Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 122-124

    ตอนที่ 122 จนตรอก

     

    [ Reflection ] 

    ตึ้บบบบบ

    เกิดเสียงปะทะดังลั่นไปทั่ว จนทำให้ตึกบริเวณโดยรอบนั้น ได้เกิดความเสียหายและก่อให้เกิดฝุ่นก่อตัวเป็นควันบดบังวิสัยทัศน์ 

    และหลังจากนั้นมันก็ได้เกิดเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น

    ตู้มมมมมมมมมม 

     

     

    " Jackkkk !!! " 

    ดอนนี่ได้ตะโกนจนสุดลมหายใจ และเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วนั้น เขาก็ได้คิดว่า Jack น่าจะถูกการโจมตีของซอมบี้เกราะเข้าไปเต็มๆ ดอนนี่ได้คุกเข่านั่งไปกับพื้นด้วยสภาพที่หมดหวัง พร้อมกับทุบใช้มือเปล่าทุบลงไปที่พื้นคอนกรีต 

    " บ้าเอ้ย บ้าเอ้ย บ้าเอ้ยยย!!!!! " 

     

    แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปควันมันก็ค่อยๆ จางลง แต่ดอนนี่เขาไม่ได้มองไปที่ ณ จุดของ Jack และลูน่า เขาทำใจไม่ได้ที่จะมองศพของเพื่อนในสภาพที่ตายไปแล้ว 

    อ๋อวววววววววววว 

    เสียงของพวกซอมบี้ White และซอมบี้ Red ได้ดังขึ้นเมื่อพวกมันได้เข้ามาสู่เขตใจกลางเมือง และในขณะเดียวกัน มันเหมือนกับว่ามันไปปลุกสติของดอนนี่ที่กำลังขาดสติอยู่ 

     

     

    เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ 

    Jack เขาได้หลับตาลง เขาไม่อยากตายในเงื้อมมือของซอมบี้ แต่ถ้ามันเลือกไม่ได้ อย่างน้อย Jack ก็ไม่อยากจะเห็นภาพตอนถูกมันพรากเอาชีวิตไป แต่กลับกันลูน่าเธอไม่ได้หลับตาเหมือนกับ Jack เธอลืมตาและร้องออกมาด้วยเสียงที่หวาดกลัว เมื่อรู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะสิ้นสุดลง 

    และตอนนั้นซอมบี้มันก็ได้ฟันตรงไปยังจุดของทั้ง 2 

    [Reflection]

    บึ้บบบบ  

    การโจมตีของซอมบี้มันได้โดนหยุดเอาไว้และสะท้อนกลับไป ก่อนที่ดาบของมันจะมาถึงตัวของทั้ง 2 และในระยะเวลาไม่นาน ร่างใหญ่ยักของซอมบี้ก็ได้กระเด็นกระดอนไปชนกับตึกขนาดใหญ่ที่อยู่ทางด้านหลังของมัน

    ตู้มมมมมม

    ลูน่าเธอเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตาทั้ง 2 ข้างของเธอเบิกกว้าง ขณะที่พูดชื่อของคนบางคนออกมา

     

    " แคทเทอรีนน่า " 

    ได้ยินแบบนั้น Jack เขาได้ลืมตาขึ้นมา เขาพบว่าตัวเองนั้นยังไม่ตาย และคนที่ช่วยชีวิตของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือผู้หญิงที่เดินออกไปจากห้องประชุมเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้เอง

     

    " หนีกันได้แล้ว "  

    เธอไม่รอแม้แต่ที่จะฟัง Jack กล่าวคำขอบคุณ 

    " หนีไปไหนอย่างงั้นเหรอครับ "

    Jack เขาไม่ได้อยากกวนทรีนหรืออะไร แต่เขาไม่เข้าใจที่เธอพูดจริงๆ เพราะซอมบี้มันบุกเข้ามาในทั่วทุกทิศและรอบๆ ก็มีแต่ซอมบี้ มันจะมีที่ไหนได้อีกที่ให้พวกเขาหนีไปได้ 

    " ไปก่อนเถอะ อย่าพึ่งถาม " 

    และตอนนั้นเองฝุ่นควันมันก็ค่อยๆ จางลง 

     

    ได้ยินแบบนั้น Jack ก็ไม่เลือกที่จะถามอีกต่อไป เขาเลือกที่จะทำตามที่เธอบอก เพราะถ้าเธอไม่เข้ามาช่วย ป่านนี้เขาก็คงจะนอนกองเป็นศพอยู่ตรงพื้น ในสภาพที่หาศพไม่เจอด้วยซ้ำไป ส่วนทางด้านลูน่า เหมือนว่าร่างกายของเธอกำลังร้องขอให้ตามแคทเทอรีนน่าไป  

     

     แคทเทอรีนน่าไปวิ่งนำไปก่อน และลูน่าเธอก็ได้ตามไปโดยทันที ส่วนแจ็กเมื่อเขากำลังจะตามไปนั้น สายตาของเขาก็สังเกตเห็นดอนนี่ ที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น 

    " ดอนนนนน !!! " 

    ดอนที่กำลังนั่งเศร้าอยู่นั้น เมื่อเขาได้ยินของมนุษย์ และมันคือเป็นเสียงของ Jack ที่คุ้นเคย ทำให้ดอนนี่คิดว่าเขากำลังเห็นภาพหลอน 

    โครมมมมมมม 

    ซอมบี้เกราะ มันได้ค่อยๆ แบกร่างอันใหญ่โตของมันลุกขึ้นจากกองเศษซากตึกที่หล่นทับมัน

    " ดอนลุกขึ้นนนนน ไม่มีเวลาแล้วววว !! " 

    ดอนได้สติทันที แต่มันไม่ใช่เพราะเสียงของ Jack แต่มันเป็นเพราะว่า เขาได้สังเกตเห็นซอมบี้เกราะต่างหาก ทำให้เขารู้ว่านี่มันไม่ใช่ภาพหลอนอีกต่อไป 

    ดอนเขาดีใจเป็นอย่างมากที่เห็น Jack ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ดอนอดไม่ได้ที่จะตะโกนถามไป 

    " นายรอดได้มายังไง " 

    " ฉันไม่มีเวลามาอธิบายตอนนี้ !!! "

    Jack ได้ย้ำเสียงขึ้นดังทำให้ดอนนี่รู้ตัวว่า เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ไม่ควรมาถามถึงเหตุผลหรือมาเล่านิทานให้ฟังใน ท่ามกลางสนามรบ

    ทำให้ทั้งคู่เลิกพูดและพุ่งตามแคทเทอรีนน่าไปทันที 

     

    ขณะเดียวกันนั้นเอง ซอมบี้เกราะมันก็ได้ลุกขึ้นได้เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับคำรามอย่างเกรี้ยวกราด 

    โอ๋วววววววววววววววว 

     

    แคทเทอรีนน่าเธอได้ชะลอความเร็วเอาไว้ ทำให้ไม่นาน Jack และดอนนี่ก็ได้ตามมาทัน และเมื่อดอนนี่ได้เห็นแคทเทอรีนน่า เขาก็ได้ปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้ 

    " ขอบคุณมากนะครับ คุณแคทเทอรีนน่าที่ช่วยชีวิตทั้งคู่เอาไว้ " 

    ดอนนี่ได้กล่าวคำขอบคุณในขณะที่พวกเขากำลังวิ่งไปด้วย แต่เธอกลับไม่แสดงการตอบรับหรือพูดตอบโต้เกี่ยวกับประโยคที่ดอนนี่พูดมาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกันเธอกลับพูดเรื่องอื่นออกมาแทน

     

    " กลับไปที่ค่าย และรีบเก็บอาหารหรือน้ำดื่มให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ " 

    ทั้ง 3 คนก็งงกับสิ่งที่เธอพูด แต่แจ็กเขาก็ไม่อยากถามเซ้าซี้อีกแล้ว เขาเลือกที่จะทำตาม และเมื่อเห็น Jack ไม่ถาม อีก 2 คนก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดอะไรออกมา 

    หลังจากจบคำพูดของแคทเทอรีนน่าแล้วนั้น เมื่อเห็นทั้ง 3 หยุดเงียบไม่ตอบโต้หรือสงสัยอะไรกลับมา เธอได้รีบพูดต่อทันที 

    " 2 นาที ฉันให้เวลา 2 นาที " 

    และครั้งนี้พวกเขาก็ไม่ตอบโต้อีกครั้ง 

     

    ไม่นานพวกเขาก็ได้มาถึงเขตใจกลางของค่าย ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นก็คือ เหล่าผู้คนกำลังแตกตื่นด้วยความกลัว พวกเขาวิ่งพล่านไปทั่ว และส่วนใหญ่ก็ต่างเก็บของเพื่อเตรียมตัวหนี บางคนก็เอามือปิดหูเอาไว้ เพื่อปิดกั้นเสียงของการต่อสู้ 

    เมื่อเห็นแบบนั้นแล้ว Jack ที่หัวใจเปราะบางกับเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ก็อยากที่จะเข้าไปช่วยเพื่อให้กำลังใจพวกเขา แต่ดอนนี่รู้ทัน เขาไปปรี่เข้ามาห้ามโดยทันที 

    " Jack เรามีเวลาแค่ 2 นาที นายช่วยเห็นแก่ตัวสักครั้งจะได้มั้ยเพื่อน "

    แต่ดูเหมือนว่า Jack จะยังไม่ถอดใจและพยายามเดินเข้าไป ทำให้ดอนอธิบายต่อทันที

    " นายกำลังจะเข้าไปทำให้พวกเขามีความหวังนะเพื่อน แต่มันเป็นความหวังที่ไร้ความหมาย ฉันไม่อยากจะพูดแบบนี้นะเพื่อน แต่ว่าที่นายมีชีวิตอยู่ตอนนี้ก็เพราะเธอ นายควรให้ความสำคัญกับคำพูดของเธอนะ "

     

    คำพูดของดอนมันถูกทั้งหมด และแจ็กก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย เพราะมันคือความจริง เขากลั้นใจและกลั้นน้ำตาวิ่งไปที่ห้องของเขาโดยทันที โดยพยายามไม่มองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว 

    อ้าาาาาาาาาาา 

    และในที่สุด Jack เขาก็ได้มาถึงห้องของเขา และเมื่อคาดการณ์เวลาคร่าวๆ แล้วนั้น Jack เขาได้ใช้เวลาไปเกือบ 1 นาทีแล้วหลังจากที่แยกตัวออกจากแคทเทอรีนน่า เขารีบเก็บเสบียงใส่กระเป๋าเป้เดินทางสีดำใบใหญ่  

    Jack รีบหยิบขวดน้ำรวมถึงอาหารเข้าไปที่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่ามันจะเป็นระเบียบหรือไม่ และภายในระยะเวลาไม่นาน กระเป๋าใบใหญ่มันก็เต็มไปด้วยอาหารและน้ำดื่ม แต่ก่อนที่จะจากเดินออกจากห้องนั้น Jack ก็ได้หยิบเสื้อผ้าติดตัวไป 1 ชุด  

    แอ๊ดดดดดดด 

    Jack เขาได้เปิดประตูออกมาอย่างเร่งรีบ 

     

    แต่เมื่อเขาเปิดประตูง้างออกจนสุดแล้วนั้น เขาก็ได้พบอะไรที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก 

    " คุณเซบัสเตียน "

    " Jack " 

    ทั้งคู่ต่างตกใจในการพบเจอกันในครั้งนี้ และที่มันน่าตลกก็คือ บนหลังของทั้ง 2 มันมีเป้ขนาดใหญ่ห้อยไว้ที่หลังทั้งคู่ แต่ที่แตกต่างก็มีแค่คราบเลือดของเซบัสเตียน มันมีรอยเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณหัวของเขา

    เซบัสเตียนอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะเปิดคำถามขึ้นมาเป็นคนแรก 

    " นายไม่ได้ออกไปต่อสู้หรอ " 

    เวลาได้หมุนไปเรื่อยๆ มันไม่เคยรอใคร และตอนนี้ Jack เหลือเวลาไม่ถึง 20 วิแล้ว มันจะครบเวลา 2 นาทีที่แคทเทอรีนน่าได้บอกเอาไว้

    อีกทางด้านหนึ่ง เขาจะบอกกับเซบัสเตียนไม่ได้ว่า เขากำลังไปหาแคทเทอรีนน่าทั้งที่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ขนาดนี้  แต่เนื่องจาก Jack เขาเป็นคนตรงๆ และดูเหมือนว่าเขาจะโกหกไม่เก่ง ทำให้เขาได้พูดจาออกไปอย่างเร่งรีบ 

    " ผมไม่มีเวลามาอธิบายตอนนี้ครับ แต่ผมออกไปต่อสู้มาแล้ว " 

    เซบัสได้ทำหน้างงในประโยคที่แจ็กได้พูดออกมา 

    " เวลาของผมจะหมดแล้ว ผมต้องไปละครับ " 

    พูดจบ Jack ก็ได้วิ่งสวนทางของเซบัสเตียนไปทันที แต่แปลกที่เซบัสเตียน ก็ไม่มีท่าทีที่จะหยุด Jack เอาไว้แต่อย่างใด แต่ปล่อยให้แจ็กวิ่งสวนไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ 

     

    หลังออกมาจากสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวานออกมาได้แล้วนั้น แจ็กก็รีบวิ่งไปยังจุดที่เขาได้นัดพบกับแคทเทอรีนน่าทันที และเมื่อเขาไปถึงนั้น แจ็กก็ได้พบกับทั้ง 3 คนได้ยืนรอเขาอยู่แล้ว 

    " Jack เพื่อน นายมัวทำอะไรอยู่ เกือบไม่ทันเวลาแล้วนะ " 

    " โทษที แต่ระหว่างที่ฉันมา ฉันได้พบกับคุณเซบัสเตียนเข้าหนะ " 

    " ห่ะ คุณเซบัสเตียน นายไปเจอเขาได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเขาอยู่ทางทิศเหนือหรอกเหรอ " 

