เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 90 คุณไสย

    เทียนกลับครั้งนี้แม่ดูมีความสุขมาก เพราะครั้งนี้เทียนหายไปเป็นปี แม่เป็นห่วงแต่ติดต่อไม่ได้

    “ ต่อไปไม่ต้องไปอบรมเพิ่มแล้วนะ แม่กับน้องเป็นห่วงกันมาก ติดต่อก็ไม่ได้ไปอยู่ตรงไหนของประเทศก็ไม่บอก ถามลุงใหญ่ก็ตอบไม่ได้ แม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ นี่ถ้าไม่มีน้องหนิงอยู่เป็นเพื่อน แม่ก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร สัญญากับแม่ อย่าไปนานแบบนี้อีกนะ” นานๆ จะได้ยินแม่พูดเยอะขนาดนี้

    “ ผมสัญญาครับแม่ ต่อไปนี้จะไม่ไปไหนอีกแล้ว” เทียนบอกเพื่อให้แม่สบายใจ

    “ พี่เทียนตอนนี้น้องหนิงจะขึ้นปี 3 แล้วนะ พี่เทียนไปอบรมตั้งเกือบ 2 ปี ทุกคนที่โรงพยาบาล ต่างคิดถึงพี่เทียนทุกคนเลย แล้วพุ่งนี้พี่เทียนจะไปโรงพยาบาลหรือเปล่า” น้องหนิงถามพี่ชาย

    “ ไปซิ โทรไปบอกท่านผอ.เตียง แล้ว แล้วพวกเพื่อนๆ พี่ยังฝึกงานกันครบไหม”

    เทียนถามถึงเพื่อนๆ

    “ ก็อยู่ครบนะ พวกเขาถามถึงพี่ทุกคน โดยเฉพาะพี่ริษา คิดถึงพี่มากนะ ตกลงพี่ชอบพี่ริษา บ้างหรือเปล่า “ น้องหนิงถามพี่ชายตรงตรง

    “ เฮ้อ พี่ไม่ได้คิดอะไรกับริษา คิดแต่เพียงเพื่อนเท่านั้น ริษายังเด็ก ยังต้องเจอคนอีกเยอะ เดี๋ยวก็คงลืมพี่ไปเอง” เทียนบอกน้องสาวตามตรง

    “ ไม่ได้นะพี่ริษาชอบพี่เปิดเผยขนาดนี้ กับน้องหนิง พี่ริษาก็ดีมากเลย พี่ไปบอกพี่ริษาเป็นแค่เพื่อนแบบนี้พี่ริษา ก็เสียใจแย่เลย ในเมื่อพี่ไม่มีใคร ก็เปิดรับพี่ริษาไว้หน่อยไม่ได้หรือไง?” น้องหนิงเหมือนจะไม่ยอมให้เป็นแค่เพื่อน

    “ แล้วถ้าวันหนึ่งคนที่พี่รักเกิดปรากฏตัวขึ้นมา แล้วจะบอกริษาอย่างไร เสียใจวันนี้ดีกว่าเสียใจวันหน้านะ” พี่ชายยังยืนกราน

    “ ตกลงพี่เทียนมีคนรักอยู่แล้วหรือ?” น้องหนิงยังไม่ยอมแพ้

    “ อาจจะใช่ “ เทียนบอกช้าๆ ไม่รู้ว่าม่านฟ้าจะเป็นคนได้หรือเปล่า แต่ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อม่านฟ้าไม่เคยเปลี่ยนถึงแม้จะผ่านมาแล้ว สี่ร้อยกว่าปี..

    “ พี่เทียน หมายความว่าอย่างไร อาจจะใช่? “ น้องหนิง งงกับคำตอบนี้มาก ตกลงว่ามีหรือไม่มี แต่ไม่มีเสียงคำตอบจากเทียนอีก เพราะเทียนเข้าห้องนอนไปแล้ว

    เทียนกับน้องหนิงมาโรงพยาบาลแต่เช้า โดยให้ อาจง ขับรถให้เหมือนเดิม

    ในห้องผอ. เตียง

    “ หมอเทียน โครงการที่สร้างตึกผู้ป่วยเฟสแรกตอนนี้สร้างเสร็จแล้วนะ ตอนนี้พวกเราสามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก เกือบ 2 เท่า แล้วงบประมาณที่ใช้รักษาฟรีสำหรับคนป่วยที่ไม่มีเงิน ยังมีรองรับคนป่วยอีกหลายพันคนอย่างสบาย และเครื่องมือแพทย์ที่นำเข้ามาก็มีมากขึ้น ตอนนี้โรงพยาบาลของเราถือเป็นติดอันดับ 1-5 ของประเทศไปแล้ว

    ต้องขอบคุณหมอเทียนแทนคนป่วยไข้ทั้งหลาย นี่ถ้าไม่ใช้งบประมาณของหมอเทียนพวกเขาไม่ต้องนอนข้างสนามหญ้า ข้างโรงพยาบาล เพื่อรอห้องในรพ.เหมือนในอดีตอีกต่อไป” ผอ.เตียงเล่าให้ฟังอย่างยืดยาว

    “ แล้วทุกวันนี้รพ. สามารถรองรับผู้ป่วยได้วันละ เกือบ สามพันคนต่อวันอย่างสบายๆ เพราะมีคุณหมอมาสมัครทำที่นี่มากมาย เพราะอยากจะศึกษาวิธีรักษากับหมอเทียน และนักศึกษาแพทย์ ต่างก็ขอมาฝึกงานกับเรามากกว่าเดิมจน

    บางครั้งต้องรอคิวสมัครกันเลย” ผอ.เตียงยังพูดไม่หยุด

    “ ผอ. หากขาดงบประมาณเรื่องอะไรก็บอกผมนะครับ ผมยังพอมีเงินเหลืออยู่ครับ” เทียนเสนอตัว

    “ ยังยังพอ โครงการเฟส 2 ก็กำลังใกล้เสร็จ งบที่หมอเทียนให้มายังเหลือสร้างได้ถึงเฟส 3 เลย “ ผอ. เตียงบอกความจริง

    “ ว่าแต่หมอเทียนกลับมานี่เรียนจบแล้วใช่ไหม แล้วที่เรียนมานี่ช่วยรักษาคนแบบไหนบ้าง” ผอ. เตียงถามหลายคำถาม

    “ ก็นี่แหละครับผมอยากให้ผอ. พาไปรักษาผู้ป่วยที่พอคุยกันรู้เรื่อง เพราะวิชาที่เรียนมาอาจจะไม่ใช่แนวทางรักษา ที่มหาลัยแพทย์ได้สั่งสอนมา มันเป็นพลังจิตประเภทหนึ่ง เกรงว่าญาติผู้ป่วยจะไม่ยอมรับ” เทียนบอกตามตรง

    “ รักษาแบบพลังจิต อืม รักษาได้ทุกโรคเลยหรือเปล่า” ผอ.ถาม

    “ ต้องลองดูผมยังไม่เคยลองรักษาใคร “ หมอเทียนบอกตามตรง

    “ ถ้าอย่างนั้นมีเคสเดียว พี่ชายของผมเอง เขาเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้ายอาการดูแล้ว ไม่น่าเกิน 7วัน” ผอ.พูดแบบปลงปลง

    “ ดี งั้นลองดูเคสนี้ก็ได้ ผมขอห้ามถ่ายคลิป ห้ามบุคคลภายนอกรู้ อนุญาตให้ญาติดูได้คนเดียว รวมผอ. อีกคน นอกนั้นห้ามนะครับสุดท้ายถ้าหายดีแล้ว ห้ามบอกใครนะ” เทียนบอกสิ่งที่ต้องการบอก

    ผอ. ตกลง จึงเดินไปที่ห้อง ICU ทันที พอถึงห้อง

    เจอผู้ป่วยเป็นชายอายุประมาณ 70 ปี ร่างกายผอม ท้องบวม ผมร่วง หายใจเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ถูกมัดติดเตียง เพราะกลัวว่าคนป่วยจะกระชากเครื่องช่วยหายใจออกจะทำให้เกิดอันตราย มีสายน้ำเกลือ มีการเตรียมให้เลือด คนเจ็บไม่สามารถพูดได้ เพราะมีเครื่องช่วยหายใจคาอยู่ที่ปาก มีเครื่องวัดระดับหัวใจ ความดัน ดังตี๊ด ๆ ๆ หัวใจเริ่มเต้นช้าลง

    “ ไม่เป็นไรหรอกหมอเทียนพวกเรายอมรับกันได้แล้ว พวกเราแค่รอเวลาเท่านั้น”

    ผอ.เตียงพูดด้วยเสียงเศร้า และแนะนำพี่สะใภ้ให้เทียนรู้จัก

    “ ผอ. ช่วยปิดม่านให้หน่อยครับ “ เทียนบอกเสร็จ ก็ลองใช้พลังเทพบริสุทธิ์ เริ่มทำการตรวจสอบ ระบบร่างกาย ถูกทำลายไปมากกว่า60เปอร์เซนต์ แล้วเทียนก็ปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์ ฟื้นฟูน้ำเหลือง ฟื้นฟูท่อน้ำเหลือง ฟื้นฟูต่อมน้ำเหลือง ฟื้นฟูตับ ปอด กระดูก ฟื้นฟูระบบเลือด หัวใจ “ เสร็จ” เทียนพูด

    ผอ. ยังงงกับการที่เทียนพูด และทำท่าเอาฝ่ามือมาสัมผัสเบาๆ แค่นี้นะหรือ

    ยิ่งพี่สะใภ้ยิ่งงงหนัก

    “นี่หมอเทียนกับผอ.ทำอะไรกัน ฉันจะรีบไปเตรียมจัดงานนัดกับมัคทายกวัดไว้ จองศาลาตอนนี้ยิ่งยากอยู่ด้วย ยังให้ฉันมายืนอยู่ทำไมก็ไม่รู้ “พี่สะใภ้ผอ.คิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกมา

    “ ผอ.เรียกแพทย์กับพยาบาลมาตรวจสอบร่างกายคนไข้อีกรอบนะครับ ถ้าปกติแล้วก็ควรจะเอาเครื่องช่วยหายใจ ออกให้เขาด้วยนะ เพราะจะได้รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร ผมว่าพี่ชายผอ. น่าจะหายดีแล้ว แล้วอย่าลืมที่เราคุยกันนะครับว่าห้ามบอกใคร” เทียนเอ่ยจบก็เดินออกไปทันที

    “ อ้าวหมอเทียนกลับมาแล้วหรือครับ “ หมอจอนไม่เจอเทียนกล่าวทักทาย

    “ เพิ่งมาวันนี้เอง คุณหมอจอนกำลังรีบไปไหนครับ “เทียนเห็นหมอจอนรีบ

    “ มีคนไข้เกิดอาการปวดท้องอาเจียน ตรวจสอบโดย ภาพเอ๊กซเรย์คอม. มีวัตถุคล้ายหนังสัตว์ อยู่ในท้องกำลังไปปรึกษากับอาจารย์หมอเรื่องจะผ่าตัดออกได้ไหม นี่ผมเจอเคสแบบนี้ 2 เคสแล้ว” หมอจอนเล่าให้ฟัง

    “ หนังอยู่ในท้อง” เทียนฟังแล้วตกใจ เลยขอเดินตามไปดูเคสนี้ด้วย

    “ สวัสดีครับอาจารย์หมอ” หมอจอน และเทียนทักทายอาจารย์หมอ

    “ หมอเทียนกลับมาแล้วหรือ มาเลยช่วยมาดูเคสนี้กัน จากภาพทีเห็นนี้ไม่ใช้เคสแรกที่พวกเราผ่าเอาหนังควายชิ้นนี้ออกมา บางคน ต้องผ่าถึง 2 หน ภายใน 1เดือน เคยมีบางคนมาอาการหนักมากเพิ่งตรวจสอบรู้ว่ามีหนังควายเข้าไปอยู่ในท้องเกือบตายต้องนอนโรงพยาบาลนนับเดือน เคสนี้มาอีกแล้ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น

    เพราะดูจากแผ่นหนังแล้วไม่มีทางที่จะกินเข้าไปได้อย่างแน่นอน” อาจารย์หมอจากห้องผ่าตัดเอ่ย

    “ หนังควายหรือครับ” เทียนถามไปอีกที รู้สึกว่า มันต้องเป็นคุณไสยแน่ สมัยนี้มีคนเล่นของพวกนี้กันด้วยหรือ เทียนคิดในใจ

    “ ใช่แล้ว หมอเทียนดูตัวอย่างอันนี้ก็ได้เพิ่งผ่าออกมาเมื่ออาฑิตย์ที่แล้ว” อาจารย์หมอ หยิบขวดโหลแก้วที่ใส่แผ่นหนังควายให้เทียนดู

    “ เป็นหนังควายลงอาคมไว้จริงอย่างที่คิดไว้เลย” เทียนพูด แต่ทั้งอาจารย์หมอ

    และหมอจอนต่างตกใจ

    “ หมอเทียนรู้จักหนังควายลงอาคมได้อย่างไร” หมอจอนถาม อาจารย์หมอรอคำตอบเช่นกัน

    “ ตอนสมัยเด็ก ผมเคยบวชเณรที่วัดต่างจังหวัด มีลุงมัคทายกวัดเกิดอาการปวดท้องไม่มีสาเหตุ ชาวบ้านก็พาไปอนามัยตำบล หมออนามัยให้กินยาแก้ปวดไม่หาย ทำท่าจะส่งตัวไปโรงพยาบาลในอำเภอ แต่หลวงปู่เห็นเข้าก็เลยให้กินน้ำมนต์ แก้ปวดท้อง แล้วใช้ไข่ดิบ ดูดของออกมาจากท้อง กลายเป็นหนังควายลงอาคม พอเอาออกมาได้ ลุงมัคทายกแกก็หายเลย แล้วหนังชิ้นนั้นก็เป็นลักษณะแบบนี้เลยครับ”

    เทียนอธิบายที่รู้อย่างละเอียด

    “ แล้วชิ้นใหญ่ขนาดนี้มันจะเข้าไปในปากได้อย่างไร” หมอจอนสงสัย

    “ หลวงปู่เคยเล่าว่า ผู้ใช้คุณไสยแบบนี้ ต้องลงอาคมที่ตัวหนังควายชิ้นนี้จนกระทั่งมันเป็นกลุ่มควัน แล้วมันก็จะพุ่งเข้าไปหาคนที่เขาตั้งใจทำของใส่ มันจะเข้าไปตามรูทวารทั้งเจ็ด แล้วแต่มันจะเข้าทางไหนได้ แล้วหลังจากนั้น

    7 วันมนต์ชุดนี้ก็จะเสื่อม แผ่นหนังนั้นก็จะกลับเป็นสภาพเดิม มันก็เข้าไปอยู่ในท้องเรียบร้อยแล้ว” เทียนอธิบายอย่างละเอียด

    “ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ทำไมผมไม่รู้ว่าโลกนี้จะมีเรื่องราวโหดร้ายอย่างนี้” หมอจอนกล่าว

    “ ผมเคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่เพิ่งรู้ว่ามีรายละเอียดแบบนี้” อาจารย์หมอเอ่ยเสียงเครียด

    “ แล้วเราจะบอกคนเจ็บว่าควรป้องกันอย่างไรดี” หมอจอนบอก

    “ ผมว่าตอนนี้เราผ่าตัดเอาออกไปตามปกติก่อน แล้วผมจะขอคุยกับคนไข้เองว่าเขามีเรื่องบาดหมางกับใคร ถึงได้โดนแบบนี้” เทียนอาสาคุยกับคนไข้

    “ งั้นเคสนี้ให้หมอเทียนผ่าเอาออกก็แล้วกัน” อาจารย์หมอสั่ง

    “ ได้ครับ” เทียนรับปากไป

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน