ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 85 หนี? ไม่มีวัน!!

    การที่สมาพันธ์นักล่าลงโทษกอร์ก้าและพวกเพียงแค่ลงบัญชีดำหนึ่งปีและปรับเงินจำนวนหนึ่งนั้น คนธรรมดาที่ไม่ได้ข้องแวะกับวงการนักล่าอาจคิดว่าเป็นโทษที่เบาเกินไป นั่นน่ะพยายามฆ่าเชียวนะ!จะว่าอย่างนั้นมันก็ใช่..แต่ถ้าเป็นคนที่อยู่ในวงการนักล่าจะรู้ดีว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยทุกวันในเมืองใดเมืองหนึ่ง แต่ถ้าให้นับรวมทั้งอาณาจักรเซเฟียอันกว้างใหญ่ไพศาลแล้วละก็เหตุแบบนี้ถือว่าพบเห็นได้เป็นปกติทุกวันเลยทีเดียว นี่คือผลของการที่ผู้คนมีพลังไว้ในครอบครอง คำพูดที่ว่าผู้แข็งแกร่งคือกฎนั้นไม่ใช่คำพูดเท่ๆ ที่เหล่านักล่าคิดขึ้นเล่นๆให้พูดจริงๆ แล้วนั้น ที่พวกกอร์ก้าทำผิดไม่ใช่การลงมือเพื่อฮุบส่วนแบ่งจากพวกวี แต่เป็นการที่พวกมันลงมือฆ่าพวกวีไม่สำเร็จต่างหาก! ถ้าพวกมันฆ่าวีและพวกได้สำเร็จตามแผนของมันก็จะไม่มีการสืบสวนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะในโลกแห่งนี้ผู้แข็งแกร่งคือกฎความอ่อนแอคือความผิด! ถ้าอยากแก้แค้น..ก็ไปเอาคืนสิ!ผู้คนธรรมดาที่ไม่ได้สัมผัสกับโลกแห่งนักล่าอาจจะมองว่านี่เป็นเรื่องโหดร้ายป่าเถื่อน แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าโลกแห่งนี้จริงๆแล้วนั้นมันโหดร้าย...โหดร้ายอย่างที่สุด.."ลุง"เชนเมื่อได้ยินเรื่องราวของวีก็สงสารไม่น้อย"ข้าน่ะ..เคยคิดจะไปฆ่ามัน"วีกล่าวด้วยมือที่กำจนแน่น"แต่เพื่อนสนิทของข้าก็ห้ามไว้และบอกว่าข้าในตอนนี้ไม่มีทางจัดการมันได้..ถึงไปก็มีแต่ตายเปล่า"เชนมองไปยังทางกอร์ก้าที่ไปยืนอยู่ที่มุมห้องและกำลังจ้องเขม็งมาทางพวกเขา วีเองก็ไม่หลบสายตามองปะทะสายตากับมัน"ข้าเข้าใจเรื่องนั้นดีว่าถ้าข้าตาย..ทุกอย่างก็จบ ข้าเลยต้องเก็บความแค้นนี้ไว้..เก็บไว้จนถึงวันที่ข้าจะฆ่ามันด้วยมือคู่นี้! "เชนสัมผัสได้ถึงความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในน้ำเสียงนั้น"เอาล่ะจะเรียกชื่อแล้วนะ! ได้ยินชื่อก็ให้เดินมาจับฉลากการประลอง"เสียงของแฟรงค์ดังขึ้นทำให้วีทำกำลังอารมณ์พลุ่งพล่านรู้สึกตัวจนต้องหลับตาข่มอารมณ์ ส่วนผู้เข้าประลองทุกคนก็ต่างพากันเดินไปล้อมวงรอประกาศเรียกชื่อจากแฟรงค์ตรงด้านหน้าเวทีเล็กในห้อง ด้านข้างของแฟรงค์มีกล่องใบใหญ่ซึ่งมีรูขนาดใหญ่ด้านบนกล่องเพื่อให้มือล้วงลงไปได้ตั้งอยู่ ส่วนด้านบนเวทีก็มีจอขนาดใหญ่ที่กำลังแสดงภาพของแผนผังการประลองว่าใครจะพบใครในรอบนี้ ซึ่งตอนนี้มันยังว่างเปล่าไม่มีชื่อผู้ใด"อาเธอร์ เวนส์! "สิ้นเสียงเรียกชื่อแรก ก็เป็นอาร์ทชายผมทองซึ่งเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งเดินด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไปหยิบฉลากในกล่องใบใหญ่ด้านข้างแฟรงค์ เมื่อเขาหยิบกระดาษที่ม้วนอยู่มาได้หนึ่งใบก็ส่งไปให้แฟรงค์"ได้หมายเลข36"เมื่อแฟรงค์กล่าวหมายเลข แผนผังบนจอด้านหลังตรงหมายเลข36ก็มีชื่อของอาร์ทปรากฏขึ้น และมันก็เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆหลังจากแฟรงค์เรียกผู้เข้าประลองมาหยิบฉลากจับคู่ได้ราวยี่สิบคนก็ได้มาถึงรอบของกอร์ก้า มันเดินไปหยิบฉลากแล้วยื่นส่งให้แฟรงค์"หมายเลข100"แฟรงค์กล่าวหมายเลขของกอร์ก้าพร้อมกับประกาศเรียกชื่อคนต่อไปกอร์ก้ามันเดินเข้ามาใกล้เชนกับวีที่กำลังยืนรอประกาศอยู่"แกอย่าจับได้99ล่ะ..ไม่งั้นฉันจะทำให้แกเป็นเหมือนเพื่อนแกเลย"กอร์ก้ามันมองสบตากับวีพร้อมพูดขึ้นเบาๆ พอให้พวกเขาได้ยิน"แก.."วีเมื่อได้ยินก็ขมวดคิ้วจนเป็นปมและทำท่าเหมือนจะเดินเข้าไปหามันจนเชนต้องดึงแขนไว้ ถ้าเกิดมีเรื่องกันนอกสนามประลองมีหวังได้หมดสิทธิ์แข่งแน่"ฮ่าๆ "กอร์ก้าเมื่อมันเห็นว่ายั่วโมโหวีได้สำเร็จก็หัวเราะอย่างสมใจแล้วเดินออกไป"ใจเย็นน่าลุง อย่าให้มันยั่วโมโหได้สิ"เชนกล่าวเมื่อเห็นวีเหมือนจะอารมณ์เดือดอีกแล้ว"ข้าจะพยายาม"วีกล่าวทั้งที่คิ้วยังขมวดแน่น"ราเชน เมฆพิทักษ์! "แฟรงค์เรียกชื่อไปเกือบเจ็ดสิบคนแล้วและในที่สุดก็ถึงชื่อของเชนเชนเดินออกไปยังกล่องใบใหญ่แล้วล้วงมือเข้าไปหยิบกระดาษมาหนึ่งใบท่ามกลางสายตาจับจ้องจากทุกคน เชนได้แสดงให้เห็นในรอบก่อนหน้าแล้วว่าของมีความสามารถขนาดไหน คนที่ไม่อยู่ในระดับชั้นสิบทุกคนต่างภาวนาอย่าให้ตัวเองเจอเชนเลย"ได้หมายเลข73"เมื่อได้ยินหมายเลขที่ตัวเองได้เชนก็เงยหน้ามองไปยังแผนผังบนจอภาพจึงเห็นว่ามีคนที่จับได้หมายเลข74ซึ่งเป็นคู่ประลองของเขาก่อนแล้ว คู่ประลองของเขามีชื่อว่าไบรอนผู้เข้าประลองหลายคนเมื่อได้ยินว่าหมายเลขของเชนไม่ใช่คู่ประลองของตนก็พากันถอนหายใจ แต่ในนั้นมีชายคนหนึ่งเมื่อเห็นว่าเชนได้หมายเลข73ก็หน้าซีดเผือด เขาก็คือผู้ที่จับได้หมายเลข74หรือก็คือไบรอนคู่แข่งของเชนในรอบนี้นั่น เขานั้นอยู่ในขั้นสามัญระดับแปดสิบแปดและตัวเขาแม้จะมีระดับสูงกว่าเชนถึงเจ็ดระดับ แต่เขาเองก็ได้เห็นฝีมือของเชนจากรอบที่แล้วเหมือนกันทำเอาเขาถึงกับเหงื่อแตกพลั่กเลยทีเดียว'บัดซบเอ๊ย! เลขตั้งเยอะแยะทำไมต้องมาจับคู่กับฉันวะ ฝีมือแบบนายไปเจอกับพวกระดับชั้นสิบนู้น! 'ไบรอนโอดครวญในใจอย่างไม่ยินยอมเชนเดินกลับมายืนข้างวี เขาจึงได้รู้จากวีว่าไบรอนนั้นอยู่ในระดับชั้นแปดซึ่งเป็นระดับชั้นเดียวกับเขา เมื่อได้ยินดังนั้นเชนก็เหมือนจะมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว'ถ้าไม่มีสภาวะยมทูตทมิฬ..