ทั่วทั้งเขตเทือกเขาเฉวียนลวี่ซานนั้นเงียบเหงาจำนวนผู้ฝึกตนลดน้อยลงไปมาก พวกเจ้าหน้าที่ประจำสำนักก็มีอยู่แค่บางตายิ่งพอเหล่าศิษย์ไปเร้นกายเพื่อเพาะบ่มพลัง สำนักวายุจำรัสก็ดูประหนึ่งสำนักร้างความยิ่งใหญ่ของสำนักฝึกตนธาตุลมไม่อาจเทียบได้กับในอดีต มีแต่ไอปราณในอากาศอันอุดมเท่านั้นที่ทำให้สำนักวายุจำรัสยังพอจะมีมนต์ขลัง
สำนักวายุจำรัสเกิดช่องว่างใหญ่ที่เจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสต้องเร่งเติมเต็มเมื่อบุคลากรจำนวนมากจากไป ทางสำนักก็ต้องรีบหาบุคคลเข้ามาแทนที่การสรรหาผู้ที่มีความสามารถมาแทนคนที่ลาจากไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้นสำนักวายุจำรัสจำต้องดำเนินเรื่องดังกล่าวให้ลุล่วงภายในช่วงเวลาแค่สองปีเศษก่อนที่การเปิดรับศิษย์ใหม่ในรอบหน้าจะเริ่มขึ้น
ทั้งเจ้าสำนักเหล่าผู้อาวุโส พวกอาจารย์ เจ้าหน้าที่และแม้แต่เหล่าศิษย์ใหม่ต่างก็ตระหนักว่าสำนักวายุจำรัสไม่ได้เกรียงไกรทัดเทียมสามสำนักสายธาตุที่เหลือผู้คนในสำนักต่างก็ช่วยกันทุกวิถีทางเพื่อที่จะกอบกู้สำนักของพวกเขา
เหล่าศิษย์เร่งพัฒนาตนแม้แต่ต้าไคที่เดิมเอาแต่กิน นอนและเที่ยวเล่นไปวันๆก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจ้าอ้วนเร่งฝึกปราณ ฝึกวิชายุทธ์และฝึกใช้ค้อนถล่มหินผาส่วนเจ้าเฉื่อยก็หมั่นฝึกยุทธ์ หลางชี่เชี่ยมีความคิดเหมือนต้าไคคนทั้งสองตั้งใจจะเข้าสังกัดหุบเขาจ้านโต้วเพื่อกลายมาเป็นศิษย์ผู้พิทักษ์ที่ขาดแคลนกำลังคนเนื่องจากการจากไปของตระกูลมู่
ทางด้านชูฉงตัดสินใจจะเข้าสังกัดหุบเขาลู่เหวินแห่งศาสตร์จารคัมภีร์แม้จะยังไม่แสดงความจำนงที่จะเข้าสังกัดหุบเขาแต่เจ้าหนอนหนังสือก็แวะเวียนไปสนทนากับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการบันทึกของบ้านประกายหมอกอยู่บ่อยๆด้วยความมุ่งมั่นและความรอบรู้อาจารย์ประจำบ้านคิดว่าเจ้าหนอนหนังสือต้องผ่านการทดสอบของหุบเขาในรอบหน้าอย่างแน่นอน
ในหุบเขาจินเฉียงอันสงบวิเวกเด็กชายตัวเปี๊ยกกำลังนั่งอยู่หน้าเตาหลอมศาสตรารอบๆตัวของเขามีศาสตราเวทนับหมื่นชิ้น มีตำราวางกองอยู่บนพื้นหลายสิบเล่มฟืนวิเศษอีกจำนวนมากมาย แร่วิเศษหลากหลายชนิดซึ่งรวมไปถึงแร่เหล็กจันทร์กระจ่างที่เขาหามาได้
จิวฟงร่ายอักขระเวทเพื่อควบคุมไฟสีแดงเฉิดฉายจากนั้นเขาก็ร่ายอักขระโบราณเพื่อเปิดฝาเตาหลอมสีทองขนาดยักษ์ เด็กชายโยนศาสตราเวทหลายร้อยชิ้นลงไปในเตาอันร้อนระอุขณะที่จิวฟงกำลังทำการปิดฝาเตาหลอม เสียงของชายตาเดียวก็ดังขึ้น
“ใส่อาวุธเวทที่เหลือเข้าไปในเตาหลอมแล้วแยกแร่ตั้งต้นออกมาในคราวเดียว”
จิวฟงหน้านิ้วคิ้วขมวดศาสตราที่เขายึดมาได้จากผู้ฝึกตนทั้งหกพันมีเป็นจำนวนมาก ในตอนนี้จิวฟงเพิ่งจะมีพลังปราณขั้นแรกแน่นอนว่าปราณของเขาไม่อาจจะหลอมละลายศาสตราเวทนับหมื่นชิ้นได้ในครั้งเดียว
ยังไม่ทันที่จิวฟงจะทัดทานหวงหยินฟาก็ปาฟืนสีแดงโลหิตเก้าท่อนไปไว้ใต้เตาหลอม ชายตาเดียวร่ายอักขระเวทสีทองไปยังกองไฟทันใดนั้นเปลวเพลิงก็โชติช่วงชัชวาล
“นั่นคือฟืนปะทุธาราอันหายากเปลวไฟอันร้อนแรงของมันจะหลอมละลายแร่วิเศษและสลายอักขระเวทที่ร้อยรัดศาสตราไว้หน้าที่ของเจ้ามีแค่ควบคุมไฟและจำแนกแยกแยะแร่ตั้งต้น” คนแซ่หวงกล่าว
จิวฟงพยักหน้าหนึ่งทีเขาร่ายอักขระเวทเพื่อเลื่อนเปิดฝาเตาปฏิกรณ์ให้กว้างเด็กชายใช้หัตถ์ไร้ลักษณ์คว้าเอากระบี่นับหมื่นชิ้นใส่เข้าไปในเตาหลอม แล้วจิวฟงก็ง่วนอยู่กับการควบคุมความแรงของไฟ
กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากปล่องเตาทั้งสามด้านเสียงกรีดร้องของศาสตราเวทยามเมื่อถูกหลอมละลายดังจนแสบแก้วหู อาวุธเวทกระแทกผนังเตาดังโครมครามอยู่พักใหญ่...แล้วเสียงนั้นก็เงียบสงบลง
ไฟจากฟืนปะทุธาราลุกโชนเป็นสีแดงโลหิตเพลิงสีเลือดร้อนแรง ซ้ำยังส่องแสงจ้ากว่าแสงอาทิตย์ เพลิงอันเจิดจ้าแผดเผาเตาหลอมยังให้ศาสตรานับหมื่นชิ้นหลอมละลายผ่านไปหนึ่งชั่วยามแร่สีน้ำตาลก็ไหลออกจากเตาลงสู่เบ้าที่รองรับไว้
เมื่อได้แร่พราวจินดาที่ต้องการแล้วจิวฟงก็ปรับความแรงของเปลวไฟขึ้น อีกหนึ่งก้านธูปแร่สีใสราวกับน้ำค้างก็หยดลงกระทบเบ้าครั้นเมื่อไม่เหลือแร่มณีสีใสอยู่ในเตาหลอมแม้แต่เพียงนิดหนึ่งเขาก็เร่งอุณหภูมิของเตาหลอมขึ้นอีกระดับ ทำเช่นนี้อยู่ซ้ำๆผ่านไปสามวันเต็มๆจิวฟงก็แยกแร่กว่าสามร้อยชนิดได้เสร็จสิ้น
หวงหยินฟาให้จิวฟงนอนพักเอาแรงครึ่งวันทันทีที่เด็กชายตื่นขึ้นมา ชายตาเดียวก็เคี่ยวเข็ญศิษย์ตัวน้อยอีกครั้ง จิวฟงมานั่งอยู่หน้าเตาขนาดยักษ์ตามคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์เด็กชายเลือกแร่วิเศษยี่สิบเจ็ดชนิดที่ได้จากกระบวนการแยกแร่ใส่เข้าไปในเตาสีทอง
จิวฟงโยนแร่เหล็กนิลนับร้อยก้อนที่เบิกมาจากหวงหยินฟาลงไปในเตาอันร้อนระอุหลังจากนั้นเขาก็เทแร่เหล็กจันทร์กระจ่างสองหมื่นก้อนตามลงไป
“แร่พราวจินดาช่วยให้ศาสตราคมกริบแร่เอกาปฐพีทำหน้าที่เป็นตัวประสานแร่ทุกชนิดให้หลอมรวมเป็นหนึ่งแร่เกล็ดกิเลนเพิ่มความเหนียวของศาสตรามิให้แตกบิ่นแร่มณีสีใสช่วยให้ศาสตราไวต่อปราณ แร่เหล็กนิลจะจำไอปราณของข้า เมื่อรวมกับแก้วเก้าปัญญาที่ใส่ลงไปศาสตราที่ข้าตีจะเชื่อฟังคำสั่งของข้าแต่เพียงผู้เดียว...”จิวฟงร่ายคุณสมบัติของแร่ทั้งยี่สิบเก้าชนิดจากนั้นเขาก็บอกคนแซ่หวงว่าได้คำนวณอัตราส่วนที่เหมาะสมของแร่เหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว
หวงหยินฟาพยักหน้ารับรู้เขาคอยจ้ำจี้จ้ำไชจิวฟงอยู่ไม่ห่าง ช่วงเวลาที่เขาจะได้ถ่ายทอดศาสตร์ตีอาวุธเวทให้จิวฟงเหลืออยู่อีกไม่มากอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนเขาต้องเดินทางไปยังเขตแดนของตระกูลลี้หวงหยินฟาต้องนำสาส์นไปให้ลี้เจ่ยเพื่อเชิญผู้นำตระกูลลี้ให้มาดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์อสูรแทนเฉิงตงที่จากไป
แม้จิวฟงจะยังไม่รู้ว่าหวงหยินฟาต้องเดินทางไกลแต่การที่คนแซ่หวงเร่งถ่ายทอดวิชาให้เขาจนแทบจะไม่ได้หยุดพักถึงสามสัปดาห์ติดต่อกันทำให้เด็กชายพอจะเดาได้ว่าหากไม่ใช่ตัวเขา ก็คงเป็นหวงหยินฟาที่มีภารกิจใหญ่รออยู่
หลังจากบ่มแร่วิเศษทั้งยี่สิบเก้าชนิดด้วยอักขระเวทเป็นเวลาถึงสองสัปดาห์แสงสีเหลืองนวลก็แผ่รัศมีพุ่งออกมาจากเตายักษ์ แสงนั้นยังหอหลอมศาสตราให้สว่างไสวจิวฟงรีบลุกขึ้นแล้วร่ายอักขระเวทเพื่อเปิดปากเตา
เมื่อปากเตาถูกเปิดออกธารแร่เหลวๆก็ไหลลงสู่เบ้าใหญ่ที่เตรียมไว้ แร่สีเหลืองเข้มส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับยามเมื่อต้องแสงไฟแร่เหลวที่ร้อนราวกับเปลวเพลิงไหลทะลักลงสู่เบ้าใหญ่อย่างต่อเนื่อง
จิวฟงถ่ายปราณของเขาไปยังแร่หลอมเหลวสีเหลืองที่อยู่ในเบ้าแร่ร้อนประดุจเพลิงดูดเอาไอปราณของเด็กน้อยอย่างไม่หยุดหย่อน แร่สีเหลืองเข้มซึมซับปราณของจิวฟงเข้าสู่อณูที่เล็กที่สุดของมันแร่สีเหลืองเข้มดูดดื่มไอปราณของจิวฟงเข้าไปคล้ายประหนึ่งทารกที่ลิ้มรสน้ำนมของมารดา...ไอปราณหยดแล้วหยดเล่าพลังปราณคำแล้วคำเล่าถูกป้อนให้โลหะผสมทั้งยี่สิบเก้าชนิดได้กลืนกิน
จิวฟงโยนทรัพยากรเข้าปากเป็นครั้งที่แปดสิบโลหะผสมชนิดนี้ประกอบด้วยแร่เหล็กนิลเป็นจำนวนมาก โลหะที่เกิดจากแร่ยี่สิบเก้าชนิดสูบเอาไอปราณของเขาไปมากโขนักตีศาสตราคนอื่นไม่นิยมผสมแร่เหล็กนิลเข้าไปในอาวุธเวท แต่จิวฟงคำนึงถึงประโยชน์อันคุ้มค่าจึงยอมสละปราณและทรัพยากรจำนวนมหาศาล
หวงหยินฟาก็คิดว่าจิวฟงผสมแร่เหล็กนิลมากเกินไปแต่ถึงกระนั้นเขาก็มิได้ทัดทานเด็กชายตัวน้อยเขาปล่อยให้จิวฟงได้หลอมแร่ในแบบที่เด็กชายต้องการในตอนนี้เขาผู้เป็นอาจารย์ได้แต่เฝ้าดูศิษย์ตัวจ้อยอยู่ไม่ห่าง
แร่เหล็กนิลที่แฝงอยู่ในโลหะผสมกินพลังปราณของจิวฟงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะอิ่มพอดูเหมือนว่าแร่ชนิดนี้จะชื่นชอบรสชาติปราณของเด็กน้อยมันดูดเอาปราณของจิวฟงจนเด็กชายตัวจ้อยหน้าซีด เสาปราณเสาแรกเริ่มมีรอยขีดข่วนส่วนสายปราณสายที่สองก็มีรอยหมอง ผ่านไปสองชั่วยามจิวฟงที่กินยาเม็ดชมพูเข้าไปกว่าสองร้อยครั้งก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลหะผสม
เมื่อแร่จอมตะกละดูดเอาไอปราณของจิวฟงไปในปริมาณที่มากพอแล้วโลหะที่หลอมเหลวก็เริ่มจับตัวกันแร่สีเหลืองวาวแปรเปลี่ยนมาอยู่ในลักษณะกึ่งของแข็ง รัศมีของแร่โลหะที่ส่องประกายพราวก็หดตัวเป็นวงแคบๆทว่าสว่างจ้าทันใดนั้นแสงของโลหะที่กระจ่างใสก็พุ่งเข้าไปยังตันเถียนของเด็กชาย
เด็กชายรับรู้ถึงการมีอยู่ของแร่โลหะแร่ผสมสีเหลืองเข้มก็รู้ถึงตัวตนของเด็กชายทั้งคนทั้งโลหะสีเหลืองประหนึ่งมีสายใยที่เชื่อมโยงกันจิวฟงมองแร่สีเหลืองเข้มแล้วยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
จิวฟงทำการขึ้นรูปโลหะเขาใช้ค้อนวิเศษกระแทกสิ่วอาคมเพื่อตัดโลหะสีเหลืองเข้มอย่างเร่งรีบเขาเร่งมือก่อนที่โลหะจะแข็งตัวจนไม่อาจตัดแบ่ง เด็กชายตอกสิ่วลงในเนื้อโลหะอย่างไม่ยั้งสักพักใหญ่ๆโลหะอันแวววาวก็ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นยาวขนาดหนึ่งคืบได้ถึงสองหมื่นชิ้น
เมื่อได้โลหะที่จะทำตัวมีดแล้วจิวฟงก็ใช้ค้อนหนักทุบโลหะสีเหลืองขนาดหนึ่งคืบจนเกิดเสียงดังปึงปังเสียงตีศาสตราดังถี่ๆ จิวฟงเร่งถ่ายปราณไปยังค้อนวิเศษเขากระแทกค้อนใหญ่เข้ากับโลหะอันแวววาวอยู่ไม่หยุด
เหงื่อของจิวฟงไหลชุ่มโชกเสื้อผ้าเขาตั้งหน้าตั้งตาทุบมีดสั้นทั้งสองหมื่นชิ้นจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเมื่อขึ้นรูปมีดสั้นได้แล้วเด็กชายก็ใช้ปังตอสีดำสนิทหั่นส่วนปลายมีดให้มีลักษณะแหลมเจ้าเปี๊ยกใช้ตะไบวิเศษฝนโลหะเพื่อสร้างมีดที่คมที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
เด็กชายฝนตะไบทั้งส่วนแหลมและส่วนคมอีกนับพันๆครั้งมีดสั้นเหล่านั้นคมยิ่งกว่าศาสตราเวทสามัญนับร้อยเท่าจิวฟงเอาตัวด้ามสีแดงเลือดหมูที่ทำจากไม้สนหมื่นปีมาสวมประกบ จากนั้นเด็กชายก็โยนมีดสั้นทั้งสองหมื่นเล่มลงไปในโอ่งวารียะเยือกแล้วจิวฟงก็ทำการร่ายอักขระเวทอีกหนึ่งชุด
ชุ่มแช่อยู่ในของเหลวที่อยู่ในโอ่งวารียะเยือกเพียงแค่ไม่กี่อึดใจมีดของจิวฟงก็พลันเปล่งแสงสว่างจ้า คมมีดและปลายแหลมส่องแสงเป็นประกายแค่พริบตาเดียวมีดทั้งสองหมื่นเล่มก็พุ่งทะยานออกจากปากโอ่งมีดสั้นเหล่านั้นลอยคว้างและหมุนวนอยู่รอบกายของจิวฟง
“ตั้งชื่อ...”หวงหยินฟากระซิบเบา จิวฟงพยักหน้าให้ผู้เป็นอาจารย์ จากนั้นเขาก็ถ่ายปราณไปยังเสียงแล้วจิวฟงก็เปล่งเสียงแหลมๆออกมา
“มีดสั้น...ของจิวฟง...แต่เพียงผู้เดียว!”พูดจบเจ้าเปี๊ยกก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เด็กชายมองมีดสั้นที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมันขึ้นมาด้วยแววตาเป็นประกายฝ่ายหวงหยินฟาถึงกับถอนหายใจ เขาส่ายหน้าให้กับชื่ออันพิลึกพิลั่นของมีดสั้นสีเหลืองเข้ม
หุบเขาฉู่สีซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขาเฉวียนลวี่ซานเป็นดินแดนลี้ลับน้อยคนนักที่เคยย่างกรายเข้าไปยังเขตหุบเขาแห่งนี้เขาฉู่สีมีเขตอาคมเวทที่แน่นหนากางกั้นไว้อาคมนี้สลับซับซ้อนจนแม้แต่ฝูเต้อหลุนผู้เชี่ยวชาญด้านอักขระก็มิอาจที่จะแก้ผนึก
ขณะนี้ป้านโหวลี่ผู้เป็นเจ้าของหุบเขากำลังเดินเข้าไปในเขตป่าที่ลึกลับซับซ้อนราวกับเขาวงกตชายผู้มีผมขาวเดินไปตามเส้นทางที่ไม่อาจจะคลาดเคลื่อนได้แม้เพียงเล็กน้อยเดินมาได้ครึ่งชั่วยาม บรรยากาศโดยรอบก็พลันเปลี่ยนไปป่ากว้างอันตรธานหายกลับกลายมาเป็นทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยหมอกขาว
คนแซ่ป้านยังคงจดจ่ออยู่กับการเดินทุกย่างก้าวของเขาเหยียบย่ำไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในจิต พอเดินมาได้สองก้านธูปหอคอยสูงสิบเจ็ดชั้นก็พลันปรากฏขึ้นแก่สายตาของเจ้าสำนักแซ่ป้าน
ทันทีที่หอคอยสูงเย้ยฟ้าปรากฏขึ้นแก่ครรลองจักษุคนแซ่ป้านก็ทะยานขึ้นไปบนท้องนภาแล้วพุ่งตรงไปที่ยอดหอคอยป้านโหวลี่เหาะลอดเข้าไปทางช่องหน้าต่างกว้างอึดใจเดียวเขาก็มายืนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมสีทึมๆที่มีไอปราณอัดแน่นจนน่าอึดอัด
ป้านโหวลี่สาวเท้าไปยังประตูไม้ซึ่งอยู่ที่มุมมืดยิ่งเดินเข้าไปใกล้ประตูเก่าๆมากเท่าไร เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงไอปราณอันแน่นหนาคนแซ่ป้านแข็งใจแล้วถอนอักขระกำกับกลอนที่คล้องรัดประตูไว้ ใช้เวลากว่าสองชั่วยามกว่าอาคมสีทองจะเริ่มจางคลายแต่แล้วในที่สุดกลอนสิบแปดชั้นก็พลันเสื่อมสลายโซ่ตรวนที่ร้อยรัดประตูใหญ่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ขณะที่เขากำลังจะเข้าไปด้านในนั่นเองเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจก็ดังก้องกังวาน
“โหวลี่การฟื้นฟูสำนักคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”
“เรียนท่านรุ่นก่อนผู้อาวุโสห้าคนเดินทางไปนอกสำนักเพื่อส่งเทียบเชิญไปยังห้าตระกูลใหญ่ให้มาเป็นตระกูลอุปถัมภ์ด้วยวิธีนี้พวกเราจะไม่ต้องพึ่งพาตระกูลใดตระกูลหนึ่งดังที่ผ่านมาแม้การเจรจาน่าจะกินเวลานาน แต่เหล่าผู้อาวุโสจะเร่งดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนการเปิดรับศิษย์ใหม่ในรอบหน้าจะเริ่มขึ้นหากดำเนินการลุล่วงตามแผนที่วางไว้ภายในระยะเวลาไม่เกินสามปีสำนักวายุจำรัสจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”
ป้านโหวลี่เร่งเร้าปราณในตัวให้แข็งกล้าแล้วเดินเข้าในห้องที่ถูกปิดตายพอเดินเข้าไปในห้องจองจำอันมืดทึบร่างของชายผู้ถูกตรึงให้นั่งอยู่กับพื้นด้วยโซ่เส้นเขื่องก็ปรากฏแก่สายตาของป้านโหวลี่
ชายผู้นี้อยู่ในชุดสีเทาผมของเขายาวรุงรัง พอเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เปิดเผยให้เห็นถึงดวงตาที่เป็นสีโลหิต...
---------
แจ้งข่าวเล็กน้อย
อีบุ๊ค "สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร 2" วางจำหน่ายแล้วที่ Mebmarket นักอ่านสามารถเสิร์จชื่อเรื่อง หรือเข้าไปที่
https://bit.ly/2KH2kup ทดลองโหลดตัวอย่างมาอ่านก่อนได้ ถ้าซื้อมาเป็นเจ้าของแล้วรบกวนกด 5 ดาวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยน๊า