มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 การทดสอบสุดท้าย...พยัฆค์สงครามอเมทิสต์

            

            “ติ๊ง! เนื่องจากท่านผ่านการทดสอบทั้งสามด่านในการทดสอบระดับนรกได้อย่างยอดเยี่ยมจึงได้รับรางวัลพิเศษ : โชค+1, เสน่ห์+1,ความฉลาด+1, และจะถูกส่งไปยังพื้นที่ทดสอบด่านสุดท้ายโดยตรง”

            เสียงแจ้งเตือนที่ชัดเจนทำให้เย่เทียนเซี่ยเงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึงการทดสอบสามด่านก่อนหน้านี้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยซึ่งเป็นการสร้างปาฏิหาริย์ที่คนทั่วไปยากจะเชื่อและยังเข้าข่ายเงื่อนไขลับเพียงหนึ่งเดียวของกระบวนการทดสอบจึงทำให้เขาได้รับรางวัลพิเศษเป็นคุณสมบัติถาวรที่เพิ่มขึ้นอย่างละ1 หน่วยและประโยคแจ้งเตือนสุดท้ายก็ทำให้ความกังวลเกาะกุมหัวใจของเย่เทียนเซี่ยเขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือกังวลมากกว่ากัน

            การทดสอบระดับนรกมีทั้งหมด 5 ด่านทุกด่านจะยากขึ้นกว่าด่านก่อนหน้าเป็นเท่าตัว แต่หากถูกส่งไปในพื้นที่การทดสอบด่านสุดท้ายโดยตรงก็หมายความว่าเขาสามารถผ่านการทดสอบด่านที่สี่ไปได้เลยแต่เขาก็จะพลาดมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าด่านที่สามไปกลุ่มนึงเลยนะและนั่นหมายความว่าเขาจะพลาดไอเทมกองใหญ่ไปหนึ่งกอง!

            การให้เขาข้ามการทดสอบนี้เป็นเพียงการประหยัดเวลาในการทดสอบให้สั้นลงหรือเป็นการลดขั้นตอนในการทดสอบลงกันแน่แต่ความยากของมันไม่น่าจะลดลง ถ้าสามารถผ่านการทดสอบด่านสุดท้ายได้ก็น่าจะสามารถผ่านการทดสอบด่านที่4 ได้อยู่แล้วแต่ถ้าผ่านไปไม่ได้ ต่อให้เข้าไปในด่านที่ 4 ก่อนก็คงไม่ผ่านอยู่ดี

            แสงสีขาวกลุ่มหนึ่งลอยลงมาจากท้องฟ้าห่อหุ้มร่างกายของเย่เทียนเซี่ยไว้ทันใดนั้นฉากตรงหน้าของเย่เทียนเซี่ยก็เปลี่ยนไป ทุ่งหญ้าสีเขียวตรงหน้าหายไปแทนที่ด้วยแสงสีขาวทั้งหมดแล้วแสงสีขาวก็กลายเป็นความมืดมิด และกลายเป็นฉากใหม่ที่ปรากฏสู่สายตาของเขาสิ่งที่เข้ามาในสายตาของเย่เทียนเซี่ยเป็นอย่างแรกก็คือแท่นหินที่สูงเกือบหนึ่งเมตร

            ด้านบนแท่นหินนั่นคือเสือตัวใหญ่ที่มีร่างเป็นสีม่วงทั้งตัวกำลังนอนหลับอยู่!

            เสือในโลกจริงส่วนมาเป็นเสือลายพาดกลอนหรือไม่ก็เสือขาวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่มีใครเคยเห็นเสือสีม่วงมาก่อนแต่ไม่ว่าจะรูปร่างหรือแม้แต่ตัวอักษร “ราชา”ที่อยู่บนส่วนหัวสีม่วงของมันก็ล้วนแสดงชัดว่ามันคือเสือที่มีอายุยาวนานอย่างไม่ต้องสงสัยการปรากฏตัวของเย่เทียนเซี่ยไม่ได้ปลุกให้เสือขนาดมหึมาตัวนั้นตื่นขึ้นมาร่างที่นอนขดตัวอยู่นั้นแม้จะยังไม่ได้เหยียดร่างกายทั้งหมดออกมาแต่ดูแล้วมันก็มีความยาวเกือบๆสามเมตรร่างกายอันใหญ่โตกำลังขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของมัน

            พื้นที่การทดสอบสุดท้ายของระดับนรกมีสิ่งมีชีวิตเพียงตัวเดียว!

            พยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ ไทเกอร์ : บอสระดับขุนนาง เลเวล20

            พลังชีวิต : 20,000

            เดิมที่เป็นมอนสเตอร์ขุนนางประจำเมืองเริ่มต้นหมายเลข60001แต่บังเอิญกินก้อนอเมทิสต์ที่มีพลังไฟฟ้าแฝงอยู่เข้าไปโดยไม่ตั้งใจทำให้ความสามารถของมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นขุนนางเลเวล20 มันได้หายไปจากดินแดนของมันเมื่อหนึ่งปีก่อนไม่มีใครรู้ว่ามันหายไปไหน

            ทักษะ

            รุ่งอรุณแห่งพยัคฆ์ : อัดพลังไฟฟ้าเข้าไปที่กรงเล็บแล้วฉีกกระชากศัตรูที่อยู่ในพื้นที่เล็กๆตรงหน้าสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายทั้งหมดที่อยู่ด้านหน้าในรัศมีหนึ่งเมตรมีความน่าจะเป็น 30% ที่ความเสียหายจะเพิ่มเป็น 50% ทักษะนี้ใช้เวลา 20 วินาทีในการคูลดาวน์

            พยัคฆ์สงครามคำราม : ส่งเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยพลังแห่งราชาออกมาหนึ่งครั้งเพื่อสยบศัตรูมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะทำให้เป้าหมายทั้งหมดติดสถานะมึนงงและหวาดกลัวเป็นเวลา 3วินาที ทักษะนี้ใช้เวลาคูลดาวน์ 20 วินาที

            สายฟ้าสวรรค์ : เรียกสายฟ้าสวรรค์เพื่อโจมตีเป้าหมายเดี่ยวในรัศมี10 เมตร เมื่อแสดงทักษะจะใช้เวลาในการร่ายเวทย์ 2.5 วินาที ทักษะนี้ใช้เวลาคูลดาวน์ 5 วินาที

            พยัคฆ์สงครามพิโรธ : เมื่อพลังชีวิตลดลงต่ำกว่า10% พยัคฆ์สงครามอเมทิสต์จะเข้าสู่สถานะคลั่ง พลังโจมตีและความเร็วทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น30% ขณะเดียวกันพลังป้องกันจะลดลง 50%

            เมื่อตรวจสอบข้อมูลของพยัคฆ์อเมทิสต์ที่กำลังหลับอยู่อย่างละเอียดเย่เทียนเซี่ยก็พ่นลมหายใจออกมาหนึ่งครั้งก่อนจิตใต้สำนึกของเขาจะบอกให้กลั้นหายใจเพราะกลัวว่าการหายใจแรงไปจะเป็นการปลุกเจ้าเสือที่หลับอยู่นั่นให้ตื่นขึ้นมา

            มันคือบอสขุนนางเลเวล 20 !

            พ่องสิ! เย่เทียนเซี่ยกำมือแน่นเวลานี้แม้แต่เขาเองในที่สุดก็มองเห็นแล้วว่านรกเป็นอย่างไร

            บอสระดับขุนนางจริงๆแล้วไม่ควรปรากฏในเมืองเริ่มต้นเพราะสำหรับผู้เล่นมือใหม่นั้น ไอเทม ทักษะหรือคุณสมบัติที่พวกเขามียังไม่เพียงพอที่จะเอาชนะมอนสเตอร์ในระดับนี้ได้บอสระดับขุนนางไม่เพียงแค่มีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งกว่าบอสธรรมดามากแต่ยังมีทักษะและวิธีการโจมตีที่สุดยอดและยังฉลาดเป็นกรดอีกด้วย

            ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบอสขุนนางเลเวล 20!

            ทักษะสี่อย่างนั้นล้วนเป็นทักษะที่น่ากลัวทุกอัน การฉีกกระชากระยะประชิด โจมตีระยะไกลด้วยสายฟ้าการตรึงศัตรูเป็นบริเวณกว้าง และยังมีทักษะคลุ้มคลั่งสุดท้ายนั่นอีก ทุกอย่างล้วนทำให้คู่ต่อสู้สะพรึงกลัวเพราะพวกมันไม่ใช่ทักษะไก่กาแม้แต่อันเดียวตามการแนะนำง่ายๆอย่างเป็นทางการบอสระดับขุนนางและสูงกว่าระดับขุนนางขึ้นไปล้วนมีทักษะลับอย่างน้อยหนึ่งอย่าง.......นั่นหมายความว่าบอสระดับขุนนางเลเวล 20 จะมีอย่างน้อย 5 ทักษะ! และเนื่องจากมันเป็นความลับจึงหมายความว่าทักษะลับนั้นจะต้องน่ากลัวยิ่งกว่าทักษะทั้งสี่นั่นแน่นอน

