นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 192 ผลลบของสมบัติ

        ตอนที่ 192 ผลลบของสมบัติ

         

         

        เมื่อร่างหลักตายลง ร่างแยกทั้งสามก็สลายหายไป ทั้งหมดหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หากใบหน้าของทุกคนปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ ประดับ

         

        นิทานเดินกลับมาตรวจดูอาการของเลโอ เธอกลับมายืนได้อีกครั้งแล้ว หากอาการอ่อนล้าและสีหน้าซีดยังคงเห็นได้ชัดเจน การป้องกันเมื่อครู่สูบพลังของเธออย่างมหาศาล

         

        นิทานนำขวดที่บรรจุโอสถชั้นสูงออกมา ภายในนั้นคือโอสถฟื้นจิตเม็ดสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ เขายื่นมันให้เลโออย่างไม่ลังเล

         

        “ขอบคุณมากนะครับ การป้องกันเมื่อครู่นี้ถึงกับหยุดการโจมตีสุดชีวิตของอริยะได้เลย” นิทานกล่าวยิ้ม ๆ

         

        เลโอยังคงหอบหายใจ หากเธอกลับเผยรอยยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นสัญญาณว่าไม่เป็นไร

         

        นิทานหัวเราะขำ เธอเหนื่อยอ่อนอย่างชัดเจนหากยังคงเกรงใจตน นิทานแผ่จิตสังหารเป็นชั่วขณะสั้น ๆ ยามอยู่ประชิดเลโอ และการแผ่พลังโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนั้นทำให้เธอตกใจจนเผลออ้าปากน้อย ๆ

         

        นิทานฉวยจังหวะดีดโอสถฟื้นจิตเข้าปากของเธอ เพียงครู่เดียวโอสถนั้นก็ละลาย พลังจิตวิญญาณไหลเข้าสู่ร่างของเธออย่างรวดเร็ว ใบหน้าเริ่มมีสีเลือดฝาด อาการอ่อนล้าหายไปในพริบตา

         

        เลโอที่ยังตกใจกะพริบตาปริบ ๆ หากเมื่อทราบว่าตนหลงกลนิทานก็ขมวดคิ้วโกรธพร้อมกับนำคทามาฟาดแขนของนิทานเบา ๆ

         

        “ขอโทษครับขอโทษ แต่รับไปเถอะครับ” นิทานหัวเราะน้อย ๆ

         

        เธอคู่ควรกับโอสถนั้นอย่างแท้จริง และนิทานยังต้องตอบแทนเธอมากกว่านี้ด้วย เขาจำได้แม่นว่าเธอใช้สมบัติบางอย่างก่อนจะสวดคำภาวนา หากไม่มีสมบัตินั้นการป้องกันนั้นไม่มีทางแข็งแกร่งถึงขั้นที่สามารถรับการโจมตีแลกชีวิตของสัตว์อสูรระดับอริยะได้แน่

         

        หากไม่มีการป้องกันนั้น แม้นิทานจะมั่นใจว่าเขาไม่ตายและยังสามารถรักษาประสานหัตถ์ไว้ได้แต่เขาต้องสาหัสอย่างแน่นอน ประสานหัตถ์เขาสามารถคงไว้ได้ด้วยลูกบ้า หากร่างกายที่บาดเจ็บนั้นต้องได้รับการรักษา เขาอาจถึงขั้นพิการได้ด้วยซ้ำ

         

        การโจมตีสุดท้ายของสิงโตครึ่งหมาป่านั้นรุนแรงถึงเพียงนั้น ถ้าเขาไม่มีปราการหรือถ้าพลังที่เสริมแล้วไม่ถึงระดับอริยะเขาต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย แผลสาหัสระดับนั้นยังไงก็ต้องใช้โอสถฟื้นจิตเพื่อรักษาอาการ 

         

        ในเมื่อเลโอปกป้องเขาไว้ได้เขาจึงไม่ต้องใช้โอสถนั้นกับตนเอง เขาจึงเลือกยกมันให้เลโอแทน

         

        การป้องกันสุดท้ายนั้นทรงพลังมากขนาดที่สามารถสลายการโจมตีนั้นไปได้ แม้จะได้รับการเสริมพลังจากสมบัติแต่เธอก็เป็นผู้ร่ายมันออกมาได้ การประเมินสถานการณ์ ความสามารถ การตัดสินใจ เขานั้นเข้าใจแล้วว่าเหตุใดไลล่าจึงไว้ใจเลโอถึงเพียงนั้น เธอคู่ควรกับความไว้วางใจอย่างแท้จริง

         

        คีตาอาการดีขึ้นแล้ว มันเพียงอ่อนล้าและขาดแคลนพลังจิตวิญญาณเท่านั้น พักฟื้นสักครู่กับสมบัติฟื้นฟูก็มากจนเกินพอ

         

        มันเดินมาทิ้งตัวนอนแผ่ในอ้อมกอดของนิทาน แม้มันจะทำเช่นนั้นหากมันยังคงแผ่พลังอาณาเขตอยู่เช่นเคย

         

        มันแอบลืมตามองนิทานน้อย ๆ เมื่อเห็นว่านิทานมองกลับมามันจึงแกล้งทำเป็นหลับตานอนหอบต่อ

         

        นิทานหลุดขำน้อย ๆ กับท่าทีของเจ้าหมายักษ์ที่ชอบให้เขาอุ้มทั้ง ๆ ที่มันโตพอจะให้เขาขี่ได้เสียด้วยซ้ำ ยิ่งพอมันตัวใหญ่ขนาดนี้พอเขาอุ้มก็กลายเป็นว่าหน้าของเขาแทบจะโดนตัวมันบังมิด

         

        นิทานไม่ได้วางมันลงหรือปลุกมันให้ตื่น เพียงกอดมันให้แน่นขึ้นเท่านั้น เขาไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้วหากคีตาต้องการกอดเขา

         

        เขาตรวจสอบสภาพทั้งตนและคีตาไปพร้อม ๆ กัน นี่คือศึกใหญ่ที่สุดที่เขาเคยสู้มา เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแท้จริง เขาไม่เคยใช้พลังเต็มที่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

         

        พลังจิตวิญญาณฉันเหลือนิดหน่อย ไม่มากนักแต่ไม่มีปัญหาถ้าจะให้จัดการระดับนักสลักโทอีกตัว ส่วนคีตานั้นแทบไม่เหลือเลย เหลือเพียงส่วนสำหรับเปิดใช้อาณาเขตเท่านั้น นิทานปรายตามองคีตาในอ้อมกอด

         

        คีตายังเป็นผู้เรียนรู้ พลังจิตวิญญาณเลยยังน้อยกว่าฉันมาก ถ้าฉันไม่ได้แบ่งพลังจิตวิญญาณให้มันตลอดเวลา เผลอ ๆ มันจะมีพลังจิตวิญญาณไม่พอใช้ไล่ตามกับฉันด้วยซ้ำ พลังในร่างของคีตายามนี้ร่อยหรอเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงพอสำหรับการต่อสู้อื่นใดอีก ยิ่งการใช้วัชระดาวตกนั้นกินพลังจิตวิญญาณสูงมากแม้แต่กับตัวของนิทานเอง คีตาใช้ได้เพราะผลจากคำแห่งพลังเท่านั้น สมควรกินพลังจิตวิญญาณมากยิ่งกว่าเขาเสียอีก

         

        การต่อสู้จริงกับระดับอริยะยากกว่าที่คิดมาก ถึงทั้งฉันและคีตาจะมีพลังระดับเดียวกันกับอริยะขั้นต้นแต่ความหนาแน่นของพลังและความหลากหลายของการผสานคำนั้นส่งผลมาก

         

        ถ้าเจอสัตว์อสูรที่เราแพ้ทางจะแทบไม่มีทางชนะเลย ขนาดสิงโตครึ่งหมาป่าตัวนี้รับมือยากแค่เพราะมันแยกร่างได้นอกนั้นรับมือง่ายยังเกือบไม่รอด นิทานเป่าปาก

         

        การต่อสู้จริงครั้งนี้สอนอะไรเขามากมายจริง ๆ ระดับพลังไม่ใช่ทุกสิ่งอย่าง ในการต่อสู้ระดับนี้หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวฝ่ายที่พ่ายแพ้อาจกลายเป็นเขา

         

        นิทานลอบเตือนตนเองเรื่องความบ้าบิ่นและความมั่นใจ หากเขามั่นใจจนเกินไป เขาอาจอยู่ไม่ถึงวันที่ตนจะได้กลายเป็นอริยะเสียด้วยซ้ำ

         

        ไม่มีอริยะคนไหนที่ไม่แข็งแกร่ง และอริยะที่ไม่แข็งแกร่งมีเพียงอริยะที่ตายแล้ว นิทานพึมพำ เขาจดจำบทสรุปนี้จนขึ้นใจ หลังจากเขาได้สู้กับอริยะแล้วครั้งหนึ่ง ความมั่นใจที่เคยเอ่อล้นก็ลดหายลงไปมาก

         

        เขาเคยคิดว่าตนสามารถเอาชนะอริยะขั้นต้นส่วนใหญ่ได้โดยง่าย ยิ่งกับอริยะเผ่าทรงปัญญาที่ไม่ได้มีร่างกายแข็งแกร่งอย่างอริยะเข็มโลหิตหรืออารากะด้วยแล้ว แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว

         

        ไม่ว่ากับใครก็ห้ามประมาทเด็ดขาด

         

        “โครก~ ~ ~”

         

        เสียงบางสิ่งสั่นไหวดังลั่นขึ้นกลางกลุ่มพวกเขา เรียกสติของนิทานให้กลับมาจดจ่ออยู่กับโลกความเป็นจริงอีกครั้ง

         

        เขาหันมองไปมาเพื่อหาต้นเสียง แล้วจึงพบว่าคนทั้งหมดจ้องมองเลโอที่ยังนั่งพักอยู่ เธอมีสีหน้าแดงก่ำจากความอับอาย ก้มหน้าคุดคู้ปิดบังใบหน้าของตน สองมือกุมท้อง

         

        ต้นเสียงนั้นคือท้องของเธอเอง

         

        “บอกแล้วไงคะ คทาขาวนวลของฉันมีข้อเสียคือหลังใช้แล้วจะหิว” เลโอพูดเบา ๆ

         

        เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนที่เหลือแม้แต่น้อย ความอายสั่งให้เธอก้มหน้าลง เธอเพียงขมุบขมิบปากเบา ๆ อย่างน้อยใจ

         

        นิทานกลั้นขำอย่างเต็มที่ เขารู้ดีว่าตอนนี้หากเขาหัวเราะออกไปจะเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก ยิ่งการที่เธอต้องใช้พลังมากขนาดนี้ก็เพราะตัวเขาเองอีกด้วย

         

        นิทานหยิบขนมอบออกมาจากกระเป๋าบรรจุวังแล้วจึงยื่นให้เธอด้วยมือที่สั่นเทา เขาทำเป็นมองรอบตัวเพื่อค้นหาสิ่งที่สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้เพื่อกลบเกลื่อนการที่เขาไม่มองหน้าเธอ

         

        น่าเสียดายที่ซากของสิงโตครึ่งหมาป่านั้นแทบจะกลายเป็นผงไปแล้ว ไม่เหลือส่วนที่สามารถนำมารับประทานได้ เหลือเพียงอุ้งเท้าทั้ง 3 เท่านั้น

         

        เลโอรับขนมอบนั้นมากัดเบา ๆ หากเสียงท้องร้องของเธอกลับดังขึ้นอีกครั้งอย่างเลวร้ายที่สุด

         

        เสียงหัวเราะดังลั่นในที่สุดก็ระเบิดออกมา ผู้ที่ระเบิดหัวเราะอย่างไม่เกรงใจใครผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเพชฌฆาต เขาปาดน้ำตาหัวเราะอย่างเริงร่า

         

        “ผลเสียสร้างสรรค์สุด ๆ เลยนะครับคุณเลโอ ผมก็นึกว่าจะออกแนวทำให้กระหายหรือขาดพลังงานเสียอีก แต่เป็นหิวแบบหิวจริง ๆ ตามตัวอักษรเลย ท้องร้องดังลั่นจนเชื่อแล้วครับว่าหิว งี้ไปเวลาไปออกภารกิจนาน ๆ นี่ต้องเตรียมเสบียงไปเยอะขนาดไหนกันครับเนี่ย อ้อ มิน่าล่ะคุณถึงได้เตรียมเสบียงมาเยอะขนาดนั้น”

         

        เพชฌฆาตหัวเราะลั่นพร้อมกับพูดรัวเร็วอย่างไม่อาย

         

        เลโอหน้าแดงก่ำ ตัวสั่นน้อย ๆ อย่างไม่อาจเถียง นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เธอเกลียดคทานี้ มันทำให้เธอท้องร้องจนน่าเกลียด แต่เธอก็หิวจริง ๆ

         

        เสียงหัวเราะดังลั่นของเพชฌฆาตถูกหยุดลงเมื่อนิทานตบมือเบา ๆ ใช้ประสานหัตถ์บีบเพชฌฆาตที่กำลังหัวเราะจนลืมตัวไว้จนเขาหน้าเบี้ยว

         

        “เสียมารยาทนะครับ เธออุตส่าห์ช่วยพวกเราไว้นะ” นิทานกล่าวดุ

         

        “จริงด้วย ขอบคุณมากนะครับคุณเลโอ” โฮโจฉวยโอกาสกล่าวช่วยทั้ง ๆ ที่หน้าของเขายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม

         

        “ขอบคุณมากครับ” อิซึมิเสริม มุมปากยังคงสั่นน้อย ๆ

         

        ฟาง หมิงไม่ได้กล่าวอะไร ในฐานะผู้หญิงเหมือนกันเธอเข้าใจความอายนี้ดี เธอเพียงลูบหัวเลโอเบา ๆ พร้อมทั้งยื่นเสบียงให้เพิ่มเท่านั้น

         

        เลโอเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาเป็นประกาย หากเมื่อเธอพบว่าแม้ทุกคงจะพูดเช่นนั้นหากใบหน้ายังคงมีอาการกลั้นขำน้อย ๆ เธอจึงพองแก้มอย่างน่าเอ็นดู

         

        เธอกัดขนมอบทั้งหมดที่เหลือและลงมือกินเสบียงอย่างไม่สนใจใครอีกต่อไป นั่งหันหลังให้กินเอา ๆ จนแก้มตุ้ย

         

        เหมือนหนูกินเม็ดถั่วเลยแฮะ นิทานคิด สองมือที่ประสานไว้กลางอกถูกคลายออกปลดปล่อยเพชฌฆาตออกมา เขาที่ถูกบีบจนหน้ายู่บ่นอุบ

         

        ทั้งหมดแบ่งหน้าที่กัน อิซึมิและโฮโจนั้นยังอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด พวกเขาทั้งสองจึงรับหน้าที่เป็นหน่วยตรวจตรา คอยสำรวจรอบ ๆ แม้แถวนี้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอยู่อีกเลยแต่การป้องกันก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น

         

        เพชฌฆาตแม้จะถวายลมหายใจไปจนสีหน้าซีดขาวหากโดยภาพรวมแล้วเขาก็ยังพอมีสภาพที่พร้อมต่อสู้ต่อได้ จึงรับหน้าที่อยู่ปกป้องคนที่เหลืออยู่ใกล้ ๆ

         

        ฟาง หมิงนั้นไม่ได้เหนื่อยล้าอะไร ตลอดการต่อสู้เธอเพียงใช้สมบัติสนับสนุนเท่านั้น แม้จะแค่นั้นแต่การตัดสินใจของเธอก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่พวกเขาชนะมาได้โดยไม่มีผู้เสียชีวิต

         

        เลโอนั้นแม้จะไม่มีบาดแผลภายนอกหากเธอนั้นเป็นคนที่หมดแรงที่สุด นอกจากพลังจิตวิญญาณจะหมดเกลี้ยงแล้ว ดูเหมือนการใช้ทั้งคทาขาวนวลและสมบัติวิเศษจานแก้วใบนั้นเร่งความสามารถของคำแห่งพลังนั้นจะส่งผลกระทบกับความอ่อนล้าทางจิตด้วย

         

        เธอนั่งเอนกายอยู่กับก้อนหิน หลับตาลงเพื่อทำสมาธิฟื้นฟูความอ่อนล้าทางจิตของตน หากสองมือและปากยังคงหยิบขนมและเสบียงกินอยู่เรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นภาพอันน่าขันของนักบวชหน้าสวยที่ทำสมาธิไปสวาปามไป ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สมควรกลับมาสมบูรณ์ดี ฤทธิ์ของโอสถฟื้นจิตยังคงน่าอัศจรรย์

         

        นิทานและคีตานั้นดีขึ้นมากแล้ว บาดแผลตามร่างนั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร ระหว่างการต่อสู้พวกเขานั้นได้รับการรักษาอยู่ตลอดเวลาด้วยพลังของเลโอ มีเพียงนิทานเท่านั้นที่โทรมกว่าหน่อยเพราะในจังหวะสุดท้ายที่เขารับการโจมตีสุดชีวิตตรง ๆ ของสิงโตครึ่งหมาป่านั้นเลโอทุ่มเทพลังให้การการป้องกันแทน

         

        แม้ประตูวิเศษนั้นจะสลายการโจมตีไปได้ แต่ก่อนหน้าที่ประตูนั้นจะปรากฏออกมาร่างของเขาก็ได้รับการโจมตีไประดับหนึ่งแล้ว รอยแผลจากคมเขี้ยวและการฉีกกระชากมากมายตวัดทาบอยู่เต็มร่างของนิทาน คราบโลหิตแห้งกรังกระจายอยู่ทั่ว

         

        แม้บาดแผลจะดูค่อนข้างน่ากลัวหากพวกมันไม่ได้ถึงชีวิตหรืออันตรายแต่อย่างใด เพียงมีบาดแผลเล็กน้อยตามตัวเยอะหน่อยเท่านั้น

         

        คีตาที่พลังจิตวิญญาณเริ่มฟื้นฟูแล้วยอมลงจากอ้อมแขนนิทานในที่สุด ยามนี้มันนอนพักสายตาและคลายความอ่อนล้าของดวงจิต การต่อสู้เมื่อครู่มันรับหน้าที่เขาพัวพันกับสัตว์อสูรตัวนั้น แม้มันจะมีพลังกายที่เทียบเคียงกันได้แต่สุดท้ายก็เป็นพลังที่เสริมมาเท่านั้น การต้องประจันหน้าตรง ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

         

        ทั้งกลุ่มเข้าสู่สภาวะพักฟื้นอย่างเต็มตัว ศึกใหญ่ครั้งนี้ทำให้พวกเขาอ่อนล้า หากกลับยังไม่มีใครสิ้นหวังทั้งสิ้น นัยน์ตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปยังแผ่นกระจกที่ทาบแน่นไปกับพื้น

         

        ห้องใต้ดินที่ถูกบันทึกไว้ กระจกนั้นโดดเด่นสะดุดตาอย่างแท้จริง


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน