อภินิหารศาสตราวุธ

    ตอนที่​ 163 คนที่น่าจะตายไปแล้ว

    ตอนที่​ 163 คนที่น่าจะตายไปแล้ว

    ด้วยการที่คนสำนักโลหิตสมิงถูกสังหารลงไปทีละคนสองคน ซือฟางไม่ระงับความโกรธ​ได้ไหว

    ตอนนี้​ไม่ว่าจะเป็นพวกเดียวกันหรือศัตรู​ ซือฟางพร้อมจะฆาตกรรม​ทิ้งอย่างโหดเหี้ยม​

    "ดูแลโครงกระดูก​เจ้าดีๆหน่อย"

    เต้าซื่อน้ำเสียงอันเยือกเย็น​ดังออกมาจากปากเต้าซื่อ โดยไม่สนใจซือฟางเพราะเข้าใจ​ดีอยู่แล้วว่า คนในสำนักถูกฆ่าต่อหน้าเป็นใครก็ไม่สามารถ​ระงับอารมณ์​ได้​

    "ทำไมละ ก็พวกข้ามาที่นี้เพื่อการนี้อยู่แล้ว"

    อาวุโส​จิ้นน้ำเสียงแข็งกร้าว แสดงความปรปักษ์​ต่อกันกับศัตรู​ตรงหน้า

    "หมายความว่าไง​"

    เต้าซื่อยังไม่เข้าใจ​ที่อีกฝ่ายต้องการ​สื่อแต่อย่างใด

    "อย่าบอกนะว่า นี้เจ้ามาที่นี้แต่โดยดีเพราะต้องการ​กำจัดพวกข้ากัน"

    เต้าซื่อราวกับเข้าใจ​อะไรบางอย่าง​แล้ว

    การที่อาวุโส​จิ้นยอมมากับพวกตนเองง่ายๆ ทั้งที่มีความสามารถ​อันแข็งแกร่ง​อยู่กับตัวกับไม่มีทีท่าว่าจะขัดขืน ต่อสู้​ออกมาระหว่าง​เดินทางเลย จึงแปลกใจ​ขึ้นมา

    "ถูกแล้ว"

    อาวุโส​จิ้นยอมรับอย่างเปิดเผย​ พร้อมกับ​สายตาอันเย็นชา​มองออกมา

    "ฮ่า​ฮ่า​ฮ่า​ เป็นเรื่องน่าขบขัน​สิ้นดี"

    "คิดว่า คนของสำนักพวกข้าจะเป็นผักปลาให้ฆ่ากันง่ายๆรึไง"

    สองเจ้าสำนักหัวเราะ​ออกมา เมื่อเพิ่งเห็นคนโง่งมกล้ามาเยือนถิ่นศัตรู​แล้วประกาศ​ว่าจะสังหารพวกตนเช่นนี้อีก

    "ในเมื่อความจริงถูกเปิดเผย​แล้ว ข้าขอลงมือ​แบบไม่เกรงใจ​กันละ"

    โครงกระดูก​เอ่ยออกมา หลังจาก​ก่อนหน้านี้​ออมพลังเอาไว้ส่วนนึงเพื่อให้ศัตรู​ตายใจคิดว่าพวกตนอ่อนแอ​จนยอมพากลับมายังที่ซ่อนตัว​ด้วย

    โครงกระดูก​ที่เป็นดั่งสหาย​รักของอาวุโส​จิ้นที่ตกลงกับอาวุโส​จิ้นว่าจะออมมือ เพื่อให้อีกฝ่ายคิดว่าพวกตนอ่อนแอ

    ทำให้เต้าซื่อกับซือฟาง ที่คิดว่า ต่อให้​โครงกระดูก​ตามมาที่นี้ก็ไม่น่ามีปัญหา​อะไร​แถมจะได้มีพวกขึ้นมาอีกด้วย

    ดาบไม้ในมือของโครงกระดูก​ฟาดฟันใส่ศัตรู​เบื้องหน้าอย่างไม่ปราณี

    ฉั่ว

    "อ๊าก"

    เสียงร้องโหยหวน​ของศัตรู​ดังขึ้นมาเป็นสัญญาณ​ของการต่อสู้

    สำนักนอกรีต​ทั้งสามปะทะ อาวุโส​จิ้นกับโครงกระดูก จึงเริ่มขึ้น

    "ขอข้าร่วมวงด้วยคนสิ"

    เสียงอันคุ้นเคย​ดังขึ้นมาเมื่อคนที่น่าจะตายไปแล้ว มาปรากฏ​ที่นี้อีกครั้ง

    "เจ้านั่นมันน่าจะถูกเจ้าหนูเผาตายจนไม่เหลือซากแล้วไม่ใช่​รึ"

    โครงกระดูก​ที่มองดู​การต่อสู้​ร่วมกับคนอื่น จึงตกใจเมื่อเห็นคนที่น่าจะตายยังคงมีชีวิต​อยู่

    คนที่น่าจะตายที่ว่าคือ เสี่ยหาย เจ้าสำนักเดือนเพ็ญ​ที่ได้พ่ายแพ้​แก่หยางหลงในตอนปะทะ​ตัดสิน​ครั้งสุดท้าย

    "คงเป็นวิชานอกรีต​บางอย่าง"

    อาวุโส​จิ้นนิ่งเฉย​เหมือนกับไม่แปลกใจ​อะไรกับเรื่องแบบนี้

    เพราะวิชา คืนชีพ​ของตัวเองก็ยังจัดเป็นวิชานอกรีต​ที่ร้ายกาจ​ น่ากลัว​เล่นกับคนตายยังมีได้เลยแล้ววิชานอกรีต​ที่คล้ายกันจะไม่มีได้ไง

    เป็นไปได้ว่าวิชาจากในสงคราม​ทวีป​ ได้หลงเหลือ​ตกมาสู่รุ่นนี้อยู่ไม่น้อยทำให้สำนักนอกรีตเหล่านี้​ได้ค้นพบ​วิชานอกรีต​เข้า นำมันมาใช้กับพวกเดียวกัน

    "ไม่แปลกใจ​เลยสินะ"

    เต้าซื่อที่ดูอาการอาวุโส​จิ้นยังคงนิ่งเฉย​ราวกับคิดเอาไว้แล้วจึงอดสงสัยในตัวอาวุโส​จิ้นมากยิ่งขึ้น

    ตอนนี้เสี่ยหายที่ปรากฏ​ตัวในรูปลักษณ์​ของคนอื่น เข้ามาสมทบ​กับเต้าซื่อ ซือฟางเพื่อเล่นงาน​อาวุโส​จิ้นกับเหล่าสหายโครงกระดูก

    "ยังไม่คิดจะขอบคุณ​กันหน่อยรึ"

    ซือฟาง แหย่ขึ้นมาเมื่อตนเองช่วยให้เสี่ยหายยังคงมีชีวิต​อยู่อีกครั้งกับไม่ได้รับคำขอบคุณ​ใดจากอีกฝ่ายเลย

    "หึ ข้าไม่มีทางขอบคุณ​เจ้าหรอก"

    "แต่เดี้ยวข้าจะช่วยแก้แค้นกับคนสำนักโลหิต​สมิงที่ตายลงไปให้"เสี่ยหาย ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง​

    ด้วยการที่ไม่ถูกกันของเสี่ยหายกับ ซือฟาง ที่เป็นเหมือนกับคู่ปรับกัน จึงไม่มีทางเอ่ยคำขอบคุณ​แก่ซือฟางง่ายๆแน่

    "หึ"

    ซือฟางได้ยินเช่นนั้นก็ยังดีที่มันรู้จักตอบแทน​บุญคุณ​กัน แม้จะไม่เต็มใจ​ก็เถอะ

    เสี่ยหายในรูปลักษณ์​โฉมใหม่​ที่เป็นคนอื่น แต่นิสัยใจคอยังคงเหมือนเดิมปรากฏ​กายออกมาต่อหน้าทุกคน

    "ก่อนอื่นต้องจัดการเจ้านั่นก่อน"

    อาวุโส​จิ้นชี้ไปยังซือฟางที่เป็นเหมือนกับตัวแปรของการต่อสู้​ในครั้งนี้

    หากซือฟางยังคงอยู่ก็สามารถ​คืนชีพ​ให้แก่พวกพ้องได้ตลอดเวลา​ ซึ่งก็เหมือนกับ​ตนเองในอดีตที่เป็นตัวแปรสงคราม​ทวีปเช่นกัน

     

    คล้ายกับเรื่องอภินิหารศาสตราวุธ ที่คุณอ่าน