สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 1 บทที่ 39 ตามหาทรายชมจันทร์


    หลังจากข้ามมาแล้วหลายแผนที่ ในที่สุดทีมก็มาถึงป่าหมอกสักที โดยบนผืนหญ้าที่เขียวชอุ่มนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำค้าง ทว่าทางข้างหน้ากลับเต็มไปด้วยหมอกหนาที่บดบังวิสัยทัศน์ จึงทำให้ระยะการมองเห็นถูกจำกัดไว้ในรัศมีเพียง 20 หลา และบนมินิแมพ แผนที่นี้ทั้งผืนก็ฉาบด้วยสีแดงเลือด แสดงว่าเลเวลของมอนสเตอร์ไม่มีทางต่ำแน่นอน

    “กรุบกรับๆๆ”

    ผมที่กระตุกสายบังเหียนให้ลาป่าวิ่งไปข้างหน้าพร้อมดาบพิรุณดาราที่ถืออยู่ในมือ ก็ค่อยๆวิ่งเข้าไปในป่าหมอกอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นอง “โฮกก” ผมได้ยินเสียงคำรามลั่นจากป่าระยะไกล ถึงขนาดที่ว่าทั้งป่าสั่นสะเทือน พร้อมกับนกกาแหกร้องแตกรังกันพึบพับ และแม้แต่ใบไม้ก็สั่นไหว

    “เสียงอะไรน่ะ?”

    ซูซีหรานเกิดอาการประหม่าเล็กน้อย พร้อมกับดวงตาคู่สวยของเธอก็เบิกกว้างขึ้น

    “ไม่เป็นไร”

    ผมเดินต่อไปข้างหน้า พร้อมทั้งพูดว่า “แผนที่นี้ยังคงเป็นของแผนที่ใกล้เมืองจิ่นโจว ไม่ได้เข้าไปลึกจนถึงเขตพื้นที่อันตรายที่มากเกินไป ไม่ว่ามอนสเตอร์จะเลเวลสูงแค่ไหน มันก็ไม่สามารถสูงเกินไป ซึ่งนี่ก็เป็นแผนที่หลัก”

    “อื้ม……”

    ก่อนที่จะพูดจบ จู่ๆก็มีลมพัดหวีดหวิวมาแต่ไกล ทันใดนั้นร่างขนาดใหญ่ยักษ์ก็ตกลงมาจากท้องฟ้าท่ามกลางสายหมอกและมาพร้อมกับเสียง “ตู้มมม” ใบไม้ปลิวว่อนไปทั่วทันที จากนั้นท่ามกลางเสียงคำราม “โฮก” ของอะไรซักอย่าง วินาทีต่อมาก็มีกำปั้นใหญ่แหวกอากาศเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งระดมฟาดลงใส่โล่ของผมอย่างดุเดือด และด้วยแรงกระแทกจึงทำให้ทั้งคนและลากระเด็นกลิ้งออกไปหลายตลบ

    “ตึง~~~”

    แรงกระแทกจากการโจมตีเมื่อครู่นี้หนักมากจริงๆ ผมถูกกดทับด้วยพละกำลังมหาศาล จนกลิ้งม้วนตลบออกไปเกือบ 10 หลา รู้สึกเจ็บปวดระบมไปทั่วร่าง ทั้งยังเสียเลือดไปอีกกว่า 1,200 แต้ม เมื่อผมหมุนตัวกลับไปมอง จึงพบว่าเป็นมอนสเตอร์ร้ายที่โจมตีผม มันคือลิงตัวใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาลอมเทา สูงประมาณ 3 เมตร แขนหนาเท่ากับลำต้นของต้นไม้โบราณ และมือใหญ่นั้นกำหมัดแน่นพร้อมต่อสู้ พร้อมกับดวงตาสีแดงเข้มคู่นั้นก็จ้องมองไปยังซูซีหราน หลินเฉอ และคนอื่น ๆ อย่างดุร้าย

    【ลิงยักษ์พงไพร】 (มอนสเตอร์ระดับเงิน)

    เลเวล: 37

    พลังโจมตี: 512-640

    พลังป้องกัน: 240

    ค่า HP: 9,000

    สกิล: 【ฝ่ามือพิโรธ】【พงไพรอารักษ์】【ควบคุมพลัง】

    แนะนำ: ลิงยักษ์พงไพรมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมาก พวกมันได้ชื่อว่าเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในพื้นที่รอบ ๆ เมืองจิ่นโจวแห่งนี้ แม้แต่เหล่าอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงก็ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะต่อกรกับพวกมันที่แขนขาทั้งสี่พัฒนาแล้วเหล่านี้ได้

    ……

    พลังโจมตีแข็งแกร่งมากถึงขั้นแซงหน้าผมไปแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันตบใส่ผมแค่ครั้งเดียวถึงกับทำให้กลิ้งกระเด็นไปไกลขนาดนั้น แถมยังสร้างความเสียหายที่น่ากลัวมาก หากทั้งป่าหมอกล้วนมีมอนสเตอร์ชนิดนี้ อย่างงั้นก็ถือได้ว่าเป็นดินแดนต้องห้ามแล้ว

    ชั่วขณะหนึ่งเมื่อผมออกแรงดึงสายบังเหียน ลาป่าก็ส่งเสียงขู่ยาว พร้อมทั้งลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ล็อคเป้าหมายไปยังลิงยักษ์พงไพรแล้วเปิดใช้สกิลทหารม้าเหล็กพุ่งชน ชาร์จเข้าใส่อย่างรวดเร็ว “ตึงง” สิ้นเสียงมันจึงมึนงงทันที ตามด้วยการโจมตีต่อเนื่องอีกสี่คอมโบในพริบตา เมื่อหลินเฉอตื่นขึ้นจากความตกใจที่เห็นผมและลาป่าถูกหมัดชกจนกระเด็น เขาจึงเริ่มใช้เคล็ดตรึงกายเข้าควบคุมในทันที ในขณะเดียวกันนั้นการฮีลสองครั้งของซูซีหรานก็ทำให้เลือดของผมกลับมาเต็มอีกครั้ง และจากนั้นทุกคนเข้าโอบล้อมลิงยักษ์พงไพร ก็เริ่มรุมฆ่า มอนสเตอร์เลเวล 37 กับแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา ทว่ามันก็ไม่ถึงขั้นทำให้พวกเราตายยกทีม

    “ตูมมม ~~~”

    ครั้นสิ้นเสียงที่สนั่นก้อง แถบเลือดของลิงยักษ์พงไพรก็ถูกหักออกจนหมดเกลี้ยง จากนั้นร่างของมันค่อยๆล้มลงมา ก่อนจะทำให้ใบไม้และน้ำค้างสาดกระจายไปทั่ว และระเบิดกลายเป็นเหรียญเงินหลายเหรียญออกมาในเวลาเดียวกัน อัตราการดรอปก็นับว่าน่าพอใจ ขณะที่ผมก้มลงหยิบเหรียญเงินขึ้นมานั้น สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวขนาดเล็กที่มีจิตวิญญาณคล้ายกับพืชมีหนามอยู่ในกอหญ้าตรงหน้า เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ก็พบว่ามันเป็นสมุนไพรระดับ 3 หิมะเดือนหก ซึ่งเป็นสมุนไพรอีกตัวในสูตรยาที่ผมจะใช้ในการปรุงยาระดับ 3

    ผมจึงทำการเก็บรวบรวมสมุนไพรทันที และเพียงไม่นานก็ได้หิมะเดือนหก 5 กำที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรอ่อนๆอยู่ในมือ

    ซูซีหรานถือคทาเดินเข้ามายืนข้างผม จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “หากนายจะเปิดมอนสเตอร์อีกครั้ง ให้ระวังตัวหน่อยนะ อย่าให้โดนลิงยักษ์โจมตีจนกระเด็นอีกล่ะ เมื่อครู่นี้ทำเอาฉันตกใจแทบแย่”

    “ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน” ผมยกมือลูบจมูก พลางส่งยิ้มก่อนพูดว่า “ไม่ต้องกังวล มีครั้งแรกไปแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีก แน่นอน เซนต์น่ะไม่พลาดท่าซ้ำสองภายใต้การเคลื่อนไหวแบบเดิมหรอก”

    “จริงเหรอ?” ดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย

    “ลุย!”

    ทันทีที่หมุนตัวหันหลังกลับ ผมก็พุ่งตัวเข้าไปในทะเลหมอกอีกครั้ง โดยกุมเชือกบังเหียนไว้อย่างเหนียวแน่น กระทั่งมาถึงจุดที่ผมควบคุมสัตว์ขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถอยและเคลื่อนตัวไปด้านข้างสามารถหลบหลีกได้ตลอดเวลาอย่างอิสระ แต่ดูเหมือนว่าลิงยักษ์พงไพรเหล่านี้ไม่ได้ใช้เส้นทางปกตินะ และทันใดนั้นเอง “ฟิ้วว” เสียงอากาศถูกแหวกดังขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นกลุ่มเงาทะมึนในหมอกก็มาถึงตรงหน้าพวกเราแทบจะในทันที พร้อมกับฝ่ามือขนาดใหญ่ฟาดลงมาทางด้านข้างของลาป่า ทำให้ผมกระเด็นปลิวออกไปอีกครั้ง!

    “โครม!”

    “1,275!”

    แม่* เจ็บเป็นบ้า! และในช่วงเวลาที่ผมลอยกระเด็นไปในอากาศราวกับลูกวอลเลย์นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างมหึมาอีกตัวปรากฏขึ้นที่ด้านข้าง “มัน” กำลังยืน โดยมีแขนสองข้างห้อยลงมาที่ขา และดวงตาคู่หนึ่งที่มืดมน จากนั้นก็ส่งเสียงคำราม พร้อมใช้แขนทั้งสองข้างยันพื้นและวิ่งไปข้างหน้าเต็มกำลัง ก่อนจะยกฝ่ามือเข้ามาฟาดใส่ ราวกับกำลังตบลูกบอลอยู่ จนแรงจากฝ่ามือของมันทำให้ผมลอยกระเด็นออกไปอีกครั้ง

    ลิงยักษ์พงไพรสองตัวโจมตีด้วยกัน?

    “1,244!”

    ตัวเลขความเสียหายสี่หลักตัวใหญ่ๆ เด้งออกมาทันที ความเจ็บปวดนี้ ทำเอาผมแทบสิ้นสติ แม้ว่าระบบรับความเจ็บปวดจะลดลงเหลือ 10% ก็ตาม แต่ผมก็ยังรู้สึกเหมือนโดนต่อยด้วยหมัดหนักๆอยู่เหมือนกัน ดังนั้นผมจึงสะบัดหัวตัวเอง เพื่อขับไล่ความมึนออกไป จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นยืน แล้วกระโดดควบลาป่าพุ่งเข้าหาลิงยักษ์พงไพรตัวแรกอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเปิดใช้สกิลทหารม้าเหล็กพุ่งชนชาร์จเข้าใส่มันส่งผลให้มันมึนงงไปชั่วขณะ

    สายตาของหลินเฉอที่รวดเร็วพอๆกับมือของเขา ขณะที่ได้ใช้เคล็ดตรึงกายหยุดลิงยักษ์พงไพรตัวที่สองก่อนแล้ว จากนั้นก็ทำสัญลักษณ์ไว้ที่ตัวแรกทันที พร้อมทั้งตะโกนว่า “ร่วมมือกับพี่เฉินกำจัดตัวแรกก่อน!”

    สิ้นเสียง หวังจินไห่จึงกระหน่ำยิงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปืนคาบศิลาที่ถูกเผาจนร้อนแดง จากนั้นเขาที่ขมวดคิ้วยุ่งก็พูดขึ้นว่า” แผนที่นี้อันตรายชะมัด โชคดีที่ลูกพี่เนื้อหนาพอ ถ้าหากเป็นอัศวินทั่วไปถูกตบสองครั้งนี้เข้าไปคงตายไปแล้ว”

    ซูซีหรานพยักหน้าเห็นด้วย “เลเวลเฉลี่ยของพวกเราต่ำเกินไป บอสติงที่มีเลเวลเยอะสุดก็ยังแค่ 32 เอง ซึ่งต่ำกว่าลิงยักษ์พงไพรถึง 5 เลเวล เป็นเรื่องปกติที่โดนตบแล้วจะเจ็บขนาดนั้น แต่แผนที่นี้ …… บ้าไปแล้วจริงๆนั่นแหละ จากนี้จะมีอีกสักกี่คนที่ถูกตบตายที่นี่!”

    “อย่ามัวแต่พูดสิ เติมเลือดให้ก่อน”

    ขณะพูด ผมก็ขยับเบี่ยงตัวไปด้านข้างหลบกำปั้นเหล็กอันหนักหน่วงของลิงยักษ์พงไพร ผมย้ายตำแหน่งอย่างคล่องแคล่ว พยายามถูกโจมตีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะใช้สกิลยั่วยุใส่ลิงยักษ์พงไพรตัวที่สอง จากนั้นรีบเข้าไปโจมตีตัวแรกอีกครั้ง และขณะนั้นเองก็ถูกลิงยักษ์พงไพรสองตัวต่อยสวนกลับมาพร้อมกัน ทำให้เลือดลดลงอย่างฉับพลันจนลงไปต่ำกว่า 20% ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกระดกยาฟื้นเลือดทันที นี่มันโครตน่ากลัวเลยจริงๆ

    หลังจากจัดการลิงยักษ์พงไพรทั้งสองตัวได้แล้ว ผมที่กำลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยจึงพูดขึ้นว่า “การควบคุมของพวกนายช่วยได้มาก ทำให้สู้กับมอนสเตอร์ก็ไม่ค่อยเจ็บมาก และยังเหลืออีกเท่าไหร่ถึงจะอัพเป็นเลเวล 32?”

    “ใกล้แล้วล่ะ”

    หลินเฉอเหลือบมองไปที่แถบค่าประสบการณ์ พร้อมทั้งกล่าวว่า “ต้องฆ่าลิงยักษ์พงไพรอีกประมาณ 200 ตัว ถึงจะอัพเป็นเลเวล 32”

    “งั้นก็ประมาณสองชั่วโมงได้”

    “อื้ม!”

    ……

    ขณะที่เวลาผ่านไปทีละนิด ทุกคนได้ใช้เวลาอยู่ในป่าหมอกแห่งนี้ไปตลอดช่วงบ่าย จนกระทั่งถึงเวลาห้าโมงเย็น ค่าประสบการณ์ของผมก็อยู่ที่ 71% ของเลเวล 33 แล้ว ดูเหมือนว่าวันนี้มีโอกาสที่จะไปถึงเลเวล 34 นะ และมันจะเป็นการท้าทายตำแหน่งอันดับหนึ่งในรายการจัดอันดับเลเวลของเมืองหลักอีกครั้ง

    ในช่องเก็บของตอนนี้ล้วนเต็มไปด้วยสมุนไพร เนื่องจากผมเป็นหมอยากลุ่มแรกที่ไปถึงเลเวลสูงขนาดนี้ ดังนั้นโสมโลหิตและหิมะเดือนหกเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นใหม่ครั้งแรกในหลายแผนที่ จึงถูกผมคนเดียวกวาดเรียบไม่มีเหลือ โดยสมุนไพรเหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้ทักษะการปรุงยาพุ่งถึงเลเวล 4 แต่ทว่าก็ยังขาดทรายชมจันทร์ ที่เป็นวัตถุดิบตัวสุดท้าย!

    กลับไปที่เมืองเพื่อเตรียมตัว แล้วออฟไลน์ไปกินข้าวก่อนละกัน

    เมื่อผมออฟไลน์ออกจากเกม กลิ่นหอมของกับข้าวก็ลอยโชยมากระทบจมูก อาหารค่ำวันนี้ถูกส่งมาจากร้านอาหารที่การันตีว่ารสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพง วันนี้สั่งอาหารมามากมายจนเต็มโต๊ะไปหมด มีทั้งไก่น้ำแดง 1 จาน ขาหมูตุ๋นถั่วเหลือง 1 จาน ผัดขึ้นฉ่ายหั่นหมูฝอย 1 จาน และยังมีซุปเต้าหู้ปลาตะเพียนชามโตอีก 1 ถ้วย บวกกับเบียร์คนละกระป๋อง ทุกคนต่างมีความสุขกับการกินมาก และหลังจากกินเสร็จซูซีหรานก็เสนอตัวทำความสะอาดให้ คนที่เหลือจึงไปนั่งรวมตัวกันอยู่ที่โซฟาเพื่อคุยเรื่องที่ต้องจัดการต่อไป

    “คืนนี้ฉันจะไม่ไปเก็บเลเวลกับทุกคนนะ” ผมพูดขึ้น

    “ทำไมล่ะ?” ซูซีหรานถาม

    ผมกระแอมเบาๆ แล้วพูดว่า “วันนี้กำไรของสตูดิโอต่ำเกินไป เพราะว่าทั้งวันฉันไม่ได้ปรุงยาออกมาเลย จำเป็นต้องหาทรายชมจันทร์วัตถุดิบปรุงยาระดับสามให้พบโดยเร็วที่สุด แต่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับทรายชมจันทร์ในเว็บบอร์ดและข้อมูลอย่างเป็นทางการของเกมบันทึกไว้สักนิดเดียว ดังนั้นฉันจึงวางแผนจะวิ่งแผนที่ พยายามหาทรายชมจันทร์โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ดังนั้นคืนนี้ก็เลยจะลุยเดี่ยว พวกนาย และซีหรานสี่คนออกเก็บเลเวลด้วยกันก็พอแล้ว”

    “อย่างนั้นก็ได้”

    ซูซีหรานที่เม้มริมฝีปากสีแดงของเธอ กล่าวขึ้นว่า “ไม่มีนายที่เป็นกำลังหลักที่ยอดเยี่ยม การที่จะจัดการกับลิงยักษ์พงไพรพวกนั้น สำหรับพวกเราคงไม่ใช่เรื่องง่าย กลับไปที่ป่าโบราณดีกว่าไหม ไล่ฆ่าวิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมมอนสเตอร์เลเวล 36 แทน ค่าประสบการณ์ก็ถือว่าไม่เลว เหมาะกับพวกเราที่จะเก็บเลเวลตอนนี้อยู่นะ”

    “ตกลงตามนั้น” หลินเฉอ และหวังจินไห่พยักหน้าพร้อมกันทันที

    ผมพูดต่อว่า “ระวังตัวกันด้วยล่ะ โดยเฉพาะตอนออกนอกเมือง หลิวเฉียงยังคงต้องการพิกัดของพวกเราอยู่ หากถูกพบให้หาโอกาสกลับไปที่เมือง ตอนที่ฉันไม่อยู่ …… ดูแล้วแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลย”

    ซูซีหรานหัวเราะเบา ๆ “โอเครู้แล้ว วางใจเถอะ พวกเราสามารถปกป้องตัวเองได้”

    “ถ้าอย่างนั้น …… ออนไลน์เข้าเกมเถอะ ลุย!”

    “ลุย!”

    ……

    เมื่อออนไลน์เข้าเกม ผมก็ปรากฏตัวขึ้นภายในเมืองจิ่นโจว ซึ่งในระยะไกลมีทหารม้าเหล็ก NPC สวมเกราะสีดำทั้งตัวเดินผ่านไป พร้อมกับเสียงกีบม้าย่ำดังกระหึ่มสั่นสะเทือนไปทั่วเมือง ขณะเดียวกันทั้งชุดเกราะและดาบที่สะท้อนแสงตะวัน อีกทั้งยังมีธงรบที่โบกสะบัดพลิ้วไปตามลมนั้นสวยงามจริงๆ นั่นคืออัศวินตัวจริง กองทัพชั้นยอดที่ควบคุมโดยลั่วชิงอีเจ้าแห่งผู้ครองนครเมือง ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกอันล้ำค่าของเมืองจิ่นโจวเลยทีเดียว

    ทันใดนั้นผมก็เกิดอาการอิจฉาเล็กน้อย อุปกรณ์ของพวก NPC เหล่านั้นดูดีมาก ดูเหมือนว่าอย่างน้อยทุกคนก็มีชุดอุปกรณ์ระดับทอง แต่ตอนนี้ผมกำลังดิ้นรนเพื่อเป็นเจ้าของชุดอุปกรณ์ระดับเงินอยู่เลย!

    ไม่สนแล้ว ขี่ลาออกเดินทางตามหาทรายชมจันทร์ต่อดีกว่า!

    ว่าแล้วผมจึงเปิดแผนที่ออกมาดู เนื่องจากผมกำลังตามหาทรายชมจันทร์ แน่นอนว่าไม่สามารถทำโดยไร้จุดหมาย หากวิ่งมั่วซั่วสะเปะสะปะก็เป็นเหมือนแมลงวันหัวขาดและบนแผนที่ส่วนตัวของผม ได้ทำเครื่องหมายจุดเกิดของสมุนไพรเอาไว้ เช่น ผักกระชับ รากบัว มะแว้งนก และโลหิตหมาป่าจอมโลภ เป็นต้น ทำให้สามารถหาวัตถุดิบยาที่มีจุดเด่นเดียวกันได้ง่าย จุดเกิดของสมุนไพรระดับ 1 อยู่ใกล้กับเมืองจิ่นโจวมากที่สุด หากแบ่งเป็นวง เหมือนแผนผังเมืองปักกิ่ง นับว่าสมุนไพรระดับ 1 ที่อยู่วงในเป็นวงที่หนึ่ง ในขณะที่สมุนไพรระดับ 2 อยู่ห่างจากเมืองมากขึ้น กลายเป็นวงกลมวงที่สองอีกวงอยู่ถัดออกไป อย่างนั้นทรายชมจันทร์ โสมโลหิต และหิมะเดือนหก ที่เป็นสมุนไพรระดับ 3 เหมือนกัน ก็มีโอกาสที่จะอยู่ในวงเดียวกันซึ่งก็คือวงที่สาม

    ดังนั้น ผมจึงวาดวงกลมคร่าวๆบนแผนที่ ด้วยวิธีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปทั่วแผนที่ทั้งหมด ตราบใดที่วิ่งตามวงกลมนี้ไปจนสุด ผมก็มีโอกาสพบกับทรายชมจันทร์

    เริ่มวิ่งแผนที่ได้!

    ทันทีที่ลาป่ากระโจนโลดแล่นออกจากเมืองจิ่นโจว ก็นำพาผงคลีดินปลิวฟุ้งกระจายไปทั่ว และขณะนี้ผมผู้ที่สวมอุปกรณ์ทองแดง เหล็กดำ และเงิน อีกทั้งมีเสื้อคลุมสีแดงเข้มปลิวสะบัดอยู่ด้านหลัง พร้อมทั้งกุมบังเหียนไว้ในมือทั้งสอง ก็รีบวิ่งเข้าไปในป่าแห่งผีเสื้อท่ามกลางสายตาที่น่าทึ่งของผู้เล่นหลายคนที่เพิ่งเดินออกจากเมืองจิ่นโจวอย่างรวดเร็ว

    ในตอนนี้ ผู้คนที่สามารถรวบรวมชุดอุปกรณ์นี้ได้ก็มีเพียงหยิบมือเท่านั้น และสิ่งที่ยิ่งทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือสัตว์พาหนะ ก่อนที่ทุกคนจะเชี่ยวชาญทักษะเทม ลาป่าตัวนี้ก็เป็นเหมือนกับบั๊คที่ยังคงดำรงอยู่ และว่ากันว่า …… ทักษะเทมนี้ต้องรอให้มีคนถึงเลเวล 60 พร้อมกับเลื่อนขั้นอาชีพขั้นสองปรากฏออกมาก่อนถึงจะเปิดใช้งานได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเหลือเวลาอีกอย่างน้อยหนึ่งเดือน

    ดังนั้นในช่วงเวลานี้ สิ่งที่ผมต้องทำคือใช้ลาป่านี้ให้เป็นประโยชน์มากเท่าที่จะทำได้ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบและสร้างกำไรก้อนโต จากนั้นก็จ่ายเงินเดือนให้กับทุกคน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้มีแรงฮึดสู้เพื่อสตูดิโอ!