ตอนที่188 ทางสว่างจากจิตตรีศูลแห่งกาล
เขาค่อยๆยืดตัวขึ้นไปยืนหน้าประตูบ้านตนเองพร้อมกับบอกซูเวยด้วยความเต็มใจว่า“เดี๋ยวฉันเปิดประตูให้”
เมื่อจิตรกรแสงจันทร์ปรับตัวได้และรู้สึกมีเรี่ยวแรงมากขึ้นเขากดปุ่มสัญลักษณ์บนหน้าประตูบ้านที่เรียงกันอย่างไม่เป็นระเบียบหรือไม่มีรูปแบบเฉพาะเป็นเหมือนรหัสผ่านเข้าบ้านอันชาญฉลาด
ซูเวยเหลือบมองด้วยความสนใจเพราะเป็นรหัสที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีของกลุ่มเซฟวิเออร์พอเธอเดินตามหลังเขาเข้าไปในโดม ปรากฏว่ามีทางลับอยู่ใต้พรมปูพื้น เป็นบันไดลงสู่ห้องใต้ดินทว่ากลับไม่ใช่ห้องใต้ดินเพราะบันไดทอดตัวยาวสลับกับพื้นราบ
เส้นทางดังกล่าวนำเธอมาโผล่ที่ห้องขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมีหน้าต่างบานเล็กที่สามารถสังเกตการณ์ภายนอกได้โดยสะดวก
เป็นหน้าต่างที่ทำเลียนแบบรูปร่างของซอกหินตามสภาพภูมิประเทศของพื้นที่โดยรอบที่เป็นทะเลทรายทำให้ไม่มีใครสามารถค้นพบสถานที่แห่งนี้ได้เลย เธอเดินดูบริเวณรอบห้องพักแสนลึกลับของจิตรกรแสงจันทร์ด้วยความสนใจ
ส่วนจิตรกรแสงจันทร์ที่บาดแผลถูกยิงเกือบปิดสนิทดีแล้วเขากำลังค้นหาภาพบางภาพที่สำคัญยิ่งสำหรับตัวเขา เพราะเป็นภาพที่สืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษเขาพยายามถอดรหัสภาพนี้อยู่นาน ทว่าเขาสามารถถอดรหัสออกได้แค่สองรหัสเท่านั้นจึงเป็นที่มาของการวาดภาพเพื่อค้นหาผู้แข็งแกร่งที่ถอดรหัสได้ส่วนภาพต้นฉบับเขาเก็บซ่อนไว้ในกล่องสมบัติข้างตู้เก็บของในมุมหนึ่งของห้อง
“คุณกำลังหาภาพนั้นอยู่หรือคะ?”ซูเวยเดินไปดูพฤติกรรมของจิตรกรแสงจันทร์ด้วยความแปลกใจเนื่องจากเห็นเขาหาด้วยท่าทางช้าและละเอียด
พอซูเวยเหลือบมองเห็นสิ่งของที่วางระเกะระกะในกล่องสมบัติของเขาทำให้เธอเข้าใจพฤติกรรมของเขาในทันที นั่นเป็นเพราะว่าเขาวางสิ่งของทับกันมั่วไปหมดจึงเสียเวลาในการค้นหาเช่นนี้
“ใช่ๆ รอแป๊บฉันว่าฉันเก็บไว้ในนี้แหละ เอ!มันอยู่ตรงไหนกันละทีนี้?”จิตรกรแสงจันทร์หาไปพลางบ่นไป
ซูเวยปล่อยให้เขาหาอย่างสบายใจเธอกำลังติดต่อกับหัวอี้เฟิงและพูดถึงเรื่องการทำลายฐานปฏิบัติการลับของกลุ่มนักรบกลายพันธุ์ร่วมกับหงน้อยซึ่งเธอปล่อยหงน้อยให้มุ่งหน้าไปหาหัวอี้เฟิงในเมืองเวเนียเอง
ส่วนสถานการณ์ของหัวอี้เฟิงไม่มีปัญหาใดเพราะตอนนี้เขามาถึงกลางเมืองเวเนียเป็นคนแรกพร้อมกับเริ่มไล่ล่าเด็ดหัวเหล่านักรบกลายพันธุ์อย่างสนุกสนานซึ่งเมืองเวเนียกลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยกองเถ้ามีซากศพคนบางส่วนที่ถูกนักรบกลายพันธุ์สังหารไปก่อนหน้า
“อ๊ะ! นี่ไง ในที่สุดฉันก็หาเจอแล้ว”จิตรกรแสงจันทร์อุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นยินดีเขารีบชูถุงผ้าป่านใบเล็กซึ่งในนั้นมีม้วนกระดาษปาปิรุสแผ่นเล็กกว้างแค่หนึ่งคืบอยู่ภายในเขายื่นให้กับซูเวยอย่างคาดหวังว่าเธอจะสามารถถอดรหัสได้
