ตอนที่ 122 จนตรอก
[ Reflection ]
ตึ้บบบบบ
เกิดเสียงปะทะดังลั่นไปทั่ว จนทำให้ตึกบริเวณโดยรอบนั้น ได้เกิดความเสียหายและก่อให้เกิดฝุ่นก่อตัวเป็นควันบดบังวิสัยทัศน์
และหลังจากนั้นมันก็ได้เกิดเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น
ตู้มมมมมมมมมม
" Jackkkk !!! "
ดอนนี่ได้ตะโกนจนสุดลมหายใจ และเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วนั้น เขาก็ได้คิดว่า Jack น่าจะถูกการโจมตีของซอมบี้เกราะเข้าไปเต็มๆ ดอนนี่ได้คุกเข่านั่งไปกับพื้นด้วยสภาพที่หมดหวัง พร้อมกับทุบใช้มือเปล่าทุบลงไปที่พื้นคอนกรีต
" บ้าเอ้ย บ้าเอ้ย บ้าเอ้ยยย!!!!! "
แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปควันมันก็ค่อยๆ จางลง แต่ดอนนี่เขาไม่ได้มองไปที่ ณ จุดของ Jack และลูน่า เขาทำใจไม่ได้ที่จะมองศพของเพื่อนในสภาพที่ตายไปแล้ว
อ๋อวววววววววววว
เสียงของพวกซอมบี้ White และซอมบี้ Red ได้ดังขึ้นเมื่อพวกมันได้เข้ามาสู่เขตใจกลางเมือง และในขณะเดียวกัน มันเหมือนกับว่ามันไปปลุกสติของดอนนี่ที่กำลังขาดสติอยู่
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้
Jack เขาได้หลับตาลง เขาไม่อยากตายในเงื้อมมือของซอมบี้ แต่ถ้ามันเลือกไม่ได้ อย่างน้อย Jack ก็ไม่อยากจะเห็นภาพตอนถูกมันพรากเอาชีวิตไป แต่กลับกันลูน่าเธอไม่ได้หลับตาเหมือนกับ Jack เธอลืมตาและร้องออกมาด้วยเสียงที่หวาดกลัว เมื่อรู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะสิ้นสุดลง
และตอนนั้นซอมบี้มันก็ได้ฟันตรงไปยังจุดของทั้ง 2
[Reflection]
บึ้บบบบ
การโจมตีของซอมบี้มันได้โดนหยุดเอาไว้และสะท้อนกลับไป ก่อนที่ดาบของมันจะมาถึงตัวของทั้ง 2 และในระยะเวลาไม่นาน ร่างใหญ่ยักของซอมบี้ก็ได้กระเด็นกระดอนไปชนกับตึกขนาดใหญ่ที่อยู่ทางด้านหลังของมัน
ตู้มมมมมม
ลูน่าเธอเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตาทั้ง 2 ข้างของเธอเบิกกว้าง ขณะที่พูดชื่อของคนบางคนออกมา
" แคทเทอรีนน่า "
ได้ยินแบบนั้น Jack เขาได้ลืมตาขึ้นมา เขาพบว่าตัวเองนั้นยังไม่ตาย และคนที่ช่วยชีวิตของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือผู้หญิงที่เดินออกไปจากห้องประชุมเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้เอง
" หนีกันได้แล้ว "
เธอไม่รอแม้แต่ที่จะฟัง Jack กล่าวคำขอบคุณ
" หนีไปไหนอย่างงั้นเหรอครับ "
Jack เขาไม่ได้อยากกวนทรีนหรืออะไร แต่เขาไม่เข้าใจที่เธอพูดจริงๆ เพราะซอมบี้มันบุกเข้ามาในทั่วทุกทิศและรอบๆ ก็มีแต่ซอมบี้ มันจะมีที่ไหนได้อีกที่ให้พวกเขาหนีไปได้
" ไปก่อนเถอะ อย่าพึ่งถาม "
และตอนนั้นเองฝุ่นควันมันก็ค่อยๆ จางลง
ได้ยินแบบนั้น Jack ก็ไม่เลือกที่จะถามอีกต่อไป เขาเลือกที่จะทำตามที่เธอบอก เพราะถ้าเธอไม่เข้ามาช่วย ป่านนี้เขาก็คงจะนอนกองเป็นศพอยู่ตรงพื้น ในสภาพที่หาศพไม่เจอด้วยซ้ำไป ส่วนทางด้านลูน่า เหมือนว่าร่างกายของเธอกำลังร้องขอให้ตามแคทเทอรีนน่าไป
แคทเทอรีนน่าไปวิ่งนำไปก่อน และลูน่าเธอก็ได้ตามไปโดยทันที ส่วนแจ็กเมื่อเขากำลังจะตามไปนั้น สายตาของเขาก็สังเกตเห็นดอนนี่ ที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น
" ดอนนนนน !!! "
ดอนที่กำลังนั่งเศร้าอยู่นั้น เมื่อเขาได้ยินของมนุษย์ และมันคือเป็นเสียงของ Jack ที่คุ้นเคย ทำให้ดอนนี่คิดว่าเขากำลังเห็นภาพหลอน
โครมมมมมมม
ซอมบี้เกราะ มันได้ค่อยๆ แบกร่างอันใหญ่โตของมันลุกขึ้นจากกองเศษซากตึกที่หล่นทับมัน
" ดอนลุกขึ้นนนนน ไม่มีเวลาแล้วววว !! "
ดอนได้สติทันที แต่มันไม่ใช่เพราะเสียงของ Jack แต่มันเป็นเพราะว่า เขาได้สังเกตเห็นซอมบี้เกราะต่างหาก ทำให้เขารู้ว่านี่มันไม่ใช่ภาพหลอนอีกต่อไป
ดอนเขาดีใจเป็นอย่างมากที่เห็น Jack ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ดอนอดไม่ได้ที่จะตะโกนถามไป
" นายรอดได้มายังไง "
" ฉันไม่มีเวลามาอธิบายตอนนี้ !!! "
Jack ได้ย้ำเสียงขึ้นดังทำให้ดอนนี่รู้ตัวว่า เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ไม่ควรมาถามถึงเหตุผลหรือมาเล่านิทานให้ฟังใน ท่ามกลางสนามรบ
ทำให้ทั้งคู่เลิกพูดและพุ่งตามแคทเทอรีนน่าไปทันที
ขณะเดียวกันนั้นเอง ซอมบี้เกราะมันก็ได้ลุกขึ้นได้เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
โอ๋วววววววววววววววว
แคทเทอรีนน่าเธอได้ชะลอความเร็วเอาไว้ ทำให้ไม่นาน Jack และดอนนี่ก็ได้ตามมาทัน และเมื่อดอนนี่ได้เห็นแคทเทอรีนน่า เขาก็ได้ปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้
" ขอบคุณมากนะครับ คุณแคทเทอรีนน่าที่ช่วยชีวิตทั้งคู่เอาไว้ "
ดอนนี่ได้กล่าวคำขอบคุณในขณะที่พวกเขากำลังวิ่งไปด้วย แต่เธอกลับไม่แสดงการตอบรับหรือพูดตอบโต้เกี่ยวกับประโยคที่ดอนนี่พูดมาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกันเธอกลับพูดเรื่องอื่นออกมาแทน
" กลับไปที่ค่าย และรีบเก็บอาหารหรือน้ำดื่มให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ "
ทั้ง 3 คนก็งงกับสิ่งที่เธอพูด แต่แจ็กเขาก็ไม่อยากถามเซ้าซี้อีกแล้ว เขาเลือกที่จะทำตาม และเมื่อเห็น Jack ไม่ถาม อีก 2 คนก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดอะไรออกมา
หลังจากจบคำพูดของแคทเทอรีนน่าแล้วนั้น เมื่อเห็นทั้ง 3 หยุดเงียบไม่ตอบโต้หรือสงสัยอะไรกลับมา เธอได้รีบพูดต่อทันที
" 2 นาที ฉันให้เวลา 2 นาที "
และครั้งนี้พวกเขาก็ไม่ตอบโต้อีกครั้ง
ไม่นานพวกเขาก็ได้มาถึงเขตใจกลางของค่าย ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นก็คือ เหล่าผู้คนกำลังแตกตื่นด้วยความกลัว พวกเขาวิ่งพล่านไปทั่ว และส่วนใหญ่ก็ต่างเก็บของเพื่อเตรียมตัวหนี บางคนก็เอามือปิดหูเอาไว้ เพื่อปิดกั้นเสียงของการต่อสู้
เมื่อเห็นแบบนั้นแล้ว Jack ที่หัวใจเปราะบางกับเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ก็อยากที่จะเข้าไปช่วยเพื่อให้กำลังใจพวกเขา แต่ดอนนี่รู้ทัน เขาไปปรี่เข้ามาห้ามโดยทันที
" Jack เรามีเวลาแค่ 2 นาที นายช่วยเห็นแก่ตัวสักครั้งจะได้มั้ยเพื่อน "
แต่ดูเหมือนว่า Jack จะยังไม่ถอดใจและพยายามเดินเข้าไป ทำให้ดอนอธิบายต่อทันที
" นายกำลังจะเข้าไปทำให้พวกเขามีความหวังนะเพื่อน แต่มันเป็นความหวังที่ไร้ความหมาย ฉันไม่อยากจะพูดแบบนี้นะเพื่อน แต่ว่าที่นายมีชีวิตอยู่ตอนนี้ก็เพราะเธอ นายควรให้ความสำคัญกับคำพูดของเธอนะ "
คำพูดของดอนมันถูกทั้งหมด และแจ็กก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย เพราะมันคือความจริง เขากลั้นใจและกลั้นน้ำตาวิ่งไปที่ห้องของเขาโดยทันที โดยพยายามไม่มองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว
อ้าาาาาาาาาาา
และในที่สุด Jack เขาก็ได้มาถึงห้องของเขา และเมื่อคาดการณ์เวลาคร่าวๆ แล้วนั้น Jack เขาได้ใช้เวลาไปเกือบ 1 นาทีแล้วหลังจากที่แยกตัวออกจากแคทเทอรีนน่า เขารีบเก็บเสบียงใส่กระเป๋าเป้เดินทางสีดำใบใหญ่
Jack รีบหยิบขวดน้ำรวมถึงอาหารเข้าไปที่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่ามันจะเป็นระเบียบหรือไม่ และภายในระยะเวลาไม่นาน กระเป๋าใบใหญ่มันก็เต็มไปด้วยอาหารและน้ำดื่ม แต่ก่อนที่จะจากเดินออกจากห้องนั้น Jack ก็ได้หยิบเสื้อผ้าติดตัวไป 1 ชุด
แอ๊ดดดดดดด
Jack เขาได้เปิดประตูออกมาอย่างเร่งรีบ
แต่เมื่อเขาเปิดประตูง้างออกจนสุดแล้วนั้น เขาก็ได้พบอะไรที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก
" คุณเซบัสเตียน "
" Jack "
ทั้งคู่ต่างตกใจในการพบเจอกันในครั้งนี้ และที่มันน่าตลกก็คือ บนหลังของทั้ง 2 มันมีเป้ขนาดใหญ่ห้อยไว้ที่หลังทั้งคู่ แต่ที่แตกต่างก็มีแค่คราบเลือดของเซบัสเตียน มันมีรอยเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณหัวของเขา
เซบัสเตียนอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะเปิดคำถามขึ้นมาเป็นคนแรก
" นายไม่ได้ออกไปต่อสู้หรอ "
เวลาได้หมุนไปเรื่อยๆ มันไม่เคยรอใคร และตอนนี้ Jack เหลือเวลาไม่ถึง 20 วิแล้ว มันจะครบเวลา 2 นาทีที่แคทเทอรีนน่าได้บอกเอาไว้
อีกทางด้านหนึ่ง เขาจะบอกกับเซบัสเตียนไม่ได้ว่า เขากำลังไปหาแคทเทอรีนน่าทั้งที่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ขนาดนี้ แต่เนื่องจาก Jack เขาเป็นคนตรงๆ และดูเหมือนว่าเขาจะโกหกไม่เก่ง ทำให้เขาได้พูดจาออกไปอย่างเร่งรีบ
" ผมไม่มีเวลามาอธิบายตอนนี้ครับ แต่ผมออกไปต่อสู้มาแล้ว "
เซบัสได้ทำหน้างงในประโยคที่แจ็กได้พูดออกมา
" เวลาของผมจะหมดแล้ว ผมต้องไปละครับ "
พูดจบ Jack ก็ได้วิ่งสวนทางของเซบัสเตียนไปทันที แต่แปลกที่เซบัสเตียน ก็ไม่มีท่าทีที่จะหยุด Jack เอาไว้แต่อย่างใด แต่ปล่อยให้แจ็กวิ่งสวนไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หลังออกมาจากสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวานออกมาได้แล้วนั้น แจ็กก็รีบวิ่งไปยังจุดที่เขาได้นัดพบกับแคทเทอรีนน่าทันที และเมื่อเขาไปถึงนั้น แจ็กก็ได้พบกับทั้ง 3 คนได้ยืนรอเขาอยู่แล้ว
" Jack เพื่อน นายมัวทำอะไรอยู่ เกือบไม่ทันเวลาแล้วนะ "
" โทษที แต่ระหว่างที่ฉันมา ฉันได้พบกับคุณเซบัสเตียนเข้าหนะ "
" ห่ะ คุณเซบัสเตียน นายไปเจอเขาได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเขาอยู่ทางทิศเหนือหรอกเหรอ "
ดอนนี่เขาไม่ค่อยจะเชื่อในสิ่งที่แจ็กพูดในครั้งนี้ ถึงแม้เขาจะไว้ใจเขามากก็เถอะ ดอนคิดว่าแจ็กเขาน่าจะมีของใช้และได้เตรียมอาหารเอาไว้เยอะๆ และใช้เซบัสเตียนมาเป็นข้อแก้ตัว แต่ดอนนี่ก็ไม่รู้สึกโกรธอะไร เขารู้อยู่แล้วว่า Jack เป็นคนที่โกหกไม่เก่ง
Jack เขากำลังจะเปิดปากพูด แต่แคทเทอรีนน่าก็ได้แทรกขึ้นมาเสียก่อน
" ไปกันได้แล้ว "
ดอนนี่เขาอดไม่ได้ที่จะไม่ถาม เมื่อได้ยินคำว่าไปกันได้แล้ว ซึ่งฟังจากคำพูดเบื้องต้น มันแปลว่าเธอกำลังจะพาพวกเขาหนีอย่างแน่นอน
" เราจะไปยังไงเหรอครับ "
ได้ยินคำถามขึ้นมา แคทเทอรีนน่าได้หันหน้าไปมองหน้าของเขาทันที
" นายคิดว่าเมื่อฉันรู้ซอมบี้มันกำลังจะเข้ามาเพื่อฆ่าฉัน และจะให้ฉันรอนั่งจิบชาอยู่ที่ห้องรึไง "
คำพูดของแคทเทอรีนน่ามันได้ตอกกลับดอนนี่ไปเต็มๆ ทำให้ลูน่าหรือ Jack ที่กำลังจะถามนั้นได้หยุดไปทันที
เมื่อเสียงได้เงียบลง เธอก็ได้พูดขึ้นอีกครั้ง
" ฟังฉันนะ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด ตามฉันมา "
พูดจบเธอก็หันหน้าไปทางทิศใต้ทันที ทั้ง 3 คนเห็นแบบนั้นก็เตรียมตัวที่จะตามไปโดยทันที แต่ตอนนั้นเธอก็ได้ชะงักลงและพูดขึ้น
" อ่อ และ Jack นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ที่ฉันจะช่วยชีวิตของนาย "
ตอนที่ 123 ทางเลือกเดียว
บรรยากาศก็ได้เงียบอีกครั้งเมื่อแคทเทอรีนน่ากล่าวจบ
" จำคำฉันเอาไว้นะ อย่าแตกแถว "
" แคทเทอรีนน่า เราจะหนีไปไหนอย่างงั้นเหรอ "
ลูน่ากัดฟันถามคำถามกลับไปก่อนที่จะพวกเขาจะพุ่งออกไป ถึงแม้ว่าเแคทเทอรีนน่าจะเป็นคนช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ แต่ตอนนี้เธอกำลังจะพาพวกเขาแหวกฝูงซอมบี้ออกไป และอย่างน้อยเธอก็อยากรู้จุดหมายปลายทางบ้าง แต่แคทเธอรีนน่าก็ได้ตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งๆ
" ฉันไม่รู้ แต่ฉันจะไม่อยู่ในใจกลางของซอมบี้ที่มาจากทั่วทิศทางอย่างแน่นอน "
ที่เธอพูดมาทั้งหมดนั้นมันก็ไม่ผิด แต่ก็ถือว่าเสี่ยงมากที่จะแหวกฝูงซอมบี้ออกไปทั้งๆ แบบนี้ แต่เมื่อลูน่ากลับมาคิดกับตัวเองดูดีดีแล้วนั้น เธอไม่พบวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้ ภายในสถานการณ์ตอนนี้ได้แล้ว จะให้พูดตรงๆ ก็คือ เธอไม่มีทางเลือก
หลังจากชะงักมานานสองนาน แคทเทอรีนน่าไม่พูดหรือสั่งอะไรอีกต่อไป เธอก้าวเท้าสาวออกวิ่งทันที ทำให้พวกเขาทั้ง 3 คนตกใจไม่น้อย และรีบเร่งวิ่งตามเธอไปในที่สุด
ในขณะที่วิ่งไปจากบริเวณค่ายนั้น พวกเขาวิ่งที่แถวตอนเรียง 1 โดยมี แคทเทอรีนน่า ลูน่า ดอนนี่ และ Jack เป็นคนที่อยู่ปิดท้าย เนื่องจากอาวุธของเขามีการโจมตีที่มีระยะที่ไกลกว่าคนอื่นๆ มันสามารถระวังหลังให้กับเพื่อนได้อย่างดีเลยเชียวละ
ไม่นานหลังจากที่พวกเขาออกมาจากเขตที่พักอาศัย แคทเทอรีนน่าและคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นซอมบี้ที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่ที่แปลกก็คือ ไม่มีคนทำหน้าที่ดูแลหรือกำลังต่อสู้กับซอมบี้อยู่เลยแม้แต่สักคนเดียว พวกเขาได้คลืบคลานเข้ามาอย่างสะดวกสบายโดยไม่มีอะไรกั้น
มันทำให้พวกเขาสงสัยไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างสนใจไปที่การต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า
และเมื่อพวกเขาเคลื่อนที่ใกล้ซอมบี้เข้าไปเรื่อยๆ แล้วนั้น แคทเทอรีนน่าเธอ ค่อยๆ ชักดาบที่ห้อยอยู่ที่เอวของเธอออกมา รูปร่างของมัน มันวาวและด้ามจับสีขาวล้วน มันที่สะดุดตาไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งดาบเล่มนี้ชื่อของมันก็คือ White Swoard Dragon นั้นเอง
" พยายามฆ่าให้ได้มากที่สุด และเคลื่อนที่ให้เร็วที่สุด "
เธอพูดออกมาด้วยเสียงธรรมดา มันไม่ได้ดังมากและไม่เบาจนเกินไป มันส่งไปถึงพวกเขาทั้ง 3 คนที่ตามหลังมา แต่ดอนนี่และลูน่าก็ยังสงสัยในคำพูดของเธอ ภายในใจของทั้ง 2 ได้คิดตรงกันว่า
" นี่เราจะหนีหรือจะสู้กับมันกันแน่วะ "
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดมันออกไป
แต่ส่วนแจ็กนั้น มันแปลกมากเพราะอยู่ดีดี เขาก็ร่ายสกิลขึ้นมาทันที
[Slaughter whip]
" เอาโว้ยยย !! ตายเป็นตาย "
ดอนนี่ไม่มีทางเลือก และเขาคิดว่าสองคนนี้มันบ้าไปแล้ว ที่กำลังจะพยายามต่อสู้กับซอมบี้เกราะนับไม่รู้กี่ตัว ถ้าเป็นก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาใกล้ในอาณาเขตเมืองว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้กระดานมันได้พลิกกลับด้านไปแล้ว สถานการณ์การทุกอย่างมันแย่ลงถึงขีดสุด แถมคนที่ถูกส่งมาปกป้องทางทิศใต้นี่ ก็ไม่รู้หายหัวไปอยู่ไหนแล้ว
" ฉันคิดถูกหรือคิดผิดที่ตามพวกนายมาเนี่ยะ "
[ Double Cut ]
และตอนนั้นเองแคทเทอรีนน่าก็ได้วิ่งมาถึงถนนที่มีซอมบี้ขวางทางเต็มไปหมด แต่เธอไม่ลังเลหรือลดละความเร็วลงแต่อย่างใด เธอยังคงวิ่งด้วยความเร็วคงเดิมที่จะพอให้อีก 3 คนตามทัน
อ๋อวววววววววววววว
White ซอมบี้ และ Red ซอมบี้ จำนวณมากได้ส่งเสียงออกมา เมื่อพวกมันสังเกตเห็นแคทเทอรีนน่ากำลังวิ่งเข้ามา และเมื่ออยู่ในระยะใกล้ๆ หลังจากที่ซอมบี้ได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกเขาแล้วนั้น ทำให้พวกมันก็พุ่งเข้าใส่พวกเข้าโดยทันที
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
แคทเทอรีนน่าได้ฟาดฟันดาบของเธอไปเบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่ไม่สะทกสะท้านอะไร และยังพุ่งไปด้วยความเร็วที่ยังเท่าเดิมอยู่เสมอ แม้ว่าตอนนี้เธอกำลังจะฝ่าฝูงซอมบี้ไปก็ตามแต่ และซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งนั้น พวกมันไม่สามารถทำความเสียหายให้เธอได้เลย ทำได้แค่ใช้เลือดของพวกมันกระเด็นไปติดที่เสื้อของเธอและคนที่วิ่งตามมาเท่านั้นเอง
ส่วนหน้าที่ของคนที่วิ่งตามหลังมานั้นก็คือ คนที่ 2และ3 พยายามจัดการซอมบี้ที่วิ่งมาให้พวกเขาจากทางด้านข้าง มันไม่ได้เป็นคำสั่งจากแคทเทอรีนน่าแต่พวกเขาก็รับรู้ได้จากสัญชาตญาณ เพราะถ้าหากไม่ทำอย่างงั้น พวกเขาก็จะโดนข่วนอย่างแน่นอน
ส่วน Jack นั้นหน้าที่ของเขาคือ Cover เพื่อนๆ ที่วิ่งนำหน้า ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่ลำบากที่สุด เขาต้องคอยระวังหลังของเขาเองและยังต้องคอยดูเพื่อนที่วิ่งที่ทางด้านหน้าอีกด้วย และถ้าหากความเร็วของเขาตกเมื่อไหร่ละก็ เขาจะจะถูกปิดไปด้วยฝูงซอมบี้อย่างแน่นอน
แต่ Jack ก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีเยี่ยม อาจจะเป็นเพราะว่าอาวุธของเขาก็เป็นได้ ที่มันจะโคตรจะ OP ในการจัดการกับซอมบี้ที่ไม่แข็งแกร่งมากมาย แต่มีจำนวณมาก อาวุธของ Jack มันเหมาะสุดๆ กับสถานการณ์แบบนี้จริงๆ
พวกเขาได้วิ่งตีแผ่เข้ามาได้เข้ามาเรื่อยๆ จนไม่มีปัญหา ในระยะที่ผ่านมา 1.30 นาที จะถึงปัจจุบัน แต่ในระหว่างนั้น หูของพวกเขาทั้ง 8 ข้างก็ได้ยินพร้อมกันอย่างชัดเจน
โอ๋วววววววววววววววววววววววววววว!!
" มาแล้วสินะ "
" เร่งความเร็วขึ้นอีก และพยายามฆ่าซอมบี้ให้น้อยที่สุด "
ทั้งสามไม่ตอบโต้หรือพูดกลับ แต่พวกเขาใช้วิธีที่จะปฏิบัติแทน โดยการเร่งฝีเท้าขึ้นมาทันที
ร่างสูงใหญ่ ร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นออกมาจากตึกสูงแห่งหนึ่งเบื้องหน้าทิศทางที่พวกเขากำลังจะวิ่งฟ่าไป และเมื่อดวงตาของมันสังเกตเห็นแคทเทอรีนน่าและคนอื่นๆ กำลังวิ่งอยู่กลางถนนแล้วนั้น มันได้ง้างดาบและฟันไปที่ตึกที่อยู่ข้างๆ ทันที
ฉิ๊งงงงง
โครมมมมมมม
ตึกมันได้หล่นลงมาปิดเส้นทางของพวกเขาเอาไว้เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ มันทำให้ Jack และคนอื่นๆ รู้สึกใจไม่ดี แต่ว่าแคทเทอรีนน่าก็ยังไม่ตะโกนบอกอะไร หรือสั่งให้เปลี่ยนเส้นทาง เธอยังมุ่งไปในทิศทางเดิม พวกเขาได้แต่ภาวนาให้เธอเปลี่ยนใจ เพราะว่าในท่ามกลางฝูงซอมบี้นั้น ถ้าหากเกิดว่าพวกเขาเกิดแยกตัวออกไปตามพลการนั้น มันเหมือนกับการฆ่าตัวตาย ซอมบี้มันพร้อมที่จะปิดกั้นเส้นทางพวกเขาอยู่ตลอดเวลา พวกมันต่างกระหายเลือด ทำให้พวกเขาต้องจำใจวิ่งตามไปเท่านั้นเอง ถึงแม้มันจะเหมือนการฆ่าตัวตาย แต่ยังไงก็เถอะพวกเขาไม่ได้มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
และเมื่อซอมบี้มันสังเกตเห็นพวกเขาเข้าใกล้ เข้ามาเรื่อยๆ แล้วนั้น มันก็ได้เหยียบพื้นคอนกรีตและพุ่งเข้ามาหาพวกเขาโดยทันที
ฟึ้บบบบบบ
มันทำให้ตึกรอบข้างพลังทลายลงด้วยเนื่องจากขนาดตัวของมันก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ง้างดาบของมันฟันไปหาพวกเขาโดยทันที
ทั้ง 3 คนยังไม่สังเกตเห็นตัวของซอมบี้ยักด้วยซ้ำ
แต่เมื่อซอมบี้ยักมันได้เหวี่ยงดาบของมันเข้าไปใกล้ตัวของเธอแล้วนั้น สิ่งที่หน้าที่เหลือก็ปรากฏขึ้น
[ Burst Mode ]
คุณสมบัติ : สามารถถ่ายเทหรือสับเปลี่ยนค่าสถานะทั้งหมดของผู้ใช้ได้ โดยผู้ใช้จะไม่ได้รับผลข้างเคียงของความห่างของค่าสถานะ ภายในระยะเวลาของสกิล และหลังจากหมดระยะเวลาผู้ใช้สามารถคงค่าสถานะไว้ได้ 1 นาที
หมายเหตุ : จำกัดการถ่ายเถ 10 ครั้ง คูลดาวน์ 0.1 วินาที
ระยะเวลา : 5 นาที
เงื่อนไขการเปิดใช้งาน : 70 % ค่าความแข็งแกร่ง และลดความเร็วลง 50 % หลังจากหมดระยะเวลาการใช้งาน
คูลดาวน์ : 3 ชั่วโมง
ร่างของแคทเทอรีนน่าค่อยๆ มีออร่าสีเหลืองล้อมรอบตัวของเธอเอาไว้ แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก ทั้ง 3 คนไม่สามารถมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาๆ สั้นๆ นี่ได้เลย
[Reflection]
คุณสมบัติ : สามารถสะท้อนการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ ถ้าหากว่าความแข็งแกร่งของผู้ใช้มีค่าไม่น้อยกว่าเกิน 2 เท่าของอีกฝ่าย และสามารถเพิ่มการโจมตีได้เป็นสองเท่า หากความแข็งแกร่งของผู้ใช้มีค่ามากกว่า
หมายเหตุ : ไม่สามารถใช้ร่างกายสะท้อนได้ และ 24 ชั่วโมง สามารถใช้งานได้ 2 ครั้ง โดยจะเริ่มนับเมื่อผู้ใช้ ใช้ครั้งที่สองแล้วเท่านั้น
เงื่อนไขการปิดใช้งาน : 10% ของความแข็งแกร่งทั้งหมด
คูลดาวน์ : 5 นาที
[ All STR ( ความแข็งแกร่ง) ]
แต่เมื่อพวกเขารู้ตัวอีกทีนั้น เสียงปะทะมันก็ได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณรอบๆ
เคร๊งงงงงงงง
จนตึกที่ที่รอบๆ โดนลมจากการปะทะ จนทำให้กระจกของตึกที่อยู่รอบๆ นั้น แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ฟู้ววววววววววววววววววว
เพล๊ง
เพล๊ง
ฝุ่นตลบอบอวลไปหมด
มันทำให้พวกเขาทั้ง 3 คนหยุดทันที มันด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน พวกเขาทำไปด้วยความรู้สึกล้วนๆ และเมื่อพวกเขาหยุดลง ซอมบี้มันก็ไปไหลเข้าไปหาพวกเขาทั้ง 3 อีกครั้ง ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกเสียจาก ทำการฆ่าพวกมันที่เข้ามาทั้งหมด
โครมมมมมมมมมม
โอ๋วววววววววววววววววววววว
เสียงร้องทรมานได้ดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว และมีแค่แสงสีเหลืองรางๆ เท่านั้น ที่พวกเขาทั้ง 3 สังเกตเห็น
ทางด้านแคทเทอรีนน่า หลังจากที่เธอปะทะกับซอมบี้เสร็จสิ้นแล้วนั้น เธอไม่รอช้า เมื่อพบว่าเธอกำลังได้เปรียบจากการต่อสู้
[ All AGi ( ความเร็วความคล่องตัว ) ]
ฟึบบบบ
แสงสีเหลืองได้พุ่งเข้าใส่ซอมบี้เกราะทันที โดยที่มันยังไม่ลุกขึ้นจากพื้นเลยด้วยซ้ำ
[ STR 80% AGi 20% ]
ภายในระยะเวลาแค่ 0.2 วิเท่านั้น เธอก็ได้มาถึงจุดของซอมบี้เกราะ และเธอไม่รีรอ ละเลงฟันไปบนร่างของมันโดยทันที
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
Jack ดอนนี่ และลูน่า ที่ทำการฆ่าซอมบี้อย่างต่อเนื่องอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องทรมานที่น่าหวาดผวาดังขึ้นอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ก่อนที่ให้เวลาต่อมันเสียงมันก็ได้เงียบไป
Exp + 1,000,000
พร้อมกับฝุ่นที่ค่อยๆ จางไปลงไปกาลเวลา ปรากฏให้เห็นร่างของแคทเทอรีนน่า ที่กำลังที่ห้อมล้อมไปโดยออร่าที่เหลือง มันทำให้พวกเขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก จนลูน่าที่กำลังใช้มือของเธอฟันไปที่หัวของซอมบี้ได้พูดขึ้น
" เธอจัดการมันได้ "
ดอนนี่พูดเสริมทันที
" แถมยังใช้เวลาไม่กี่อึดใจอีกด้วย "
รวมถึง Jack ที่เขายืนตาถึงและไม่รู้จะพูดยังไงกับเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นต่อหน้า
รอยยิ้มก็เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้ง 3 มันเหมือนกับมีคนคอยมากระซิบข้างหูว่า ความหวังมันได้มาถึงพวกเขาแล้ว
ในจังหวะที่พวกเขาเหม่ออยู่นั้นเอง ซอมบี้มันไม่ได้รอให้พวกเขาตอบโต้ มันได้พุ่งเข้ามาในจังหวะที่พวกเขาประมาท
ชั้ววววววววววว
คอของมันได้ขาดออกจากบ่าด้วยทันที และเลือดของมันได้พุ่งออก อย่างกะท่อน้ำแตก และหวยมันก็ไปตกอยู่ที่ดอนนี่ คราบเลือดมันได้ชโลมไปทั่วไปบริเวณใบหน้าของเขา
แต่นั้นไม่ใช่ Point จุดสำคัญมันอยู่ที่ หญิวสาวผมทองผู้ที่อยู่ไกลจากพวกเขานับ 4-5 ช่วงตึก มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาในระยะเวลาไม่กี่พริบตาได้ยังไง
3 ครั้ง มันเป็นสามครั้งที่เธอช่วยชีวิตของพวกเขาเอาไว้ภายในวันเดียว และตอนนี้ Jack เขามีความรู้สึกมากมายอยากจะพูดออกไป แต่แคทเทอรีนน่าก็พูดตัดขึ้นมาเสียก่อน
" ไปกันไปแล้ว เร็วเข้า !! "
ตอนที่ 124 สวรรค์
เมื่อแคทเทอรีนน่าตะโกนบอก และสิ้นเสียงของเธอแล้วนั้น เธอก็พุ่งนำหน้าพวกเขาไปทันที และหลังจากทั้ง 3 สังเกตเห็นเธอออกตัววิ่งนำหน้าไปแล้วนั้น พวกเขาก็เริ่มออกตัววิ่งตามเธอไปทันที
ต๊อก
ต๊อก
ต๊อก
พวกเขาทั้ง 4 วิ่งออกไปเรื่อยๆ พร้อมกับฆ่าซอมบี้ที่พุ่งเข้าอย่างไม่ลดละ และในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเขตที่ใกล้จะออกจากใกล้กลางเมือง
Jack ได้ตะโกนเพื่อบอกแคทเทอรีนน่าทันที
" ถ้าซอมบี้มันยังไม่เข้าใกล้เขตเมือง พวกมันจะไม่พุ่งเข้ามาทำร้ายเรานะครับคุณแคทเทอรีนน่า "
เมื่อสิ้นเสียงของ Jack แคทเทอรีนน่าก็หยักหน้าตอบรับ แต่เธอไม่ได้หันกลับมาพูดแต่อย่างใด เธอแค่ตอบไปด้วยน้ำเสียงเบาๆ เท่านั้น แต่มือของเธอยังกวัดแกว่งดาบฆ่าซอมบี้ที่อยู่ด้านหน้าไปด้วย
" เข้าใจแล้ว "
ต๊อก
ต๊อก
และเมื่อพวกเขาก้าวออกจากบริเวณใจกลางเมืองได้แล้วนั้น ปรากฏว่าซอมบี้มันก็มีพฤติกรรมอย่างที่ Jack เขากล่าวเอาไว้จริงๆ แต่ว่าด้วยจำนวณที่มันมากมายเหลือล้น มันไม่มีเส้นทางที่ให้พวกเขาวิ่งโล่งๆ ได้เลย ทำให้พวกเขาก็ต้องฆ่าซอมบี้ที่อยู่ด้านหน้าอยู่ดี แต่มันไม่ได้ดุเดือดหรือซอมบี้พุ่งปรี่เข้ามาเพื่อหวังที่จะฆ่าพวกเขาเหมือนคราวก่อนๆ
เมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่าคำพูดของ Jack เป็นความจริง แคทเทอรีนน่ารีบพูดต่อทันที
" รีบเก็บเลเวลให้ถึงเลเวล 100 ให้เร็วที่สุด แต่ห้ามแตกแถวเด็ดขาด "
เธอไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น แต่พวกเขาก็สามารถรู้ได้ด้วยตัวเองว่า ถ้าถึงเลเวล 100 จะสามารถเลื่อนเป็นขั้นที่ 3 ได้ แต่ก็ยังมีข้อแม้อีก 1 ข้ออยู่ ก็คือต้องฆ่าซอมบี้ให้ครบกับจำนวณที่ระบบมันได้ระบุเอาไว้ และข้อมูลในส่วนนี้พวกเขาทั้ง 3 คนก็ต่างรับรู้กันทั่ว ถึงจะเป็นประโยคสั้นๆ แต่ความหมายแฝงของเธอก็คืออยากให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็เป็นหลักฐานชั้นยอดว่าพวกเขายังอ่อนแอแค่ไหน เพราะตั้งแต่บ้านเมืองสงบสุขมาหลังจากผ่านการทดสอบแล้วนั้น พวกเขาก็แทบไม่ได้ฆ่าซอมบี้เลยด้วยซ้ำ และเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นในหลายๆประเทศที่ผ่านการทดสอบ
คิดได้ดังนั้นแล้ว พวกเขาก็ต่างฆ่าซอมบี้ที่เดินเข้ามาเหมือนกับหุ่นอย่างต่อเนื่อง การฆ่ามันง่ายกว่าก่อนหน้านี้เท่าตัว เพราะพวกเขาไม่ต้องมาระเวงหรืออะไร พวกเขาแค่ฆ่าซอมบี้ที่ผ่านมาเท่านั้น และแจ็กก็เป็นคนที่ได้เปรียบที่สุด เพราะด้วยจากอาวุธของเขามันค่อนข้างอำนวย ทำให้เขาสามารถฆ่าซอมบี้เหมือนกับปั๊ม ตัวเลข Exp มันเด้งรัวขึ้นมาบนหัวของเขาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน
10 นาทีต่อมา
พวกเขาก็ได้ผ่าฝูงซอมบี้ออกมาได้ และพวกเขาได้อยู่บนถนน และทั้ง 2 ฝากของถนนั้น ก็เป็นต้นไม้ค่อนข้างจะชุกชุม
" เยสส ในที่สุดเราก็หลุดมาได้ "
หลังจากที่เก็บอาวุธลงไปเสร็จศัพท์หมดแล้ว ดอนนี่เขาได้แสดงอาการดีใจด้วยความโล่งอก แต่ถึงอย่างงั้น พวกเขาก็ยังไม่หยุดเดินหรือลดความเร็วแต่อย่างใด พวกเขายังวิ่งต่อไปเรื่อยๆ และในที่สุด แคทเทอรีนน่าก็ได้โบกมือให้พวกเขาพักในบริเวณบ้าน 1 หลัง ที่อยู่ข้างถนนที่พวกเขาพบเจอในระหว่างวิ่งอยู่
ทั้ง 3 คนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อได้รู้ว่าในที่สุดพวกเขาก็ได้พักเสียที ถึงจะเป็นเวลาแค่ไม่กี่นาที แต่เหมือนว่ามันนานสะเหลือเกิน ร่างกายของพวกเขามันเกือบจะถึงขีดจำกัดอยู่แล้ว ถ้าหากว่านานกว่านี้ มันอาจจะแย่กว่านี้ก็เป็นได้
แต่เมื่อ Jack เขาได้นั่งพักหายใจได้สักพักหนึ่ง เขาก็เปิดปากพูดด้วยความสงสัย
" เราหนีออกมาแค่ไหนมันไกลพอแล้วเหรอครับคุณแคทเทอรีนน่า "
" อย่าพึ่งถามอะไรฉันตอนนี้เลย Jack ตอนนี้พวกนายพักผ่อนกันก่อนเถอะ "
แต่เมื่อเธอมองดูใบหน้าของ Jack และเขาดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
"ฉันจะบอกให้ถ้าหากนายสงสัย 1. ตอนนี้ร่างกายของจวนจะถึงขีดจำกัด และข้อสุดท้าย นายมีหลักฐานอะไมาบ่งชี้มั้ยว่าถ้าหากนายหนีไปเมืองอื่นและมันจะไม่มีซอมบี้ "
พวกเขาได้ยินที่เธอพูดและพบว่ามันก็มีสิทธิ์เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ แต่ว่าเมืองนี้มันมีซอมบี้เกราะมากถึง 30 ตัว มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ กับการที่อยู่ห่างจากเมืองระยะทางแค่วิ่ง 15 นาทีเท่านั้น และแคทเทอรีนน่าเธอก็เดินออกไปจากห้องรับรองโดยไม่บอกเหตุผลอะไรเพิ่มเติม ทำให้พวกเขารู้สึกงุนงงไม่น้อย
แต่ตอนนั้นดอนนี่ก็ได้พูดขึ้นมาตัดบรรยากาศที่ตึงเครียดนี่ออกไป
" ยังไงก็เถอะ ยังไงตอนนี้เราก็รอดได้มาแล้ว เรามาล้างตัวแล้วมากินข้าวกันเถอะ "
พวกเขาทั้ง 2 ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่ แต่เมื่อยื่นจมูกไปดมที่เสื้อผ้าแล้วนั้น ทั้ง 2 ก็ต่างลุกไปจากห้องโดยทันที โดยทิ้งดอนนี่เอาไว้คนเดียว
หลังจากที่พวกเขาได้ล้างเนื้อล้างตัวเสร็จและกินข้าวเสร็จแล้วนั้น พวกเขาก็ไม่ลดละการระมัดระวังตัว ทั้ง 4 คนต่างตกลงกันเฝ้าเวรยามคนละ 6 ชั่วโมง โดยไม่มีการเอาเปรียบแต่อย่างใด ถึงจะเป็นแคทเทอรีนน่าก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจหรือแสดงท่าทีต่อต้านออกมาทั้งสิ้น เธอก็ยอมรับและปฏิบัติตามแต่โดยดี ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะดูคล้ายๆกับหัวหน้าของพวกเขาก็เถอะ
แคทเทอรีนน่าเธออาสาที่จะเป็นคนเข้าเวรเป็นคนแรก และบรรยากาศตอนนี้ถือว่าดีเลยดีเดียว ลมพัดเบาๆ ผมสีทองของเธอปลิวไสวไปตามสายลม และนั่งจับดาบ คอยพลางระวังภัยอันตรายอยู่หน้าบ้าน คอยมองดูพระจันทร์สีเลือดไปพลาง
แอ๊ดดดดด
ต๊อก
ต๊อก
ต๊อก
Jack เขาได้เปิดประตูออกมา และเปิดคำถามไปยังหญิงสาวที่นั่งเข้าเวรอยู่เพียงลำพัง
" คุณไม่จำเป็นต้องเข้าเวรก็ได้นะครับ พวกเราทั้ง 3 คนยอมรับได้ "
" ฉันไม่เป็นไร มันไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้นหรอก และตอนนี้มันก็จะหมดเวลาละ"
" งั้นก็ตามใจคุณครับ "
Jack เขาหันหลังกำลังจะโยกตัวกลับ แต่เขาก็ชะงักลง
" เอ่อ ผมไม่รู้เลยนะครับ ว่าคุณจะมีสกิลที่ร้ายกาจขนาดนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย "
" ฉันไม่มีความจำเป็นต้องเผยไผ่ตายให้ใครเห็น ฉันพูดถูกมั้ย "
" hah ha ก็จริงของคุณนะครับ "
จากนั้นบทสนทนาก็เงียบไป จนแจ็กต้องเป็นคนขุดขึ้นมา
" คุณคิดว่าซอมบี้พวกนี้มันมาจากที่ไหนอย่างงั้นเหรอครับ "
เธอส่ายหน้าเบาๆ
[ ฉันไม่รู้ ]
แจ็กร่ายต่อทันที
[ นี่เป็นความคิดของผมนะครับ มันอาจจะบ้ามาก แต่มันมีสิทธิ์มั้ยครับว่า พวกมันจะมาจากที่ใดที่หนึ่งจาก โครอสเซียมหรือว่า Market และถ้าหากว่าเราสามารถทำลายมันได้ เราอาจจะหยุดพวกซอมบี้ได้ก็ได้นะครับ ]
แคทเทอรีนน่าได้ตอกกลับโดยทันที
[ แต่มันไม่มีหลักฐานอะไรมาลองรับว่ามันจะเป็นจริงอย่างที่นายพูด ]
แต่แจ็กเขาก็ได้เสียงแข็งและพูดขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกับแววตาของคนบางคนที่เธอรู้จัก
[ ผมอยากจะลองครับ แม้ว่ามันจะมีโอกาสเพียงเล็กน้อย ]
ได้ยินเสียงแข็งและดังขึ้น แคทเทอรีนน่า เธอหันไปหาแจ็กทันที และเมื่อเธอได้สบตากับดวงตาคู่นั้นของ Jack แล้วนั้น แคทเทอรีนน่า ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป ทำให้แจ็กต้องย้ำขึ้นมาอีกครั้ง
[ ขอร้องละครับ ]
เขาพูดพร้อมกับก้มหัว มันไม่ถึงกับคุกเข่าแต่มันก็แสดงถึงการขอร้องได้อย่างดีเยี่ยม เธอเงียบไปสักพัก
" นายยังจำสัญญาที่ให้กับฉันตอนนั้นได้ใช่มั้ย "
[ แน่นอนครับ ]
" อืม งั้นก็ดี ฉันจะพานายไป แต่ว่า พวกนายต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้เต็มที่เสียก่อน "
" ขอบคุณครับ คุณแคทเทอรีนน่า "
[ อืม ]
หลังจากผ่านพ้นเรื่องซีเรียสๆ ไปแล้วนั้น อารมณ์ของแจ็กก็เริ่มสงบขึ้น และขยับลงไปนั่งที่ขอนไม้ที่อยู่ตรงข้ามของแคทเทอรีนน่า ก่อนจะพูดขึ้น
" คุณแข็งแกร่งจริงๆนะครับ บางทีอาจจะแข็งแกร่งที่สุดในโลกก็เป็นได้ "
แคทเทอรีนน่าได้เงียบไปสักพัก คลับคล้ายคลับคลากับว่ากำลังนึกถึงอะไรบางอย่างอยู่ แต่ไม่นาน เธอก็ได้ส่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ซึ่งเมื่อแจ็กเห็นแล้วนั้น ทำให้เขาตกใจไม่น้อย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยมีอากัปกิริยาแบบนี้มาก่อนเลย
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายอย่าพูดให้ฉันขำหน่อยเลย Jack "
[ เอาละ หมดกะของฉันแล้ว ต่อไปคิวนายใช่มั้ย ]
แจ็กเขาก็ได้พยักหน้า และคิดว่าผู้หญิงคนนี้นั้น ชั่งถ่อมตัวสะเหลือเกิน และไม่คิดจะยื้อถามเธอไว้ และ Jack เขาก็นั่งทำหน้าเป็นยาม จนกระทั่งหมดเวลาของเขา
วันที่ 6 มิถุนายน 2029
เวลา 8.00 น.
หลังจากได้ตกลงกันแล้วนั้น ทั้ง 4 คนได้สรุปแล้วว่าจะไปสำรวจ Market ในวันนี้ ซึ่งมันเพียงพอกับการที่ฟื้นตัวของพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้บาดเจ็บ แต่ที่เธอให้พวกเขาพักนานถึงขนาดนี้ มันก็เป็นการรักษาบาดแผลทางใจ พวกเขาทุกคนต่างสูญเสีย แต่ภายในระยะเวลา 3 วันมานี้พวกเขาแทบไม่สังเกตเห็นซอมบี้เลยในพื้นที่รอบๆ บริเวณใกล้เคียงที่พักของพวกเขา
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น พวกเขาก็ได้เคลื่อนที่ไปที่ Market โดยทันที โดยตอนนี้พวกเขาอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามทิศของมัน และต้องใช้เวลาพอสมควรในการวิ่งอ้อมไป เพื่อไม่ให้ซอมบี้สังเกตเห็นพวกเขา
1 ชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็ได้มาถึง สิ่งที่สร้างที่ผุดขึ้นมาที่ระบบได้เรียกมันว่า Market และประตูบานใหญ่ก็อยู่ เบื้องหน้าของพวกเขาในระยะไม่ถึง 20 เมตร
ก่อนหน้าที่จะเข้าเปิดประตูแคทเทอรีนน่าได้บอกกับพวกเขาทั้ง 3 แล้วว่าให้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ตลอดเวลา และห้ามประมาทเด็ดขาด และเมื่อทุกอย่างเคลียหมดแล้ว เธอได้เดินเข้าไปใกล้ประตูบานใหญ่สีดำ
ต๊อก
ต๊อก
ต๊อก
ทั้ง 3 คนที่จ้องมองเธอจากแผ่นหลังต่างก็ลุ้นว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไรปรากฏขึ้นรึเปล่า
แคทเทอรีนน่าเธอรีบใช้มือของเธอผลักไปที่ประตูอย่างรุนแรงก่อนที่จะกระโดดถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว
แอ๊ดดดดดดดดดดด
และเมื่อประตูมันได้เปิดออกจนสุดแล้วนั้น พวกเขาต่างเตรียมพร้อมยกอาวุธของตนขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้กับศัตรูที่จะออกมาจากประตูสีดำบานนี้
10 วินาที ผ่านไป แต่ก็ยังไม่มีอะไรออกมาหรือได้ยินแต่เสียงร้องครวญครางแต่อย่างใด ทำให้แคทเทอรีนน่ากำลังจะเดินเข้าไป แต่ Jack และพองเพื่อนก็บอกว่า ถ้าจะเข้าไปข้างใน ก็ต้องเข้าไปด้วยกัน เธอไม่ปฏิเสธ และพวกเขาก็เดินเข้าไปภายในประตูพร้อมๆ กัน
แต่เมื่อพวกเขาเข้าไปแล้วนั้น มันกลับไม่มีอะไร มันคล้ายๆ กับห้องมืด แต่เมื่อมองไปจนสุดทาง พวกเขาก็สังเกตเห็นประตูอีก 1 บาน ซึ่งลักษณะคล้ายกับประตูบานก่อนไม่มีผิด
ตอนแรกแคทเทอรีนน่าก็อยากจะไปเป็นคนเปิดประตูอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม Jack ไม่อยากให้เธอเป็นคนเสี่ยงคนเดียว และพวกเขาทั้ง 4 ก็เดินเข้าไปเปิดประตูบานที่ 2 พร้อมกัน โดยการนับ 1- 3
[ 1 ]
[ 2 ]
[ 3 ]
แอ๊ดดดดดดดดด
พวกเขารีบถอยออกมาจากบริเวณใกล้ๆ ประตูทันที
แต่
ซึก
ซึก
ซึก
ดอนนี่เขาเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง และทำการหายใจเข้าโดยรุนแรง
[ กลิ่น กลิ่น ฉันได้กลิ่นอาหาร ]
สิ้นเสียงของดอนนี่ อีก 3 คนก็ลองสูดดมดู และ พวกเขาก็ได้กลิ่นตามที่ดอนนี่บอกจริงๆ แต่มันก็แค่รางๆ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีทักษะการดมกลิ่น และรวมถึงระยะห่างที่พวกเขาถอยออกมา
กลิ่นหอมที่ออกมาจากด้านหลังของประตูนั้น มันดึงดูดดอนนี่ให้เดินเข้าไปใกล้ประตูเรื่อยๆ
ต๊อก
ต๊อก
[ ดอนระวัง อย่ารีบร้อน]
แต่ตอนนี้เขาก็เดินเข้าไปใกล้พอที่จะมองเข้าไปเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในแล้ว และนั้นมันทำให้ตาของเขามันได้เบิกกว้างขึ้น
[ พระเจ้า นี่มันสวรรค์ชัดๆ ]
[ ดอนนี่ถอยมา ]
เมื่อเห็นดอนนี่นิ่งไป Jack เขารีบตะโกนขึ้นมาทันที เพราะถ้าเกิดมีศัตรูโผล่มาตอนนี้ละก็ มันอาจจะพวกเขาลำบากก็เป็นได้
แต่เมื่อดอนนี่เขาได้หลุดจากภวังค์ของตัวเองแล้วนั้น เขารีบตะโกนขึ้นเสียงดังทันที
[พระเจ้า นี่มันสวรรค์ชัดๆ]
[พระเจ้า นี่มันสวรรค์ชัดๆ]
[ ฮ่า ฮ่าฮ่า ]
[ มาเร็วทุกคนที่นี่มันไม่มีซอมบี้หรืออะไรแบบนั้นหรอก ]
เมื่อเห็นดอนนี่ไม่เป็นอันตรายทั้ง 3 ก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ดอนนี่เข้าไปเรื่อยๆ และเมื่อภาพมันปรากฏชัดขึ้นมา ดวงตาทั้ง 3 คู่ก็ได้เบิกโต ไม่ต่างกับดอนนี่ในก่อนหน้านี้ ไม่เว้นแม้แต่แคทเทอรีนน่า
[ นี่เรากลัวที่จะเข้ามาในที่แห่งนี้อย่างงั้นเหรอ ]
ลูน่าเธอได้อุทานขึ้นมา ด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาและความขี้ขลาดของพวกเธอ ทำให้พวกเขาไม่สามารถรับรู้สถานที่ที่แสนวิเศษขนาดนี้
ปัจจุบัน
เวลา 13.00 น วันที่ 6 มิถุนายน 2029
ซากของซอมบี้กองเป็นภูเขา และผู้ที่ยืนอยู่หน้าซากศพเหล่านั้น ก็คือเด็กหนุ่มผมสีดำดวงตาสีแดงอ่อน มือขวาของเขาถือดาบสีแดงเลือด กำลังฟาดฟันซอมบี้ที่กำลังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังจะทำอะไรบางอย่างกับแขนข้างซ้ายของเขา
" อ๊าาาาาาาาา "
" ฉันลืมไปได้ไงเนี่ยะ "
[ สงสัยจะต้องกลับไปแฮ่ะ ]
" เฮ้อออ แถมซอมบี้มันก็ไม่ดรอป Coin อีก ขาดทุนชะมัด"
ฟึบ
ฟึบบบบบ
ฟึบบบบบบ
เด็กหนุ่มกระโดด 3 ครั้ง เพื่อหนีจากจุดที่โดนซอมบี้ล้อม และเมื่อเขาได้มาถึงทำเลที่คิดมาเหมาะสม มันเป็นพื้นที่ราบธรรมดาที่พวกเขาเคยเพราะปลูกกันมาก่อนหน้านี้ ก่อนที่หยิบแผ่นกระดาษสีฟ้าครามออกมา
[ Cry ]
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