หลายวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ผลึกสีดำ
เรื่องของผลึกถูกส่งต่อให้กิลด์ตรวจสอบ
นัทกับมาร์โกไม่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก
ทั้งสองจึงกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
อย่างน้อย...
เท่าที่จะเรียกว่าปกติได้ในโลกที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์
ช่วงเช้า
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างห้องพัก
นัทลุกขึ้นจากเตียง ก่อนหยิบเสื้อผ้าชุดเดิมขึ้นมาใส่
ชุดเริ่มต้น
เสื้อผ้าที่ติดตัวมาตั้งแต่วันแรกที่พวกเขามาถึงโลกนี้
เขาก้มมองตัวเอง
จากนั้นก็มองมาร์โกที่กำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ
มาร์โกไม่ได้พูดอะไร
เขากำลังมองเสื้อผ้าของตัวเองเช่นกัน
นัทสังเกตเห็น
“เป็นอะไรพี่?”
มาร์โกไม่ตอบทันที
เขาดึงแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย
ตรงบริเวณแขนมีรอยขีดข่วนหลายแห่ง
บางรอยเกิดจากการต่อสู้
บางรอยเกิดจากการเดินทางในป่า
บางรอย...
เกิดจากเศษหินและกิ่งไม้ระหว่างทำภารกิจ
มาร์โกถอนหายใจ
“ชุดนี้เริ่มไม่ไหวแล้ว”
นัทก้มมองชุดตัวเอง
“เพิ่งรู้เหรอ?”
มาร์โกหัวเราะ
“นายไม่รู้สึกหรือไง?”
นัทนิ่งไป
“ก็...รู้สึก”
เขาดึงชายเสื้อขึ้นดู
มีรอยขาดเล็ก ๆ อยู่หลายแห่ง
แต่ก่อนที่นัทจะพูดอะไร มาร์โกก็เดินไปเปิดประตู
“ออกไปข้างนอกกัน”
เมือง
ถนนในเมืองยังคงคึกคักเหมือนทุกวัน
นักล่าเดินเข้าออกกิลด์
ช่างฝีมือขนวัตถุดิบ
พ่อค้าเข็นรถ
เด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่ข้างถนน
นัทเดินตามมาร์โกไปเรื่อย ๆ
แต่ครั้งนี้มาร์โกไม่ได้มองร้านอาวุธ
เขากำลังมอง...
นักล่า
คนหนึ่งสวมเกราะไหล่เพียงข้างเดียว
อีกคนมีปลอกแขนโลหะหนา
บางคนมีแผ่นป้องกันหน้าอก
บางคนสวมสนับแขนที่ดูเหมือนถูกสร้างขึ้นเพื่อรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ
บางคนแทบไม่ได้สวมเกราะเลย
แต่มีอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะจุดหลายชิ้น
มาร์โกมองอยู่นาน
นัทสังเกตเห็น
“พี่มองอะไร?”
“เกราะ”
“ทำไม?”
มาร์โกพยักหน้าไปทางนักล่าคนหนึ่ง
“ดูแขนเขา”
นัทมองตาม
นักล่าคนนั้นกำลังยกโล่ขึ้นรับการโจมตีจากเพื่อนที่กำลังฝึกซ้อม
ปัง!
แรงกระแทกทำให้แขนของเขาถอยไปเล็กน้อย
แต่เกราะบริเวณแขนรับแรงเอาไว้
มาร์โกพูดเบา ๆ
“ถ้าไม่มีไอ้นั่น แขนคงเจ็บไปแล้ว”
นัทเริ่มเข้าใจ
“เราก็ไม่มี”
“ใช่”
สิ่งที่มาร์โกเริ่มคิด
ทั้งสองเดินต่อ
มาร์โกยังมองอุปกรณ์ของนักล่าคนอื่น
เขาเริ่มสังเกตว่าไม่มีใครจำเป็นต้องใส่เกราะเต็มตัวตลอดเวลา
แต่ละคนเลือกป้องกันจุดที่ตัวเองต้องใช้รับอันตรายมากที่สุด
นักดาบป้องกันแขน
นักธนูป้องกันแขนที่ใช้ดึงสาย
นักรบบางคนใช้เกราะไหล่
บางคนใช้สนับแข้ง
บางคนใช้แผ่นเกราะหน้าอก
มาร์โกพึมพำ
“ไม่จำเป็นต้องสร้างชุดเกราะทั้งตัว”
นัทหันมา
“หือ?”
“สร้างเฉพาะส่วนก็พอ”
นัทมองเขา
มาร์โกเริ่มอธิบาย
“ชุดเริ่มต้นของเราไม่ได้แย่สำหรับการเดินทางธรรมดา”
เขาชี้ไปที่แขนของนัท
“แต่เวลาสู้จริง มันป้องกันอะไรไม่ได้เลย”
จากนั้นชี้ไปที่ไหล่
“ถ้าโดนตรงนี้ล่ะ?”
นัทเงียบ
“หรือแขน”
มาร์โกกำหมัด
“หรือข้อมือ”
นัทเริ่มเห็นภาพ
นักสร้างเริ่มทำงาน
เมื่อกลับถึงห้อง มาร์โกไม่ได้หยิบค้อนขึ้นมาทันที
เขานั่งลงแล้วเปิดสมุด
วาดภาพง่าย ๆ
แผ่นหนึ่งตรงไหล่
อีกชิ้นคลุมต้นแขน
อีกชิ้นป้องกันปลายแขน
และมีส่วนเล็ก ๆ สำหรับข้อมือ
นัทมองภาพ
“พี่จะสร้างเกราะเหรอ?”
“ลองก่อน”
“ให้ฉัน?”
มาร์โกยิ้ม
“ให้เราสองคน”
นัทนั่งลงข้าง ๆ
“ต้องทำให้หนักน้อยที่สุด”
มาร์โกพยักหน้า
“ใช่”
“ไม่งั้นตอนต่อสู้จะเคลื่อนไหวยาก”
“ถูก”
“แล้วต้องไม่ขวางพลังจิตด้วย”
มาร์โกหยุดเขียน
หันมามองนัท
“เรื่องนั้นสำคัญ”
เพราะตอนนี้ทั้งคู่เริ่มรู้แล้วว่า อุปกรณ์ไม่สามารถออกแบบแยกจากวิธีใช้พลังของผู้ใช้ได้
นัทเริ่มทดลอง
นัทหยิบชิ้นโลหะเล็ก ๆ ขึ้นมา
เขาวางมันไว้บนโต๊ะ
จากนั้นใช้พลังจิตดึงมันเข้าหาตัว
ชิ้นโลหะเคลื่อนที่
หยุด
หมุน
แล้วกลับมาวางอยู่บนมือ
มาร์โกมองอย่างสนใจ
“ถ้าเกราะอยู่ตรงแขน...”
นัทมองแขนตัวเอง
“พลังจิตยังใช้ได้”
“แต่ถ้าทำหนาเกินไป?”
“น้ำหนักเพิ่ม”
“ถ้าหนักเกิน?”
“ควบคุมยาก”
มาร์โกพยักหน้า
เขาจดลงสมุดทันที
นัทมองแล้วหัวเราะ
“คราวนี้พี่เป็นคนจดบ้างแล้วนะ”
“ก็ฉันมีคนสอน”
ไม่ใช่แค่เกราะ
มาร์โกมองแบบร่างอีกครั้ง
“เรายังต้องทำอาวุธ”
นัทพยักหน้า
บนโต๊ะมีแบบร่างของอาวุธที่พวกเขากำลังคิดพัฒนาต่อ
แต่ครั้งนี้มาร์โกไม่ได้รีบลงมือสร้าง
เขามองวัสดุที่มีอยู่
จากนั้นพูดว่า
“ของที่เราใช้ตอนนี้ยังไม่ดีพอ”
นัทเข้าใจทันที
วัสดุจากโลกเดิมที่ติดตัวมานั้นมีคุณค่าทางความทรงจำ
แต่สำหรับอุปกรณ์ที่จะใช้ต่อสู้ในโลก 2...
พวกมันเริ่มไม่เพียงพอแล้ว
นัทมองด้ามอาวุธเก่า
ไม่ได้ทิ้งมัน
เพียงวางกลับลงอย่างระมัดระวัง
“งั้นหาใหม่”
มาร์โกยิ้ม
“นั่นแหละ”
ช่วงบ่าย — กิลด์
ช่วงบ่าย ทั้งสองเดินทางไปกิลด์
คราวนี้พวกเขาไม่ได้ไปเพราะเรื่องผลึก
และไม่ได้ไปหาเรื่องต่อสู้ใหญ่
มาร์โกตรงไปยังบอร์ดภารกิจ
นัทมองรายการต่าง ๆ
มีทั้งงานสำรวจ
งานขนส่ง
งานเก็บวัตถุดิบ
งานกำจัดสัตว์ป่า
และงานช่วยเหลือช่างฝีมือ
มาร์โกชี้ไปที่ใบหนึ่ง
“อันนี้”
นัทอ่าน
ภารกิจสำรวจพื้นที่และเก็บแร่
นัทมองมาร์โก
“จะเอาแร่ไปทำเกราะ?”
“ส่วนหนึ่ง”
มาร์โกตอบ
“แล้วเราก็ต้องหาแหล่งวัสดุใหม่อยู่แล้ว”
นัทพยักหน้า
“เอาอันนี้”
ทั้งสองจึงรับภารกิจ
ก่อนออกจากกิลด์
ระหว่างเดินออกมา นัทเห็นนักล่าคนหนึ่งเดินสวน
เขาสวมเกราะไหล่เพียงข้างเดียว
แต่ที่น่าสนใจคือ...
เกราะนั้นมีลวดลายบางอย่างสลักอยู่
ไม่ใช่ลวดลายเพื่อความสวยงาม
มันเหมือนมีเส้นพลังบางอย่างไหลผ่าน
นัทมองตาม
“พี่”
“หือ?”
“เกราะของเขา...”
มาร์โกหันไปมอง
แต่ชายคนนั้นเดินผ่านไปแล้ว
นัทไม่ได้ตาม
เพียงจำเอาไว้
อุปกรณ์ป้องกันของโลกนี้...ดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่าที่เห็น
เขาหยิบสมุดขึ้นมา
เขียนเพิ่มอีกบรรทัด
เกราะอาจใช้ร่วมกับพลังได้
จากนั้นปิดสมุด
เย็น
กลับถึงที่พัก
นัทวางสมุดลงบนโต๊ะ
วันนี้เขาไม่ได้เจอศัตรูที่แข็งแกร่ง
ไม่ได้เจอเหตุการณ์ใหญ่
ไม่ได้แตะผลึก
แต่เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าใจโลกนี้มากขึ้นอีกนิด
มาร์โกเองก็กำลังวางแผ่นโลหะเล็ก ๆ บนโต๊ะ
เป็นเพียงต้นแบบชิ้นแรก
เกราะแขน
ยังหยาบ
ยังไม่สวย
และยังไม่แข็งแรงพอสำหรับการต่อสู้จริง
แต่มันคือจุดเริ่มต้น
นัทหยิบมันขึ้นมา
ลองขยับแขน
ไม่มีอะไรติดขัด
เขายิ้ม
“แบบนี้ใช้ได้”
มาร์โกมอง
“ยังต้องปรับอีกเยอะ”
“รู้”
นัทวางเกราะกลับลง
ก่อนหยิบสมุดขึ้นมาอีกครั้ง
หน้าหนึ่งเขียนเรื่องพลังจิต
อีกหน้าหนึ่งเขียนเรื่องอาวุธ
วันนี้มีหัวข้อใหม่เพิ่มขึ้นมา
อุปกรณ์ป้องกัน
และอีกหน้าหนึ่ง...
จุดวาร์ป
โลกเดิม → โลก 1 → โลก 2
ต้องศึกษาเงื่อนไขและจำนวนคนที่สามารถเดินทางได้
นัทมองสองหัวข้อนั้นสลับกัน
ก่อนปิดสมุด
เขายังไม่รู้ว่าอนาคตจะต้องใช้สิ่งไหนก่อน
แต่เขารู้ว่า...
พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตด้วยอุปกรณ์ชุดเดิมไปตลอดได้
เช้าวันถัดมา
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก
นัทลุกขึ้นเปิด
ชายจากกิลด์ยืนอยู่หน้าประตู
“นัท มาร์โก”
ทั้งสองมองหน้ากัน
“หัวหน้ากิลด์เรียกพบ”
นัทขมวดคิ้ว
“เรื่องอะไร?”
ชายคนนั้นตอบสั้น ๆ
“เรื่องผลึก”
นัทนิ่งไป
มาร์โกมองเขา
สองวันก่อนพวกเขาเพิ่งคิดว่าเรื่องนั้นคงต้องรออีกพักหนึ่ง
แต่ดูเหมือนว่า...
กิลด์จะได้คำตอบเร็วกว่าที่คิด