บทที่ 38
ยกรถทุ่มคฤหาสน์
10 นาทีก่อนหน้า
อู๋ตี้ที่สวมเกราะเทพเจ้าสงคราม A นั้นรีบรุดออกจากเมืองไปทางใต้ ที่นั่นไม่มีตึกสูงอะไรอยู่ทั้งสิ่น
ทุกๆครั้งที่เท้าของเขาสัมผัสกับพื้นดิน มันก็เกิดเสียงดัง จากนั้นตัวของเขาจะเปล่งประกายเหมือนแสงสีแดงแล้วพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ตวัดโค้งครึ่งวงกลมสวยงามและดิ่งไปทางใต้เรื่อยๆ
พลังของเกราะเทพเจ้าสงคราม A นั้นทำให้เขาแข็งแกร่งและเร็วขึ้นกว่าปกติอีก 30 เท่า ด้วยเหตุนี้มันเลยทำให้เขาสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 300 ไมล์ต่อชั่วโมง
หรือถ้าจะพูดให้ดูง่ายขึ้น ความเร็วที่อู๋ตี้สามารถใช้ได้นั้น เทียบเท่ากับความเร็วของรถซูเปอร์คาร์คันหนึ่งเลยสิ่งเดียวที่เขาน่าจะเป็นรองตอนนี้ก็น่าจะแค่เครื่องบินแล้วมั้ง
เพราะงั้นแล้วสำหรับอู๋ตี้ 30 กิโลเมตรน่ะ ใช้เวลาน้อยกว่า 5 นาทีเสียอีก
ไม่นานนัก ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้าง อู๋ตี้ก็เห็นคฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่แบบปลีกวิเวก
ในที่สุดก็ถึง
แสงสีแดงพุ่งลงไปหน้าประตูคฤหาสน์ราวกับดาวตก ตรงหน้าเขานั้นมีประตูสูงขนาด 3 เมตรตั้งตระหง่านอยู่ และมันเป็นประตูแบบ 2 ชั้นสำหรับกันขโมยด้วย
เหล็กสีเงินนั้นมองแล้วก็ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง ในการที่จะสร้างคฤหาสน์ท่ามกลางป่าเช่นนี้ ความปลอดภัยนับว่าสำคัญที่สุด
ดังนั้นแล้ว ตระกูลเย่นั้นทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะติดตั้งระบบกันภัยทุกอย่างให้กับคฤหาสน์แห่งนี้จนมันถูกจัดเป็นคฤหาสน์ที่มีการป้องกันระดับสูงเลยทีเดียว โดยเฉพาะประตูทางเข้า แม้แต่กระสุนก็เจาะไม่ทะลุ
อู๋ตี้นั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ดีนัก ยิ่งเขาคิดว่า เอ้อซีซี จะโดนทำอะไรบ้าง ดวงตาของเขาก็แดงก่ำพร้อมๆกับสวิงหมัดแล้วซัดเข้าประตูนั้นเต็มแรง
*ตู้ม!*
ด้วยเสียงที่ดังสนั่นนั้น มันทำเอาคฤหาสน์ทั้งหลังสั่นไปหมด แต่เมื่อเขาเอาหมัดออกจากประตูนั้น มันก็ทิ้งไว้แค่รอยตื้นๆเท่านั้น ส่วนอื่นของคฤหาสน์ก็ยังคงมั่นคงดีอยู่
สิ่งนี้สร้างความงุนงงให้เขาไม่น้อยเลย นั่นก็เพราะว่าตอนนี้เขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมถึง 30 เท่าแล้วแท้ๆ แต่กลับทำลายประตูนี่ไม่ได้
เขาขมวดคิ้วและมองไปรอบๆ และสายตามันก็ไปหยุดอยู่กับรถ ELFA ของเย่เหลียงที่อยู่ไม่ไกลนัก อู๋ตี้เดินตรงไปยังรถคันนั้นและยื่นมือไปเปิดประตูเบาๆ
*เคร้ง---*
รถคันหรูที่ทั้งใหญ่และยาวนั้นได้เจ๊งลงไปเรียบร้อยแล้วเพียงแค่สัมผัส
อู๋ตี้มองไปยังโครงใต้รถก่อนจะหยิบมันขึ้นมาด้วยมือขวา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทุ่มเจ้าสิ่งนี้ใส่คฤหาสน์นั่น
รถ ELFA หลักล้านที่น่าสงสารถูกลากไปกับพื้น
เมื่อมาถึงหน้าประตู อู๋ตี้ก็หายใจเข้าไปลึกๆแล้วค่อยๆย่อเข่าลงไปจนเอวเกือบถึงพื้น จากนั้นรถธุรกิจคันงามก็ถูกเหวี่ยงด้วยแขนขวาอย่างสุดแรงและไปกระแทกกับประตูนั้นจังๆ
*ตู้ม!*
เสียงที่ทรงพลังดังขึ้นอีก คราวนี้มันดังกว่าหมัดก่อนหน้านี้อีกเยอะ คฤหาสน์ทั้งหลังมันเริ่มสั่นรุนแรง แม้แต่หน้าต่างเองก็ตกลงมาแตกรวมถึงมีเสียงของแตกหลายชิ้นดังมาจากด้านในด้วย
แต่ถึงยังไง ประตูนี่ก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของระบบรักษาความปลอดภัยชั้นยอด ตรงจุดที่รถ ELFA เข้าปะทะกับประตูนั้น ตรงนั้นมีเพียงแค่รอยถลอกนิดหน่อยเท่านั้น
ครั้งนี้อู๋ตี้หมดความอดทนแล้ว ภาพในหัวของเขาที่คิดถึงเรื่องเย่เหลียงนั้นมันชัดเจนสุดๆ หัวใจของเขามันเหมือนถูกซ้ำเติม และดวงตาเขาก็ปกคลุมไปด้วยคราบเลือดและรอยน้ำตา
“อา...อ๊าาาา!!”
เขาคำรามก้องออกมาจากนั้นก็หยิบซากรถคันเดิมนั้นพร้อมกับกระหน่ำโยนใส่จุดเดิมอย่างบ้าคลั่ง
*ตู้ม! ตู้ม!*
เสียงของการปะทะกันยังดังขึ้นเรื่อยๆ และมันทำให้รอยร้าวบนกำแพงกระจายออกมาจากประตู ถึงแม้ว่าประตูจะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช้ว่ากำแพงจะแข็งแกร่งตาม
ในท้ายสุด ด้วยเสียงที่ดังและยาวนานนั้น กำแพงทั้งหมดที่อยู่รอบๆก็ถล่มลงมา ฝุ่นควันก็ฟุ้งกระจายไปหมด
ซากรถถูกโยนออกไปให้พ้นทาง จากนั้นอู๋ตี้ก็ค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปภายใต้คฤหาสน์ที่พังแหล่ไม่พังแหล่หลังนั้น
ฝุ่นและควันมันกระจายหนาจนเหมือนหมอก เขามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แต่พอเดินต่อไปอีก ดวงตาเขาก็ค่อยๆเห็นอะไรบางอย่าง
ชายที่ปรากฏตรงหน้าอู๋ตี้นั้น คือชายที่สวมเพียงกางเกงในตัวเดียวเท่านั้น
เขาคนนั้นมองกลับมายังอู๋ตี้ ในสายตาของเขามันเปี่ยมไปด้วยความกลัวและตกใจจนล้นออกมา
และยามที่อู๋ตี้เห็นชายคนนั้น เลือดทั่วทั้งร่างมันก็สูบฉีดอย่างรุนแรงขึ้นมา ใช่แล้ว ชายคนที่ว่าซึ่งกำลังโป๊อยู่นั่นก็คือเย่เหลียงนั่นแหละ!
เห็นเย่เหลียงสวมเพียงกางเกงในโดยที่ไม่มีร่างของ เอ้อซีซีอยู่ใกล้ๆ หัวใจของอู๋ตี้ก็เหมือนจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
ช้าไป! ช้าไปอีกแล้วงั้นเหรอ!!
ไอ้เวรตะไลนี่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ำ แสดงว่ามันทำลงไปแล้วสินะ!
เอ้อซีซี...ฉันขอโทษ ที่ฉันไม่สามารถปกป้องเธอได้…
เพราะงั้นฉันจะฆ่ามัน! ฉันจะฆ่ามันเพื่อล้างแค้นให้เธอเอง!
ถ้อยคำตำหนิตัวเองที่ผสมกับความโกรธมันผุดขึ้นในหัวของเขา และมันทำให้ในตอนนี้ ภายในหัวของอู๋ตี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือฆ่าเย่เหลียงซะ!
“ลูกพี่เย่ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ!”
สองเสียงดังขึ้นมาจากด้านบน และดูเหมือนว่าเจ้าของเสียงนั้นกำลังลงมา พวกเขาคือลูกน้องของเย่เหลียงทั้งสองคนอย่าง เอ้อฮั่วและเหล่าเซียง นั่นเอง
ชายทั้งสองเองก็ไม่ได้แต่งตัวเสร็จดีนัก ท่อนบนยังเปลือยส่วนมือก็ยังต้องจับกางเกงไว้อยู่แบบรีบร้อน ดูๆแล้วก็คงรีบมาทั้งที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย
เมื่อเห็นลูกน้องทั้งสองลงมา แววตาของเย่เหลียงก็เหมือนได้เห็นแสงสว่าง ความมั่นใจมันฟื้นกลับมาในใจอีกครั้ง เขาตะโกน “เอ้อฮั่ว! เหล่าเซียง! มาปกป้องฉันที!”
ทั้งสองเข้ามายืนกันด้านหน้าให้เย่เหลียงโดยอัตโนมัติก่อนที่จะได้เห็นร่างของอู๋ตี้ทีหลัง
“นั่นมันอะไรน่ะ?” เหล่าเซียงเอ่ยถาม ตัวเขานั้นขนเยอะเหมือนพ่อหมีใหญ่ในร่างมนุษย์เลย
“นี่ฉันยังไม่ตื่นรึไงนะ? คอสเพลย์เหรอ?” ชายหัวล้านนามว่าเอ้อฮั่วถลึงตากว้างเพื่อมอง
ไม่น่าแปลกใจเลยถ้าทั้งสองจะจำไม่ได้ เพราะตอนนี้อู๋ตี้นั้นสวมเกราะเทพเจ้าสงคราม A อยู่ แม้แต่ใบหน้าเองก็ถูกปกปิดด้วยหน้ากากด้วย
“ไม่ต้องสนใจว่ามันจะเป็นใคร เข้าไปจัดการมันก่อน!”
เย่เหลียงเค้นเสียงขณะกัดฟันอย่างดุร้าย เขามองไปยังหน้ากากของอู๋ตี้ที่ดูแปลก ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขากลัวด้วย แบบนี้แล้วจะให้เขามาเฝ้าทนกับตัวตนของสิ่งที่เขากลัวแบบนี้ได้ยังไง?
เอ้อฮั่วและเหล่าเซียงนั้นเชื่อฟังเย่เหลียงเป็นอย่างมาก เพราะเย่เหลียงเองก็ปฏิบัติต่อพวกเขาดีแถมยังยอมรับพวกเขาในฐานะคนสนิทด้วย อย่างเช่นวันนี้ ที่ยกสาวๆที่มาด้วยให้ตั้งสองคน ดังนั้นแล้วเพื่อเจ้านายที่ดีเช่นนี้ พวกเขาจะซื่อสัตย์มากๆก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ถึงแม้ว่าพวกเขาเองจะมีความเกรงๆต่อหน้ากากนั่นนิดหน่อย แต่ท้ายสุดก็พากันวิ่งเข้าใส่โดยไม่ลังเล
ด้วยความที่ไม่ใช่อันธพาลไก่กา ด้วยทักษะที่สั่งสมมานาน
ดูๆไปแล้ว ไอ้เจ้าคอสเพลย์นี่น่าจะแค่มาขู่ บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรเลย ถ้ากดลงพื้นได้เมื่อไหร่ละก็จะกระชากหน้ากากออกมาดูให้ได้เลย
แต่แล้วเรื่องที่ทุกคนไม่อยากจะเชื่อก็ปรากฏขึ้น
*เคร้ง เคร้ง!*
ในการที่จะต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองคนนี้ อู๋ตี้ยื่นมือออกไปด้านหน้าและจับคอทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้ามาไว้คนละมือ จากนั้นก็ยกทั้งสองร่างนั้นขึ้นมาพร้อมๆกัน
“อ่อก---อ่อก!?”
ทั้งสองร่างถูกยกลอยขึ้นไปในอากาศได้อย่างง่ายดาย พวกเขาไม่สามารถต่อต้านอะไรได้เลย สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็แค่จับแขนของอู๋ตี้ไว้เท่านั้นพร้อมๆกับใช้เท้าถีบอากาศไปมา
ไม่นานนัก ด้วยความที่เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองซึ่งนำพามาด้วยอาการสมองขาดออกซิเจน ใบหน้าของพวกเขาก็เริ่มจะคล้ำกลายเป็นสีม่วง ถ้าเกิดว่าพวกเขายังโดนยกอยู่อย่างนี้อีกละก็ มีหวังได้ขาดอากาศหายใจภายในไม่ถึงนาทีแน่ๆ
สัญชาตญาณของการกลัวตายของพวกเขานั้นมันแสดงออกทางดวงตาของทั้งสอง พวกมันกรอกขึ้นสูงและมองไปคนละทาง พวกเขาจะตายแล้ว!
ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างอย่างเย่เหลียงนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลย นั่นเพราะเขารู้ดีว่าทั้งเอ้อฮั่วและเหล่าเซียงนั้นเป็นชายแข็งแกร่งที่มีน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม แล้วทำไมคนคนนี้ถึงสามารถยกพวกเขาได้น่ะ? แถมยังพร้อมกันถึง 2 คนเลยด้วย!
อู๋ตี้นั้นยังคงยกทั้งสองร่างนั้นไว้ แม้ว่าทั้งสองจะดิ้นแรงขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ช่างโชคร้ายที่เขายังคงถูกยกไว้เช่นนั้น
ในขณะเดียวกันอู๋ตี้เองก็ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังยกร่างของมนุษย์อยู่เลย เหมือนถือก้อนสำลี ทั้งเบาและไม่รู้สึกเลยว่ามีน้ำหนัก
เขาสามารถบีบคอคนพวกนี้ได้ทุกเมื่อเลยหากต้องการ
แต่อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของเขาก็ไม่ได้หมายเอาตายมาตั้งแต่แรกแล้ว
*โป๊ก!*
ด้วยเสียงอู่อี้ในลำคอ อู๋ตี้จับคอทั้งสองแน่นแล้วจับทั้งสองร่างหัวโหม่งกันกลางอากาศแบบจังๆ
ทั้งเอ้อฮั่วและเหล่าเซียงต่างรู้สึกว่าได้เห็นทุ่งดอกไม้กันทั้งคู่ พวกเขาสลบไปพร้อมๆกันในทันที
*ตึง! ตึง!*
ร่างของทั้งสองถูกโยนออกไปคนละทิศคนละทาง จากนั้นอู๋ตี้ก็เริ่มก้าวเท้าเดินด้วยความหนักหน่วง
เย่เหลียงที่ยืนมองอยู่ ในตอนนี้ขาของเขามันสั่นไปหมดเลย แรงที่จะก้าวเดินมันหายไปหมดจนอยากจะคุกเข่าลงไปทุกที ยิ่งในช่วงที่ฝุ่นมันเริ่มบางลงไป มันก็ทำให้เขาเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นมามากมายอีกด้วย
ชัดเจนเลยว่าชายตรงหน้าเขานี้...ไม่สิ...นี่ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์แล้ว นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
เมื่อเห็นเจ้าสัตว์ประหลาดนี่กำลังเข้ามาตรงหน้า เย่เหลียงก็ไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป ขามันอ่อนล้าและท้ายสุดเขาก็คุกเข่าลงไป
“พี่ชาย! ฉันไม่รู้ว่าฉันเคยไปทำเรื่องบาดหมางให้พี่ชายตอนไหน แต่ได้โปรดเถอะ อย่าฆ่าฉันเลยนะ พี่ชายอย่างทำอะไรก็ได้เลย พ่อของฉันมีเงินมากมาย ถ้าพี่อยากได้อะไรพี่บอกฉัน ฉันจะหามาให้ทุกอย่างเลย!”
ร่างที่คุกเข่าอยู่นั้นอ้อนวอนขอความเมตตา แต่สิ่งที่เขาได้กลับมากลับเป็นถ้อยคำที่ไม่ไยดีสั้นๆ
“ฉันอยากให้นายตาย!”