    ดอนนี่เขาไม่ค่อยจะเชื่อในสิ่งที่แจ็กพูดในครั้งนี้ ถึงแม้เขาจะไว้ใจเขามากก็เถอะ ดอนคิดว่าแจ็กเขาน่าจะมีของใช้และได้เตรียมอาหารเอาไว้เยอะๆ และใช้เซบัสเตียนมาเป็นข้อแก้ตัว แต่ดอนนี่ก็ไม่รู้สึกโกรธอะไร เขารู้อยู่แล้วว่า Jack เป็นคนที่โกหกไม่เก่ง 

    Jack เขากำลังจะเปิดปากพูด แต่แคทเทอรีนน่าก็ได้แทรกขึ้นมาเสียก่อน 

    " ไปกันได้แล้ว "

    ดอนนี่เขาอดไม่ได้ที่จะไม่ถาม เมื่อได้ยินคำว่าไปกันได้แล้ว ซึ่งฟังจากคำพูดเบื้องต้น มันแปลว่าเธอกำลังจะพาพวกเขาหนีอย่างแน่นอน 

    " เราจะไปยังไงเหรอครับ " 

    ได้ยินคำถามขึ้นมา แคทเทอรีนน่าได้หันหน้าไปมองหน้าของเขาทันที 

    " นายคิดว่าเมื่อฉันรู้ซอมบี้มันกำลังจะเข้ามาเพื่อฆ่าฉัน และจะให้ฉันรอนั่งจิบชาอยู่ที่ห้องรึไง " 

    คำพูดของแคทเทอรีนน่ามันได้ตอกกลับดอนนี่ไปเต็มๆ ทำให้ลูน่าหรือ Jack ที่กำลังจะถามนั้นได้หยุดไปทันที 

     

    เมื่อเสียงได้เงียบลง เธอก็ได้พูดขึ้นอีกครั้ง 

    " ฟังฉันนะ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด ตามฉันมา " 

    พูดจบเธอก็หันหน้าไปทางทิศใต้ทันที ทั้ง 3 คนเห็นแบบนั้นก็เตรียมตัวที่จะตามไปโดยทันที แต่ตอนนั้นเธอก็ได้ชะงักลงและพูดขึ้น

     

    " อ่อ และ Jack นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ที่ฉันจะช่วยชีวิตของนาย " 

     

     


    ตอนที่ 123 ทางเลือกเดียว

     

    บรรยากาศก็ได้เงียบอีกครั้งเมื่อแคทเทอรีนน่ากล่าวจบ  

     

    " จำคำฉันเอาไว้นะ อย่าแตกแถว " 

    " แคทเทอรีนน่า เราจะหนีไปไหนอย่างงั้นเหรอ " 

    ลูน่ากัดฟันถามคำถามกลับไปก่อนที่จะพวกเขาจะพุ่งออกไป ถึงแม้ว่าเแคทเทอรีนน่าจะเป็นคนช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ แต่ตอนนี้เธอกำลังจะพาพวกเขาแหวกฝูงซอมบี้ออกไป และอย่างน้อยเธอก็อยากรู้จุดหมายปลายทางบ้าง แต่แคทเธอรีนน่าก็ได้ตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งๆ 

    " ฉันไม่รู้ แต่ฉันจะไม่อยู่ในใจกลางของซอมบี้ที่มาจากทั่วทิศทางอย่างแน่นอน "

    ที่เธอพูดมาทั้งหมดนั้นมันก็ไม่ผิด แต่ก็ถือว่าเสี่ยงมากที่จะแหวกฝูงซอมบี้ออกไปทั้งๆ แบบนี้ แต่เมื่อลูน่ากลับมาคิดกับตัวเองดูดีดีแล้วนั้น เธอไม่พบวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้ ภายในสถานการณ์ตอนนี้ได้แล้ว จะให้พูดตรงๆ ก็คือ เธอไม่มีทางเลือก 

     

    หลังจากชะงักมานานสองนาน แคทเทอรีนน่าไม่พูดหรือสั่งอะไรอีกต่อไป เธอก้าวเท้าสาวออกวิ่งทันที ทำให้พวกเขาทั้ง 3 คนตกใจไม่น้อย และรีบเร่งวิ่งตามเธอไปในที่สุด 

    ในขณะที่วิ่งไปจากบริเวณค่ายนั้น พวกเขาวิ่งที่แถวตอนเรียง 1 โดยมี แคทเทอรีนน่า ลูน่า ดอนนี่ และ Jack เป็นคนที่อยู่ปิดท้าย เนื่องจากอาวุธของเขามีการโจมตีที่มีระยะที่ไกลกว่าคนอื่นๆ  มันสามารถระวังหลังให้กับเพื่อนได้อย่างดีเลยเชียวละ 

     

    ไม่นานหลังจากที่พวกเขาออกมาจากเขตที่พักอาศัย แคทเทอรีนน่าและคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นซอมบี้ที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่ที่แปลกก็คือ ไม่มีคนทำหน้าที่ดูแลหรือกำลังต่อสู้กับซอมบี้อยู่เลยแม้แต่สักคนเดียว พวกเขาได้คลืบคลานเข้ามาอย่างสะดวกสบายโดยไม่มีอะไรกั้น 

    มันทำให้พวกเขาสงสัยไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างสนใจไปที่การต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

     

    และเมื่อพวกเขาเคลื่อนที่ใกล้ซอมบี้เข้าไปเรื่อยๆ แล้วนั้น แคทเทอรีนน่าเธอ ค่อยๆ ชักดาบที่ห้อยอยู่ที่เอวของเธอออกมา รูปร่างของมัน มันวาวและด้ามจับสีขาวล้วน มันที่สะดุดตาไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งดาบเล่มนี้ชื่อของมันก็คือ White Swoard Dragon นั้นเอง

    " พยายามฆ่าให้ได้มากที่สุด และเคลื่อนที่ให้เร็วที่สุด "

    เธอพูดออกมาด้วยเสียงธรรมดา มันไม่ได้ดังมากและไม่เบาจนเกินไป มันส่งไปถึงพวกเขาทั้ง 3 คนที่ตามหลังมา  แต่ดอนนี่และลูน่าก็ยังสงสัยในคำพูดของเธอ ภายในใจของทั้ง 2 ได้คิดตรงกันว่า

    "   นี่เราจะหนีหรือจะสู้กับมันกันแน่วะ " 

    แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดมันออกไป 

    แต่ส่วนแจ็กนั้น มันแปลกมากเพราะอยู่ดีดี เขาก็ร่ายสกิลขึ้นมาทันที

    [Slaughter whip] 

     

    " เอาโว้ยยย !! ตายเป็นตาย " 

    ดอนนี่ไม่มีทางเลือก และเขาคิดว่าสองคนนี้มันบ้าไปแล้ว ที่กำลังจะพยายามต่อสู้กับซอมบี้เกราะนับไม่รู้กี่ตัว ถ้าเป็นก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาใกล้ในอาณาเขตเมืองว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้กระดานมันได้พลิกกลับด้านไปแล้ว สถานการณ์การทุกอย่างมันแย่ลงถึงขีดสุด แถมคนที่ถูกส่งมาปกป้องทางทิศใต้นี่ ก็ไม่รู้หายหัวไปอยู่ไหนแล้ว 

     

    " ฉันคิดถูกหรือคิดผิดที่ตามพวกนายมาเนี่ยะ " 

    [ Double Cut ]

     

    และตอนนั้นเองแคทเทอรีนน่าก็ได้วิ่งมาถึงถนนที่มีซอมบี้ขวางทางเต็มไปหมด แต่เธอไม่ลังเลหรือลดละความเร็วลงแต่อย่างใด เธอยังคงวิ่งด้วยความเร็วคงเดิมที่จะพอให้อีก 3 คนตามทัน

     

    อ๋อวววววววววววววว 

    White ซอมบี้ และ Red ซอมบี้ จำนวณมากได้ส่งเสียงออกมา เมื่อพวกมันสังเกตเห็นแคทเทอรีนน่ากำลังวิ่งเข้ามา และเมื่ออยู่ในระยะใกล้ๆ หลังจากที่ซอมบี้ได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกเขาแล้วนั้น ทำให้พวกมันก็พุ่งเข้าใส่พวกเข้าโดยทันที 

    ฉิ๊ง 

    ฉิ๊ง 

    ฉิ๊ง 

    แคทเทอรีนน่าได้ฟาดฟันดาบของเธอไปเบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่ไม่สะทกสะท้านอะไร และยังพุ่งไปด้วยความเร็วที่ยังเท่าเดิมอยู่เสมอ แม้ว่าตอนนี้เธอกำลังจะฝ่าฝูงซอมบี้ไปก็ตามแต่ และซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งนั้น พวกมันไม่สามารถทำความเสียหายให้เธอได้เลย ทำได้แค่ใช้เลือดของพวกมันกระเด็นไปติดที่เสื้อของเธอและคนที่วิ่งตามมาเท่านั้นเอง  

    ส่วนหน้าที่ของคนที่วิ่งตามหลังมานั้นก็คือ คนที่ 2และ3 พยายามจัดการซอมบี้ที่วิ่งมาให้พวกเขาจากทางด้านข้าง มันไม่ได้เป็นคำสั่งจากแคทเทอรีนน่าแต่พวกเขาก็รับรู้ได้จากสัญชาตญาณ เพราะถ้าหากไม่ทำอย่างงั้น พวกเขาก็จะโดนข่วนอย่างแน่นอน 

    ส่วน Jack นั้นหน้าที่ของเขาคือ Cover เพื่อนๆ ที่วิ่งนำหน้า ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่ลำบากที่สุด เขาต้องคอยระวังหลังของเขาเองและยังต้องคอยดูเพื่อนที่วิ่งที่ทางด้านหน้าอีกด้วย และถ้าหากความเร็วของเขาตกเมื่อไหร่ละก็ เขาจะจะถูกปิดไปด้วยฝูงซอมบี้อย่างแน่นอน 

    แต่ Jack ก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีเยี่ยม อาจจะเป็นเพราะว่าอาวุธของเขาก็เป็นได้ ที่มันจะโคตรจะ OP ในการจัดการกับซอมบี้ที่ไม่แข็งแกร่งมากมาย แต่มีจำนวณมาก อาวุธของ Jack มันเหมาะสุดๆ กับสถานการณ์แบบนี้จริงๆ 

     

    พวกเขาได้วิ่งตีแผ่เข้ามาได้เข้ามาเรื่อยๆ จนไม่มีปัญหา ในระยะที่ผ่านมา 1.30 นาที จะถึงปัจจุบัน แต่ในระหว่างนั้น หูของพวกเขาทั้ง 8 ข้างก็ได้ยินพร้อมกันอย่างชัดเจน  

    โอ๋วววววววววววววววววววววววววววว!!

     

    " มาแล้วสินะ " 

    " เร่งความเร็วขึ้นอีก และพยายามฆ่าซอมบี้ให้น้อยที่สุด " 

     

    ทั้งสามไม่ตอบโต้หรือพูดกลับ แต่พวกเขาใช้วิธีที่จะปฏิบัติแทน โดยการเร่งฝีเท้าขึ้นมาทันที 

     

    ร่างสูงใหญ่ ร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นออกมาจากตึกสูงแห่งหนึ่งเบื้องหน้าทิศทางที่พวกเขากำลังจะวิ่งฟ่าไป และเมื่อดวงตาของมันสังเกตเห็นแคทเทอรีนน่าและคนอื่นๆ กำลังวิ่งอยู่กลางถนนแล้วนั้น มันได้ง้างดาบและฟันไปที่ตึกที่อยู่ข้างๆ ทันที 

    ฉิ๊งงงงง 

    โครมมมมมมม 

    ตึกมันได้หล่นลงมาปิดเส้นทางของพวกเขาเอาไว้เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ มันทำให้ Jack และคนอื่นๆ รู้สึกใจไม่ดี แต่ว่าแคทเทอรีนน่าก็ยังไม่ตะโกนบอกอะไร หรือสั่งให้เปลี่ยนเส้นทาง เธอยังมุ่งไปในทิศทางเดิม พวกเขาได้แต่ภาวนาให้เธอเปลี่ยนใจ เพราะว่าในท่ามกลางฝูงซอมบี้นั้น ถ้าหากเกิดว่าพวกเขาเกิดแยกตัวออกไปตามพลการนั้น มันเหมือนกับการฆ่าตัวตาย ซอมบี้มันพร้อมที่จะปิดกั้นเส้นทางพวกเขาอยู่ตลอดเวลา พวกมันต่างกระหายเลือด ทำให้พวกเขาต้องจำใจวิ่งตามไปเท่านั้นเอง ถึงแม้มันจะเหมือนการฆ่าตัวตาย แต่ยังไงก็เถอะพวกเขาไม่ได้มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว 

     

    และเมื่อซอมบี้มันสังเกตเห็นพวกเขาเข้าใกล้ เข้ามาเรื่อยๆ แล้วนั้น มันก็ได้เหยียบพื้นคอนกรีตและพุ่งเข้ามาหาพวกเขาโดยทันที 

    ฟึ้บบบบบบ 

    มันทำให้ตึกรอบข้างพลังทลายลงด้วยเนื่องจากขนาดตัวของมันก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ง้างดาบของมันฟันไปหาพวกเขาโดยทันที

    ทั้ง 3 คนยังไม่สังเกตเห็นตัวของซอมบี้ยักด้วยซ้ำ 

     

    แต่เมื่อซอมบี้ยักมันได้เหวี่ยงดาบของมันเข้าไปใกล้ตัวของเธอแล้วนั้น สิ่งที่หน้าที่เหลือก็ปรากฏขึ้น 

     

     

    [ Burst Mode ]

    คุณสมบัติ : สามารถถ่ายเทหรือสับเปลี่ยนค่าสถานะทั้งหมดของผู้ใช้ได้ โดยผู้ใช้จะไม่ได้รับผลข้างเคียงของความห่างของค่าสถานะ ภายในระยะเวลาของสกิล และหลังจากหมดระยะเวลาผู้ใช้สามารถคงค่าสถานะไว้ได้ 1 นาที 

    หมายเหตุ : จำกัดการถ่ายเถ 10 ครั้ง คูลดาวน์ 0.1 วินาที 

    ระยะเวลา : 5 นาที

    เงื่อนไขการเปิดใช้งาน : 70 % ค่าความแข็งแกร่ง และลดความเร็วลง 50 % หลังจากหมดระยะเวลาการใช้งาน

    คูลดาวน์ : 3 ชั่วโมง

    ร่างของแคทเทอรีนน่าค่อยๆ มีออร่าสีเหลืองล้อมรอบตัวของเธอเอาไว้ แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก ทั้ง 3 คนไม่สามารถมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาๆ สั้นๆ นี่ได้เลย

     

    [Reflection]

    คุณสมบัติ : สามารถสะท้อนการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ ถ้าหากว่าความแข็งแกร่งของผู้ใช้มีค่าไม่น้อยกว่าเกิน 2 เท่าของอีกฝ่าย และสามารถเพิ่มการโจมตีได้เป็นสองเท่า หากความแข็งแกร่งของผู้ใช้มีค่ามากกว่า 

    หมายเหตุ : ไม่สามารถใช้ร่างกายสะท้อนได้ และ 24 ชั่วโมง สามารถใช้งานได้ 2 ครั้ง โดยจะเริ่มนับเมื่อผู้ใช้ ใช้ครั้งที่สองแล้วเท่านั้น

    เงื่อนไขการปิดใช้งาน : 10% ของความแข็งแกร่งทั้งหมด

    คูลดาวน์ : 5 นาที  

    [ All STR ( ความแข็งแกร่ง)  ] 

     

     

    แต่เมื่อพวกเขารู้ตัวอีกทีนั้น เสียงปะทะมันก็ได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณรอบๆ

    เคร๊งงงงงงงง

    จนตึกที่ที่รอบๆ โดนลมจากการปะทะ จนทำให้กระจกของตึกที่อยู่รอบๆ นั้น แตกออกเป็นเสี่ยงๆ 

    ฟู้ววววววววววววววววววว

    เพล๊ง 

    เพล๊ง 

    ฝุ่นตลบอบอวลไปหมด

    มันทำให้พวกเขาทั้ง 3 คนหยุดทันที มันด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน พวกเขาทำไปด้วยความรู้สึกล้วนๆ และเมื่อพวกเขาหยุดลง ซอมบี้มันก็ไปไหลเข้าไปหาพวกเขาทั้ง 3 อีกครั้ง ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกเสียจาก ทำการฆ่าพวกมันที่เข้ามาทั้งหมด 

     

     

    โครมมมมมมมมมม 

    โอ๋วววววววววววววววววววววว

    เสียงร้องทรมานได้ดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว และมีแค่แสงสีเหลืองรางๆ เท่านั้น ที่พวกเขาทั้ง 3 สังเกตเห็น

     

     

    ทางด้านแคทเทอรีนน่า หลังจากที่เธอปะทะกับซอมบี้เสร็จสิ้นแล้วนั้น เธอไม่รอช้า เมื่อพบว่าเธอกำลังได้เปรียบจากการต่อสู้ 

     

    [ All AGi ( ความเร็วความคล่องตัว ) ]

    ฟึบบบบ

    แสงสีเหลืองได้พุ่งเข้าใส่ซอมบี้เกราะทันที โดยที่มันยังไม่ลุกขึ้นจากพื้นเลยด้วยซ้ำ 

     

    [  STR 80% AGi 20%  ] 

    ภายในระยะเวลาแค่ 0.2 วิเท่านั้น เธอก็ได้มาถึงจุดของซอมบี้เกราะ และเธอไม่รีรอ ละเลงฟันไปบนร่างของมันโดยทันที 

    ฉิ๊ง

    ฉิ๊ง 

    ฉิ๊ง 

     

     Jack ดอนนี่ และลูน่า ที่ทำการฆ่าซอมบี้อย่างต่อเนื่องอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องทรมานที่น่าหวาดผวาดังขึ้นอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ก่อนที่ให้เวลาต่อมันเสียงมันก็ได้เงียบไป 

     

    Exp + 1,000,000 

    พร้อมกับฝุ่นที่ค่อยๆ จางไปลงไปกาลเวลา ปรากฏให้เห็นร่างของแคทเทอรีนน่า ที่กำลังที่ห้อมล้อมไปโดยออร่าที่เหลือง มันทำให้พวกเขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก จนลูน่าที่กำลังใช้มือของเธอฟันไปที่หัวของซอมบี้ได้พูดขึ้น 

    " เธอจัดการมันได้ " 

    ดอนนี่พูดเสริมทันที 

    " แถมยังใช้เวลาไม่กี่อึดใจอีกด้วย "

    รวมถึง Jack ที่เขายืนตาถึงและไม่รู้จะพูดยังไงกับเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นต่อหน้า

     

    รอยยิ้มก็เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้ง 3 มันเหมือนกับมีคนคอยมากระซิบข้างหูว่า ความหวังมันได้มาถึงพวกเขาแล้ว 

    ในจังหวะที่พวกเขาเหม่ออยู่นั้นเอง ซอมบี้มันไม่ได้รอให้พวกเขาตอบโต้ มันได้พุ่งเข้ามาในจังหวะที่พวกเขาประมาท 

     

    ชั้ววววววววววว 

    คอของมันได้ขาดออกจากบ่าด้วยทันที และเลือดของมันได้พุ่งออก อย่างกะท่อน้ำแตก และหวยมันก็ไปตกอยู่ที่ดอนนี่ คราบเลือดมันได้ชโลมไปทั่วไปบริเวณใบหน้าของเขา 

    แต่นั้นไม่ใช่ Point จุดสำคัญมันอยู่ที่ หญิวสาวผมทองผู้ที่อยู่ไกลจากพวกเขานับ 4-5 ช่วงตึก มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาในระยะเวลาไม่กี่พริบตาได้ยังไง 

    3 ครั้ง มันเป็นสามครั้งที่เธอช่วยชีวิตของพวกเขาเอาไว้ภายในวันเดียว และตอนนี้ Jack เขามีความรู้สึกมากมายอยากจะพูดออกไป แต่แคทเทอรีนน่าก็พูดตัดขึ้นมาเสียก่อน

     

    " ไปกันไปแล้ว เร็วเข้า !! "

     

     


    ตอนที่ 124 สวรรค์

     

    เมื่อแคทเทอรีนน่าตะโกนบอก และสิ้นเสียงของเธอแล้วนั้น เธอก็พุ่งนำหน้าพวกเขาไปทันที และหลังจากทั้ง 3 สังเกตเห็นเธอออกตัววิ่งนำหน้าไปแล้วนั้น พวกเขาก็เริ่มออกตัววิ่งตามเธอไปทันที 

    ต๊อก 

    ต๊อก 

    ต๊อก 

    พวกเขาทั้ง 4 วิ่งออกไปเรื่อยๆ พร้อมกับฆ่าซอมบี้ที่พุ่งเข้าอย่างไม่ลดละ และในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเขตที่ใกล้จะออกจากใกล้กลางเมือง 

    Jack ได้ตะโกนเพื่อบอกแคทเทอรีนน่าทันที 

    " ถ้าซอมบี้มันยังไม่เข้าใกล้เขตเมือง พวกมันจะไม่พุ่งเข้ามาทำร้ายเรานะครับคุณแคทเทอรีนน่า " 

    เมื่อสิ้นเสียงของ Jack แคทเทอรีนน่าก็หยักหน้าตอบรับ แต่เธอไม่ได้หันกลับมาพูดแต่อย่างใด เธอแค่ตอบไปด้วยน้ำเสียงเบาๆ เท่านั้น แต่มือของเธอยังกวัดแกว่งดาบฆ่าซอมบี้ที่อยู่ด้านหน้าไปด้วย

    " เข้าใจแล้ว " 

     

    ต๊อก

    ต๊อก

    และเมื่อพวกเขาก้าวออกจากบริเวณใจกลางเมืองได้แล้วนั้น ปรากฏว่าซอมบี้มันก็มีพฤติกรรมอย่างที่ Jack เขากล่าวเอาไว้จริงๆ แต่ว่าด้วยจำนวณที่มันมากมายเหลือล้น มันไม่มีเส้นทางที่ให้พวกเขาวิ่งโล่งๆ ได้เลย ทำให้พวกเขาก็ต้องฆ่าซอมบี้ที่อยู่ด้านหน้าอยู่ดี แต่มันไม่ได้ดุเดือดหรือซอมบี้พุ่งปรี่เข้ามาเพื่อหวังที่จะฆ่าพวกเขาเหมือนคราวก่อนๆ 

    เมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่าคำพูดของ Jack เป็นความจริง แคทเทอรีนน่ารีบพูดต่อทันที 

    " รีบเก็บเลเวลให้ถึงเลเวล 100 ให้เร็วที่สุด แต่ห้ามแตกแถวเด็ดขาด  " 

    เธอไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น แต่พวกเขาก็สามารถรู้ได้ด้วยตัวเองว่า ถ้าถึงเลเวล 100 จะสามารถเลื่อนเป็นขั้นที่ 3 ได้ แต่ก็ยังมีข้อแม้อีก 1 ข้ออยู่ ก็คือต้องฆ่าซอมบี้ให้ครบกับจำนวณที่ระบบมันได้ระบุเอาไว้ และข้อมูลในส่วนนี้พวกเขาทั้ง 3 คนก็ต่างรับรู้กันทั่ว ถึงจะเป็นประโยคสั้นๆ แต่ความหมายแฝงของเธอก็คืออยากให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็เป็นหลักฐานชั้นยอดว่าพวกเขายังอ่อนแอแค่ไหน เพราะตั้งแต่บ้านเมืองสงบสุขมาหลังจากผ่านการทดสอบแล้วนั้น พวกเขาก็แทบไม่ได้ฆ่าซอมบี้เลยด้วยซ้ำ และเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นในหลายๆประเทศที่ผ่านการทดสอบ 

    คิดได้ดังนั้นแล้ว พวกเขาก็ต่างฆ่าซอมบี้ที่เดินเข้ามาเหมือนกับหุ่นอย่างต่อเนื่อง การฆ่ามันง่ายกว่าก่อนหน้านี้เท่าตัว เพราะพวกเขาไม่ต้องมาระเวงหรืออะไร พวกเขาแค่ฆ่าซอมบี้ที่ผ่านมาเท่านั้น และแจ็กก็เป็นคนที่ได้เปรียบที่สุด เพราะด้วยจากอาวุธของเขามันค่อนข้างอำนวย ทำให้เขาสามารถฆ่าซอมบี้เหมือนกับปั๊ม ตัวเลข Exp มันเด้งรัวขึ้นมาบนหัวของเขาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน

    10 นาทีต่อมา 

    พวกเขาก็ได้ผ่าฝูงซอมบี้ออกมาได้ และพวกเขาได้อยู่บนถนน และทั้ง 2 ฝากของถนนั้น ก็เป็นต้นไม้ค่อนข้างจะชุกชุม 

    " เยสส ในที่สุดเราก็หลุดมาได้ "

    หลังจากที่เก็บอาวุธลงไปเสร็จศัพท์หมดแล้ว ดอนนี่เขาได้แสดงอาการดีใจด้วยความโล่งอก แต่ถึงอย่างงั้น พวกเขาก็ยังไม่หยุดเดินหรือลดความเร็วแต่อย่างใด พวกเขายังวิ่งต่อไปเรื่อยๆ และในที่สุด แคทเทอรีนน่าก็ได้โบกมือให้พวกเขาพักในบริเวณบ้าน 1 หลัง ที่อยู่ข้างถนนที่พวกเขาพบเจอในระหว่างวิ่งอยู่ 

    ทั้ง 3 คนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อได้รู้ว่าในที่สุดพวกเขาก็ได้พักเสียที ถึงจะเป็นเวลาแค่ไม่กี่นาที แต่เหมือนว่ามันนานสะเหลือเกิน ร่างกายของพวกเขามันเกือบจะถึงขีดจำกัดอยู่แล้ว ถ้าหากว่านานกว่านี้ มันอาจจะแย่กว่านี้ก็เป็นได้ 

    แต่เมื่อ Jack เขาได้นั่งพักหายใจได้สักพักหนึ่ง เขาก็เปิดปากพูดด้วยความสงสัย 

    " เราหนีออกมาแค่ไหนมันไกลพอแล้วเหรอครับคุณแคทเทอรีนน่า " 

    " อย่าพึ่งถามอะไรฉันตอนนี้เลย Jack ตอนนี้พวกนายพักผ่อนกันก่อนเถอะ " 

    แต่เมื่อเธอมองดูใบหน้าของ Jack และเขาดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ 

    "ฉันจะบอกให้ถ้าหากนายสงสัย 1. ตอนนี้ร่างกายของจวนจะถึงขีดจำกัด และข้อสุดท้าย นายมีหลักฐานอะไมาบ่งชี้มั้ยว่าถ้าหากนายหนีไปเมืองอื่นและมันจะไม่มีซอมบี้ "

    พวกเขาได้ยินที่เธอพูดและพบว่ามันก็มีสิทธิ์เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ แต่ว่าเมืองนี้มันมีซอมบี้เกราะมากถึง 30 ตัว มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ กับการที่อยู่ห่างจากเมืองระยะทางแค่วิ่ง 15 นาทีเท่านั้น  และแคทเทอรีนน่าเธอก็เดินออกไปจากห้องรับรองโดยไม่บอกเหตุผลอะไรเพิ่มเติม ทำให้พวกเขารู้สึกงุนงงไม่น้อย 

    แต่ตอนนั้นดอนนี่ก็ได้พูดขึ้นมาตัดบรรยากาศที่ตึงเครียดนี่ออกไป 

    " ยังไงก็เถอะ ยังไงตอนนี้เราก็รอดได้มาแล้ว เรามาล้างตัวแล้วมากินข้าวกันเถอะ " 

    พวกเขาทั้ง 2 ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่ แต่เมื่อยื่นจมูกไปดมที่เสื้อผ้าแล้วนั้น ทั้ง 2 ก็ต่างลุกไปจากห้องโดยทันที โดยทิ้งดอนนี่เอาไว้คนเดียว 

     

    หลังจากที่พวกเขาได้ล้างเนื้อล้างตัวเสร็จและกินข้าวเสร็จแล้วนั้น พวกเขาก็ไม่ลดละการระมัดระวังตัว ทั้ง 4 คนต่างตกลงกันเฝ้าเวรยามคนละ 6 ชั่วโมง โดยไม่มีการเอาเปรียบแต่อย่างใด ถึงจะเป็นแคทเทอรีนน่าก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจหรือแสดงท่าทีต่อต้านออกมาทั้งสิ้น เธอก็ยอมรับและปฏิบัติตามแต่โดยดี ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะดูคล้ายๆกับหัวหน้าของพวกเขาก็เถอะ 

    แคทเทอรีนน่าเธออาสาที่จะเป็นคนเข้าเวรเป็นคนแรก และบรรยากาศตอนนี้ถือว่าดีเลยดีเดียว ลมพัดเบาๆ ผมสีทองของเธอปลิวไสวไปตามสายลม และนั่งจับดาบ คอยพลางระวังภัยอันตรายอยู่หน้าบ้าน คอยมองดูพระจันทร์สีเลือดไปพลาง  

    แอ๊ดดดดด

    ต๊อก 

    ต๊อก

    ต๊อก

    Jack เขาได้เปิดประตูออกมา และเปิดคำถามไปยังหญิงสาวที่นั่งเข้าเวรอยู่เพียงลำพัง

    " คุณไม่จำเป็นต้องเข้าเวรก็ได้นะครับ พวกเราทั้ง 3 คนยอมรับได้ " 

     

    " ฉันไม่เป็นไร มันไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้นหรอก และตอนนี้มันก็จะหมดเวลาละ" 

    " งั้นก็ตามใจคุณครับ " 

    Jack เขาหันหลังกำลังจะโยกตัวกลับ แต่เขาก็ชะงักลง 

    " เอ่อ ผมไม่รู้เลยนะครับ ว่าคุณจะมีสกิลที่ร้ายกาจขนาดนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย "

    " ฉันไม่มีความจำเป็นต้องเผยไผ่ตายให้ใครเห็น ฉันพูดถูกมั้ย  " 

    " hah ha ก็จริงของคุณนะครับ " 

    จากนั้นบทสนทนาก็เงียบไป จนแจ็กต้องเป็นคนขุดขึ้นมา

    " คุณคิดว่าซอมบี้พวกนี้มันมาจากที่ไหนอย่างงั้นเหรอครับ "

    เธอส่ายหน้าเบาๆ 

    [ ฉันไม่รู้ ] 

    แจ็กร่ายต่อทันที 

    [ นี่เป็นความคิดของผมนะครับ มันอาจจะบ้ามาก แต่มันมีสิทธิ์มั้ยครับว่า พวกมันจะมาจากที่ใดที่หนึ่งจาก โครอสเซียมหรือว่า Market และถ้าหากว่าเราสามารถทำลายมันได้ เราอาจจะหยุดพวกซอมบี้ได้ก็ได้นะครับ ]

    แคทเทอรีนน่าได้ตอกกลับโดยทันที 

    [ แต่มันไม่มีหลักฐานอะไรมาลองรับว่ามันจะเป็นจริงอย่างที่นายพูด ] 

    แต่แจ็กเขาก็ได้เสียงแข็งและพูดขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกับแววตาของคนบางคนที่เธอรู้จัก 

    [ ผมอยากจะลองครับ แม้ว่ามันจะมีโอกาสเพียงเล็กน้อย ] 

    ได้ยินเสียงแข็งและดังขึ้น แคทเทอรีนน่า เธอหันไปหาแจ็กทันที และเมื่อเธอได้สบตากับดวงตาคู่นั้นของ Jack แล้วนั้น แคทเทอรีนน่า ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป ทำให้แจ็กต้องย้ำขึ้นมาอีกครั้ง 

    [ ขอร้องละครับ ] 

    เขาพูดพร้อมกับก้มหัว มันไม่ถึงกับคุกเข่าแต่มันก็แสดงถึงการขอร้องได้อย่างดีเยี่ยม เธอเงียบไปสักพัก 

     

    "  นายยังจำสัญญาที่ให้กับฉันตอนนั้นได้ใช่มั้ย " 

    [ แน่นอนครับ ] 

    " อืม งั้นก็ดี ฉันจะพานายไป แต่ว่า พวกนายต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้เต็มที่เสียก่อน " 

     

    " ขอบคุณครับ คุณแคทเทอรีนน่า " 

    [ อืม ]

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องซีเรียสๆ ไปแล้วนั้น อารมณ์ของแจ็กก็เริ่มสงบขึ้น และขยับลงไปนั่งที่ขอนไม้ที่อยู่ตรงข้ามของแคทเทอรีนน่า ก่อนจะพูดขึ้น 

     

    " คุณแข็งแกร่งจริงๆนะครับ บางทีอาจจะแข็งแกร่งที่สุดในโลกก็เป็นได้ " 

    แคทเทอรีนน่าได้เงียบไปสักพัก คลับคล้ายคลับคลากับว่ากำลังนึกถึงอะไรบางอย่างอยู่ แต่ไม่นาน เธอก็ได้ส่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ซึ่งเมื่อแจ็กเห็นแล้วนั้น ทำให้เขาตกใจไม่น้อย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยมีอากัปกิริยาแบบนี้มาก่อนเลย 

    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายอย่าพูดให้ฉันขำหน่อยเลย Jack " 

    [ เอาละ หมดกะของฉันแล้ว ต่อไปคิวนายใช่มั้ย ] 

    แจ็กเขาก็ได้พยักหน้า และคิดว่าผู้หญิงคนนี้นั้น ชั่งถ่อมตัวสะเหลือเกิน และไม่คิดจะยื้อถามเธอไว้ และ Jack เขาก็นั่งทำหน้าเป็นยาม จนกระทั่งหมดเวลาของเขา 

     

     

     

    วันที่ 6 มิถุนายน 2029

    เวลา 8.00 น.

    หลังจากได้ตกลงกันแล้วนั้น ทั้ง 4 คนได้สรุปแล้วว่าจะไปสำรวจ Market ในวันนี้ ซึ่งมันเพียงพอกับการที่ฟื้นตัวของพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้บาดเจ็บ แต่ที่เธอให้พวกเขาพักนานถึงขนาดนี้ มันก็เป็นการรักษาบาดแผลทางใจ พวกเขาทุกคนต่างสูญเสีย แต่ภายในระยะเวลา 3 วันมานี้พวกเขาแทบไม่สังเกตเห็นซอมบี้เลยในพื้นที่รอบๆ บริเวณใกล้เคียงที่พักของพวกเขา 

     

    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น พวกเขาก็ได้เคลื่อนที่ไปที่ Market โดยทันที โดยตอนนี้พวกเขาอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามทิศของมัน และต้องใช้เวลาพอสมควรในการวิ่งอ้อมไป เพื่อไม่ให้ซอมบี้สังเกตเห็นพวกเขา 

     

    1 ชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็ได้มาถึง สิ่งที่สร้างที่ผุดขึ้นมาที่ระบบได้เรียกมันว่า Market และประตูบานใหญ่ก็อยู่ เบื้องหน้าของพวกเขาในระยะไม่ถึง 20 เมตร 

    ก่อนหน้าที่จะเข้าเปิดประตูแคทเทอรีนน่าได้บอกกับพวกเขาทั้ง 3 แล้วว่าให้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ตลอดเวลา และห้ามประมาทเด็ดขาด และเมื่อทุกอย่างเคลียหมดแล้ว เธอได้เดินเข้าไปใกล้ประตูบานใหญ่สีดำ 

    ต๊อก

    ต๊อก 

    ต๊อก 

    ทั้ง 3 คนที่จ้องมองเธอจากแผ่นหลังต่างก็ลุ้นว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไรปรากฏขึ้นรึเปล่า 

    แคทเทอรีนน่าเธอรีบใช้มือของเธอผลักไปที่ประตูอย่างรุนแรงก่อนที่จะกระโดดถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว 

    แอ๊ดดดดดดดดดดด

    และเมื่อประตูมันได้เปิดออกจนสุดแล้วนั้น พวกเขาต่างเตรียมพร้อมยกอาวุธของตนขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้กับศัตรูที่จะออกมาจากประตูสีดำบานนี้ 

    10 วินาที ผ่านไป แต่ก็ยังไม่มีอะไรออกมาหรือได้ยินแต่เสียงร้องครวญครางแต่อย่างใด ทำให้แคทเทอรีนน่ากำลังจะเดินเข้าไป แต่ Jack และพองเพื่อนก็บอกว่า ถ้าจะเข้าไปข้างใน ก็ต้องเข้าไปด้วยกัน เธอไม่ปฏิเสธ และพวกเขาก็เดินเข้าไปภายในประตูพร้อมๆ กัน 

    แต่เมื่อพวกเขาเข้าไปแล้วนั้น มันกลับไม่มีอะไร มันคล้ายๆ กับห้องมืด แต่เมื่อมองไปจนสุดทาง พวกเขาก็สังเกตเห็นประตูอีก 1 บาน ซึ่งลักษณะคล้ายกับประตูบานก่อนไม่มีผิด 

    ตอนแรกแคทเทอรีนน่าก็อยากจะไปเป็นคนเปิดประตูอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม Jack ไม่อยากให้เธอเป็นคนเสี่ยงคนเดียว และพวกเขาทั้ง 4 ก็เดินเข้าไปเปิดประตูบานที่ 2 พร้อมกัน โดยการนับ 1- 3 

    [ 1 ] 

    [ 2 ] 

    [ 3 ] 

    แอ๊ดดดดดดดดด 

    พวกเขารีบถอยออกมาจากบริเวณใกล้ๆ ประตูทันที 

    แต่

    ซึก 

    ซึก 

    ซึก 

    ดอนนี่เขาเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง และทำการหายใจเข้าโดยรุนแรง 

    [ กลิ่น กลิ่น ฉันได้กลิ่นอาหาร ] 

    สิ้นเสียงของดอนนี่ อีก 3 คนก็ลองสูดดมดู และ พวกเขาก็ได้กลิ่นตามที่ดอนนี่บอกจริงๆ แต่มันก็แค่รางๆ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีทักษะการดมกลิ่น และรวมถึงระยะห่างที่พวกเขาถอยออกมา 

    กลิ่นหอมที่ออกมาจากด้านหลังของประตูนั้น มันดึงดูดดอนนี่ให้เดินเข้าไปใกล้ประตูเรื่อยๆ 

    ต๊อก

    ต๊อก

    [ ดอนระวัง อย่ารีบร้อน] 

    แต่ตอนนี้เขาก็เดินเข้าไปใกล้พอที่จะมองเข้าไปเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในแล้ว และนั้นมันทำให้ตาของเขามันได้เบิกกว้างขึ้น 

     

    [ พระเจ้า นี่มันสวรรค์ชัดๆ ] 

     

    [ ดอนนี่ถอยมา ] 

    เมื่อเห็นดอนนี่นิ่งไป Jack เขารีบตะโกนขึ้นมาทันที เพราะถ้าเกิดมีศัตรูโผล่มาตอนนี้ละก็ มันอาจจะพวกเขาลำบากก็เป็นได้ 

    แต่เมื่อดอนนี่เขาได้หลุดจากภวังค์ของตัวเองแล้วนั้น เขารีบตะโกนขึ้นเสียงดังทันที 

    [พระเจ้า นี่มันสวรรค์ชัดๆ]

    [พระเจ้า นี่มันสวรรค์ชัดๆ] 

    [ ฮ่า ฮ่าฮ่า ] 

    [ มาเร็วทุกคนที่นี่มันไม่มีซอมบี้หรืออะไรแบบนั้นหรอก ] 

    เมื่อเห็นดอนนี่ไม่เป็นอันตรายทั้ง 3 ก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ดอนนี่เข้าไปเรื่อยๆ และเมื่อภาพมันปรากฏชัดขึ้นมา ดวงตาทั้ง 3 คู่ก็ได้เบิกโต ไม่ต่างกับดอนนี่ในก่อนหน้านี้ ไม่เว้นแม้แต่แคทเทอรีนน่า 

     

    [ นี่เรากลัวที่จะเข้ามาในที่แห่งนี้อย่างงั้นเหรอ ] 

    ลูน่าเธอได้อุทานขึ้นมา ด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาและความขี้ขลาดของพวกเธอ ทำให้พวกเขาไม่สามารถรับรู้สถานที่ที่แสนวิเศษขนาดนี้

     

     

     

    ปัจจุบัน

    เวลา 13.00 น วันที่ 6 มิถุนายน 2029 

     

    ซากของซอมบี้กองเป็นภูเขา และผู้ที่ยืนอยู่หน้าซากศพเหล่านั้น  ก็คือเด็กหนุ่มผมสีดำดวงตาสีแดงอ่อน มือขวาของเขาถือดาบสีแดงเลือด กำลังฟาดฟันซอมบี้ที่กำลังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง  แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังจะทำอะไรบางอย่างกับแขนข้างซ้ายของเขา

     

    "  อ๊าาาาาาาาา " 

    " ฉันลืมไปได้ไงเนี่ยะ  " 

    [ สงสัยจะต้องกลับไปแฮ่ะ ] 

    " เฮ้อออ แถมซอมบี้มันก็ไม่ดรอป Coin อีก ขาดทุนชะมัด"

    ฟึบ

    ฟึบบบบบ

    ฟึบบบบบบ 

    เด็กหนุ่มกระโดด 3 ครั้ง เพื่อหนีจากจุดที่โดนซอมบี้ล้อม และเมื่อเขาได้มาถึงทำเลที่คิดมาเหมาะสม มันเป็นพื้นที่ราบธรรมดาที่พวกเขาเคยเพราะปลูกกันมาก่อนหน้านี้ ก่อนที่หยิบแผ่นกระดาษสีฟ้าครามออกมา 

     

    [ Cry ]

     

     

     

    --------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ 

    ขอบคุณครับ

     

     

     

     

     

      

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องDoomdays ซอมบี้ล้างโลก ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844