            มันทำให้เย่เทียนเซี่ยที่ภาคภูมิใจกับชัยชนะไร้พ่ายของตัวเองแทบจะหันหลังเดินจากไปทันที

            เขาปรับลมหมายใจให้ผ่อนลงสม่ำเสมอร่างกายนิ่งไม่ไหวติงดวงตาของเขามองไปด้านหน้าพุ่งไปยังพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ที่มีชื่อว่าไทเกอร์ผ่านไปหนึ่งวินาที สองวินาที.......หนึ่งนาทีผ่านไป สองนาทีผ่านไป........เขายังคงไม่ขยับเขยื้อน ขาทั้งสองข้างของเขาราวกับท่อนไม้ที่ถูกตอกตรึงไว้กับพื้น

            เขาครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้และวิธีที่จะโค่นศัตรูที่มีความแข็งแกร่งตัวนี้ลงสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวเขาเป็นอย่างแรกก็คือประทัดคู่และแซ่ยักษ์ที่ซื้อมาจากร้านขายยาของตาแก่หยวนเชว่ประทัดคู่ 20ชิ้น ทุกครั้งสามารถสร้างความเสียหายได้ 300 หน่วยโดยไม่สนใจพลังป้องกันถ้าโจมตีโดนทั้งหมดก็จะสร้างความเสียหายได้ถึง 6,000 หน่วยบวกเข้ากับแซ่ยักษ์อีก 5 ชิ้นก็จะสร้างความเสียหายได้ทั้งหมด 7,500 หน่วย

            มันจะเป็นการโจมตีที่สมบูรณ์แบบสุดๆถ้าเขาสามารถรอดพ้นจากกรงเล็บของมันภายในเวลานั้นด้วยและถึงแม้บอสขุนนางตัวนี้จะไม่มีการฟื้นฟูพลังชีวิตโดยอัตโนมัติ แต่มันก็จะยังเหลือพลังชีวิตอยู่ถึง12,500 หน่วยแล้วเขาควรจะสู้กับมันต่อไปยังไงล่ะเนี่ย?

            การโจมตี? ด้วยพลังชีวิตที่อ่อนด้อยจากความต่างของระดับเขาคงถือได้ว่าเป็นไอ้โง่ และเขาก็รู้ดีว่าพลังโจมตีของเขาในตอนนี้ไม่มีทางที่จะโจมตีผ่านพลังป้องกันของบอสขุนนางเลเวล20 ได้ และต่อให้โจมตีได้ ความเสียหายที่สร้างได้ก็คงไม่เกิน1 หน่วย

            3 นาที........... 5นาที................

            ในที่สุดเย่เทียนเซี่ยก็ลองเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเขาก้าวเท้าไปอย่างเงียบเชียบ เท้าของเขาแตะพื้นอย่างแผ่วเบาไร้เสียงหลุดรอดออกมาหลังจากก้าวแรกก็เป็นก้าวที่สอง...... ก้าวที่สาม.......

            บางทีอาจเป็นเพราะมันเพลิดเพลินกับความสงบและความโดดเดี่ยวมาเป็นเวลานานความตื่นตัวของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์จึงไม่ค่อยสูงนัก และเมื่อร่างของเย่เทียนเซี่ยเข้าใกล้แท่นสูงตาของเจ้าเสือตัวนั้นก็ยังคงปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอไม่มีวี่แววว่าจะรับรู้อะไรทั้งสิ้น เมื่อระยะห่างจากบอสของเมืองเริ่มต้นลดน้อยลงแรงกดดันของความเป็นราชาก็แผ่ออกมา เย่เทียนเซี่ยจัดท่าทางของตัวเองให้เข้าที่อย่างเงียบเชียบหลังจากนั้นก็หยิบของบางอย่างที่เป็นสีดำออกมาจากกระเป๋า เขาเหวี่ยงมันไปทางพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ก่อนจะรีบวิ่งโกยอ้าวหนีไป!

            ของสีดำๆนั่นไม่ใช่ประทัด...... เพราะประทัดไม่ใช่สีดำ

            แต่มันคือเกสรดอกไม้กินคนสีดำที่เขาเก็บรวบรวมมาจากดอกไม้กินคนสีดำ.......ในคำอธิบายคุณสมบัติของมันบอกไว้ว่ามันคือเกสรดอกไม้ที่มีพิษอันน่ากลัว



    คล้ายกับเรื่องมังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน