ระบบครองยุทธภพ

    บทที่ 35 ร้านอาหาร

            บทที่ 35 

            ร้านอาหาร 

            นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขานั้นได้กินอาหารที่ดีๆนอกจากอาหารภายในกองทัพหลังจากที่เดินทางออกมาจากกองทัพเป็นเวลาหลายวันแล้วว่าจะได้พักเมืองต่างๆบ้างแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เข้ามานั่งกินภายในร้านอาหารดีๆเลย 

            อาจจะเป็นครั้งแรกหลี่หยางเขาได้ทำการก้าวเดินเข้ามาภายในร้านพร้อมกับผู้ติดตามของเขาอีก 2 คนแน่นอนว่าห้องที่เขาทำการเลือกสรรมันก็คือห้องที่อยู่บริเวณด้านบนสุด 

            ภายในสถานที่แห่งนี้มันเป็นร้านอาหารที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมากความสูงของมันมันเป็นอาคารประมาณ4 ชั้นที่มีความสูงเป็นอย่างมาก 

            แอบถ่ายในสถานที่แห่งนี้ยังมีพื้นที่กว้างขวางโต๊ะภายในร้านอาหารแห่งนี้คงจะไม่ต่ำกว่า100 โต๊ะอย่างแน่นอน 

            ในบรรดาร้านอาหารแห่งนี้ที่นั่งตามลำดับชั้นมันเองก็มีผลกับราคาเช่นเดียวกัน 

            ถ้าอยากจะนั่งด้านบนแน่นอนว่าห้องอาหารที่ถูกจัดให้จะเป็นห้องส่วนตัวที่ไม่มีผู้ใดเข้าไปรบกวนและมีผู้ที่บริการดีเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีวิวที่ดีในการรับรองอีกด้วย

            เงินที่พวกเขาได้มาจากการทำภารกิจในครั้งนั้นแน่นอนว่ามันมากพอที่จะสามารถกระทำการเลือกโต๊ะอาหารบริเวณด้านบนสุดได้ 

            บริเวณห้องอาหารส่วนตัวบริเวณด้านบนชั้น 4 ห้องแห่งนี้เขาต้องจ่ายเงินไปมากพอสมควรกว่าที่จะได้ขึ้นมานั่งบริเวณนี้ 

            บริเวณชั้น 4 ห้องอาหารอยู่เพียงแค่ 5-6 ครั้งเท่านั้นแถมเป็นห้องใหญ่โต 

            หลังจากที่เข้ามานั่งภายในนี้อาหารก็ได้ถูกเลือกสรรแล้วก็ได้ถูกนำมาเสิร์ฟเรียงไว้ด้านหน้าของพวกเขา  

            บุรุษทั้งสามจ้องมองอาหารด้านหน้าของตนเองด้วยดวงตาที่เปล่งประกายมันควรจะเป็นเช่นนั้นเพราะว่าอาหารที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่หน้าตาดีทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและก็ทั้งกลิ่นสัมผัส 

            จมูกของพวกเขาได้กลิ่นหอมหวลของอาหารที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหน้ามันทำให้ท้องของพวกเขานั้นร้องคำรามออกมาอย่างหิวโหยมากขึ้นกว่าเดิม 

            พวกเขาทั้งสามก็ไม่รีรอได้เริ่มทำการสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองเข้าปากอย่างรวดเร็วอาหารพวกนี้ไม่ได้ดูดีเพียงแค่หน้าตาแล้วก็กลิ่นสัมผัสเท่านั้นแต่ว่ารสสัมผัสของพวกมันเองก็ดีเช่นเดียวกัน 

            ตามที่ทำการลิ้มลองเข้าไปพวกเขานั้นสัมผัสได้ถึงความเลิศรสของอาหาร 

            มันช่างแตกต่างกับตอนที่ตัวของพวกเขานั้นอยู่ภายในค่ายทหารสิ้นดีภายในนั้นมีเพียงแค่ซาลาเปาถึงเป็นเนื้อสัตว์ก็เป็นเนื้อสัตว์ย่างทีแทบจะไม่ได้มีรสชาติอะไรเลย

            แต่เพราะว่านั่นเป็นภายในสงครามรสชาติเพียงแค่นั้นก็ถือว่าดีมากแล้วแต่ในตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ภายในกองทัพอาหารเบื้องหน้ามันกลายเป็นอาหารที่เลิศรสสำหรับพวกเขา 

            ทั้งสามทำการกินเข้าไปอย่างต่อเนื่องพวกเขานั้นสามารถกินได้อย่างต่อเนื่องอาหารที่สั่งมาก็มากขึ้นเรื่อยๆจานที่ใส่อาหารมามันถูกตั้งเรียงสูงกลายเป็นแถวสูงอยู่บนโต๊ะ 

            อาหารที่พวกเขาทั้งสามกินเข้าไปมันเทียบเท่ากับอาหารของชายร่างกายใหญ่ๆ10 คนกินอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขานั้นฝึกฝนวรยุทธ์เลยทำให้ร่างกายของพวกเขานั้นต้องการพลังงานมากกว่าปกติทั่วไป 

            ใช้เวลาอยู่สักพักผ่านพ้นช่วงเที่ยงวันเขากินอาหารกันจนเสร็จการที่ตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะเรียกได้ว่าถ้าผู้ใดมามองเห็นในตอนนี้คงไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าจะเหล่านี้ผู้ที่กินเข้าไปเป็นเพียงแค่บุรุษหนุ่มเพียงแค่3 คน 

            ทั้งสามเมื่อกินเสร็จก็พากันใช้แผ่นหลังของตนเองพิงเข้าไปกับผนังของเก้าอี้พร้อมกับพักท้องของตนเอง 

            “ แล้วต่อจากนี้จะเอายังไงต่อหรือขอรับนายท่านเห็นว่าท่านเดินเข้ามาเมืองแล้วก็ผ่านร้านตีเหล็กมากมายแต่ก็ยังไม่หยุดที่ร้านใด” หลันเซ่อพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าสงสัย 

            เมื่อลองคิดย้อนดูแล้วก็เป็นจริงเช่นนั้นตอนที่เดินทางผ่านเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีร้านมากมายที่ถูกตั้งเอาไว้บริเวณด้านหน้า 

            ร้านตีเหล็กเหล่านั้นก็ไม่ใช่ขี้เหร่พวกมันล้วนแล้วก็มีลูกค้าที่เข้าจนแน่นร้านเกือบจะทุกร้านแต่ว่าหลี่หยางกับเดินผ่านพวกมันมาจนหมดแล้วก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับพวกมันเลยสักนิด 

            “ ยังไม่มีร้านที่เข้าตาเลยข้าเองก็อยากได้อาวุธของตนเองที่มันใช้ได้ไปนานๆ ไม่ได้อยากได้พวกกระบี่ธรรมดาที่ฟันเพียงแค่ไม่กี่ทีปะทะกับอาวุธดีๆก็หัก” 

            ในขณะที่พวกเขานั้นกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่หลังจากจบมื้ออาหารพวกเขานั้นก็ได้ยินบางอย่าง 

            “ คนอาระวาด!!! ”เสียงตะโกนของคนผู้นึงได้ดังมาจากบริเวณด้านล่าง 

            เสียงที่ดังก้องกังวานเข้ามาสู่ด้านในมันดังลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาสู่ภายในห้องที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ 

            ทั้งสามกำลังนั่งอยู่ตื่นตัวอย่างรวดเร็วเขาได้รีบลงไปบริเวณหน้าต่างมองลงไปด้านล่าง 

            ทิวทัศน์ที่ว่าเขาได้มองจากตรงนี้มองลงไปด้านล่างจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจุดที่พวกเขากำลังอยู่คือชั้น4 

            สามารถมองเห็นพื้นที่บริเวณด้านหน้าร้านอาหารได้ยังดี 

            เมื่อมองลงไปด้านล่างสิ่งที่พบเห็นก็คือกลุ่มคนมากมายกำลังล้อมรอบร่างกายของชายคนหนึ่งอยู่ชายผู้นั้นเป็นชายวัยกลางคนมีท่าทางสมบุกสมบันทั้งกายสวมใส่ชุดหนังสัตว์คนผู้นั้นดูแล้วไม่น่าจะใช่พวกบัณฑิตแต่น่าจะเป็นคนที่ทำงานพวกที่ใช้กำลังมากกว่าเพราะว่าผิวกายของเขาเป็นสีเข้มน่าจะโดนแดดแผดเผามาเป็นเวลานานคนผู้นั้นกำลังบ้าคลั่งใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมตอนนี้กำลังแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างชัดเจนและภายในมือของเขามีดาบเหล็กเล่มนึงที่ถือเอาไว้และข้อเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาบริเวณรอบๆ

            หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองลงไปด้านล่างเขาได้พบเห็นคนผู้นั้นค่าสเตตัสมันได้ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของเขา 

            ---

            ชื่อ เสี่ยวถง(ชาวเมือง)       LV.15

            เผ่ามนุษย์       เพศ ชาย

            HP[450/450]

            --

            ‘ ชาวเมืองอย่างนั้นเหรอ… ’ 

            สิ่งที่เขามองเห็นคือคนผู้นั้นกำลังโดนล้อมรอบด้วยกลุ่มคนจำนวนมากกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นบุรุษวัยฉกรรจ์ที่มีร่างกายสมส่วนพวกมันสวมใส่ด้วยชุดสีแดงเข้มภายในมือถือกระบี่ที่เป็นอาวุธของตนเองเอาไว้อย่างครบมือ  

            ---

            ชื่อมือปราบประจำเมืองหลอมโลหะ        LV.35

            เผ่ามนุษย์       เพศ ชาย

            HP[1000/1000]

            --

            ---

            ชื่อมือปราบประจำเมืองหลอมโลหะ        LV.36

            เผ่ามนุษย์       เพศ ชาย

            HP[1060/1060]

            --

            ---

            ชื่อมือปราบประจำเมืองหลอมโลหะ        LV.38

            เผ่ามนุษย์       เพศ ชาย

            HP[1200/1200]

            --

             

            ‘ มือปราบ… ’ 

            สิ่งที่เขามองเห็นคือกลุ่มคนจำนวนมากเหล่านั้นมันเป็นมือปราบของเมืองแห่งนี้ในขณะเดียวกันพวกมันเองก็มีจำนวนคนที่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว น่าจะสักประมาณ เกือบจะ10 คน 

            “ ไม่ไหวไม่ไหว.. ” 

            “ ถ้าเป็นแบบนี้ชายผู้นั้นคงจะโดนพวกมือปราบเหล่านั้นจับไปแน่นอน” อี้ชิงทำการกล่าวขึ้นมาอย่างหนักใจ 

            แล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆราวกับว่าคำพูดนั้นเป็นวาจาสิทธิ์ที่เมื่อถ้อยคำออกจากปากมันเองก็จะเป็นจริงเช่นนั้น 

            เพราะว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาต่อมาพวกมือปราบเหล่านั้นก็ได้พุ่งเข้าไปทำการใช้กระบี่ของตนเองโจมตีใส่ร่างของชายร่างกายสมบุนสมบันที่ยืนอยู่บริเวณตรงกลาง 

            คมกระบี่เชือดเฉือนเข้าไปที่ร่างกายเริ่มจากโจมตีเข้าไปบริเวณขาทั้งสองข้างแล้วก็เริ่มฟันเข้าไปที่หน้าอกเพียงแค่ไม่กี่บาทแผลก็ทำให้ร่างของชายผู้นั้นล้มลงไปนอนกับพื้น 

            แม้ว่าร่างกายของชายคนนั้นดูจะแข็งแกร่งแถมยังเต็มไปด้วยมัดกล้ามมากกว่าพวกมือปราบเหล่านั้นแต่ว่าด้วยระดับพลังของชายผู้นั้นถ้าโดนคนหมู่มากเข้าไปเล่นงานแน่นอนว่าไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน  

            ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลเขาล้มนอนลงไปกับพื้นด้วยอาการที่บาดเจ็บสาหัสดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัวกระนั้นเขาก็พยายามที่จะพาร่างกายของตนเองลุกขึ้นมาอีกครั้ง 

            เห็นท่าทางเช่นนั้นหลี่หยางที่กำลังอยู่ด้านบนเขารู้ดีคนผู้นั้นไม่ได้บ้าคลั่งหรือไม่ได้อะวาดแต่มีบางอย่างที่มันทำให้เขาต้องกระทำเช่นนี้แถมยังเป็นปณิธานที่แน่วแน่ขณะที่ความตายไม่สามารถหยุดยั้งเอาไว้ได้ด้วย 

            ในขณะที่พวกเขากำลังยืนดูอยู่บริเวณด้านบนแล้วกำลังเฝ้ามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านล่างตอนนี้ทั้ง 3 ยังคงยืนนิ่งแล้วก็ไม่มีท่าทางที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย 

            หลังจากนั้นไม่นานร่างของคนผู้หนึ่งก็ได้ปรากฏกายออกมาคนผู้นั้นก้าวเดินออกมาจากบริเวณด้านในร้านที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ 

            มันน่าจะเป็นหนึ่งในแขกที่อยู่ภายในร้านเดียวกับพวกเขาคนที่ปรากฏกายออกมาเป็นชายที่มีร่างกายผอมสูงใบหน้าไม่ได้ขี้เหร่แต่ก็ไม่ได้ถือว่าหล่อเหลาเรียกได้ว่าอยู่ในระดับมาตรฐานที่เป็นกลางสำหรับบุรุษภายในยุคนี้แต่ว่าสิ่งที่ดูจะเกินหน้าเกินตาก็คงจะเป็นเครื่องแต่งกายของมันมันแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมดูดีไม่เพียงเท่านั้นเครื่องประดับทั่วทั้งกายของมันยังดูมีราคาน่าจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน 

            แถมยังท่าทางที่สะอาดสะอ้านแล้วมีผู้ติดตามที่เป็นมือปราบที่เดินอยู่ด้านหลังอีกประมาณ2-3 คน 

            มองดูจากวัยแล้วก็น่าจะมากกว่าหลี่หยางได้ไม่กี่ปีอ่ะอาจจะซักปีหรือ2 ปีคนผู้นั้นน่าจะมีวัยอยู่ประมาณ 20 

            มันได้เดินมาหยุดเบื้องหน้าของชายที่สวมใส่ชุดหนังสัตว์ที่โดนเหล่ามือปราบเข้าเล่นงานเมื่อตัวของมันหยุดลงมุมปากของชายผู้นั้นก็ได้ฉีกยิ้มเยาะขึ้นมา 

            ชายที่สวมใส่ชุดหนังสัตว์ยกนิ้วมือของตัวเองขึ้นมาแล้วชี้หน้าตรงไปที่บุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าพลางกับเร่งเสียงเข้ม“ เจ้า!!! ”

            “ ว่าอย่างไรท่านพ่อตา ”มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความไพเราะเสียงของมันฟังดูหยาบกระด้างแถมยังฟังดูแล้วน่าจะเป็นคนเจ้าเล่ห์ด้วย 

            “ เจ้า!!! คืนหนิงเอ๋อร์มานะ!!! ”ชายผู้นั้นทำการพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธดวงตาของมันจ้องมองตรงไปยังผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง 

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มผู้นั้นเดินเข้าไปใกล้ๆมันทำการยกเท้าของตนเองแล้วก็แตะเข้าไปที่ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นอย่างรุนแรงผัวะ!!!! 

            “ ต้องมีสิทธิ์อันใดสั่งข้า!!! ”  

            หลี่หยางที่กำลังยืนมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ด้านบนใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปใบหน้านั้นเริ่มกลายเป็นใบหน้าที่เย็นชา 

            “ เจ้าคนผู้นั้น… ”น้ำเสียงของเขาที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในใจภาพที่เขามองเห็นในตอนนี้ราวกับภาพในวันวานที่ย้อนคืนกลับมาเขาเองก็เคยโดนกระทำเช่นนั้นเหมือนกันตามที่เห็นผู้อื่นโดนเช่นนี้ความรู้สึกภายในใจของเขามันก็บังเกิดความรู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างทันควัน 

            หรือว่าอาจจะเป็นเพราะว่าภาพที่เขามองเห็นมันราวกับว่าเป็นภาพทับซ้อนของเขาในวันวาน 

            จบบท