สืบสู้ผี ภาค : มฤตยูดาบสทองคำ

    9.เสียงที่เปลี่ยนสถานการณ์

            EP 9 เสียงที่เปลี่ยนสถานการณ์

             

            แล้วอยู่ๆ สียงที่แหบพร่า แต่กลับก้องกังวานเสียงหนึ่ง ก็ดังขึ้นจากความมืดด้านใน

            เป็๞เสียงจากชายหน้าตาประหลาด ผู้ถูกขังอยู่หลังกรงเหล็กอันแข็งแกร่งนั้น “ห…หงายมัน…

            ต้อง…หงายท้องมัน…

            จุดอ่อนมัน…อยู่ตรงนั้น…”

            สายตาผม ตวัดเข้าไปมองเขาในความสลัวมืดนั้นทันที เสียงเขาเหมือนถูกขูดผ่านหินจนแตกซ่าน แต่ก็กลับเต็มไปด้วยความห้าวหาญและแข็งแกร่งที่แฝงในน้ำเสียง ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ของเขาที่ดูทรุดโทรมเพราะการถูกขัง ซึ่งคงจะยาวนานมานับปี

             

            พึ่เมฆมองเขาอย่างอยู่ชั่วขณะ ก่อนเหลือบตาลงต่ำ แล้วจ้องเงารูปร่างผิดธรรมชาติที่สั่นไหวบนพื้น

            จนผมเดาไม่ออกว่าเขากำลังมองสัตว์ประหลาดตรงหน้า…

            หรือกำลังกะจังหวะเต้นของถ้ำทั้งถ้ำอยู่กันแน่

            แล้วเขาก็พูดขึ้นเบาๆ เบาแต่ชัดเจน

            “กิตติ… จัน…

            ล่อมันที”

            เสีบงคำสั่งแม้เบา แต่หนัก เหมือนหินตกลงกลางสันหลัง

            จันสะดุ้งเฮือกทันที แล้วสายตาเขาก็มองพึ่เมฆเหมือนคนที่อยากจะร้องไห้ ก่อนจะหันหน้ามามองผม ที่พยายามไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมาให้ใครได้เห็น แล้วจันก็รีบเปลึ่ยนสีหน้าอย่างเร็ว ดูเหมือนหลังๆ เขาจะไม่ค่อยๆ แสดงอาการหวาดหวั่นแบบขาแข้งสั่นเหมือนตอนแรกๆที่ได้ตกกระไดพลอยโจนมากับผมและไอริณอีกแล้ว แต่สถานการณ์ตอนนี้ มันก็ช่างเสี่ยงชีวิตของพวกเราอยู่ไม่น้อย

            ผมรู้ ว่าตอนนี้ เขาไม่อยากจะขยับขาแม้สักก้าวเดียว แต่การยืนนิ่งเฉย…เหมือนจะเป็๲อันตรายเสียยิ่งกว่าและความมืดในที่แห่งนี้ มันก็คงไม่ยอมให้ใครอยู่นิ่งนานเกินไป

            เราสองคนจึงจำต้องแยกออกไปคนละด้าน

            โดยไม่มีคำพูดใดออกมาอีก นอกจากเสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังเบาๆ

            เท้าผมจุ่มลงไปในโคลนเย็นๆ ตื้นๆ

            ความเย็นนั้นแทรกซึมขึ้นมาที่ข้อเท้าเหมือนมือเล็กๆ ของใครบางคนคว้ารั้งไว้

            ทุกย่างก้าวดังชัด

            จนผมกลัวว่าเสียงนั้นจะปลุกอะไรที่ซ่อนอยู่ในถ้ำให้ตื่นขึ้นมาอีก

            บางอย่างบนเพดานไหววูบ

            หรือไม่ก็เป็๲เงาของจันที่สะท้อนผิดรูปจากผนัง

            แต่ผมไม่แน่ใจ

            และไม่กล้าหันซ้ำอีกครั้ง

            แมงมุม๶ั๷๺์ขยับ

            ขาแต่ละข้างลากไปบนพื้นหินด้วยเสียงแหลมต่ำ

            เหมือนเล็บ๶ั๷๺์กำลังขูดลงบนกระจกใส

            เสียงนั้นเสียดเข้าหูจนผมรู้สึกแสบสมอง

            มันหันมามองทางผม

            นิ่ง…

            นิ่งนานจนผมเกือบลืมหายใจ

            จากนั้นมันหันไปหาจัน

            ความลังเลของมันทำให้ลมหายใจของทั้งโลกเหมือนหยุดชะงักไปชั่ววินาที

            แล้วตอนนั้นเอง พี่เมฆ “ขยับ”

            ผมไม่ทันเห็นด้วยซ้ำ ว่าเขาเริ่มจากตรงไหน

            เงาของเขาดูเหมือนจะไหลทะลุออกมาจากความมืดมากกว่าจะก้าวเท้า

            เชือกอาคมในมือเขาสะท้อนแสงไฟจากเทียนของผมเพียงเสี้ยววินาที

            เหมือนเส้นแสงบางๆ วาดกลางอากาศอืดๆ ของถ้ำ

            จากนั้นมันก็พุ่งออกไปในพริบตา

            รวดเร็วเกินกว่าที่ผมจะคิดตามทัน

            มันรัดขาแมงมุมได้หนึ่งข้าง

            แล้วก็... อีกข้าง และ อีกข้าง

            เสียง “ปึก” ของเชือกกระทบผิวแข็งนั้นดังเหมือนเหล็กคล้องเหล็ก

            ก่อนที่จะรัดครบทั้งแปดขาได้ในเวลาไม่นานนัก อย่างที่แทบไม่น่าเชื่อว่า พี่เมฆจะเคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนั้น

            และพริบตาต่อมา…

            ร่างมหึมาของมันก็กลับถูกกระชากจน “ฟาดลงกับพื้นถ้ำ”

            เสียงดังสนั่นจนพื้นใต้ฝ่าเท้าผมสั่น๱ะเ๡ื๪๞

            ฝุ่นบนเพดานร่วงกราวเหมือนฝนเม็ดแข็งๆ

            ผมรู้สึกถึงแรง๱ะเ๡ื๪๞ขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าประหนึ่งหัวใจของถ้ำเต้นแรงขึ้นชั่วขณะ

            พี่เมฆกระชากเชือกอีกครั้งให้ตึงมือ เขาดูหมดแรง และเหนื่อยหอบขึ้นมาในจังหวะนี้ ใช่ล่ะ เขายังเป็๲มนุษย์ แม้จะดูเป็๲คนที่อยู่เหนือพวกเราหลายๆ คน

            แล้วเขา ก็ปล่อยร่างมันให้ “พลิกหงาย” ไปอย่างแรง

            ใต้ท้องมันเผยผิวซีด โปร่งแสง

            เหมือนเนื้อสดๆ ที่เพิ่งถูกดึงออกจากร่างสัตว์ใหญ่

            เป็๲ภาพที่ทำให้ผมหยุดหายใจไปเสี้ยววินาที

            เพราะรู้สึกเหมือนมันมีชีวิต ในแบบที่ไม่ควรมี

            ผมยืนค้างกลางความมืด ได้มองมันได้อย่างชัดเจนขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้ แม้จะมีแค่ไฟจากแสงทียนอาคมกระทบร่างที่เป็๲มันเงาเลื่อมดำปนทองนั้น

            เสียงกระซิบในอกผมยังคอยย้ำเตือนอยู่ตลอดว่า—

            เรายังไม่ปลอดภัย… ไม่แม้แต่นิดเดียว

            เงาบางอย่างขยับวูบวาบที่ไหล่ของมัน

            เหมือนใยอีกเส้นกำลังจะพุ่งมา

            เหมือนขาอีกข้างกำลังจะสับฟาดได้อีกครั้ง...!

             

            *โปรดติดตามตอนต่อไป*