บนเตียงขนาดใหญ่ตอนนี้ก็มีร่างของคนสี่คนที่กำลังนอนหมดเรี่ยวแรงไปกับการทำเรื่องแบบนั้นไป ตัวผมได้ลืมตาตื่นขึ้นมาโดยมีอิซาเบลล่าที่ตอนนี้ได้ชื่อว่าลีโนร่ากำลังนอนกอดผมอยู่ทางด้านขวามือส่วนซ้ายมือก็คือร่างอวตารที่กอดผมมาจากอีกด้าน ถ้าถามถึงอาเธน่าตอนนี้เธอได้ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงแล้ว
"ไม่คิดเลยว่านายจะโหดร้ายขนาดนี้ได้นะโรเบิร์ต นายรู้ไหมว่าพวกเราสามคนต้องทนรับนายที่ไม่ต่างอะไรกับปีศาจราคะไปถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน ฉันยังดีที่ไม่ได้โดนไปมากเท่าไหร่แต่ร่างอวตารกับอิซาเบลล่านั้นโดนกันไปจนหมดสติไปตรงนั้นเลย"
"เดี๋ยวก่อน!! ผมทำเรื่องแบบนั้นลงไปเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมถึงไม่ได้รับรู้อะไรเลยละ"
"ที่ผ่านมานายไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ"
"ไม่เลยครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ดูเหมือนครั้งนี้ผมไม่ใช่แค่ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้แต่สามัญสำนึกเองก็หายไปด้วย"
อาเธน่ากับผมก็ครุ่นคิดถึงความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนี้ต่อไป ทางด้านของลีโนร่ากับร่างอวตารลืมตาตื่นขึ้นมาก็นึกถึงเรื่องที่ทำไปแบบนั้นก็แสดงสีหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา
ร่างอวตารลุกขึ้นมาจากเตียงมาอยู่ในท่านั่งก่อนจะมองไปยังผมที่อยู่ใกล้ๆกัน หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกแปลกประหลาดมันได้ก่อตัวขึ้นมาโดยที่เธอไม่คาดคิด แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้จึงรีบพยายามสะกดข่มมันลงไปแต่ก็ไม่สามารถสะกดมันให้ลดลงหรือหายไปได้มันมีแต่เพิ่มพูนมากขึ้นมาเรื่อยๆ ร่างอวตารใช้มือของตนเองที่ห่อหุ้มด้วยอักขระแปลกประหลาดเข้ามาจ่อที่คอของตนเองก่อนจะพูดขึ้น
"ข้าคงไม่สามารถที่จะเป็นอวตารของเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว ลาก่อน….."
"ข้าไม่ยอมให้นายหญิงทำเรื่องไร้สามัญสำนึกแบบนั้นแน่"
ลีโนร่าใช้มือวาดอักษรประหลาดบนอากาศแล้วส่งไปยังตัวของร่างอวตาร ทำให้ร่างอวตารไม่สามารถใช้พลังหรือขยับตัวได้
"ตอนนี้นายหญิงยอมรับไปเถอะนี่มันเรื่องจริงที่ต้องยอมรับการที่ท่านได้มาเป็นวงศ์วานมันคือเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง"
“ไม่ ไม่ได้เด็ดขาด มันไม่ถูกต้อง”
“จะถูกต้องไม่ถูกต้องมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายท่าน ไม่ใช่ว่านายหญิงที่ทำเรื่องแบบนั้นแล้วจะเลือกที่จะยอมจบชีวิตของตนเองแต่เพราะว่านายท่านเองก็รักนายหญิงเหมือนกันเพราะฉะนั้นคิดให้ดีก่อนนายหญิง ท่านยังมีความบริสุทธิ์ใจให้กับนายท่านอยู่”
“แต่ว่าข้านั้นเคยทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยได้ไปกับนายท่าน เพราะฉะนั้นคนที่ไม่เหมาะสมควรเป็นข้ามากกว่าในตอนนี้ทั้งข้าและก็นายหญิงก็กำลังให้กำเนิดลูกของนายท่านอยู่ด้วย ข้าได้บอกที่ควรบอกไปแล้วเพราะฉะนั้น...”
ผมเข้ามาโอบกอดร่างอวตารกับลีโนร่าแนบแน่นทำให้พวกเธอใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นเองโดยธรรมชาติ
“ไม่ต้องคิดว่ามันผิดไปหรอกและก็ไม่ต้องรู้สึกผิดไปกับมันเลย ทั้งหมดนั้นมันเป็นเพราะความสะเพร่าของผมเอง ต่อจากนี้พวกคุณก็ไม่ต้องคิดมากไป เพราะตอนนี้เองพวกคุณก็นับว่าเป็นภรรยาของผมแล้วและมันก็คือความจริงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
“แต่ว่าพวกเราสองคนเดิมทีก็มีศักดิ์เป็นทาสรับใช้อยู่แล้วจะให้มาเปลี่ยนเป็นภรรยาของเจ้ามัน.....”
“ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยถ้าผมเลือกที่จะปล่อยผ่านพวกคุณสองคนไปโดยที่ไม่สนใจใยดี นั่นมันไม่ใช่ผมแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่ผมจะทำนั้นมันคือความรักที่มีให้กับพวกคุณสองคนไม่ใช่การรับผิดชอบด้วยความผิดพลาดแต่อย่างใด”
ร่างอวตารก้มหน้าลงไปด้วยสีหน้าที่ยังแดงระเรื่อไม่หาย การโอบกอดแบบนี้จากผมมันทำให้เธอมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทางด้านของลีโนร่าเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากร่างอวตารมากนักดีไม่ดีเป็นเธอเองที่รู้สึกชอบการโอบกอดแบบนี้
จากนั้นลีโนร่าก็พูดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นมา
“ที่จริงแล้ว นะ...นั่นเป็นครั้งแรกของข้า”
“!!!”
“ไม่ต้องทำสีหน้าตกตะลึงขนาดนั้นหรอก ถึงข้าจะเคยมีสามีมาแล้วก็จริงแต่ว่ายังไม่ทันที่จะได้ทำแม้กระทั่งจูบและจูบที่นายท่านมอบให้เองก็เป็นจูบแรกของข้าเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงการทำเรื่องอย่างว่าเลย ข้าไม่เคยทำมาก่อน”
“เป็นเรื่องที่ทำให้ผมตกใจมากเลยนะลีโนร่า”
“เมื่อก่อนข้าเองก็เคยคิดที่จะมีลูกไว้สักคนสองคนแต่ด้วยความผิดพลาดที่ข้าได้ทำมันด้วยมือของตนเอง ทำให้สูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของตนเองไป”
“ทำให้คุณต้องนึกถึงเรื่องไม่อยากนึกถึงแล้วสิ”
“แต่ว่าตอนนี้คนที่ข้ารักมากกว่าก็คือนายท่านแล้วในตอนนี้และในท้องของข้าก็ยังมีอีกชีวิตที่นายท่านได้มอบเอาไว้ให้อีกด้วย ข้าขออภัยที่ไม่สามารถทำหน้าที่ผู้ดูแลของนายท่านตามที่หวังได้”
“ดูแลผมไม่ได้ในฐานะผู้ดูแลอย่างนั้นเหรอ คุณพูดผิดแล้วถ้าดูแลผมในฐานะผู้ดูแลไม่ได้ก็ดูแลในฐานะภรรยาแทนก็ได้นิ”
“ภะ...ภรรยา ไม่ นั่นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด มันเป็นไปไม่ได้”
“คุณรังเกียจผมเหรอ”
“ไม่ใช่แน่นอนข้าจะรังเกียจนายท่านได้ยังไง ไม่มีวันนั้นหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยอมรับมันแล้วมาเป็นภรรยาของผมสิ ต่อจากนี้ไปก็เรียกผมว่าโรเบิร์ตด้วยไม่ต้องเรียกนายท่านอีกร่างอวตารเองก็ด้วย จริงสิจะให้เรียกร่างอวตารต่อไปก็ไม่ถูก ถ้าอย่างนั้นคุณก็ใช้ชื่อ อนาสตาเซีย ซัมเมอร์ ก็แล้วกัน”
ร่างอวตารผงกหัวตอบรับต่อจากนี้ไปเธอเองก็จะมีชื่อแล้วมันเป็นชื่อของคนที่เธอรักได้ตั้งให้
“โรเบิร์ตเป็นข้าดีแล้วเหรอ”
อนาสตาเชียถามผมด้วยท่าทางกังวลใจ
“ดีสิ ทำไมคุณจะต้องกังวลเกี่ยวกับมันด้วย เรื่องแบบนั้นไม่จำเป็นต้องไปคิดมากหรอกแค่ถามใจของตัวเองดูก็จะรู้เองว่าคุณต้องการอะไร”
“โรเบิร์ต.....”
ลีโนร่ากับอนาสตาเชียหอมแก้มของผมคนละข้างแน่นอนว่านี่เป็นคำตอบของพวกเธอทั้งสอง อาเธน่าที่มองดูละครฉากสำคัญที่จบไปของผมกับสองสาวก็พูดขึ้น
“จบแล้วสินะ ดีแล้วที่ได้เพื่อนร่วมวงศ์วานมาเพิ่มจริงไหม อนาสตาเชีย”
อาเธน่าเอาคืนอนาสตาเชียที่เคยพูดข่มตนเองเอาไว้เล่นเอาอนาสตาเชียหลบหน้าไปด้วยอาการเขินอาย
“โรเบิร์ตแล้วจะทำยังไงกับสองคนนี้ดีละ หรือว่านายจะเอาเข้าวงศ์วานจริงๆเหรอ”
อาเธน่าชี้ไปยังร่างของลาล่ากับลูลู่ที่พยายามดิ้นรนขัดขืนให้ตนเองหลุดจากพันธนาการออกไป
ส่วนผมเองมองไปยังลาล่ากับลูลู่ก็คิดอะไรบางอย่างได้ขึ้นมาก่อนที่ผมจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“นั่นสินะ พวกเธอเองก็น่าสนใจเหมือนกัน”
ลาล่ากับลูลู่ส่ายหน้าไปมาพยายามจะสื่อประมาณว่า “อย่าทำแบบนั้นกับพวกเราเลย” ตามมาด้วยหยาดน้ำตาของพวกเธอสองคนที่ไหลออกมาพร้อมกัน ทำไมพวกเธอถึงทำท่าทางเกรงกลัวผมมากนักนั่นก็เพราะในช่วงที่ผมกำลังเป็นปีศาจราคะที่บ้าคลั่งอยู่พวกเธอได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นผ่านดวงตาของพวกเธอทั้งหมด
“อย่าไปแกล้งพวกเธอสิโรเบิร์ตพวกเธอยังมีประโยชน์ต่อพวกเราอยู่นะ”
เจ้าของเสียงนั้นก็คือลีโนร่าเธอปรับตัวได้อย่างรวดเร็วที่สุดเพราะในเมื่อได้มีศักดิ์เป็นภรรยาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องถือตัวต่อผมมากถึงขนาดนั้น
“ข้ามีตัวเลือกให้กับพวกเจ้าสองคนแค่ทางเดียวเท่านั้นมาเป็นเงาให้กับข้า รับใช้ข้าและโรเบิร์ตจากนี้ตลอดไปแล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าไม่สิต้องพูดว่าพวกเจ้าจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ข้ามีเวลาให้พวกเจ้าคิดสามวินาทีตอบมาก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ”
ลาล่ากับลูลู่ที่กำลังคิดว่าจะต้องโดนทรมานจนตายไม่ก็เค้นความลับโดยการให้ผมทำเรื่องอย่างว่ากับพวกเธอแต่พวกเธอไม่คิดว่าลีโนร่าจะชักชวนให้ไปเป็นเงาของเธอ
เงาในที่นี้หมายถึงฐานะที่ไม่ต่างไปจากมือขวาของคนคนนั้นที่จะมีสิทธิ์มีเสียงเทียบเท่ากับคนที่รับใช้อยู่ ว่ากันง่ายๆเงาจะเรียกอีกอย่างว่าตัวตนที่เป็นร่างแยกของคนคนนั้นเลยก็ว่าได้และการที่ลีโนร่าชวนลาล่ากับลูลู่มานั้นก็เพราะลีโนร่ามองเห็นอะไรบางอย่างในตัวของลาล่ากับลูลู่
ลาล่ากับลูลู่มองหน้ากันก่อนที่สายตาของพวกเธอทั้งสองจะสื่อคำตอบออกมาจากใจ พวกเธอทั้งสองก็พูดออกมาพร้อมกัน
"พวกเราตกลงที่จะเป็นเงาให้กับนายหญิง"
"ดีมากคำตอบนี้ทำให้ข้าพอใจมาก ข้ามีภารกิจแรกให้พวกเจ้าสองคนทำพอดีเลย"
"ภารกิจแบบไหนพวกเราก็สามารถทำได้นายหญิงได้โปรดสั่งมาได้เลย"
ลีโนร่ายื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของลาล่ากับลูลู่ ผ่านไปกว่าห้านาทีทุกคำพูดที่เป็นภารกิจที่ลีโนร่าบอกก็ทำให้ลาล่ากับลูลู่ถึงกับตกตะลึงก่อนที่จะค่อยๆตอบรับลีโนร่ากลับมา จากนั้นลาล่ากับลูลู่ก็มองมาที่ผมพร้อมกับสีหน้าที่ยังคงหวาดกลัวอยู่ลึกๆแต่ก็ไม่ได้หวาดกลัวสุดขีดเหมือนตอนแรกที่พบกัน
ลีโนร่าวาดมือบนอากาศก่อนที่จะปรากฏโต๊ะเก้าอี้พร้อมชุดน้ำชาที่ถูกจัดวางเอาไว้เรียบร้อย ลีโนร่านั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งตัวที่อยู่ใกล้โรเบิร์ตที่สุด
“เชิญทุกคนนั่งลงก่อนสิ ข้ามีเรื่องที่ต้องพูดคุยให้โรเบิร์ตกับพวกเจ้าทุกคนได้รับฟังเอาไว้มันคือเรื่องสำคัญที่ต้องรู้เอาไว้ก่อนที่จะขึ้นไปโลกชนชั้นที่สามในช่วงเวลาปัจจุบันนี้”
ผม อนาสตาเชีย อาเธน่า ลาล่า ลูลู่ ก็นั่งลงบนเก้าอี้ที่จัดเตรียมเอาไว้
“ก่อนอื่นเลยคงต้องพูดถึงพวกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองครั้งนี้เสียก่อน เพราะมันโยงใยไปถึงเรื่องของพวกที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดที่อยู่โลกชนชั้นที่หนึ่ง”
“หืม! โลกชนชั้นที่หนึ่งเลยเหรอ”
ผมตกตะลึงเล็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้นมันต้องเป็นการทดลองที่ใหญ่ขนาดไหนกันแน่นะนี่แค่โลกชนชั้นที่สี่ยังมีคนที่มีความสามารถมากขนาดนี้อยู่
“ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าข้าเองจะไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคืออะไรกันแน่แต่ว่าข้าก็พอคาดเดาได้คราวๆว่าพวกมันมีเป้าหมายที่จะกำจัดเผ่าพันธุ์อื่นโดยแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็นใหญ่เหนือทุกเผ่าพันธุ์ปกครองโลกจักรวาลแห่งนี้”
“ตัวการที่ว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับสาวกแห่งพระเจ้าพวกนั้นไหม”
ลีโนร่าแสดงสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อไป
“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะรู้จักสาวกแห่งพระเจ้าด้วย ใช่แล้วละพวกมันนั่นแหละที่เป็นตัวการใหญ่โดยชื่อที่ออกสู่สาธารณที่รับรู้โดยทั่วกันก็คือ องค์กรแปดดาราแห่งแสง” . . .