บทที่ 24 ได้รับดอกฉงิ
ไม่นานนัก หญิงงามในชุดสีม่วงผู้หนึ่งก็เดินนวยนาดเข้ามา เมื่อนางเห็นฉินเทียน ดวงตางามก็ฉายแววตกตะลึง เพราะรูปลักษณ์ของฉินเทียนโดดเด่นอย่างยิ่ง
และเมื่อนางเห็นอันเมี่ยวหลิง ดวงตาก็เป็ประกายขึ้นมาเช่นกัน อย่างน้อยนางก็ไม่เคยเห็นผู้ใดที่งดงามไปกว่าสตรีตรงหน้านี้เลย
"สวัสดีเ้าค่ะ ข้าคือซือถูจิ้ง ผู้ดูแลร้านแห่งนี้ ร้านของพวกเรามีสาขาทั่วจิ่วโจว ดังนั้นท่านสามารถเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ"
ฉินเทียนพยักหน้า นึกไม่ถึงว่าที่นี่จะเป็ห้างการค้าข้ามแคว้น "เอาชุดสตรีที่ดีที่สุดของพวกเ้ามาให้ข้าดูเถิด!"
"เ้าค่ะ โปรดตามข้ามาที่ชั้นห้า" หลังจากกล่าวจบ ซือถูจิ้งก็นำพวกเขามายังห้องโถงใหญ่บนชั้นห้า
ที่หน้าประตูห้องยังมีผู้คุมเฝ้าอยู่ ซือถูจิ้งทักทายผู้คุม จากนั้นผู้คุมจึงเปิดประตูให้
ทั้งสามเดินเข้าไปด้านใน ฉินเทียนกวาดสายตามองดู ภายในไม่เพียงแต่มีเสื้อผ้า แต่ยังมีอาวุธ ของวิเศษ และโอสถ ทว่าสิ่งของเ่าั้ล้วนถูกปกป้องด้วยค่ายกล
ซือถูจิ้งเปิดค่ายกลชุดหนึ่งออก แล้วชุดกระโปรงที่หรูหราและงดงามสามชุดก็ปรากฏแก่สายตา "สามชุดนี้คือสมบัติล้ำค่าประจำร้านของพวกเรา ได้แก่ กระโปรงจันทร์จีบ ชุดกระโปรงหลิวหลีดาราจันทรา และชุดขนนกเฟิ่งหลวนเ้าค่ะ"
ฉินเทียนถูกใจชุดขนนกเฟิ่งหลวนั้แ่แรกเห็น ซือถูจิ้งที่อยู่ด้านข้างจึงแนะนำว่า "นี่คืออาภรณ์เวทระดับ์ขั้นกลาง ที่ผลิตจากขนของนกเฟิ่งหลวนและเส้นใยจักจั่นน้ำแข็งห้าพันปี
จากนั้นนางก็แนะนำสรรพคุณอีกมากมาย ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ ฉินเทียนก็เอ่ยขึ้นทันทีเพราะเขารู้สึกว่าชุดนี้ช่างเหมาะกับอันเมี่ยวหลิงยิ่งนัก "ข้าเอาชุดนี้"
ด้านอันเมี่ยวหลิง เมื่อเห็นชุดนี้แล้ว สายตาก็ไม่ละไปที่อื่นอีกเลย
ใบหน้าของซือถูจิ้งปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ นางรู้ว่าตนเองได้พบกับมหาเศรษฐีเข้าให้แล้ว "อาภรณ์เวทระดับนี้ ร้านของพวกเราจะใช้การแลกเปลี่ยนสิ่งของเ้าค่ะ หากท่านใช้เป็อาวุธหรือของวิเศษ ต้องดูที่คุณภาพเป็หลัก
หากเป็โอสถ จำเป็ต้องใช้โอสถระดับเดียวกันสามเม็ดจึงจะแลกได้" เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางก็มองไปที่ฉินเทียน เพราะโอสถระดับ์ นางสงสัยยิ่งนักว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะสามารถนำออกมาได้หรือไม่
"ไม่มีปัญหา ชุดกระโปรงหลิวหลีดาราจันทราชุดนั้นข้าก็เอาด้วย"
สุดท้ายฉินเทียนจ่ายโอสถระดับ์ขั้นกลางหกเม็ด และโอสถระดับปฐีอีกจำนวนหนึ่งแล้วจึงจากไป
หลังออกจากร้าน ฉินเทียนส่งชุดซับในและชุดขนนกเฟิ่งหลวนให้อันเมี่ยวหลิงพร้อมกล่าวว่า "กลับบ้านแล้วใส่ให้ข้าดูด้วย"
"ไม่เอา!" อันเมี่ยวหลิงกล่าวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
ระหว่างทาง ฉินเทียนได้ส่งกระแสจิตบอกิอีเหลียนแล้ว ดังนั้นเมื่อถึงประตูเมืองหลวง ิอีเหลียนจึงมารอรับพอดี
วันนี้นางสวมชุดกระโปรงองค์หญิงในวังที่หรูหรา ดูมีสง่าราศีอย่างยิ่ง เมื่อเห็นฉินเทียน ิอีเหลียนก็ยิ้มอย่างอ่อนหวาน "ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์สู่เมืองหลวง
เื่ดอกฉงิข้าได้เรียนเสด็จพ่อแล้ว แต่เสด็จพ่อ้าพบท่านก่อนเ้าค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถิด!" ฉินเทียนตอบ
เดินเข้าไปในวังได้ไม่นาน ก็พบกับชายผู้หนึ่งสวมชุดคลุมลายัขวางหน้าอยู่ ชายผู้นั้นกล่าวด้วยท่าทางจองหอง "พวกเ้ากำลังจะไปพบเสด็จพ่ออย่างนั้นหรือ?"
ฉินเทียนรู้สึกไม่สบอารมณ์ "นี่ใครกัน หน้าตาดูน่าโดนตีเสียจริง!"
สีหน้าของิอีเหลียนเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย "นี่คือน้องชายของข้า หรือก็คือองค์ชายรองแห่งแคว้นฉงิเ้าค่ะ
เขาเป็บุตรของพระสนมเซียวผู้เป็ที่โปรดปราน อีกทั้งท่านลุงของเขายังเป็แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉงิด้วย
ดังนั้นจึงได้รับความรักใคร่เอ็นดู จนติดนิสัยโอหังและเอาแต่ใจเช่นนี้ วัน ๆ เอาแต่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ข่มเหงราษฎร และมักจะคอยกลั่นแกล้งข้าอยู่เสมอ"
ท่าทางของิอีเหลียนเหมือนเด็กที่กำลังฟ้องผู้ปกครองไม่มีผิด
"ที่แท้ก็คือคนผู้นี้ที่แย่งชิงบัลลังก์กับเ้านี่เอง
เ้า... รอเดี๋ยว" พูดจบ ฉินเทียนก็ก้าวฉับ ๆ ไปหยุดตรงหน้าองค์ชายรอง และจ้องมองเขาด้วยสายตาเ็า
องค์ชายรองสีหน้าไม่เปลี่ยน เขากล่าวอย่างหยิ่งยโสว่า "เ้าเป็ใคร ถึงกล้าเสียมารยาทเช่นนี้?"
"ข้าว่าเ้าต่างหากที่เสียมารยาท" พูดจบ ฉินเทียนก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ทันที
เพียะ!
องค์ชายรองถูกตบจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เมื่อเขาตั้งสติได้ ก็ะเิอารมณ์ออกมา "เ้าเป็ใครกัน ถึงกล้าตบข้า!"
ฉินเทียนก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง แล้วฟาดฝ่ามือลงไปอีกฉาด
เพียะ!
"ข้าจะตบเ้าแล้วจะทำไม?"
ิอีเหลียนตกตะลึงกับภาพตรงหน้า นึกไม่ถึงว่าฉินเทียนจะลงมือตรง ๆ เช่นนี้
คราวนี้องค์ชายรองเริ่มมึนงง เขารู้สึกได้ว่าในตัวฉินเทียนมีกลิ่นอายที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว เขาเอามือกุมแก้มที่บวมเป่งแล้วกล่าวอย่างน้อยใจว่า "เ้าเป็ใครกันแน่ ทำไมต้องตบข้าด้วย"
ฉินเทียนสะบัดแขนยืดเส้นยืดสายแล้วตบต่อ ตบติดต่อกันเจ็ดแปดครั้งจึงยอมหยุด
ในตอนนี้องค์ชายรองมึนงงไปหมดแล้ว ถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า "เ้า... เ้าเป็ใครกันแน่?"
ฉินเทียนยิ้มแล้วตอบว่า "ข้าคือปู่ของเ้า"
ปู่? องค์ชายรองตกอยู่ในภวังค์ความคิด
"ท่านปู่สามกับท่านปู่รองข้าก็เคยเจอ หรือจะเป็ท่านปู่ใหญ่ที่เก็บตัวฝึกตนอยู่ตลอด?
ท่าน... ท่านคือท่านปู่ใหญ่ของข้าหรือ?"
ฉินเทียนฟาดฝ่ามือลงไปอีกครั้ง "ไสหัวไปซะ ข้าไม่มีหลานโง่เขลาอย่างเ้า"
คราวนี้องค์ชายรองหวาดกลัวสุดขีด รีบกล่าวว่า "หลาน... หลานขอตัวลา"
พูดจบก็วิ่งหนีไปทันที
ฉินเทียนหันกลับมากล่าวว่า "น้องชายของเ้านี่ดูจะโง่อยู่หน่อยนะ"
ิอีเหลียนพยักหน้าเล็กน้อย "บางครั้งก็เป็เช่นนั้นเ้าค่ะ เขาถูกตามใจมาั้แ่เด็ก ไม่เคยลำบากหรือเสียเปรียบใคร ดังนั้นวิธีคิดของเขาจึงแตกต่างจากคนทั่วไป"
ฉินเทียนส่ายหัวไม่เข้าใจ "คนแบบนี้มีคุณสมบัติจะสืบทอดบัลลังก์ด้วยหรือ?"
ิอีเหลียนเองก็รู้สึกจนใจเช่นกัน
หลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินทางต่อไปยังท้องพระโรงของพระราชวัง ชายผู้หนึ่งในชุดฉลองพระองค์ัลุกขึ้นยืน และมองมายังกลุ่มของฉินเทียน ิอีเหลียนจึงรีบแนะนำฉินเทียนและอันเมี่ยวหลิงให้รู้จัก
ฮ่องเต้ได้ฟังดังนั้นก็รีบยิ้มกล่าวว่า "ยินดีต้อนรับทั้งสองท่านสู่เมืองหลวง"
จากนั้นจึงเชิญทั้งสองให้นั่งลงอย่างสุภาพ
ฉินเทียนไม่รู้สถานการณ์ภายใน แต่ตอนนี้อันเมี่ยวหลิงคือผู้ที่เก่งกาจที่สุดในบรรดาผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับปราชญ์ อีกทั้งสำนักคุนหลุนยังมีผู้มีระดับปราชญ์ถึงสองท่าน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีกายทิพย์ที่สามารถสังหารอสูรศักดิ์สิทธิ์ัทองได้
หลังจากฉินเทียนและคนอื่น ๆ นั่งลง ฮ่องเต้ก็ทำสีหน้าลำบากใจแล้วกล่าวว่า "ข้ารู้จุดประสงค์การมาของพวกท่านแล้ว เพียงแต่ดอกฉงิเป็ดอกไม้ประจำแผ่นดิน ตามกฎแล้วมีเพียงจักรพรรดิองค์ใหม่เท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้"
ฉินเทียนฟังออกว่าฮ่องเต้กำลังพยายามต่อรองเพื่อผลประโยชน์ เขาจึงนำเคล็ดมหาแสงสว่างไร้ประมาณออกมาแล้วโยนให้ฮ่องเต้ "ใช้สิ่งนี้แลก"
เนื้อหาของคัมภีร์เล่มนี้ฝึกได้ถึงเพียงระดับปราชญ์ขั้นสามเท่านั้น เขาได้ตัดวิชาฝึกตนในส่วนของระดับจักรพรรดิออกไป
นี่ก็เพื่อรักษาความได้เปรียบของิอีเหลียนไว้ แม้จะถึงเพียงระดับปราชญ์ขั้นสาม แต่เมื่อฮ่องเต้เห็นแล้ว ความตกตะลึงของเขาก็ไม่น้อยไปกว่าิอีเหลียนในตอนนั้นเลย
ตอนนี้เขาอยู่ในระดับกึ่งปราชญ์ขั้นสอง เดิมทีไม่มีหวังที่จะทะลวงระดับได้อีกแล้ว แต่เมื่อมีวิชานี้ เขาก็เห็นความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
"ถ้าไม่แลกก็คืนข้ามา" ฉินเทียนเร่ง
ฮ่องเต้รีบกุมเคล็ดมหาแสงสว่างไร้ประมาณไว้แน่นพร้อมยิ้มประจบ "แลก ข้ายอมแลก"
เพราะเกรงว่าฉินเทียนจะเปลี่ยนใจ ฮ่องเต้จึงรีบนำฉินเทียนไปรับดอกฉงิทันที
ดอกฉงิอยู่ในเขตหวงห้ามของพระราชวัง เป็ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยพลังแห่งชีวิตที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
ฉินเทียนนำกล่องหยกออกมา ใส่ดอกไม้ลงไป แล้วกล่าวว่า "ลูกชายของท่านข้าเคยเจอแล้ว ข้ารู้สึกว่าสมองเขามีปัญหา ดังนั้นข้าไม่แนะนำให้ท่านมอบบัลลังก์ให้เขา
ข้าหวังว่าท่านจะมอบบัลลังก์ให้ลูกศิษย์ของข้า ิอีเหลียน ซึ่งนี่เป็ความประสงค์ของคุนหลุนด้วย"
อันเมี่ยวหลิงที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าเห็นพ้องอีกคน