The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

LV 182 เหมือนจะจบ

เครดิตภาพจาก https://unsplash.com


“ อืม…เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ก็ชวนคิดอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ แต่ถ้าจะให้ตอบตามตรง ก็ขอบอกว่า….” มารร้ายทำท่าขบคิด ก่อนจะเริ่มแถลง


“ ข้าประทับใจในตัวเจ้าเพราะนอกจากจะมีไหวพริบปฏิภาณที่ดีเยี่ยม ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตใจของนักสู้อีกประการ….” 


“ อีกประการอะไร ” มาวินรีบติดตามผลงานท่าทางเกร็ง เพราะถึงถูกชมซึ่งหน้า แต่ก็ไม่วางใจนัก ด้วยคำเยินยอนั้นมาจากมารร้ายจอมเจ้าเล่ห์แน่นอนว่าอมนุษย์แสยะยิ้มอยู่อึดใจ ก่อนกล่าว 


“ อีกประการ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะไปได้ไกลแค่ไหนบางที อาจทำได้ดีกว่าข้าหรือท่านผู้นั้น ” 

     


      นี่เป็นคำตอบที่ทำให้มาวินงงที่สุดเขาไม่เข้าใจเลยว่ามารร้ายจะอยากรู้ไปทำไม แถมยังอ้างถึงท่านผู้นั้นอีก


“ ทำไมถึงพูดแต่เรื่องที่เรื่องที่ชวนให้ปวดหัวและไม่เข้าใจนี่ไม่ใช่เกมทายปัญหานะเฟ้ย ” 


“ ซักวันเจ้าจะรู้เองว่าข้าพูดถึงอะไร แต่ในยามนี้ บอกได้คำเดียวว่า….เรื่องราวของโลกนี้มีอะไรลึกซึ้งกว่าที่เห็นภายนอกนัก” มารร้ายอธิบายด้วยถ้อยวาจาที่ดูกำกวม อันทำให้สงสัยหนักกว่าเดิมทว่ามันไม่สนใจจะคลายปมนี้ พร้อมกล่าวขอตัว 


“ เอาล่ะ ในเมื่อหมดเรื่องข้าคงต้องขอลาไปงีบ เอ่อ….ว่าแต่ใช้ร่างกายนี้ให้ดีๆด้วยเพราะข้ายังหวังจะออกมาอีก เมื่อถึงเวลาอันสมควร ” 

      


      มาวินอยากแช่งว่า….ขอให้แกไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาแต่เด็กหนุ่มก็ยั้งปากไว้ เพราะเชื่อว่าการทำให้มารตนนี้ขัดเคืองน่าจะไม่ใช่เรื่องดี ทว่ามนุษย์เจ้าปัญหาอย่างเขากลับอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถาม 


“ แล้วเวลาไหนที่แกคิดว่าสมควร ” 


“ ก็เป็นเวลาที่เจ้าท้อถอยกับชีวิตยอมแพ้ต่อโชคชะตา ถึงตอนนั้น ข้าจะออกมายึดร่างนี้ เเล้วมุ่งสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน” มารร้ายแสยะยิ้มอีกครั้ง ดวงตาเปล่งประกายวาวโรจน์ ดุจดวงไฟในกองฟืน 

      


      ขนทั่วกายของมาวินลุกชูชันแม้เด็กหนุ่มจะมั่นใจว่าตนเองจะไม่จิตตกอีก แต่ก็แอบวิตกไม่ได้ 


“ อืม….ต่อไปนี้ เราจะพยายามเข้มแข็งไม่อ่อนแอเหมือนตอนที่แพ้ไอ้พี่ชายเจ้าสำอาง (หมายถึงโอคุยาสุ) แต่….เราจะทำได้มั้ยนะ ” 


“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ลองดูกันไปว่าเจ้าจะทำได้มั้ยแต่ขอบอกไว้ก่อนว่า….การครอบงำครั้งต่อไปจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เจ้าจะได้ครองร่างนี้ ” มารร้ายหัวเราะร่าแล้วร้องทักถึงสิ่งที่มาวินคิดในใจ ทำให้นายลิงสั่นเทาอย่างรุนแรงด้วยความหวาดกลัวแต่อมนุษย์ไม่แยแส พร้อมปล่อยคำถามชุดสดท้าย 


“ ว่าแต่ก่อนที่จากลาพวกเราได้แนะนำตัวกันรึยัง ” 


“ เอ๊ะ! สำคัญด้วยเหรอนายน่าจะรู้จักชื่อของชั้นดีอยู่แล้ว เพราะเป็นวิญญาณกาฝากมาตั้งแต่ชั้นเกิด ”สีหน้าของมาวินดูเอ๋อเหรอ อมนุษย์เลยไขข้อสงสัย 


“ สำคัญสิ เพราะถ้าไม่แนะนำตัวเจ้าก็คงเรียกข้าว่า….แกอยู่ร่ำไป ดังนั้น จงรับฟังให้ดีๆข้ามีนามว่า……บากินุส แห่งเผ่ามารไร้เขา ” 


“ บากินุส….” มาวินทวนคำด้วยท่าทางที่ดูเลื่อนลอยแต่เขาก็คงจะลืมชื่อนี้ในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าอยู่ดี ทว่ามารร้ายไม่สนใจมันยิ้มมุมปากเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนร่างสูงโปร่งของบากินุสจะเริ่มสลาย กลายเป็นฝุ่นและสิ่งที่ตามมาก็คือ…สติของเด็กหนุ่มที่ดับวูบไป 


………………….. 


“ มาวิน มาวิน มาวิน…..” เด็กหนุ่มได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นหูมันเป็นกระแสที่สดใส แต่ก็แฝงแววห่วงใยอย่างชัดเจน เขาจึงพยายามลืมตาขึ้นมอง 


“ คะ….ใครกัน ” มาวินเพียรอยู่นานจึงทำสำเร็จ ดวงตาเรียวเล็กค่อยๆเปิดออกทำให้เห็นเงาเลือนรางของใครคนหนึ่งที่มีเรือนร่างบางดุจสตรี 


“ มะ…เหมือนผู้หญิงเลย ”มาวินพึมพำเบาๆ ซึ่งสิ่งที่เขาคิด ก็ไม่ผิดจากความจริงคนที่กำลังโอบอุ้มเด็กหนุ่มคือมนุษย์เพศตรงข้าม ซึ่งก็คงไม่พ้น…..อากิเนะ 


“ นายลิงตื่นสิ รู้สึกตัวได้แล้ว ”เด็กสาวหน้าใสร้องเรียกสลับเขย่ากายถี่รัว หวังให้มาวินฟื้นขึ้นมาโดยไว และไม่นานฝันของเธอก็เป็นจริง เมื่อนายลิงตัวดีเริ่มขยับกาย 


“ อู้ย….ที่นี่คือที่ไหน และเธอคือ…” นี่คือคำแรกที่มาวินพูดดูเหมือนเขาจะยังสับสน เลยจำอากิเนะไม่ได้ 


“ เอ๊ะ! นายลิงฟื้นแล้ว ดีจริงๆที่กลับมาว่าแต่เธอเอาชนะมารตนนั้นได้แล้ว ใช่มั้ย ” อากิเนะรีบตั้งคำถามหวังให้เด็กหนุ่มตอบโดยไว แต่เทพศาสตราที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ไม่ห่างได้ห้ามล้อเอาไว้ก่อน 


“ หลานอย่าเพิ่งถามอะไรเลยเพราะเจ้าหนูนั่นยังสับสนอยู่ ต้องให้เวลาตั้งตัวหน่อย ” 

      


      ใจจริงของอากิเนะคืออยากตบมาวินให้หน้าหันเพื่อเรียกสติ แต่ด้วยนิสัยเรียบร้อยเป็นทุนเดิมประกอบกับเกรงใจท่านปู่ที่อยู่ไม่ห่าง จึงสงบอารมณ์ แล้วรอให้เด็กหนุ่มฟื้นตัวไม่นาน เขาก็เริ่มจำได้ 


“ จำได้แล้ว เธอคือยัยกระต่ายน้อยส่วนตาเฒ่านั่นคือลุงแกนดัล์ฟ และที่นี่คือดินแดนลี้ลับ ” 

      


      เพียงคำแรกที่ออกจากปากก็แทบทำให้อากิเนะฉุนขาด เพราะดันเรียกท่านปู่ที่รักว่า…ตาเฒ่าแถมยังไม่ยอมเรียกชื่อจริงของเธออีก 


“ ตานี่ มันไร้มารยาทสุดๆ ไม่รู้ว่ารอดมาถึงตรงนี้ได้ยังไงน่าจะโดนผู้คนรุมกระทืบตาย โทษฐานปากสุนัขเกินไป ” 

       


      ทว่าเด็กสาวก็สะกดกลั้นวาจาร้ายไว้ในใจแล้วถามไถ่ถึงอาการ เพราะรู้ดีว่าเด็กหนุ่มเจอมาหนัก 


“ เธอเป็นยังไงบ้าง ”  


“ อืม….นอกจากแผลเล็กน้อยที่หน้าท้องก็ไม่ค่อยมีร่องรอยของอาการบาดเจ็บ แต่กลับปวดร้าวไปทั่วร่างคล้ายถูกค้อนปอนด์ทุบจนน่วม แถมยังไร้เรี่ยวแรง ชนิดที่แม้แต่ขยับตัวยังยากลำบาก ”มาวินตอบตามจริง พร้อมยกแขนขึ้นลง แต่ก็พบว่าทำได้ยากกว่าที่คิด 

        


       สองปู่หลานเข้าใจดี ถึงดูจากภายนอกมาวินจะบาดเจ็บน้อยกว่าคนอื่น แต่ข้างในน่าจะสาหัสเลยทีเดียว เพราะเด็กหนุ่มผ่านการใช้ร่างกายมาอย่างหนักหน่วงชนิดที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์(ช่วงที่บากินุสเข้าสิง) เทพศาสตราจึงแอบประเมินเหตุการณ์อยู่ในใจ 


“ท่าทางเจ้าหนูนี่คงจะใช้เวลาพักฟื้นอีกเป็นเดือน ” 

      


      ช่วงเวลาต่อมาค่อนข้างเงียบเพราะทุกคนล้วนมีเรื่องราวติดค้างอยู่ในใจ จึงได้แต่ไตร่ตรองหาเหตุผล อากิเนะเลยรีบออกปากเพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น 


“ ถึงจะเจอเรื่องย่ำแย่แต่ก็ผ่านมันมาได้ โดยที่ไม่เสียใคร พวกเราควรจะดีใจสิ ” 


“ น่านสินะ เหอ เหอ เหอ ”มาวินหัวเราะไม่เต็มเสียง เพราะเขาเห็นทุกช่วงเหตุการณ์ที่มารร้ายยึดครองร่างและถึงไม่ประจักษ์ต่อสิ่งใด เขาก็ควรจะเดาได้ว่าแดนลี้ลับแห่งนี้น่าจะประสบเคราะห์กรรมมาหมาดๆสังเกตได้จากสภาพแวดล้อมที่พังทลาย ประดุจเพิ่งผ่านสงครามล้างเผ่าพันธุ์ กระนั้นเทพศาสตราก็แทรกขึ้นมา เพื่อกล่าวตัดบท 


“ เอาล่ะ อย่าเพิ่งเจรจาให้มากความสิ่งแรกที่ควรกระทำก็คือ…..พาคนเจ็บไปรักษา เอ๊ะ! นั่นไง ทยอยมากันแล้ว ” เทพศาสตราพูดถึงตอนท้ายก็เหลือบไปเห็นกลุ่มหนุ่มๆในชุดฝึก ซึ่งพวกนั้นก็คือเหล่าศิษย์ในสำนัก 

       


      ถึงอากิเนะจะมีคำถามมากมายทั้งเรื่องราวของมาวินและกำเนิดของตนเอง แต่เธอก็จำต้องปล่อยวางเพราะสิ่งที่เทพศาสตราพูดมา คือเรื่องสำคัญที่ต้องทำลำดับแรก 


“ งั้นก็พักเรื่องราวที่ชวนสงสัยไว้ก่อนรอให้ฟื้นตัว แล้วค่อยว่ากัน ” 


………………… 

        

      หลังจากวันนั้น ดินแดนลี้ลับก็เริ่มฟื้นตัวผู้คนที่บาดเจ็บ ได้รับการรักษา สิ่งก่อสร้างและสถานที่ที่เสียหาย ก็ถูกซ่อมแซมโดยชาวประชาที่ยังแข็งแรง 

      


       เหล่าศิษย์น้อยใหญ่ที่ถูกบากินุสเตะต่อยไปคนละดอกสองดอกใช้เวลาฟื้นตัวเพียงสัปดาห์เดียว รองลงมาก็โอคุยาสุ เทพศาสตราแต่ก็กินเวลาเกือบสามอาทิตย์ทว่าเรื่องที่เซอร์ไพรส์สุดคืออาการของอากิเนะและมาวิน 

      


       สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะทั้งสองสามารถฟื้นตัวภายในสามวัน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากอาการบาดเจ็บที่เพิ่งประสบ ก็ไม่น่าเป็นไปได้เลย


……………….. 


“ เฮ้อ…..ดูเมฆขาวล่องลอยแล้วมันง่วงนอนเหลือเกิน ” มาวินนอนเล่นบนระเบียงทางเดินดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าสีครามยามเช้า ทั่วกายสวมยูกาตะสีขาว เขาไม่รู้สึกว่าชุดนี้รุ่มร่ามอีกต่อไปเพราะเริ่มคุ้นเคยกับมัน 


“ นายลิง ”เสียงเรียกที่สดใสดังขึ้นมาอีกครั้ง แม้มาวินไม่หันไปมองก็รู้ดีว่าเจ้าของเสียงคือใคร ด้วยอากิเนะคือผู้เดียวที่เข้ามาพูดคุย ส่วนคนอื่นไม่มีใครกล้ามาหาสาเหตุเกิดจากภาพจำที่น่ากลัวในยามที่เด็กหนุ่มถูกบากินุสเข้าสิง 


“ นายลิงตื่นรึยัง ” เสียงของเด็กสาวเข้ามาใกล้มากขึ้นจวบจนหยุดอยู่ข้างกาย มาวินก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วหันมาร้องทัก สีหน้าดูยุ่งๆ 


“ ตื่นตั้งนานแล้ว จะตะโกนไปทำไมหนวกหูชะมัด ว่าแต่ชื่อของชั้นก็มี ทำไมไม่รู้จักเรียกให้มันถูก ยัยกระต่ายน้อย ” 


“ ก็ทีเธอยังไม่เรียกชื่อของชั้นเลยมันก็ยุติธรรมดีแล้วนี่ ” อากิเนะโต้กลับ ดูเธอจะพูดจาฉะฉานขึ้นอาจเป็นเพราะเจ้าหล่อนรู้สึกเป็นตัวของตัวเองในยามที่อยู่ใกล้กับมาวิน 


“ ฮะ ฮะ ฮะ น่านสินะ งั้นก็เจ๊ากัน ”มาวินหัวเราะเบาๆ ท่าทางดูปลงๆ แต่คิ้วเรียวของอากิเนะกลับผูกโบพร้อมเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย 


“ เอ่อ…คำว่าเจ๊าแปลว่าอะไร ” 

      


      มาวินอยากตบกระบาลตัวเองซักสิบทีโทษฐานที่ปากไม่ดี เผลอปล่อยศัพท์สแลงที่ใช้ในโลกมนุษย์ ออกมา ทำให้ผู้คนใน The Dark World สับสนมาหลายครั้งจึงได้แต่ตอบแก้เกี้ยวว่า....... 


“เอ่อ…..มันเป็นภาษาท้องถิ่นของชั้นน่ะ แปลว่า….ยุติธรรม หรือไม่ก็เสมอกัน ” 


“ ฮะ ฮะ ฮะ เจ๊า ยุติธรรม เสมอกัน ”อากิเนะทวนคำ พร้อมหัวเราะเบาๆ เธอชอบใจในศัพท์ใหม่ 


“ เอ่อ…ว่าแต่ที่เธอมาคราวนี้มีเรื่องอะไรจะมาบอกมั้ย ยัยกระต่ายน้อย ” พอมาวินปรับอารมณ์ได้เขาก็เริ่มเข้าเรื่อง 


“ อ้อ…ใช่แล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้ชั้นมีเรื่องสำคัญจะมาบอกเธอ ” อากิเนะเริ่มนึกออก ท่าทางโก๊ะนิดๆของเด็กสาวแสนสวยช่างดูน่ารัก 


“ อะไร มีของกินอร่อยๆมาให้หรือเอเลี่ยนบุกโลก ” มาวินตอบกลับกวนๆ เขายังไม่ลด ละ เลิกความเป็นลิง 


“ จะบ้าเหรอ ไม่ใช่แบบนั้น สภาแห่งแดนลี้ลับเรียกเธอเข้าร่วมประชุมต่างหาก” แม้อากิเนะจะยังติดใจในคำว่าเอเลี่ยน แต่เธอก็รีบร้องค้านเพราะนี่คือเรื่องสำคัญ ส่วนมาวิน เขาได้แต่ทวนคำ ท่าทางงุนงง 


“ หา….เธอว่าไงนะสภาแห่งแดนลี้ลับเหรอ ”



สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter