เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอยู่หลายครั้ง แต่เช้าวันนี้ไม่มีมือน้อยๆ เอื้อมไปปิดเหมือนทุกวัน กานต์แก้วนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มอีกพักใหญ่ ความเหนื่อยล้าจากงานและการเรียนสะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากได้รับตำแหน่งใหม่ ชีวิตของเธอก็หมุนเร็วขึ้นทุกวัน กลางวันคือโต๊ะทางาน กลางคืนคือโต๊ะอ่านหนังสือส่วนวันหยุดกลายเป็วันนัดติว นัดทำรายงานและนัดพบเพื่อนใหม่โดยไม่รู้ตัว ชีวิตที่เคยมีเพียงความคิดถึงกำลังค่อยๆ เต็มไปด้วยเื่ราวอื่น
กานต์แก้วลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ระเบียงหลังห้องพร้อมแก้วกาแฟสีแดงใบโปรดทุ่งนากว้างสุดสายตาเปลี่ยนไปแล้ว จากสีเขียวอ่อนกลายเป็สีทอง และตอนนี้เหลือเพียงตอซังสีน้ำตาลเรียงรายอยู่ทั่วท้องทุ่งฤดูกาลเปลี่ยนเหมือนชีวิตของเธอที่กำลังเปลี่ยนไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกานต์แก้วรีบเดินกลับเข้าห้องก่อนกดรับสาย
"สวัสดีค่ะ" ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"พูดเพราะจังนะ" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้น
"ไม่คิดถึงพี่เลยหรือไงนักศึกษาใหม่" กานต์แก้วยิ้มทันที รอยยิ้มแบบเดิมที่ต้นไม้คุ้นเคย
"คิดถึงสิคะ แต่่นี้ยุ่งมากเลยงานก็เยอะการบ้านก็เยอะ"ปลายสายหัวเราะ
"เดี๋ยวอาทิตย์หน้ารินกับลูก ๆจะกลับอังกฤษแล้วนะ เราคงมีเวลาให้กันเหมือนเดิม ดีใจไหม"
คำถามนั้นลอยผ่านสายโทรศัพท์มาอย่างเบาๆ กานต์แก้วเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบ
"ค่ะ" สั้น สุภาพ และเรียบเกินกว่าที่ต้นไม้คุ้นเคย
ต้นไม้ขมวดคิ้วเล็กน้อยความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามา ในใจ เหมือนมีอะไรเปลี่ยนไป แต่เขายังหาคำตอบไม่ได้
"แล้วเป็ยังไงบ้าง เรียนสนุกไหมมีเพื่อนใหม่หรือยัง" เพียงเท่านั้น กานต์แก้วก็กลับมาเป็คนเดิม น้ำเสียงสดใสร่าเริง ช่างเล่า เหมือนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังค้นพบโลกใบใหม่
"มีค่ะ เพื่อนเยอะมากเลย พาไปกินร้านอร่อยๆ ด้วย พาไปเที่ยวหลายที่เลย"
ต้นไม้นั่งฟัง ยิ้มตามทุกประโยค เพราะเขาชอบเวลาที่เธอเล่าอะไรด้วยความตื่นเต้นมันทำให้โลกของเขาสดใสขึ้นเสมอ
"แล้วเสาร์ที่แล้ว เพื่อนพากานต์ไปผับด้วยนะ"ประโยค สั้น ๆ ทำให้รอยยิ้มของต้นไม้หยุดลงทันที
"ไปไหนนะ" น้ำเสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"ผับค่ะ ข้างในคนเยอะมาก แสงไฟวิบวับเต็มไปหมด คนเบียดกันเหมือนปลากระป๋องเลย" เธอหัวเราะกับภาพที่นึกขึ้นได้แต่ปลายสายกลับเงียบ
"แล้วทำไมไม่บอกพี่"
ต้นไม้ถามช้า ๆ
"หือ? ทำไมไม่บอกพี่"
กานต์แก้วชะงัก เธอไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแบบนี้มาก่อนไม่ใช่น้ำเสียงดุแต่เป็น้ำเสียงของคนที่กำลังกังวล
"ก็...ไม่อยากรบกวนพี่นี่คะ ่นี้พี่อยู่กับครอบครัว"
ต้นไม้ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ต่อไปถ้าจะไปไหน บอกพี่นะ พี่เป็ห่วง"
กานต์แก้วยิ้มออกมา แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น
"รับทราบค่ะ คุณลุง"
"กานต์!" เสียงดุแทรกมาทันทีแต่สุดท้ายก็กลายเป็เสียงหัวเราะ เหมือนทุกครั้ง
"หนูไปเรียนแล้วนะคะ เดี๋ยวสาย"
"ตั้งใจเรียนนะ"
"คร้า" ก่อนวางสาย ทั้งสองคนเงียบไปพร้อมกันเหมือนต่างฝ่ายต่างมีบางอย่างอยากพูด แต่เลือกเก็บไว้
ต้นไม้วางโทรศัพท์ลง แล้วมองมือตัวเอง มือที่เคยผ่านการฝึกผ่านการรบผ่านความหนาวเย็นและความเ็ปไม่เคยสั่นเลย แต่ตอนนี้กลับรู้สึกถึงบางอย่างในใจที่เหมือนสั่นอยู่เบาๆ โดยไม่มีเหตุผล
เขาถามตัวเองเงียบๆ ว่า "นี่คืออะไรกันแน่" แต่ไม่กล้าตอบตัวเองตรงๆเขานั่งนิ่งอยู่คนเดียวมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ เป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกไม่สบายใจไม่ใช่เพราะกานต์แก้วเปลี่ยนไป แต่เพราะเธอกำลังเติบโต กำลังมีโลกของตัวเอง มีเพื่อนของตัวเอง มีความฝันของตัวเองและมีความสุขได้ แม้ในวันที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น
ต้นไม้ยิ้มบาง ๆ ก่อนมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเพิ่งเข้าใจความจริงข้อหนึ่ง บางครั้งความคิดถึงก็เติบโตได้เหมือนกัน และเมื่อมันเติบโตมากพอมันอาจเปลี่ยนจากความสุขกลายเป็ความกลัวที่จะสูญเสียใครบางคนไปโดยไม่รู้ตัว