่านชายกับท่านหญิงมีปัญหากันในอนาคต”

    “ เรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วง เพราะพวกเขากับฉันมีปัญหากันมาตั้งนานแล้ว ไม่เกี่ยวกับเธอเลย”

    “ ก็ได้ครับ แต่ว่า อย่าเพิ่งประกาศออกไปในตอนนี้ ผมอยากใช้ชีวิตแบบเด็กวัด ไม่อยากเข้ามาอยู่ในแวดวงสังคมไฮโซแบบนี้”

    “ ได้ ตามใจเธอ ฉันจะให้ทนายความทำเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แต่ว่า เธอต้องเขามาอยู่ที่ตำหนักริมน้ำแห่งนี้กับฉัน”

    “ ผมขอมาอยู่เฉพาะ วันเสาร์อาฑิตย์ได้ไหมครับ ผมยังห่วงหลวงตา แม่กับน้องๆ อยู่”

    “ อืมก็ได้ ตามใจเธอก็แล้วกัน”

    “ เอ่อ ผมมีเรื่องจะรบกวนท่านชายเรื่องหนึ่งครับ”

    “ ว่ามาซิ”

    “ ผมอยากจะซื้อ ตึกให้แม่กับน้องได้อยู่อาศัย และค้าขายกัน”

    “ นึกว่าอะไร เรื่องแค่นนี้ ฉันจะให้ผู้จัดการชินไปจัดการให้”

    “ ขอบคุณครับ”

    ขจรรีบโทรบอกแม่กับน้องว่าตอนนี้เขาส่งคนไปหาซื้อตึกแถวใกล้ๆ บ้านแล้ว บอกให้เตรียมตัวย้ายบ้านกันได้ แม่กับน้องต่างดีใจ ที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว

    ขณะนั่งรถลีมูซีนของท่านชายเพื่อกลับวัด ก็มีสายของ มาดามเกรซโทรเข้ามา

    “ พรุ่งนี้มีการชกชิงแชมป์โลก ของทอม โรแลนด์ ฉันอยากให้เธอไปดูการชก มันจะทำให้เธอมีประสบการณ์มากยึ่งขึ้น ครูยอดกับ ครูทิมก็ไปด้วย ฉันจองที่นั่งเผื่อเธอเอาไว้แล้ว”

    “ ได้ครับ แล้วชกกันที่ไหนครับ”

    “ ชกที่สนามฟุตบอลไฮเทค บางนา พรุ่งนี้ 1 ทุ่ม พวกเรานัดเจอกันตรงทางเข้าประตูที่ 1”

    “ ครับ พรุ่งนี้เจอกันครับ”

    ณ คลับไวท์เฮาท์

    “ อาจารย์เห็นไหมว่าใครเป็นคนฆ่า คนร้ายพวกนั้น”  ภาคิน เอ่ยถามอย่างสงสัย

    “ ดูจากบาดแผลคนร้ายแล้ว พวกมันล้วนตายภายในดาบเดียว เลือดที่บาดแผลแทบไม่มี และดาบที่ดื่มเลือดเช่นนี้้ ก็มีแต่ดาบสยบฟ้าเท่านั้น”   อาจารย์บุญ ที่แต่งกายด้วยชุดขาว เป็นที่ปรึกษาให้กับ ภาคิน และต้องการดาบสยบฟ้า แต่ประมูลไม่ได้เอ่ยออกมา

    “ หมายความว่า เด็กนั่น ฆ่าคนร้ายพวกนั้น ด้วยตัวเพียงคนเดียว อย่างนั้นรึ?”

    “ อาจารย์ก็ไม่เห็นกับตา แต่ว่ากันไปตามบาดแผลที่เห็นเท่านั้น”

    “ แต่ถ้าหากดาบนั่นมีฤทธิ์เดชขนาดนั้นจริง ก็น่าที่จะส่งคนไปแย่งชิงมา”

    “ ถ้าหากว่า คุณชายอยากได้สมบัติโบราณที่วัดกุฏีดาว เราต้องใช้ดาบสยบฟ้ามากำราบผีปู่โสมที่เฝ้าทรัพย์เท่านั้น หาไม่แล้ว ผีปู่โสมจะพาสมบัติเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะหาอย่างไรก็หาไม่เจอ”

    “ ผมจะส่งคนไปแย่งดาบจากมันมาให้ได้”

    แล้วภาคินก็สั่งให้ คนเรียก นายสมบัติเข้ามาในห้อง แล้วบอกชื่อ และ ส่งรูปถ่ายของขจรเข้ามือถือนายมานัส แล้วออกคำสั่งว่า

    “ ไปเอาดาบที่อยู่กับมันมาให้ได้”

    “ ไอ้ขจรนี่”

    “ รู้จักมันด้วยรึ?”

    “ ใช่ครับ มันเป็นลูกชายของยามแจ้ง คนที่นายสั่งปิดปากไปไม่นานมานี่”

    “ ก็ดีไม่ต้องค้นหามันให้เสียเวลา ฉันต้องการเอาดาบสยบฟ้า ที่มันประมูลมาให้ได้เร็วที่สุด อย่าให้ใครรู้เห็นเป็นอันขาด”

    “ ไม่ยาก น้องสาวของมันก็เป็นเด็กไซด์ไลน์ ในสังกัดของผมเอง”

    “ ฉันไม่สนใจ จะทำอย่างไรก็ได้ นำดาบสยบฟ้า มาให้ฉันได้ก็พอ”

    “ ครับนาย”

    ในตอนเย็นขจรก็ได้รับข่าวว่า จากผู้จัดการชิน ว่าหาตึกแถวได้แล้ว อยากให้ขจรพาแม่และน้องไปดู

    ขจรเลยพาแม่กับน้องไปตึกใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเก่านัก แต่พอไปถึงก็พบว่า มันเป็นตึกที่มีขนาดใหญ่หรูหรา อยู่ริมถนน ใกล้ตลาด ผู้จัดการชิน ยืนรออยู่ที่ห้องหัวมุม

    “ นี่ไงพี่ ที่เจนบอกว่าน่าซื้อ แต่ว่าราคาห้องละ 8 ล้าน ยิ่งห้องมุมมีเนื้อที่ด้านข้างต้อง 10 ล้านแน่ๆ”

    “ แม่ชอบไหม”

    “ ชอบ ชอบมาก แต่ว่าลูกจะซื้อไหวเหรอ ตั้ง 10 ล้านมิใช่รึ?”

    “ ไหวซิ”

    ผู้จัดการชินเดินเข้ามาแล้วบอกว่า

    “ ท่านชายได้ซื้อห้องแถวนี้เอาไวทั้งหมด 8 ห้อง แล้วได้จัดการโอนเปลี่ยนเป็นชื่อของคุณชายเรียบร้อยแล้ว”

    “ เดี๋ยวนะ ผมจะซื้อแค่ห้องเดียว ทำไมท่านชายกลับซื้อตั้ง 8 ห้อง นี่มันทั้งแถวเลยนะ”

    “ ท่านชายบอกว่า นี่คือของขวัญที่มอบให้กับลูกบุญธรรมของท่านครับ”

    “ เกรงใจท่านชายจริงๆ แล้วนี่จะอยู่อย่างไงตั้งแปดห้อง”

    “ ก็สามารถปล่อยให้คนอื่นเช่าไปบ้างก็ได้ คิดค่าเช่าเดือนละ  4 หมื่นบาทก็น่าจะพอมีคนเช่า เพราะทำเลใกล้ศูนย์การค้าแบบนี้ ทำการค้าอะไรก็ได้”

    “ ขอบคุณท่านชายมากนะครับ”

    พอขจรมาบอกกับแม่และน้อง ว่าตึกแถวทั้งแปดห้องนี่เป็นของเราทั้งหมด ก็ตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก ยิ่งพาแม่เข้าไปชม ก็พบว่า ในตึกนั้นสี่ชั้นนั้น กลับติดตั้งลิฟท์ไว้อีกด้วย

    “ มีลิฟท์ด้วย พี่จร”  เจนกับ จ้อยเข้าไปขึ้นลงกันอย่างตื่นเต้น

    “ ต่อไปแม่ก็ไม่ต้องขึ้นลงบันไดให้ลำบากนะแม่”

    “ จ๊ะ จรช่วยโทรหา จอยหน่อยได้ไหม ให้น้องกลับมาอยู่ที่บ้านของเรา”

    ขจรก็โทรหาจอยทันที แต่ก็กดวางสายไม่รับสายของขจร จึงให้เจนโทรไปแทน

    “ ตอนนี้พี่จรซื้อตึกแถวตั้ง 8 ห้องเอาไว้ แกอยู่ไหนเนี่ย กลับบ้านได้แล้ว”

    “ อะไรนะ ตึกแถว 8 ห้อง พี่จรเอาเงินมาจากไหนกัน”

    “ พี่จรเขาไปเป็นลูกบุญธรรมของ เศรษฐีท่านหนึ่ง ท่านเมตตาให้มา และยังให้เงินแม่เก็บไว้ใช้ 10 ล้าน และให้น้องๆ ทุกคน อีก คนละห้าล้านฝากเข้าบัญชี รวมทั้งแกด้วย แกกลับมาอยู่บ้านเราเถอะ พี่จรเขาห่วงแกมาก แม่ก็บ่นคิดถึงแกด้วย”

    “ จอยทำตัวไม่ดีเอง ไม่กล้ากลับบ้านไปหาพี่จร”

    “ พี่จรเขาไม่เคยโกรธแกเลยนะเว้ย”

    “ ฉันปล่อยให้พวกคุมร้าน ซ้อมพี่เขาจนสลบ แล้วยังพูดไม่ดีกับเขาอีก เขาต้องไม่ให้อภัยฉันแน่”

    “ อะไรนะ นี่แกทำกับพี่จรขนาดนั้นเลยหรือวะ แต่ทำไมพี่จรไม่เห็นพูดอะไรเลย”

    “ ก็นั่นน่ะซิ ฉันเลยไม่กล้ากลับไป”

    “ แกมาเหอะ พี่จรเขาไม่คิดเรื่องนั้นแล้วล่ะ เขาพยายามโทรไปหาแกหลายครั้งแล้ว แกก็ไม่คุยกับเขาสักที”

    “ ก็ฉันละอายใจ ไม่กล้าพูดกับเขา”

    “ เอาล่ะ กลับบ้านเราก่อน แล้วก็มาเอาสมุดบัญชีของแกไป เงินตั้งห้าล้าน แกอยากเปิดร้านเสริมสวยก็สามารถเปิดได้เลย สถานที่ก็มีแล้ว ฉันก็จะเปิดร้านกาแฟแบบในฝันของฉันเสียที”

    “ อืม ก็ได้ขอฉันทำงานวันนี้เป็นวันสุดท้าย พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้าน ฝากบอกพี่จรด้วยฉันขอโทษที่เป็นน้องที่ไม่ดี แต่ฉันก็รักและเคารพพี่จรไม่เคยเปลี่ยนนะ”

    “ เออ ไม่ต้องพูดมาก พรุ่งนี้ค่อยมาก็ได้ มาเจอกันที่บ้านใหม่เลย ฉันจะได้เตรียมห้องนอนของแกเอาไว้”

    ขจรพอรู้ว่า จอยจะกลับมาก็ดีใจ ก็บอกว่า 

    “ พรุ่งนี้ พี่จะมาช่วยย้ายบ้านนะ”

    ตอนเช้าหลังจากที่ช่วยกันย้ายบ้านจนเสร็จ แต่แล้วจอยก็ยังไม่มา โทรไปก็ไม่รับสาย

    “ มันคงนอนดึกน่ะพี่ มันทำงานกลางคืนกว่าจะตื่นก็เที่ยงหรือบ่าย ตอนเย็นมันคงมาแน่ มันเป็นคนบอกเอง”  เจนเอ่ยกับขจร ที่เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร

    “ เย็นนี้พี่มีธุระ  เสร็จแล้ว พี่จะกลับมาใหม่”

    ขจรเดินทางมาที่ สนามฟุตบอลไฮเท็ค บางนา พบกับ พวกครูทิม ครูยอด พี่ธง พี่เอกพล และมาดามเกรซ ยืนรออยู่ทางเข้า

    “ มาแล้ว  พวกเราเข้าไปกันเถอะ มาดามเกรซได้ตั๋วเข้าชมชั้นริงไซด์ เชียวนะเว้ย”

    ธงรีบเข้ามากระซิบบอกกับขจร ที่ได้แต่ยิ้ม พอเข้าไปฮอลล์ ที่เขานำสนามฟุตบอลมาทำเป็นสนามมวย ได้อลังการงานสร้างยิ่งนัก มีผู้คนมากมาต่างเข้ามาร่วมชมการชกมวยของแชมป์เปี้ยนโลก กับ รองแชมป์ในวันนี้ ราวๆ ห้าหมื่นคน เป็นที่ครึกครื้นยิ่งนัก สำหรับรองแชมเปี้ยน คือ อ่องมิน เป็นนักชกชาวเมียนมา ที่สร้างประวัติศาสตร์ชาติ สามารถก้าวขึ้นชิงแชมป์โลกได้ เป็นความภาคภูมิใจของคนอาเซี่ยนเป็นอย่างมาก และยังมีผู้จัดมือทอง อย่าง มิสเตอร์โกลเด้น ที่สามารถดึงตัวแชมป์โลกชาวอเมริกัน มาจัดชกชิงแชมป์ที่เมืองไทยได้ ทำให้ดารานักร้อง คนมีชื่อเสียงระดับโลกมาที่เมืองไทย เพื่อชมการต่อสู้ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก 

    ตำรวจพิเศษแทบทุกหน่วย เข้ามาประจำการคอยอารักขา คนสำคัญเหล่านี้กันอย่างเต็มที่ ขจรก็ยังเห็นผู้กำกับทรงยศ และ ผู้กองนพพรก็มาร่วมงานนี้อีกด้วย

    ในขณะที่ทุกคนกำลังฟังโฆษกสนามประกาศแนะนำตัว คู่ชกทั้งสองบนเวทีนั้น

    แต่สายตาของขจรได้แต่จับจ้องไปที่ ตัวของทอม โรแลนด์แชมเปี้ยนโลก ที่เดินขึ้นมาด้วยสายตาที่ผิดแผกไปจากเดิม และที่สำคัญ มีวิญญาณคนแคระเครายาว คนหนึ่งขี่คอของเขาขึ้นมาบนเวทีด้วย

    “ นี่มัน ตัวอะไรกันวะเนี่ย”.......