เราจะชนะระดับชั้นเดียวกันได้ไหมนะ'แฟรงค์เรียกผู้เข้าแข่งไปเรื่อยจนมาถึงคิวของวีวีเดินออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและหยิบฉลากมาหนึ่งใบส่งไปให้แฟรงค์ ส่วนผู้เข้าประลองที่มองวีนั้นก็มองเขาอย่างประหลาดใจและสงสาร เพราะว่าวีนั้นเป็นผู้เข้าประลองเพียงคนเดียวที่มีระดับชั้นเจ็ด! ทุกคนต่างคิดไปทางเดียวกันว่าในรอบที่แล้ววีอาจใช้เทคนิคหรือกลวิธีบางอย่างเพื่อเอาตัวรอดจนติดหนึ่งในห้าคนสุดท้ายได้ แต่การประลองในรอบนี้ไม่ใช่! การประลองรอบนี้เป็นการประลองหนึ่งต่อหนึ่งไม่อาจหลบหนีไปเรื่อยๆมีแต่ต้องปะทะกับอีกฝ่ายด้วยพลังแล้วคว้าชัยชนะมาให้ได้เท่านั้นแฟรงค์ได้รับหมายเลขของวีเขาก็มองไปที่หมายเลขนั้นแล้วประกาศออกมา"ได้หมายเลข99"เชนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ต้องเบิกตากว้างทันทีในทันที นี่มันไม่บังเอิญไปหน่อยเรอะ!วีเมื่อได้ยินตัวเลขที่ตนได้ก็หันไปมองยังกอร์ก้าซึ่งกำลังยิ้มและมองมาทางเขาเช่นกัน มันเมื่อเห็นวีมองมาก็แลบลิ้นพร้อมกับยกนิ้วขึ้นทำท่ากรีดคอให้วีเห็น วีเมื่อเห็นท่าทางของมันก็ไม่ได้พูดอะไร เขาละสายตาจากมันพร้อมเดินตรงไปยังเชนด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์วีได้ประลองกับกอร์ก้า! ราวกับเบื้องบนสัมผัสได้ถึงเรื่องราวความแค้นของทั้งสองจึงประทานพรเป็นการประลองครั้งนี้ให้ แต่สำหรับวีไม่ทราบว่าจะเป็นพร..หรือคำสาปกันแน่วีเดินกลับมายืนข้างเชนอีกครั้ง เมื่อเชนมองไปยังดวงตาของวีซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเขาก็เห็นถึงความมุ่งมั่นในดวงตาคู่นั้น เชนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เกิด...ลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นในใจ"ลุงวีผมว่า..""ข้าจะสู้! "ไม่ทันทีเชนจะกล่าวจบวีก็กล่าวขัดขึ้น ราวกับวีรู้ว่าเชนจะพูดอะไร"แต่ระดับของลุงกับมันต่างกันเกินไปนะ""ข้าอาจไม่บุกไปฆ่ามันเพราะรู้ดีว่าถ้าไปตอนนี้คงมีแต่ต้องตาย แต่เมื่อมันมาอยู่ต่อหน้าแบบนี้ไม่ว่ายังไง..ข้าก็จะไม่หนี! "วีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นตัดสินใจ เชนเมื่อได้ยินก็รู้ในทันทีว่าเขาคงไม่อาจโน้มน้าววีได้แล้ววีรู้ดีว่าระดับของตนกับกอร์ก้าห่างชั้นกันขนาดไหน โอกาสชนะเองก็แทบจะไม่มี แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้แล้วจะให้เขาหนีไอ้ชั่วนั่นน่ะเหรอ? ไม่มีวัน!"ยังไงลุงก็อย่าฝืนล่ะ"เชนกล่าวด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนักในที่สุดผู้เข้าแข่งทั้งหนึ่งร้อยคนก็ได้คู่ประลองของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย แฟรงค์ได้บอกกติกาในรอบนี้ว่ามีเวลาในการประลองเจ็ดนาทีต่อคู่ การตัดสินว่าใครแพ้ชนะจะตัดสินด้วยสามวิธีคือ1.มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประกาศขอยอมแพ้2.ตัดสินแพ้ชนะเมื่ออีกฝ่ายหมดสติ3.เมื่อหมดเวลาจะตัดสินผู้แพ้ชนะด้วยคะแนน ซึ่งคะแนนดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่จะดูการประลองและเป็นผู้ให้คะแนนตามมาตรฐานของสมาพันธ์"กฏมีเพียงเท่านี้และอาวุธทุกอย่างสามารถนำมาใช้ได้ เพราะฉะนั้นขอแนะนำว่าถ้ารู้ว่าตนเองไม่สามารถสู้กับอีกฝ่ายได้ก็อย่าฝืนจนเกินไปจนได้รับบาดเจ็บ เพราะต่อให้ไม่ได้รับสิทธิ์เพื่อเข้าRaidระดับพิเศษก่อนใครในวันพรุ่งนี้แต่ทุกคนก็ยังสามารถเข้าRaidระดับพิเศษในเวลาที่มันเปิดปกติได้ แต่ถ้าเกิดได้รับบาดเจ็บขึ้นมาก็อาจต้องพลาดRaidระดับพิเศษในครั้งนี้ไปเลย..ขอให้ทุกคนโชคดี"แฟรงค์กล่าวกับผู้เข้าประลองทุกคนก่อนที่เขาจะเรียกผู้เข้าประลองคู่แรกให้ลงสนามได้ผู้เข้าประลองทั้งสองคนซึ่งเป็นคู่ประลองคู่แรกต่างพากันเดินออกมาเมื่อได้รับสัญญาณ พวกเขาทั้งคู่เป็นผู้ชายและอยู่ในระดับชั้นเก้าเช่นเดียวกัน ดูแล้วคงเป็นการประลองที่สูสีและไม่มีใครยอมใครเป็นแน่เฮ!! มาแล้ว!! เอาเลย!!เมื่อพวกเขาเดินออกไปจากเตรียมตัวสู่สนามประลองเหล่าผู้ชมที่กำลังรอคอยก็ต่างพากันส่งเสียงปรบมือและโห่ร้องกันจนดังสนั่น"เอาล่ะครับ! ในที่สุดก็มาถึงการประลองรอบตัดสินกันแล้ว! การประลองในรอบนี้จะมีทั้งหมดห้าสิบคู่และผู้ชนะในการประลองก็จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่Raidระดับพิเศษเพื่อไปค้นหาโชควาสนาก่อนใครในทันที!! "เฮ!!!"เอาล่ะเรามาแนะนำตัวผู้ประลองกันเลย! ชายหนุ่มที่ถือดาบและใส่ชุดสีดำมีชื่อว่าเบิร์ดอยู่ในขั้นสามัญระดับเก้าสิบสี่! "เบิร์ดที่ยืนอยู่ในสนามเมื่อได้ยินนักพากย์แนะนำตัวก็ยกมือขวาขึ้นเหนือหัว เรียกเสียงเฮของเหล่าผู้ชมได้เป็นอย่างดี"ส่วนคู่ประลองของเบิร์ดซึ่งราวกับสวรรค์จับวางมาให้ เขามีนามว่าซินและมีระดับอยู่ที่เก้าสิบสี่เช่นเดียวกันนน! "ซินซึ่งเป็นชายรูปร่างเพรียวบางในชุดสีดำสนิททั้งตัว อาวุธของเขาเป็นมีดสั้นที่ดูคมกริบสองเล่มและพวกมันต่างอยู่ในมือของเขาข้างละเล่ม ซินเมื่อได้ยินนักพากย์แนะนำชื่อของตน เขาทำเพียงยืนนิ่งพร้อมกับหลับตาทำสมาธิเท่านั้น ดูจากอาวุธที่ใช้และลักษณะท่าทางของเขาคนนี้แล้ว เขาคนนี้เหมือนกับเป็นแอสซาสินเลยทีเดียว"งั้นก็อย่าเสียเวลากันมากไปกว่านี้เลย การประลองรอบตัดสินคู่แรกเริ่มมมมมได้!! "สิ้นเสียงของนักพากย์เบิร์ดก็จับดาบในมือแน่นพร้อมพุ่งตัวเข้าหาซินจนได้ยินเสียงแหวกอากาศ ส่วนซินเมื่อได้สัญญาณก็ลืมตาอันคมกริบของเขาขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวออกไปด้วยท่วงท่าอันแปลกประหลาดที่ทำให้ผู้ชมทุกคนเห็นภาพซ้อนขณะที่เขาเคลื่อนที่ และในที่สุดดาบและมีดสั้นของทั้งสองก็ต่างมาบรรจบใส่กันกลางสนามประลองจนดังกึกก้อง!