หวังหย่งกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ภายในห้องทำงานด้วยความตั้งใจ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้รับมอบภารกิจให้ทำงานใหญ่การสอบจอหงวนครั้งนี้เกิดความผิดพลาดไม่ได้ เขาทบทวนขั้นตอนต่างๆครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ไม่พบช่องโหว่ใดๆ หากเป็ไปตามแผนที่ได้วางไว้นี่จะเป็งานชิ้นแรกที่เขาจะได้รับความดีความชอบเป็แน่
ในขณะที่กำลังนั่งอ่านตำราเอกสารอยู่นั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เมื่อประตูถูกเปิดออกเด็กหนุ่มท่าทางเฉลียวฉลาดคนหนึ่งก็ปรากฏตัว หวังหย่งแปลกใจยิ่งนักที่เขามาปรากฏตัวในเวลาเช่นนี้แต่เขาก็ดีใจมากเช่นเดียวกัน ที่ได้พบกับเด็กหนุ่มคนนี้
“เซียวจ้าน เ้ามาได้อย่างไรนี่”หวังหย่งแปลกใจเป็อย่างยิ่งที่อยู่ๆ ศิษย์น้องคนนี้มาหาเขาถึงตำหนัก
“ศิษย์พี่ท่านอาจารย์เห็นว่าศิษย์พี่จากสำนักของเรามานานอาจารย์เป็ห่วงว่าศิษย์พี่จะคิดถึงพวกเรา ท่านอาจารย์ก็เลยให้ข้านำขนมอร่อยๆที่ท่านชอบมาให้ เผื่อจะช่วยให้ศิษย์พี่คลายความคิดถึงพวกเราได้บ้าง”
“ท่านอาจารย์ช่างรู้ใจข้าจริงๆเป็เ้าสินะที่มารับหน้าที่ในสำนักแทนข้า ข้านึกแล้วว่าต้องเป็เ้า เ้าเป็คนที่ฉลาดที่สุดในบรรดาศิษย์น้องทั้งหมดเ้าจะต้องทำได้ดีแน่ๆ เลย ว่าแต่ท่านอาจารย์กับศิษย์น้องทุกคนเป็ยังไงกันบ้าง”
“ท่านอาจารย์สบายดี พวกเราก็สบายดีกันทุกคนที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่างานของศิษย์พี่หนักหนาแค่ไหน จนถึงตอนนี้อาจารย์ต้องใช้พวกข้าถึง 5 คน มาแบ่งกันทำงานที่ศิษย์พี่เคยทำแค่คนเดียวพวกข้านี่ไม่เอาไหนจริงๆ เลย”
“ฮ่าๆๆ เ้าก็พูดเกินไป อาจารย์สั่งสอนพวกเรามาดีข้าเชื่อว่าไม่นาน พวกเ้าจะต้องทำได้ดีกว่าข้าแน่ๆ ข้าคิดถึงพวกเ้าทุกคนจริงๆแต่ไม่มีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมเลยสักครั้ง ฝากบอกอาจารย์และศิษย์น้องทุกคนด้วยว่ามีโอกาสเมื่อไหร่ข้าจะรีบกลับไปหาทุกคนทันทีเลย”
“นี่ของฝากที่อาจารย์ฝากมาให้ท่านรีบกินซะ ข้าต้องไปก่อน อาจารย์กำชับนักหนา ไม่ให้ข้าอยู่นานท่านยังสั่งมาอีกว่า ห้ามไม่ให้ใครเห็นว่าข้ามาหาศิษย์พี่ อาจารย์นี่แปลกจริงๆ”
“เช่นนั้นข้าต้องขอบใจเ้ามากเดินทางกลับดีดีละ”
“ข้าขอตัวลาก่อน” เซียวจ้านคารวะศิษย์พร้อมกับรีบออกจากตำหนักไป
หวังหย่งรีบเปิดกล่องอาหารที่เซียวจ้านนำมาให้เขากลับพบว่าไม่มีของที่เขาถูกใจเลย
“อะไรกันนี่ อาจารย์ส่งอะไรมาให้ข้าไม่เห็นจะชอบเลยสักอย่าง” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางรื้อของในกล่องจนหมดสุดท้ายเขาก็พบกับกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่บรรจงเขียนด้วยลายมือที่เขาจำได้ดีว่าเป็ลายมือของอาจารย์เขารีบเปิดอ่านในทันที ร่องรอยแห่งความสุขที่มีอยู่ค่อยๆหายไปจากใบหน้าของเขาทีละน้อย จนกระทั่งเขาอ่านจบ ก็รีบทำลายจดหมายนั้นทิ้งไปแล้วกลับมานั่งอ่านตำราเช่นเดิม เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่ในใจของเขาตอนนี้ร้อนรนยิ่งนัก
......................................................
บรรยากาศในท้องพระโรงเช้านี้เป็ไปด้วยความคึกคักเหล่าขุนนางน้อยใหญ่เดินทางมาประชุมกันั้แ่เนิ่นๆเนื่องจากเป็วันที่จะมีการประกาศผลการสอบจอหงวนซึ่งขุนนางาุโหลายท่านก็ส่งลูกหลานตัวเองเข้าสอบแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
หวังหย่งในฐานะผู้รับผิดชอบในการสอบครั้งนี้ได้นำผลการสอบส่งมอบให้ใต้เท้าหวังเหล่ยเ้ากรมพิธีการเป็ที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงถวายให้องค์รัชทายาทที่ตอนนี้เสด็จมาถึงท้องพระโรงพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
เมื่อองค์รัชทายาทขึ้นนั่งบนบัลลังก์แล้วก็หันมาตรัสกับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน
“วันนี้ใครมีฏีกาอะไรจะถวายเชิญได้”
“กระหม่อมขอกราบทูลผลการสอบจอหงวนในปีนี้พ่ะย่ะคะ”หวังเหล่ยรีบกราบบังคมทูล
รัชทายาทเปิดอ่านฏีกา ถึงกับใ
“นี่มันอะไร ทำไมถึงไม่มีคนสอบผ่านแม้แต่คนเดียว” รัชทายาทตรัสถามด้วยความไม่พอพระทัยยิ่งนัก
ใต้เท้าหวังเหล่ยซึ่งไม่ทราบผลสอบมาก่อนได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่ก หันไปทางหวังหย่งที่หันมาสบตาพร้อมกับพยักหน้ารับ
“กราบทูลรัชทายาท หม่อมฉันทราบมาว่าผู้เข้าสอบในปีนี้ ล้วนแต่เก่งกาจ มีความรู้ความสามารถเป็ไปได้อย่างไรที่จะไม่มีผู้ที่สอบผ่านเลย” ลี่ถัง เ้ากรมพระคลังเองก็แปลกใจไม่ใช่น้อย
“ใต้เท้าหวังเหล่ยไหนท่านลองอธิบายมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็แบบนี้”รัชทายาทตรัสถามไปยังเ้ากรมพิธีการ
“กราบทูลองค์รัชทายาท”หวังหย่งรีบกราบทูลแทนผู้เป็หัวหน้าในทันที “การสอบครั้งนี้หม่อมฉันเป็ผู้รับผิดชอบเพียงผู้เดียว หากมีข้อผิดพลาดก็ได้โปรดลงโทษกระหม่อมเถิด”
“เช่นนั้น ราชบุตรเขยก็รีบบอกมาเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เป็ไปได้อย่างไรที่จะไม่มีคนสอบผ่าน มันไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเลยนะ”ลี่ถังหันมาทางหวังหย่ง เหมือนจะเอาเื่ให้ได้
“กราบทูลรัชทายาททันทีที่หม่อมฉันได้รับมอบหมายให้ดูแลการสอบในครั้งนี้ หม่อมฉันได้เข้าไปอ่านฏีกาเก่าๆที่เกี่ยวข้องกับการสอบทุกฉบับ พบว่า ในทุกๆ ครั้งที่มีการสอบ จะมีการร้องเรียนในเื่การทุจริตอยู่ทุกครั้งหม่อมฉันเกรงว่า ครั้งนี้ก็จะเป็เช่นนั้น จึงพยายามหาทางป้องกันในทุกๆทางจนทำให้การสอบครั้งนี้โปร่งใสเป็ที่สุดพ่ะยะคะ”
“แต่ข้าได้ยินมาว่าผู้เข้าสอบหลายคนเขียนคำตอบได้ดี และดีกว่าปีไหนๆ ที่ผ่านมาซะด้วยซ้ำไปแล้วพวกเขาจะไม่ผ่านได้อย่างไร” ลี่ถังยังไม่ยอมหยุด
“แน่นอนคำตอบของพวกเขาดีมากจนข้าคิดว่า พวกเขาน่าจะเก่งกว่าพวกเราหลายคนในที่นี้ซะด้วยซ้ำไปแต่คำตอบของพวกเขาไม่ตรงกับคำถาม” สิ้นเสียงของหวังหย่งเสียงฮือก็ดังขึ้นทั่วทั้งท้องพระโรง
“เป็ไปได้อย่างไรกันที่พวกเขาจะตอบไม่ตรงกับคำถาม” ใต้เท้าเฟยฉีเ้ากรมกลาโหมถามขึ้นมาบ้าง
“ทูลรัชทายาท เป็เช่นนั้นจริงๆ กระหม่อมเองก็ยังแปลกใจเพียงแต่ว่า ในฏีกาเก่าๆ นั้นระบุชัดเจนว่า ผู้เข้าสอบหลายคนทำข้อสอบได้ดีเกินไปหม่อมฉันเกรงว่า อาจจะมีการรั่วไหลของข้อสอบ จึงได้ทำข้อสอบเป็สองชุดโดยผู้ออกข้อสอบจะไม่ทราบเื่นี้ ฉะนั้น หากข้อสอบชุดใดรั่วไหลเราก็จะทราบทันทีว่า ต้นเหตุมาจากที่ใด” เป็อีกครั้งที่เหล่าขุนนางได้ส่งเสียงฮือออกมาดังๆ
บัดนี้ภายในท้องพระโรงเริ่มมีหลายคนอยู่ไม่เป็สุขหวังหย่งสบโอกาสที่จะเปิดเผยโฉมหน้าคนพวกนี้ออกมาให้หมดจึงรีบกราบทูล
“และคำตอบของพวกเขาเ่าั้ เป็คำตอบของข้อสอบที่ไม่ได้นำมาใช้สอบกระหม่อมเห็นว่า ควรรีบทำการสืบสวนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างอีกต่อไป”
คุณชายชิงอวิ้นมีท่าทีลังเลอยู่สักพักเขาหันไปมองทำหน้าดุใส่หลีซื่อที่ทำงานพลาดอีกแล้ว แต่คนที่ดูจะร้อนรนที่สุดเห็นจะเป็อำมาตย์ลี่ถังและเฟยฉีที่ในตอนนี้สีหน้าได้เปลี่ยนไปเป็คนละคน เพราะรู้ดีแก่ใจว่า ความผิดนี้มันย่อมส่งผลให้พวกเขาหลุดจากตำแหน่งได้เลย
“ทูลรัชทายาท เื่นี้ถือเป็ความผิดร้ายแรงหากปล่อยไว้เนิ่นนานจะทำให้พยานหลักฐานสูญหายไป หม่อมฉันคิดว่าควรเร่งสืบสวนโดยเร็วหวังว่ารัชทายาทจะแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมขึ้นมาทำหน้าที่สืบสวนซึ่งคงจะไม่มีใครอีกแล้วที่จะเหมาะสมเท่ากับท่านราชครูและท่านมหาอัครเสนาบดีพะยะค่ะ”หวังหย่งเสนอต่อที่ประชุม
“ไม่ได้นะพะยะค่ะ”อำมาตย์เฟยฉีรีบคัดค้านทันที “เื่นี้เป็เื่ของกรมพิธีการก็เห็นควรให้กรมพิธีการจัดการเป็การภายใน บางทีข้อสอบที่รั่วไหลออกมาอาจจะเป็เพราะคนของกรมพิธีการประมาทเลินเล่นเองก็เป็ได้ แล้วคำอ้างที่ว่ามีการร้องเรียนทุจริตมาทุกปี เราทุกคนก็เห็นกันแล้วว่า พอมีการสอบสวนก็ไม่เคยปรากฏหลักฐานว่ามีการทุจริต ทั้งหมด มันเป็คำกล่าวอ้างแบบลอยๆของผู้ที่สอบไม่ผ่านเท่านั้น”
“ใช่ๆ พวกเราเห็นด้วยรัชทายาทโปรดพิจารณาด้วย” เสียงขุนนางหลายคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของเฟยฉี
“ก็เพราะแบบนี้ไงเราถึงต้องให้คนกลางเข้าไปตรวจสอบ จะได้รู้กันเสียทีว่าอะไรเป็อะไร”หวังหย่งยืนกรานเสียงแข็งท่ามกลางเสียงไม่เห็นด้วยของเหล่าขุนนาง
“เอาละๆ” คุณชายชิงอวิ้นยกมือขอให้ทุกคนเงียบเสียง “ข้ามาคิดดูแล้วการสอบจอนหงวนที่ผ่านมาก็มีปัญหาทุกปีดั่งเช่นเ้าว่านั่นแหละ ถือเป็เื่ดีที่เ้าหาทางป้องกันแต่เนิ่นๆจนสามารถแก้ปัญหานี้ได้ นับว่าเป็เื่ดี แต่การจะสืบสวนนั้นก็ควรจะให้คนของพวกเ้าได้จัดการปัญหาภายในกันเองจะดีกว่า หาไม่แล้วคนเขาจะมองว่ามีการเข้าไปก้าวก่ายหน้าที่ระหว่างหน่วยงาน เช่นนั้นแล้วข้าเองจะถูกข้อครหาได้”
“แต่.......”หวังหย่งทำท่าจะพูดแทรกขึ้นมา ก็โดนราชครูที่ยืนอยู่ข้างๆ ดึงแขนเอาไว้เขาจึงเงียบลง ปล่อยให้รัชทายาทพูดต่อไป
“เช่นนั้นแล้ว ข้าเห็นว่าเ้ากรมพิธีการ อำมาตย์หวังเหล่ยเป็ภาระของใต้เท้าแล้วที่จะต้องจัดการเื่นี้ให้กระจ่าง อย่าให้ใครเขาครหาได้”
“น้อมรับพระบัญชาหม่อมฉันจะทำจนสุดความสามารถพะยะค่ะ”
“เอาละ หากไม่มีอะไรแล้วเลิกประชุมได้” คุณชายชิงอวิ้นออกจากท้องพระโรงไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก
……………………………………………………………………..
“ข้าบอกเ้าแล้วไง ว่าอย่าให้พลาด แล้วทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นมาได้” คุณชายชิงอวิ้นระบายโทสะออกมาทันทีที่เจอหน้าหลีซื่อ
“ก็ใครจะไปรู้ละว่าหมอนั่นมันจะคิดซ้อนแผน”
“มันฉลาดกว่าที่คิดเยอะแบบนี้ก็แสดงว่า มันเริ่มจะจับผิดพวกเราแล้วสินะ”
“แล้วนี่เราจะทำยังไงกันต่อดี”
“เ้ารีบไปบอกใต้เท้าหวังเหล่ยให้รีบสรุปผลสอบสวนออกมาให้เร็วที่สุดขืนปล่อยไว้นานๆ ข้ากลัวว่าคนพวกนั้นจะเข้าไปวุ่นวาย ส่วนผลการสอบเ้าน่ารู้ว่าต้องทำอย่างไร” คุณชายชิงอวิ้นออกอุบาย
“ถ้าเช่นนั้นคนที่กราบทูลว่ามีการโกงข้อสอบ ก็มีความผิดหนะสิ เราจะนำเ้านั่นมาลงโทษได้เอาให้เข็ดหลาบไปเลย”
“เ้านี่โง่จริงๆ”คุณชายถีบเข้าชายโครงของหลีซื่อ ก่อนจะพูดต่อ “หมอนั่นมันพูดซะที่ไหนละว่ามีการโกง มันก็แค่บอกว่าไม่มีคนสอบผ่าน มันฉลาดพอที่จะป้องกันตัวเองไว้ก่อนเพราะรู้อยู่แล้วว่าเอาไปเล่นงานมันทีหลังได้”
“งั้นข้าจะรีบไปพบใต้เท้าหวังเหล่ยโดยเร็ว” หลีซื่อรีบวิ่งออกจากห้องไป
“เ้าเป็คนเริ่มาเองนะงั้นก็ถึงเวลาที่ข้าจะตอบโต้บ้างแล้ว” คุณชายชิงอวิ้นเอ่ยกับตัวเอง
........................................................
“เปิดประชุมได้” เสียงขันทีะโบอกในท้องพระโรงเพื่อแจ้งให้เหล่าขุนนางได้ทราบในทันทีที่คุณชายชิงอวิ้นก้าวขึ้นไปประทับบนบัลลังก์
ทุกคนต่างใจจดใจจ่อเฝ้ารอผลการสอบสวนการทุจริตในการสอบจอหงวน ที่บัดนี้ผลการสอบสวนได้ออกมาแล้ว ขุนนางหลายคนต่างกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็สุขเพราะกลัวจะโดนหางเลขไปด้วย แต่อีกหลายคนก็ไม่มีความรู้สึกใดๆเพราะทราบอยู่แล้วว่า ผลจะออกมาเช่นไร
“นับข่าวเป็ดียิ่งนัก ที่บัดนี้การสอบสวนของกรมพิธีการได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ใต้เท้าหวังเหล่ยมีเื่ใดจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบหรือไม่”คุณชายชิงอวิ้นหันไปหาเ้ากรมพิธีการที่รออยู่ก่อนแล้ว
“ทูลรัชทายาท เป็ที่ทราบกันดีว่าหลายปีที่ผ่านมานั้น กรมพิธีการถูกครหามาตลอด ในเื่ของการสอบจอหงวนและครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่เราได้รับข้อร้องเรียนมาว่า อาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้นเราเองก็มิได้นิ่งเฉย รีบทำการตรวจสอบในทันที ก็ไม่พบการทุจริตแต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสหม่อมฉันได้ให้ผู้ออกข้อสอบทุกคนกล่าวคำสาบานและทุกคนก็ยินดีที่จะสาบานว่าตนเองไม่ได้มีการทุจริต ส่วนผู้เข้าสอบทั้ง 5 คน ที่ตอบคำถามได้ดีมากแต่มีการระบุว่าไม่ตรงกับคำถามนั้น หม่อมฉันก็ได้สอบสวนแล้ว กลับไม่พบความผิดปกติใดๆพวกเขาบอกเพียงแต่ว่า อ่านคำถามไม่ดีจึงเข้าใจผิดไป อีกทั้ง พวกเขาทั้ง 5 คนนั้นล้วนแต่เป็บัณฑิตต่างถิ่น ที่หวังจะเข้ามาทำงานรับใช้พระองค์เท่านั้นทุกอย่างล้วนเป็ความบังเอิญ พวกเขาไม่ได้มีเจตนาจะคดโกงแต่อย่างใด”
“พวกเราก็คิดเช่นนั้นพะย่ะค่ะ” เสียงเหล่าขุนนางดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“เช่นนั้นก็ถือว่าทุกอย่างเป็อันยุติ หรือท่านราชบุตรเขยคิดเห็นเป็ไร” คุณชายชิงอวิ้นหันมาถามหวังเหล่ย
“หากการสอบสวนเป็เช่นนั้นหม่อมก็เห็นด้วย เพียงแต่.....”
“แต่อะไรของเ้าอีกละ เ้านี่มากเื่จริงๆ ก็ผลสรุปออกมาแล้วไม่มีการทุจริต ก็น่าจะจบได้แล้ว” ลี่ถังระบายอารมณ์ออกมาเมื่อเห็นว่าหวังหย่งยังไม่ยอมหยุด
“ทูลรัชทายาท” หวังหย่งรีบกราบทูล “ในเมื่อการสอบสวนออกมาแล้วเช่นนี้หม่อมฉันเห็นว่า บัณฑิตทั้ง 5 คนนั้น ล้วนแล้วแต่เป็คนที่มีความรู้ความสามารถมีความตั้งใจที่จะทำงานรับใช้แคว้นเหอฉีของเรา แม้คำตอบของพวกเขาจะไม่ตรงกับคำถามแต่ก็ถือว่าเป็คำตอบที่ดี แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของพวกเขา เช่นนั้น พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ารับราชการรัชทายาทจะคิดเห็นว่าอย่างไร”
ความสับสนได้เกิดขึ้นในห้องประชุมอีกครั้งตอนนี้ไม่มีใครกล้าเสนอความคิดเห็นใดๆ ออกมา เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า 5คนดังกล่าวนั้นเป็ใครมาจากไหน หากแต่ถ้าพวกเขาสามารถหาข้อสอบมาได้ย่อมต้องมีเส้นสายเป็คนในเป็แน่ เช่นนั้นแล้วเป็โอกาสที่เจียวลู่ จะได้แสดงความคิดเห็นออกมา
“ทูลรัชทายาท หม่อมฉันเห็นว่าการสอบแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเตรียมการเนิ่นนาน และสิ้นเปลืองงบประมาณมิใช่น้อยหากมีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาแล้ว ย่อมส่งผลดีต่อแคว้นของเราเป็อย่างมากข้าเกรงว่า หากปล่อยให้พวกเขาเ่าั้ไปอยู่กับแคว้นอื่น มีแต่จะส่งผลเสียให้กับเราเช่นนั้น ข้าจึงเห็นว่า เหมาะสมแล้วตามข้อเสนอของราชบุตรเขย”
“ถ้าใต้เท้าเจียวลู่ เห็นเช่นนั้นพวกข้าก็ไม่ขัดข้อง” ราชครูเห็นดีเห็นงามกับเจียวลู
“งั้นก็เอาตามนั้นละกันปิดประชุม” คุณชายชิงอวิ้นออกจากที่ประชุมไปอย่างหัวเสีย
เหล่าขุนนางต่างทยอยออกจากห้องประชุมหลายคนไปยืนจับกลุ่มคุยกันตามปกติ ลี่ถังเห็นเจียวลู่กำลังเดินกลับบ้านจึงรีบเข้าไปหา
“ใต้เท้าเจียวลู่ทำไมท่านจึงเสนอแบบนั้น”
“ใต้เท้าลี่ถังที่ข้าเสนอแบบนั้นมันไม่ดีกับท่านงั้นรึ”
“ดีอย่างไรกันเล่า”
“ก็ทุกๆ ปีข้าก็เห็นว่า มีแต่คนของใต้เท้าทั้งนั้นที่สอบเข้ามาได้และทุกคนล้วนแต่ได้รับข้อสอบมาทั้งนั้นเช่นนี้ข้อเสนอของข้าก็เท่ากับช่วยคนของท่านไว้นะ”
“คนพวกนั้นจะเป็คนของข้าได้อย่างไร ใต้เท้าไม่รู้อะไรจริงๆรึ” ไม่ทันขาดคำ คนทั้งสองก็พบว่าหวังหย่งเดินมาหาพวกเขา หวังหย่งส่งยิ้มให้คนทั้งสองมาแต่ไกล เมื่อมาถึงหวังหย่งยกมือขึ้นคารวะคนทั้งสอง
“ข้าต้องขอบคุณใต้เท้าเจียวลู่ที่สนับสนุน” แล้วหวังหย่งก็เดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีความสุข