"อะแฮ่ม!!"ในขณะที่เฟยเทียนกับเป่ยอิงอิงกำลังอยู่ในห้วงแห่งความโหยหาอยู่นั้น เสียงกระแอมของเป่ยเฉินที่ลอยกลับมาถึงพลันดังขึ้นทำให้สติของพวกเขากลับมาอีกครั้ง เป่ยอิงอิงถึงกับถลึงตามองท่านพอของนางด้วยความไม่พอใจ ตอนนี้เป็นจังหวะเข้าได้เข้าเข็มกับนางและสามีที่ท่านพ่อตัวดีกลับห้ามเอาไว้ และมันทำให้นางรู้สึกขาดช่วงเป็นอย่างมาก
"ก็เข้าใจนะว่ารักกัน คิดถึงกัน แต่เจ้าไม่เห้นหรือเด็กดูอยู่ทั้งนั้น หากพวกนางทำตามจะว่าอย่างไร"เป่ยเฉินว่ากล่าวพร้อมลูบผมปิงลี่อินและเฟิงหยุนเยว่อย่างเอ็นดู เป่ยอวิ้นเอ่อที่เห้นอดไม่ได้ที่จะเอามือปิดปากและกลั่นขำ ทำเป็นมาดเข้มที่แท้ก็รับไม่ได้ที่ลูกสาวกอดกับผู้ชายต่อหน้าก็เท่านั้น
ในเวลานี้เฟยเทียนทำตัวไม่ถูกในทันใด เขาได้ภรรยากลับคืนมาแล้วหรือแล้วต้องทำอย่างไรต่อไปละ ตอนนี้ในใจมีแต่ความสับสนเต็มหมด
"ท่านพ่อ ยังไม่รีบคาราวะอีก"เมื่อเห็นว่าพ่อของตนเองได้แต่งุนงงเฟยหรงจึงว่ากล่าวเรียกสติในทันที เฟยเทียนที่ได้ยินรีบผสานมือคาราวะโดยพลัน "เฟยเทียนคาราวะท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย"
เป่ยอวิ้นเอ่อที่เห็นท่าทีของลูกเขยคนนี้ก็ยิ้มและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ในสถานการณ์นี้เป็นใครก็ต้องงุนงงเป็นธรรมดา ส่วนเป่ยเฉินน่ะหรือเขาเองพยักหน้าเล้กน้อยเช่นกันแต่ใบหน้าก็ยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิม
"หุหุ สามีท่านลืมอะไรไปหรือเปล่า"เป่ยอิงอิงหันไปมองที่เฟยหงที่ตอนนี้มีหญิงสาวผมสีเขียวมรกตกำลังอิงแอบอยู่ด้านหลังเนื่องจากว่านางกลัวว่าลูกชายจะไม่ยอมรับในตัวนางนั่นเอง
เฟยเทียนเมื่อเห็นดังนั้นเขาเข้าใจในทันที ชายหนุ่มผละออกจากคนรักเดินตรงไปที่ท่านพ่อของเขาเลยไปยังด้านหลังที่หยุนอู่หลิงกำลังก้มหน้าก้มตาไม่กล้าที่จะหันมอง
"ท่านแม่"ถ้อยคำที่นุ่มนวลถูกเอ๋ยมาจากเฟยเทียนผู้เป็นลูกชาย หยุนอุ่หลิงสั่นสะท้านไปถึงหัวใจค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองลูกชายด้วยแววตาสั่นเคลือและมีน้ำตาไหลรินเล็กน้อย
"ละ ลูกยอมรับในตัวแม่แล้วหรือ"นางกล่าวอย่างตะกุกตะกัก ในใจเต็มไปด้วยความคาดหวังในคำตอบของลูกชาย
"ข้าเคยบอกเอาไว้ตราบใดที่ท่านพ่อไม่โกรธท่านข้าก็จะไม่โกรธ หรงหรงน้อยพูดถูกความผิดพลาดนี้ไม่ใช่ของท่าน ท่านไม่รู้เห็นอะไรด้วย และข้าเองก็ไม่ควรจะเอาความผิดของผู้อื่นยัดเยียดให้ท่าน ทะ ท่านแม่ได้โปรดอภัยที่ลุกล่วงเกินท่านวันนั้น ลูกขอโทษ"
"ฟุ๊บ!"
เฟยเทียนคุกเข่าลงในทันที วินาทีนั้นหยุนอู่หลิงเองก็พลันน้ำตาแตกนั่งลงกอดลูกชายเช่นกัน ความกังวลต่างๆหายไปในพริบตา ในเวลานี้มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีเหลือเกินสำหรับนาง และมันจะเก็บอยู่ในความทรงจำอันดีงามตลอดไป
"ลูกแม่ ลูกแม่"
ภาพนี้สร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ได้เห็นแม้แต่คนเย็นชาอย่างเช่นเป่ยเฉินเองยังแทบจะต้องหลั่งน้ำตาให้ ส่วนทางด้านเฟยหรงนั้นตอนนี้ยิ้มแก้มปริในทันใดเนื่องจากนี่คือวันคืนที่ดีที่สุดของครอบครัวเขาอย่างแท้จริงและไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว การได้มีปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ คนรัก และลูกๆมาอยู่ด้วยกัน ความสุขเช่นนี้จะหาที่ไหนได้อีก นอกจากที่บ้านของเขา ครอบครัวของเขา
ในค่ำคืนนั้นเองทั้งคฤหาสน์ใหญ่ของผุ้นำนิกายเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและหัวเราะอย่างสนุกสนาน การเลี้ยงฉลองได้ถูกจัดขึ้นด้วยเวลาเพียงไม่นานและไม่เพียงแต่คฤหาสน์ผู้นำนิกายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทั้งหอกระบี่ดาวตกทั้งขุมกำลังต่างพาดื่มกินสังสรรค์กันอย่างเป็นกันเอง
เฟยหรง เฟยเทียน เฟยหง และเป่ยเฉินนั้นด้วยวิถีแห่งลูกผู้ชายสุราหมื่นบุปผาของขึ้นชื่อได้ถูกเปิดขึ้นโดยพลัน แม้จะดูเหมือนมันเป็นเรื่องไร้สาระแต่ไม่มีใครคิดยอมแพ้ สุราทั้งไหถูกยกกระดกลงไปผ่านลำคอ เฟยเทียน เฟยหง และเป่ยเฉินเมาหมดสภาพไปในทันทีที่กระดกหมดไห เหลือเพียงแต่เฟยหรงเท่านั้นที่ยังคงท่าทีสบายๆหากจะถามว่าทำไม คำตอบนั้นง่ายดายมาก นั่นเพราะกายมังกรของเขามันป้องกันพิษและรวมไปถึงอาการเมามายของสุราด้วยอย่างไรละ
เป่ยอิงอิง หยุนอู่หลิง และเป่ยอวิ้นเอ๋อที่นั่งพูดคุยกันอยู่อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา ก่อนที่จะลุกขึ้นและแบกบรรดาสามีของพวกนางเข้าไปยังห้องนอน
ส่วนเฟยหรงน่ะหรือ หลังจากที่พวกท่านแม่พาพวกท่านพ่อของเขาไปนอนกันหมดแล้วมันก็มีเรื่องที่ต้องทำให้เขาตื่นตัวอีกครั้ง นั่นคือเซียนปิงเอ่อ เสียวเซียน จ้าวหลาน และหมิงเย่ที่ตอนนี้มานั่งข้างๆเขาพร้อมด้วยสายตาที่เต้มไปด้วยความเย้ายวน ส่วนหญิงสาวคนอื่นนั้นพาเฟิงหยุนเยว่และปิงลี่อินไปเข้านอนนั่นเอง
"ที่รัก พวกข้าฝึกวิชาเสร็จแล้ว พวกพี่หญิงก็ยอมยกเจ้าให้กับเราในครั้งนี้"เสียวเซียนอิงแอบแนบชิด เฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ในทันที แน่นอนเขารู้ความหมายที่นางจะสื่อเป็นอย่างดีแต่ไม่คิดว่าพวกนางจะมาโดยพร้อมเพรียงกันขนาดนี้
"มะ หมิงเย่เจ้าก็ด้วยหรือ"เฟยหันไปหาหญิงสาวผมสีทองพร้อมกล่าวขึ้น ด้วยบุคลิกของนางไม่ใช่คนที่จะรุกใส่เขาเช่นนี้
"หึ เจ้าอยากให้ข้าโดนพวกพี่หญิงหัวเราะจนตายหรืออย่างไร ข้าไม่ได้อยากโดนทิ้งไว้คนเดียวนะ ในเมื่อเจ้าขอข้าจากท่านพ่อกับท่านแม่มาแล้วก็รับผิดชอบเสีย"หมิงเย่กล่าว ในบรรดาภรรยาทั้งหมดเฟยหรงไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวนางมากนักทำให้นางรู้สึกน้อยใจอยู่หน่อยๆแต่เมื่อเสียวเซียนและคนอื่นๆมาถึงนางก็ตระหนักได้ว่าหากพวกเสี่ยวเซียนไม่ฝึกวิชาจะเหลือนางแค่คนเดียวที่ไม่ได้ปรณนิบัตรเฟยหรงอย่างที่สามีภรรยาควรจะทำดังนั้นนางจึงเข้าร่วมการพวกเสี่ยวเซียนอย่างรวดเร็ว
"ทำไม??หรือว่าเจ้ากลัวว่าตัวเองจะหมดแรงหรือ จะให้พวกเราอ่อนข้อให้เจ้าหรือไม่"เซียนปิงเอ๋อกล่าวอย่างท้าทาย และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลเสียด้วย เฟยหรงไม่รอช้ารีบพาพวกนางเข้าห้องไปในทันทีท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของพวกเสวียเหม่ยที่แอบดูอยู่
ณ ห้องขนาดใหญ่ของเฟยหรงชายหนุ่มกระตุ้นค่ายกลเก็บเสียงในทันทีพร้อมหันไปมองหยิงสาวที่ยั่วยวนเขามือครู่ที่กำลังบิดไปมาด้วยความเขินอายเนื่องจากไม่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน เฟยหรงเมื่อเห็นอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะสถานการณ์เช่นนี้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเจ้าหญิงวิหคเพลิงเฟิงหยาลี่ลักาณะของพวกนางช่างเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
"เจ้าตัวร้ายเจ้าช้ามาก เซียนปิงเอ๋อไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากที่ใด นางพุ่งเข้าไปกอดคอชายหนุ่มลงมาจูบอย่างรวดเร็ว ส่วนหญิงสาวอีกสามคนที่เหลือต่างพยักหน้าให้กันและพากันเข้าไปหาเฟยหรง
เซียนปิงเอ๋ออยู่ด้าหน้า เสี่ยวเซียนด้านขวา จ้าวหลานอยู่ด้านซ้าย ส่วนหมิงเย่อยู่ด้านหลัง คอยปรณิบัตรสามีของพวกนางอย่างสุดความสามารถ เนื่องจากเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากเสวียเหม่ยและฮั่วหลิงหลิงจึงทำให้พวกนางมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง ส่วนทางด้านเฟยหรงนั้นตอนนี้เขาคือชายที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
หากใครได้เห็นภาพการคลอเคลียกันของบรรดาสามีภรรยากลุ่มนี้เกรงว่าจะต้องกระอักเลือดตายเพราะความอิจฉาเป็นแน่แท้ เนื่องจากหญิงสาวทั้งสี่นางนี้งดงามหยาดเยี้มมากเลยทีเดียว ทั้งทรวงทรงองค์เอวก็นับไว้ไร้ที่ติในทุกๆด้าน
ศึกรักของหนึ่งสามีสี่ภรรยาได้เริ่มขึ้นมาในทันใด พร้อมด้วยเสียงร้องครวญครางที่ดังลั่นออกมา หากไม่มีค่อยกลเก้บเสียงแล้วละก็เกรงว่าทั้งหอกระบี่ดาวตกคงจะได้เป็นพยานรักของพวกเขาเป็นแน่แท้