ซูเวยปราดเข้าไปรับถุงผ้าป่านจากเขาเธอไปวางบนโต๊ะด้านหนึ่งของห้อง พลางแกะถุงผ้าแล้วหยิบกระดาษปาปิรุสเก่าแก่ออกมามันอยู่ในสภาพเก่าและพร้อมที่จะฉีกขาดได้ทุกขณะ ทำให้เธอต้องคลี่ออกอย่างเชื่องช้าและอ่อนโยน
ครั้นภาพต้นฉบับจากกระดาษปาปิรุสถูกเปิดออกจนหมดจิตรกรแสงจันทร์เดินเข้ามาใกล้พลางชะโงกหน้าดูพร้อมกับซูเวยเขาอยากจะรู้ว่าซูเวยมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
ซูเวยตาโตเป็นประกายอย่างยินดีเธอมองเห็นอักขระหลายตัวที่สามารถเชื่อมโยงกับข้อความที่ขาดหายไป ทำให้เธอรีบหยิบโทรศัพท์มาดูภาพที่เขาเคยส่งเข้าอีเมลให้เธอก่อนหน้านี้ซึ่งเธอพบว่ามันสามารถร้อยเรียงต่อกันเป็นประโยคได้อย่างสมบูรณ์
ที่ผ่านมาเธอไม่สามารถคลี่คลายปริศนาทั้งหลายที่พยายามถอดรหัสอยู่นานพอเห็นภาพต้นฉบับนี้แล้ว รวมกับภาพอื่นๆ ที่เคยเห็นและข้อความที่เกี่ยวเนื่องกันทำให้เธอยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
“นี่เป็นภาพที่มีคุณค่ามากที่สุดเลยค่ะ”ซูเวยบอกกับจิตรกรแสงจันทร์ด้วยความตื่นเต้นยินดี
ภาพโบราณตรงหน้าที่มีคุณค่าสำหรับเธอนั้นเป็นเหตุให้เธอนึกถึงที่อยู่ของเฮเลนได้ในทันที นั่นเป็นเพราะว่าอักขระในภาพตรงหน้ารวมเข้ากับอักขระที่เธอได้มาก่อนหน้านี้สามารถประกอบเข้าด้วยกันเป็นข้อความว่า
“ทายาทผู้ได้รับมอบหมายจากจิตรกรพิศวงทำหน้าที่เป็นผู้เก็บรักษาที่ซ่อนตรีศูลมีเพียงผู้ถอดรหัสหนึ่งเดียวที่อยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ในคืนเดือนมืดจะค้นพบทางสว่างจากจิตตรีศูลแห่งกาล”
สถานที่จากข้อความซึ่งซูเวยถอดรหัสออกมาได้นั้นชี้ชัดไปที่โบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งในประเทศพีเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ถูกสร้างไว้เมื่อนานมาแล้วภาพซากปรักหักพังที่เหลืออยู่ของสถานที่แห่งนั้น ทำให้ซูเวยเข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึงสถานที่ที่ใช้สำหรับสื่อสารระหว่างดวงดาวโดยเฉพาะการใช้พลังงานจากแสงจันทร์ ที่นั่นคือแหล่งที่อยู่ของเฮเลนอย่างแน่นอน
อนึ่งข้อความที่ซูเวยถอดรหัสได้สอดคล้องกับภาพของเฮเลนที่ซูเวยเคยเห็นมาก่อนจึงทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่าเฮเลนอยู่ที่ไหนซึ่งเธอมั่นใจว่าตนเองแข็งแกร่งมากพอในระดับหนึ่งแล้วและพร้อมที่จะตามหาตรีศูลในตอนนี้
“เป็นยังไงบ้างซูเวย?”จิตรกรแสงจันทร์ถามซูเวยด้วยความสงสัยใคร่รู้เขาอยากรู้ว่าเธอจะสามารถถอดรหัสได้มากน้อยเพียงใด
“คุณรู้จักเฮเลนใช่ไหมคะ?”ซูเวยไม่ตอบคำถามของจิตรกรแสงจันทร์ ทว่าเธอถามเขาแทนเพื่อยืนยันการถอดรหัสของตนเองเพราะหากเป็นจริงตามการคาดเดาของเธอ คืนพรุ่งนี้จะเป็นคืนเดือนมืดซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการค้นหาตรีศูลให้พบ
คำถามของซูเวยทำให้จิตรกรแสงจันทร์สะดุ้งพลางมีแววตาตื่นเต้นยินดีเขาละล่ำละลักถามซูเวยด้วยความตื่นเต้นว่า “อ๊ะ!
ซูเวยรู้จักกับเฮเลนด้วยหรือ?นั่นเป็นคนที่พวกเราพยายามตามหามานานแล้ว แต่ไม่เคยพบตัวเธอเลยคนที่เคยพบแสดงว่าต้องมีโชควาสนาร่วมกันถึงจะมีสิทธิ์พบตัวเธอได้”
จิตรกรแสงจันทร์ไม่คาดคิดว่าซูเวยจะเคยพบและรู้จักกับเฮเลนมาก่อนทำให้เขาตื่นเต้นสุดขีดเพราะเฮเลนเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางที่มีความสำคัญที่สุดในการเก็บซ่อนตรีศูลตัวเขาแค่เป็นคนเริ่มต้นรหัสเพื่อค้นหาผู้ที่สามารถถอดรหัสและตามไปพบแหล่งที่เก็บซ่อนตรีศูลได้เท่านั้นทว่าผู้ที่กุมความลับสำคัญอย่างแท้จริงมีแค่ทายาทผู้ได้รับมอบหมายจากจิตรกรพิศวงเท่านั้นนั่นก็คือ เฮเลน
ซูเวยยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีที่เธอสามารถถอดรหัสสำคัญได้ทำให้เธอตอบคำถามของจิตรกรแสงจันทร์ตามตรงว่า “ใช่ค่ะฉันเคยพบและกินอาหารที่เธอปรุงด้วย ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าจะไปตามหาเธอที่ไหน?”
จิตรกรแสงจันทร์ยิ้มอย่างพอใจเขาเดินไปมาเพื่อระงับความตื่นเต้นยินดีที่สามารถพบคนถอดรหัสได้เป็นเหมือนการปลดภาระอันหนักอึ้งออกจากบ่า ทำให้เขามีความอิ่มเอมใจเขาบอกกับซูเวยอย่างจริงจังว่า “เช่นนั้นซูเวยจงรีบไปตามหาตรีศูลเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันทางนี้ถึงแม้ฉันจะตาย ฉันก็ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองเสร็จสมบูรณ์แล้ว”
จิตรกรแสงจันทร์สบตาซูเวยพลางพูดด้วยความมั่นใจเขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตนเองว่าซูเวยคือคนที่แข็งแกร่งคนนั้นตามคำทำนายเป็นคนเพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถกำจัดเอสเปอร์ทศทักษ์หรืออีกนัยหนึ่งคือหัวหน้าองค์กรเคเอได้อย่างแน่นอน
ซูเวยลุกขึ้นยืนพลางหยิบยารักษาบาดแผลออกมาจากกระเป๋าล่องหนเพื่อมอบให้เขาใช้รักษาตัวให้หายขาดเธอถึงเวลาที่ต้องไปตามหาตรีศูลได้แล้วเพราะต้องกำจัดศัตรูที่แข็งแกร่งให้ได้ก่อนปล่อยให้เอสเปอร์ชั่วร้ายเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่านี้
“นี่คือยารักษาบาดแผลกินแค่วันละหนึ่งเม็ดก็พอนะคะ มีทั้งหมดสิบเม็ด กินหมดคงหายขาดพอดีหากมีโอกาสพวกเราค่อยพบกันใหม่ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือจากคุณในทุกเรื่อง”
ซูเวยยื่นยาให้กับชายชราตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจจากนั้นเธอยิ้มลาให้เขาก่อนหันหลังเดินจากไปทิ้งให้เขาจ้องมองแผ่นหลังของเธอด้วยความรู้สึกหลากหลาย
..........
หลังจากซูเวยเดินคล้อยหลังไปได้สักพักหนึ่งจิตรกรแสงจันทร์นั่งบนเก้าอี้พลางจ้องมองอักขระโบราณบนโต๊ะด้วยความพึงพอใจเขารู้สึกว่าจิตใจตนเองกระฉับกระเฉงขึ้น เหมือนกับถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่พลางหัวเราะและพูดพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุขว่า
“ฮาๆในที่สุดฉันก็สามารถค้นหาผู้ที่ถอดรหัสได้ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเด็กน้อยที่รู้จักเซฟวิเออร์และเฮเลน เธอคือผู้ที่พระเจ้าส่งมาช่วยเหลือและกำจัดเอสเปอร์ชั่วร้ายอย่างแท้จริงขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณบรรพบุรุษ ฉันนอนตายตาหลับแล้ว”
ความกระวนกระวายใจที่เคยมีพลันจางหายไปจากหัวใจของจิตรกรแสงจันทร์ในทันทีเขารับรู้แล้วว่าภารกิจของเขาเสร็จสมบูรณ์ เขาเดินไปกดปุ่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังภาพแขวนบนผนังเป็นภาพดวงดาวในห้วงจักรวาล หากซูเวยยังอยู่และสังเกตให้ดีเธอจะพบว่ามันคือที่อยู่ของดาวเอวา ดาวเคราะห์ของกลุ่มเซฟวิเออร์เป็นดาวดวงหนึ่งในสมาพันธ์ดวงดาวแห่งสันติภาพซึ่งเป็นพันธมิตรกับดาวเอเอสที่ซูเวยจากมา
มีช่องลับใต้พื้นเคลื่อนตัวออกโดยภายในช่องมีแคปซูลอวกาศที่จอดนิ่งสงบอยู่ด้านล่างเขาเดินลงไปนอนในแคปซูลอย่างสบายใจพร้อมกับกดปุ่มหนึ่งที่ใช้ควบคุมสั่งการพื้นที่เป้าหมายเป็นปุ่มระเบิดทำลายโดมเล็กและบ้านที่ถูกไฟไหม้ให้กลายเป็นซากปรักหักพังในทันที
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณทำให้ผู้คนที่อยู่ห่างจากบ้านของจิตรกรแสงจันทร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจผู้คนต่างพากันวิ่งมาดูที่เกิดเหตุและพบว่าไม่มีบ้านของจิตรกรแสงจันทร์หลงเหลืออยู่อีกต่อไปมีแค่ซากกองอิฐและชิ้นส่วนหักพังของบ้านเท่านั้น
ส่วนร่างของเขานอนหลับอยู่ในแคปซูลอย่างสงบโดยมีรอยยิ้มน้อยๆเหมือนกับภารกิจของเขาสิ้นสุดลงและเขาพร้อมเดินทางไปสู่ดินแดนอันห่างไกลซึ่งไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นดินแดนนั้นอยู่ณ แห่งหนใด
นับจากนี้ต่อไปไม่มีจิตรกรแสงจันทร์ปรากฏตัวอยู่ในประเทศอีหรือสถานที่ใดๆ ในโลกนี้อีกและชื่อของเขาเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนในกาลต่อมา
..........
หลังจากซูเวยออกมาจากห้องลับของจิตรกรแสงจันทร์เธอส่งข้อความผ่านจิตวิญญาณถึงหัวอี้เฟิงโดยตรงเนื่องด้วยเธอต้องการบินไปประเทศพีเพื่อตามหาเฮเลนและค้นหาตรีศูลให้พบก่อนพวกองค์กรชั่วร้ายเธอสังหรณ์ใจว่าเวลาในการค้นพบตรีศูลเหลืออีกไม่นานฉะนั้นจึงอยากทำภารกิจตรงนี้ที่สำคัญกว่าให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
“พี่ชายอี้เฟิงคะฉันฝากงานที่เมืองเวเนียด้วยนะคะ หากมีคนถามหาให้บอกว่าฉันกำลังตามล่าเอสเปอร์ชั่วร้ายขององค์กรเคเออยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะเสร็จงานแล้วจะรีบกลับไป” ซูเวยบอกหัวอี้เฟิงด้วยน้ำเสียงเร่งรีบขณะเหินตัวบินอยู่บนท้องฟ้า
“ได้ครับเวยเวยดูแลตัวเองด้วยนะครับ” หัวอี้เฟิงรับปากอย่างไม่กังวลเขากำลังสนุกกับการไล่ล่าเด็ดหัวพวกนักรบกลายพันธุ์ที่หลบซ่อนอยู่ในเมืองโดยมีตัวช่วยสำคัญที่กำลังทำงานอย่างเข้าขากันดีคือ หงน้อย
“ดีแล้วค่ะฝากดูแลหงน้อยแทนฉันไปพลางด้วย” ซูเวยตอบกลับหัวอี้เฟิงอย่างพึงพอใจ
จากนั้นเธอเค้นพลังปราณออกมามากขึ้นเพื่อให้บินไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วเป้าหมายพิกัดปลายทางของซูเวยอยู่ที่มาชูปิกชู แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศพีทว่าความจริงแล้วสถานที่แห่งนั้นคือแหล่งรับแสงจันทร์เพื่อการสื่อสารเป็นสถานที่ตามลักษณะที่เธอเคยรับรู้มาจากการศึกษาตำราโบราณของดาวเคราะห์ในจักรวาลต่างๆมาหลายปี
ครั้นซูเวยได้อ่านข้อความที่เธอสามารถถอดรหัสจากอักขระและภาพทั้งหลายได้เป็นข้อความที่ระบุถึงสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์บางส่วนเกี่ยวข้องกับเผ่าต่างโลกที่ซึ่งมีความลับปิดบังซ่อนเร้นอยู่มากมาย
ซูเวยบินมาถึงยอดภูเขาสูงที่อยู่ใกล้กับมาชูปิกชูในเวลาเกือบห้านาฬิกาเธอเหินตัวลงจอดพลางทอดสายตามองไกลไปดูในสถานที่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่เก่าแก่และมีกลิ่นอายพลังลึกลับบางอย่างแผ่ออกมาเธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ทว่าไม่เห็นแม้แต่เงาของเฮเลน
“แสดงว่าฉันต้องรอให้ถึงคืนนี้ก่อนใช่ไหม?” ซูเวยถามตัวเองด้วยความแปลกใจ
หากข้อความที่เธอถอดรหัสเป็นความจริงย่อมแสดงว่าเธอจะพบเฮเลนได้ในคืนนี้เท่านั้นเนื่องด้วยตอนนี้ใกล้รุ่งเช้าแล้วและไม่ใช่คืนเดือนมืดเต็มที่ยังมีแสงสว่างสาดส่องลงมาเล็กน้อยที่ทำให้มองเห็นมาชูปิกชูได้ถนัดตาเธอได้แต่หวังว่าเฮเลนจะปรากฏตัวออกมาให้เธอพบในคืนเดือนมืดตามเงื่อนไขที่เธอถอดรหัสลับได้
ขณะที่ซูเวยตัดใจและคิดว่าจะกลับมาที่นี่ใหม่ในคืนนี้เธอเหลือบมองเห็นเงาของบางสิ่งที่ทำให้เธอตาโตเป็นประกายอย่างยินดีเป็นเงาของแสงอาทิตย์แรกยามเช้าที่ทอแสงผ่านซุ้มประตูหินซึ่งตรงกลางซุ้มประตูมีช่องว่างขนาดเล็กเท่าตัวคนพอดี เงาแสงตกกระทบบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อนดูสวยงามเป็นภาพที่เกิดขึ้นแวบเดียวแล้วจางหายไปเหมือนกับว่าเงาแสงนั้นไม่เคยตกกระทบพื้นแต่อย่างใด
ทว่าในความสวยงามของพื้นหญ้านั้นซูเวยมองเห็นบางสิ่งที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน เป็นหลุมลึกที่ทอดตัวลงสู่ใต้ดินในลักษณะอุโมงค์ที่ถูกก่อสร้างไว้เป็นอย่างดีเป็นเส้นทางลงสู่ใต้ดินที่อยู่เบื้องล่างของซากมาชูปิกชู