“น้องเจมส์น้องเกลรู้กันรึยังว่าปีนี้บริษัทเราจัด outing ที่ไหน”
“ผมเห็นนายเคยเกริ่นๆ ไว้นะครับว่าปีนี้อยากไปแคมป์ปิ้ง” เจมส์ผู้ช่วยหนุ่มตอบหัวหน้าแผนกบัญชีที่เอาเอกสารมาส่งให้เกวลินและถามสถานที่ outing ในปีนี้เพราะปกติจะจัดขึ้นใน่นี้ทุกปี
“น้องเกลได้ลองถามบอสดูบ้างยังคะ”
“ยังเลยค่ะ เกลไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกิจกรรม่นี้”
“ปกติเราจะจัดทริป 3 วัน 2 คืนครับคุณเกลนายถือโอกาสให้ทุกคนได้พักผ่อนด้วย เห็นนิ่งๆแบบนั้นใส่ใจพนักงานที่สุดเลยครับ”
“จริงหรอคะ ไม่น่าเชื่อเลย”
“จริงค่ะพี่ยืนยันอีกเสียงแต่อย่าทำให้โมโหนะคะพายุไต้ฝุ่นที่ว่าแน่ยังแพ้บอสเลยค่ะ”
“น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอคะ”
“มากค่ะ” หญิงสาวทั้งสองทำทีเป็กระซิบกระซาบกันพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคักที่ได้นินทาเ้านาย
“แต่น้องเกลนี่ก็เก่งนะคะ พี่ไม่เคยได้ยินข่าวว่าโดนบอสดุเลย ปกติบอสไมค่อยชอบเลขาเด็กๆ ยิ่งเป็เด็กใหม่ยิ่งแล้วใหญ่เลยค่ะ เคยมีคนอยากมาทำหน้าที่แทนพี่เกตุหลายคนแต่ก็ไปไม่รอดซักราย”
“คุณเกลเค้ามีมนต์วิเศษครับ เสกทีเดียวนายนิ่งไปเลย”
“จริงหรอคะ ไว้วันหลังพี่มาเรียนด้วยเผื่อโดนบอสเรียกพบ”
“พี่ขิมก็ไปเชื่อคุณเจมส์เค้าค่ะ เค้าก็พูดไปเรื่อย”
ขณะที่กำลังนินทาเ้านายกันอย่างสนุก ทั้งสามคนถึงกับวงแตกเมื่อเห็นเอริคเปิดประตูออกจากห้องทำงานมายืนกอดอกพิงประตูมองพวกเขาอยู่
“นินทากันเสร็จรึยัง”
“บอส!!!” ทั้งสามคนพูดเสียงดังลั่นด้วยความใ
“เค้าไม่ได้เรียกนินทาค่ะ เรียกว่ากล่าวถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนิดหน่อย” เกวลินรีบแก้ตัวให้ทุกคน
“กล่าวถึงหรอ คุณเลขาเกลเข้าใจใช้คำพูดนะ ถ้ากล่าวถึงผมเรียบร้อยแล้วก็เชิญเข้ามาพบผมในห้องด้วย ขอกาแฟดำด้วยแก้วนึง”
“ค่ะบอส”
“อ้อ เื่ outing บริษัทปีนี้จัดที่ทะเลก็แล้วกัน ฝากด้วยนะเจมส์”
“ครับนาย”
พูดจบเอริคก็เดินกลับเข้าห้องไปด้วยท่าทางเงียบขรึม
“บอสจะโกรธมั้ยที่เรานินทาบอสขนาดนี้” ขิมหัวหน้าแผนกบัญชีเริ่มหวั่นใจเพราะเห็นท่าทีเ้านายตนไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“ไม่เป็ไรค่ะ แค่นี้สบายมาก เกลเอาอยู่” เกวลินบอกทุกคนพร้อมรอยยิ้ม ก่อนขอตัวไปชงกาแฟให้เ้านายหนุ่ม
“ก่อนหน้านี้บอกอยากเข้าป่าสูดอากาศบริสุทธิ์ ตอนนี้บอกอยากไปทะเล อะไรของนายเนี่ย” เจมส์บ่นพึมพำกับตัวเอง
“น้องเจมส์ไม่เป็ไรแน่ใช่มั้ยคะ เื่บอส”
“ไม่เป็ไรครับพี่ขิมสบายใจได้ ถ้ามีคุณเกลอยู่ทุกอย่างโอเคแน่นอน พี่ขิมกลับไปแจ้งข่าวเื่ outing กับคนอื่นๆ ให้สบายใจได้เลยครับ ทางนี้ไม่ต้องห่วง คุณเกลคนเดียวก็เอาอยู่” เจมส์พูดด้วยท่าทีมั่นใจมาก
…ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
“เกลเอากาแฟเข้าไปเสิร์ฟนะคะ”
“เชิญ”
เมื่อเกวลินเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเอริคนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาเครียดเื่งานหรือเพราะเื่ที่พวกเธอนินทาเขาอยู่กันแน่ แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือ ได้แต่คิดในใจว่าเอาวะเป็ไงเป็กัน ในเมื่อตัวเองก็ผิดที่แอบนินทาเขาจริงๆ
“เป็อะไรคะ โกรธที่โดนนินทาหรอคะ” เกวลิน วางกาแฟไว้บนโต๊ะและถามคนหน้าบึ้งตรงหน้าเธอ
“….” เอริคไม่ตอบ เอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมคุยกับเธอ
“โกรธจริงๆ หรอคะ แค่คุยกันสนุกๆ เองไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลย หายงอลน๊า เป็คนแก่ งอลนานไม่ดี” เธอพยายามง้อเขาแต่ก็ไม่เป็ผล เกวลินจึงงัดไม้เด็ดโดยการลงไปนั่งบนตักเขาและใช้สองแขนโอบกอดรอบคอเขาไว้ เอียงหน้าไปกระซิบข้างหูเอริคเบาๆ
“ขอโทษนะคะที่แอบนินทา วันหลังจะแอบไปคุยที่อื่นไม่ให้พี่รู้ตัว”
“เกวลิน ยัยตัวแสบ ยังจะมีครั้งหน้าอีกหรอ”
“ยอมคุยด้วยแล้วแสดงว่าหายงอลแล้ว”
“ไม่หาย” เอริควางปากกาในมือลง เปลี่ยนมาเป็โอบกอดรอบเอวเธอไว้แทน ความจริงคือเขาไม่ได้โกรธพวกเธอแต่แรกอยู่แล้ว ออกจะนึกขำด้วยซ้ำที่ทั้งสามคนกล้ามาแอบนินทาเ้านายถึงหน้าห้อง แต่เพราะอยากให้เกวลินง้อเขาจึงทำทีเป็โกรธ
“ถ้าอยากให้หายก็จุ๊บก่อน” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอเพื่อรอรับจูบจากคู่หมั้นสาว
“ไม่เอา เกลจะไปทำงานต่อแล้ว”
“มายั่วให้อยากแล้วจะจากใบแบบนี้หรอ”
“แล้วจะทำไมคะ” เธอทำหน้ามึนใส่เขา
“หืม” ไม่ทันพูดอะไรเอริคก็ประกบริมฝากจูบเธออย่างดูดดื่ม เกวลินเองก็ไม่ได้ขัดอะไรแถมยังให้ความร่วมมือกับเขาเป็อย่างดีเผยอริมฝีปากรับจูบของเขาและส่งลิ้นไปหยอกล้อกันในโพรงปากอย่างหวานชื่น
“พอแล้วค่ะ เกลต้องไปทำงานแล้ว” เกวลินบอกเขาหลังจากทั้งคู่คลายจูบออกจากกัน
“ขอทำต่อไม่ได้หรอ”
“ไม่ได้ค่ะ มัดจำไว้ก่อนที่เหลือค่อยกลับไปทำต่อที่บ้านโอเคมั้ยคะ”
“ก็ได้ครับ คืนนี้ห้ามเบี้ยวพี่นะ”
“…” เกวลินไม่ตอบแต่จุ๊บแก้มเขาเป็การสัญญาแทน
เอริคจำใจต้องปล่อยเธอไปก่อนเพราะเขาเองก็ต้องเร่งเคลียร์งานของตัวเองให้เสร็จเช่นกัน ทั้งที่ใจจริงไม่อยากอยู่ห่างเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“น้องเกลเป็ไงบ้างเรียบร้อยดีใช่มั้ย” ขิมที่เป็ห่วงรีบวิ่งมาถามเกวลินเมื่อเห็นเธอเดินออกมาจากห้องทำงานของเอริค
“เรียบร้อยดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร”
“ผมบอกพี่แล้วว่า ถ้าเป็คนนี้สบายใจได้ จะไปช่วยผมคิดกิจกรรม outing ได้รึยังครับ”
“เกลขอช่วยด้วยคนนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ เดี๋ยวผมไปตามทีมงานคนอื่นก่อน มาคุยกันที่นี่ก็แล้วกันจะได้ให้นายดูด้วย”
หลังจากประชุมปรึกษาหารือกันอยู่นานพอสมควร ทุกคนจึงส่งเกวลินให้ไปถามบอสเื่วันที่จะจัดกิจกรรมและงบประมาณสำหรับจัดกิจกรรมในปีนี้
“บอสคะ พวกเรามีเื่จะปรึกษานิดหน่อย ขอเกลเข้าไปหน่อยนะคะ”
“เชิญ”
“บอสพวกพี่ๆ เค้าให้เกลมาถามเื่วันที่จะจัดกิจกรรมแล้วก็เื่งบประมาณค่ะ”
“เกลคิดว่าไง พี่ว่างวันไหนเกลก็น่าจะรู้ดีสุดไม่ใช่หรอ”
“ก็จริง เกลดูตารางงานคร่าวๆ แล้วเป็วันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์อีกสองอาทิตย์ข้างหน้าดีมั้ยคะ"
“ทำไมไม่เป็ศุกร์ถึงอาทิตย์ล่ะ” เอริคละสายตาจากเอกสารเงยหน้าขึ้นมาถามเธอด้วยความสงสัย
“เกลคิดว่าถ้าเรากลับกันวันอาทิตย์ทุกคนก็จะไม่ได้พักผ่อน วันจันทร์มาทำงานต่อก็อาจจะเหนื่อยได้ เลยอยากให้ได้พักกันอีกซักวันก่อนกลับมาทำงานค่ะ”
เอริคยิ้มก่อนเดินไปกอดคู่หมั้นสาวภูมิใจที่เธอเข้าอกเข้าใจเพื่อนร่วมงาน พลางคิดในใจว่าผู้หญิงที่เอาการเอางาน ขยันขันแข็ง จิตใจดี เข้าอกเข้าใจคนอื่น แต่ก็ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ แถมยังน่ารักซุกซน ทำให้ชีวิตเขามีชีวิตชีวาและมีรอยยิ้มได้ทุกวัน คนที่เขาตามหามาตลอดที่แท้ก็อยู่ใกล้แค่นี่เอง เขานึกโกรธตัวเองที่ปล่อยให้อคติบังตาอยู่ตั้งนาน กว่าจะได้เริ่มเรียนรู้กันก็เสียเวลามาตั้งหลายปี
“วัน outing เอาตามเกลว่าได้เลย แล้วงบเกลคิดว่าต้องใช้เท่าไหร่”
“อืมบริษัทเรามีพนักงานประมาณ 50 คน เกลดูงบของปีที่แล้วแล้ว เท่าๆ เดิมก็น่าจะพอได้อยู่นะคะ”
“งั้นปีนี้พี่ให้เพิ่มอีกเท่านึงดีมั้ย”
“จริงหรอคะ ทุกคนต้องดีใจมากแน่ๆเลย”
“อืม ถือว่าฉลองที่ได้เกลเป็เมีย”
“ยังไม่ได้เป็ซักหน่อย แต่เกลมีเื่อยากถามค่ะ เห็นคุณเจมส์บอกว่าก่อนหน้านี้พี่อยากไปแคมป์ปิ้งไม่ใช่หรอคะ ทำไมเปลี่ยนใจไปทะเลล่ะคะ”
“คนแถวนี้อยากไป” เกวลินมองหน้าเอริคด้วยความอึ้งไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนสถานที่เพราะเธอ
“เพราะเกล” เธอพูดย้ำถามเขา
“อืม”
“ขอบคุณนะคะ คนแก่ของเกลน่ารักจังเลย” เธอหอมแก้มเขาและรีบเดินออกไปแจ้งข่าวดีกับเพื่อนๆ
“หึ ยัยตัวแสบ” เขายืนยิ้มเอามือลูบแก้มตัวเองก่อนจะเดินกลับไปนั่งทำงานต่อ