ดินแดนมหัศจรรย์

    ตอนที่​54 ดินแดนมหัศจรรย์ NC​ นิด​ๆ

    เจ้าแวมไพร์เบลลิคขยับเข้าไปหาชายหนุ่มช้าๆไม่รีบร้อน

     ก่อนจะตวัดเท้าเข้ากลางลำตัวนายอาร์ตอย่างแรง

     จนร่างของเขาถึงกับลอยกระเด็นไปตามแรงช้างสารของเจ้าแวมไพร์


     พร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่

     ท่านกลางเสียงหัวเราะอย่าสะใจของเจ้าแวมไพร์ตรงหน้า


     ไม่พอแค่นั้นมันยังตามมาที่ร่างของชายหนุ่ม

    ก่อนเหยียบขยี้ไปบนข้อเท้าของเขา


     "ฮ่าๆๆๆ ไงล่ะมึง หมดท่าแล้วเหรอว่ะ 

    ถ้างั้นกูขอข้อเท้าขวามึงก่อนล่ะน่ะ ฮ่าๆๆๆ"


    "อ๊า ............................." ชายหนุ่มร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด 

    เขาพยามดิ้นรนอย่างเต็มที่ 


    แต่ว่าเพราะเรี่ยวแรงที่เหือดหายบวกกับความเจ็บปวดที่ยิ่งทวีคูณ 

    ทำให้เขาไม่อาจจะดิ้นหลุดได้เลย ......




    "อาร์ต ............" วิเวียนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่ห่างเอ่ยออกมาช้าๆ

     ภาพที่เห็นชายคนรักโดนทำร้ายตรงหน้า

    ทำให้เธอเรียกแรงฮึดออกมาได้อีกครั้ง


     เพราะคนที่จะช่วยเขาได้ในตอนนี้ก็มีแค่เธอคนเดียว 

    แต่จะทำอย่างไรล่ะ

     เพราะแม้ตอนนี้อาการบาดเจ็บของเธอ

    จะทุเลาไปมากแต่ด้วยเวทย์ธาตุลมแค่เลเวล 4

     ก็ไม่เพียงพอที่ช่วยเขาได้แน่


    ถ้าจะช่วยเขาก็ต้องใช้เวทย์มนต์ที่ระดับสูงกว่านั้น !!


    แต่ ........... มนต์ระดับสูงที่ว่าของเธอ 

    โดนสั่งห้ามโดยตรงจากสาธุคุณรอส

     เพราะถ้าขืนใช้มันโดยพลการก็จะส่งผลกระทบ

    ถึงเหล่าพรีสและมนุษย์ทุกคน แต่ถ้าไม่ใช้ 

    เธอก็ไม่อาจช่วยชายคนรักของเธอได้อีกแล้ว .....

     เธอควรจะทำอย่างไรดี


    "อ๊ากกกกก" เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของชายคนรัก

    ดังกระทบโสตประสาทของเธออีกครั้ง

     และคราวนี้ดูเหมือนมันจะทำให้เธอ ตัดสินใจได้สักที


    "ขอโทษนะคะ ท่านพ่อ วิเวียนตัดสินใจแล้ว" 


    หญิงสาวพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยันกายยืนขึ้น 

    พร้อมกับสูดหายใจช้าๆ 

    จากนั้นก็เร่งเร้าพลังมาน่าในร่างจนถึงขีดสุด


     ก่อนจะใช้มันดึงรั้งเอามวลกระแสธาตุเข้ามารายสู่ร่างกาย

     ก่อนจะแปรสภาพพลังธาตุธรรมชาติเหล่านั้น

     ให้กลายเป็นพลังเวทย์อันทรงพลังในระดับเลเวล 6


    "นังพรีสนั่น ยังลุกไหวด้วยอีกเหรอ" 

    เวโรนิก้าเอ่ยเบาๆ ก่อนที่เธอจะสังเกตุบรรยากาศรอบข้าง 


    "กระแสพลังธาตุไหลเวียนแบบนี้ 

    นี่เจ้าใช้เวทย์ระดับเลเวล 6 ได้ด้วย !"


    "หึ .... สรุปว่าที่ผ่านมานางใช้แต่เวทย์ธาตุรองงั้นสิ

     งั้นธาตุที่แท้จริงของนางคงไม่ใช่ธาตุลมสิน่ะ

     นี่คงคิดเก็บเวทย์ธาตุหลักไว้ใช้ทีหลังงั้นสิ" 


    เจ้าแวมไพร์มาโฮนกล่าวเสริม


    "สุดท้ายมันก็เหมือนเดิม

     กะอีแค่พลังเวทย์เลเวล 6 มันจะทำอะไรได้ว่ะ"




     เจ้าเบลลิคกล่าวเย้ยหยัน

     ก่อนที่มันจะล่ะความสนใจจากร่างชายหนุ่มใต้ฝ่าเท้า

     มาเป็นหญิงสาวที่กำลังร่ายเวทย์ตรงหน้า


     "หึ ! ลุกขึ้นมาก็ดีแล้วอีดอก เมื่อกี้กูยังเย็ดไม่สะใจเลย"


    "เจ้าโง่ ถอยออกมา เรายังไม่รู้ว่านางใช้เวทย์ธาตุอะไร"


     แวมไพร์สาวร้องบอกเมื่อเห็นเจ้าแวมไพร์ร่างยักษ์

    เดินย่างกรายเข้าไปหา


     เพราะตอนนี้ร่างของพรีสสาวตรงหน้า

    มีแสงสีขาวเรืองรองออกจากร่าง ดูท่านางคงร่ายเวทย์เสร็จแล้ว


    "กลัวอะไรว่ะเวโรนิก้า ดูท่าก็รู้ว่าธาตุที่นางใช้ไม่ใช่ธาตุไฟ

     ถ้าไม่ใช่ธาตุที่ข้าแพ้ทาง

    มันก็ทำอะไรเวทย์ปรานคุ้มกายของข้าได้หรอก"


     ว่าแล้วเจ้าเบลลิคก็ร่ายเวทยปรานคุ้มกาย

    ธาตุดินระดับเลเวล 6 ทันที 

    พร้อมกับกล่าวเย้ยพรีสสาวตรงหน้า


     "กูจะให้มึงซัดมาก่อนสักทีก็ได้

     มึงจะได้สำนึกไงว่าไอ้ไม้ตาย

    ก้นหีบของมึงมันไม่ได้ผลหรอก โว้ย !"


    "ลำแสงสะเก็ดดาว ............ จงก่อร่างเป็นหอก" 

    ทันที่ที่หญิงสาวเอ่ยจบ

     ประกายแสงเรืองรองเหล่านั้นก็ไหลมารวมกันที่ฝ่ามือ


     ก่อนมันจะรวมร่างจนมีลักษณะคล้ายหอกใบใหญ่

     และเสี้ยววินาทีนั้นเอง

     หญิงสาวก็ซัดหอกลำแสงพุ่งเข้าใส่เป้าหมายตรงหน้าทันที


     หอกลำแสงที่พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง

    แค่ชั่วพริบตาก็เสียบเข้ากลางอกเจ้าแวมไพร์ยักษ์อย่างจัง


    เจ้าแวมไพร์ยักษ์มองภาพหอก

    ที่เสียบกลางอกตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

     แต่ยังไม่ทันที่มันจะส่งเสียงอะไร

    ออกจากลำคอร่างของมันก็กระตุกวาบ 1 ครั้ง


     พร้อมกับมีสำแสงสีขาวที่ส่องแสงออกมาจากภายใน

     ก่อนที่ร่างของมันจะ สลายกลายเป็นผงธุลีไปในทันที

     ท่ามกลางสายตาตื่นตกใจของแวมไพร์ร่วมศึกของมันทั้งสอง


    "พลังแบบนี้ นี่มัน ....... ธาตุแสง !! เวทย์ธาตุแสงสว่าง !!"

     เวโรนิก้าเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา 

    แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่นางได้เห็น


     แต่หลายๆอย่างก็ตรงตามที่บันทึกเก่าแก่เคยกล่าวไว้

     ถึงธาตุในตำนาน 2 สายที่อยู่นอกสาระบบ 5 จักรวาล


    "ธาตุนั่นมันมีแต่ในตำนานไม่ใช่เรอะ"

     แวมไพร์มาโฮนกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ

     แม้ภาพที่เห็นมันจะฟ้องความจริงที่อยู่เบื้องหน้า


    "เจ้าก็รู้จักผู้ที่ใช้ธาตุความมืดไม่ใช่หรือไง

     แล้วทำไมจะมีธาตุแสงสว่างไม่ได้"


     แต่ไม่ทันที่เวโรนิก้าจะกล่าวอะไรต่อ

     หอกลำแสงด้ามที่สองก็ซัดออกมาแล้ว

     บีบให้เจ้าแวมไพร์ทั้งสองต้องถอยฉากออกจากร่างชายหนุ่ม


    "ถอยก่อน เวโรนิก้า"

     เจ้ามาโฮนพอเห้นท่าไม่ดีก็จึงร้องตะโกน


    ก่อนสะบัดร่างเปลี่ยนเป็นฝูงนกจำนวนมากบินหายไปทันที

     ทิ้งให้เวโรนิก้าต้องมองตามอย่างเจ็บใจ

     ก่อนที่เธอจะจำใจล่าถอยกลับไปอีกคน


    "อาร์ตไหวไหม" วิเวียนวิ่งเข้าไปดูอาการชายคนรักทันที

     โชคดีที่เขาบาดเจ็บไม่มาก 

    ข้อเท้าก็แค่ช้ำนิดหน่อยยังไม่ถึงกับหัก

     เธอจึงค่อยๆพยุงร่างเขาขึ้นก่อนมองหาพาหนะ "ไปที่รถเถอะ"


    โชคดีที่รถยุโรปคันใหญ่ของไอ้ตุ๋นยังเสียบกุญแจคาไว้

     วิเวียนจึงประครองร่างนายอาร์ตไปนั่งข้างคนขับ

     ก่อนที่เธอจะขับทะยานมันออกไปทันที


     จุดหมายก็คือรีบกลับไปยังบ้านที่พักให้เร็วที่สุด

     แต่ขับออกมาได้ไม่นาน หญิงสาวก็พบความผิดปกติในร่างกาย


     มีพลังบางอย่างไหลเวียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     ก่อนที่มันจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย


    แถมยังอัดแน่นไปหมดราวกับไม่สามารถระบายออกได้

     เล่นเอาหญิงสาวรู้สึกทรมานจนหายใจไม่ออก

     จนในที่สุดเธอก็ต้องหักรถลงข้างทาง


    "วิเวียนคุณเป็นอะไร"

     นายอาร์ตร้องเสียงหลงเมื่อเห็นอาการหญิงสาวตรงหน้า

     แต่เธอก็ไม่อาจจะอธิบายได้


     ว่านี่มันเกิดจากการที่เธอฝืนใช้เวทย์มนต์ระดับสูงกะทันหันจนเกินไป

     ร่างกายที่ยังไม่ได้ปรับสภาพมาก่อนจึงปรับตัวไม่ทัน

     กระแสพลังมาน่าในร่างจึงไหลเวียนปั่นป่วนไปเช่นนี้




    'วิธีแก้ก็คือต้องระบายมันออก'

     วิเวียนสูดลมหายใจช้าๆเพื่อจะปรับพลังมาน่าในร่าง

    ให้หยุดปั่นป่วนชั่วคราว


     ก่อนที่สายตาเธอจะจับจ้องไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า

     นั่นก็คือเจ้าท่อนเอ็นขนาด 8 นิ้ว

     ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงของชายข้างกายเธอนั่นเอง


    "วิเวียน เดี๋ยวก่อน วิเวียนนนน"

     นายอาร์ตเอ่ยอย่างตกใจที่หญิงสาวคนรักของเขา

    เมื่อครู่ยังแสดงท่าทางบาดเจ็บอยู่เลย


     แต่ตอนนี้เธอกลับกระโจนเข้าใส่เขา

     ก่อนจะปลุกปล้ำจนกางเกงเขาหลุดหายไปอย่างรวดเร็ว


     และทันทีที่เจ้าท่อนเอ็นนั้นเป็นอิสระ หญิงสาวก็ไม่รอช้า

     จับมันดูดเข้าปากอย่างรุนแรง


    "อุยยยยย วิเวียน ซี๊ดดดดด" 

    ชายหนุ่มเผลอร้องออกมาอย่างสุดกลั้น

     ริมฝีปากที่สวยงามได้รูปของเธอทำหน้าที่ได้ดีเสมอ

     โดยเฉพาะครั้งนี้ มันรูดขึ้นสุดลงสุดอย่างรุนแรง


     กลับกับที่เธอใช้ลิ้นโลมเล้าไปทั่วบริเวนหัว

     แค่นี้ไม่นานเจ้าท่อนเอ็นก็ถูกปลุกให้ขนาดขยายใหญ่เต็มที่


     แต่ริมฝีปากคู่นั้นก็ยังทำหน้าที่ไม่หยุด

    เธอยังโม๊คให้เขาอย่างรุนแรงเช่นเดิม

     และในเมื่อท่อนเอ็นมันขยายขึ้นเช่นนี้


     ก็แปลว่ามันต้องเข้าไปลึกมากกว่าเดิม

     บางจังหวะมันแทงลึกเข้าไปถึงในคอหอยเธอเลยทีเดียว


    "โอ๊ะ ....." นายอาร์ตร้องอย่างตกใจเล็กน้อย เพราะเนื่องจากว่า

     อยู่ๆหญิงสาวก็ปรับเบาะเขาให้เอนลงโดยไม่ทันตั้งตัว

     แต่ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ เธอก็พลิกกายขึ้นค่อมเขาแล้ว

    คล้ายกับเรื่องดินแดนมหัศจรรย์ ที่คุณอ่าน