ยามค่ำคืนบนฟากฟ้าเหนือเมืองเซียงซีจางเฉินยืนอยู่บนหลังหงเอ๋อ เป้าหมายคือตึกตระกูลมู่อย่างเงียบๆจางเฉินนั้นได้ศึกษาแผนที่ทั้งหมดแล้ว ก่อนเริ่มแผนทุกอย่างจึงค่อนข้างง่ายจางเฉินแต่งชุดดำเหมือนนินจาฮาโตริ สะพายดาบด้านหลังเผื่อว่าต้องมีการต่อสู้ กระโดดลงบนหลังคาตึกอย่างแผ่วเบาด้วยท่าเท้าท่องเมฆา
“พี่โสมคลังสมบัติอยู่ตรงไหน ท่านสัมผัสได้ไหม” จางเฉินเรียกโสมแดงออกมาช่วยทันทีโสมแดงนั้นคือผู้เชี่ยวชาญด้านการปล้น ไม่ว่าจะเป็นสุสานหรือบ้านผู้คนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์และพลังวิญญาณก็สูงกว่าจางเฉินมาก
“ตึกขนาดกลางด้านหลังตรงนั้น” โสมแดงชี้สถานที่อย่างรวดเร็วสมบัติส่วนใหญ่คือหินวิญญาณ สมุนไพร หรือแร่ธาตุต่างๆ มันจะมีพลังวิญญาณแผ่ออกมาไม่ว่าจะปิดมิดชิดแค่ไหน ด้วยความสามารถของโสมแดงนั้นจึงหาพบได้อย่างรวดเร็ว
เนื่องจากมีกุญแจทุกอย่างจึงง่ายดายมากสมบัติมากมายจางเฉินกวาดเข้าสู่มิติทั้งหมด ปล่อยให้โสมแดงและน้องๆ ดูแลไปจากนั้นก็ไปที่ตึกหลักเอาตำราทั้งหมด สร้างอาเรย์ไฟพิภพจำนวนมากก่อนออกมาก็เปิดใช้อาเรย์ด้วยพลังวิญญาณ แล้วก็เดินทางไปตระกูลเจียงปล้นทรัพสินในคลังทั้งหมด รวมถึงตำราด้วย
“ฝากพี่โสมและโสมน้อยทั้งหลาย ดูเรื่องพิษให้ข้าด้วยเผื่อว่ามีในตำราเหล่านี้”
จางเฉินเดินทางกลับสมาคมปรุงยาผ่านความมืดอย่างรวดเร็วปล่อยให้ทั้งสองตระกูลไฟไหม้โหมอย่างรุนแรง สว่างไสวสร้างความวุ่นวายไปทั้งเมืองไว้ข้างหลังกลับสู่ห้องของตัวเองในสมาคมปรุงยาแล้วนั่งฝึกฝนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนเช้าจางเฉินออกจากการฝึกแล้วนั่งพูดคุยกับหลินเทียนเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาตระกูลมู่กับตระกูลเจียงในเมืองเซียงซีนั้นหมดสิ้นแล้วพวกที่กระจายตัวกันในอาณาจักรก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกสมาคมปรุงยาได้ขยายสาขาไปทั่วทั้งอาณาจักร แล้วกำลังขยายตัวสู่อาณาจักรอื่นๆโดยรอบ
“ท่านหลินเทียนอาจารย์หลินจงเป่าตอนนี้ทำอะไรอยู่”
“ข้าคิดว่ากำลังปรุงยาอยู่แต่ถ้าหากมีเหตุอะไรก็สามารถเรียกใช้ได้”
“เราไปห้องปรุงยาอาจารย์หลินจงเป่ากันข้ามีเรื่องต้องให้ท่านทั้งสองช่วย”
จางเฉินกับหลินเทียนเดินไปที่ห้องของหลินจงเป่า หลังจากพูดคุยทักทายกันพอสมควรแล้วจางเฉินก็เอากระดาษมาเขียนใบสั่งยา ยื่นให้กับหลินเทียน
“ท่านช่วยให้คนจัดสมุนไพรตามนี้ให้ข้าเราทั้งสามคนจะปรุงยาด้วยกัน ถ้าอันไหนไม่มีบอกข้าอีกทีหนึ่ง ข้าอาจจะมีอยู่”
“ยานี่คือยาระดับหก ...” แค่ปรุงยาระดับห้าหลินเทียนและหลินจงเป่าปรุงยาอัตราสำเร็จต่ำมากแล้ว แต่นี่คือยาระดับหกแน่นอน เพราะรายชื่อหลักๆ เป็นสมุนไพรระดับหกซึ่งหายากมาก
“พวกท่านปรุงยาส่วนข้านั้นจะให้คำแนะนำอยู่ข้างๆนั่นย่อมไม่เป็นปัญหา”
ทั้งสามคนนั่งรอคนจัดเตรียมยา ดื่มชา พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องปรุงยาต่างๆปัญหาที่หลิงเทียนหรือหลิงจงเป่าประสบเมื่อปรุงยานั้น ถูกถามจนหมดสิ้นจางเฉินก็ตอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่นานนักสมุนไพรก็มีการจัดส่งมาให้กับหลินเทียน
“เอาละสมุนไพรพร้อมแล้ว”ครั้งล่าสุดที่จางเฉินปรุงยานั้นพวกเขาได้รับประโยชน์มากมายหลังจากนั้นก็มีการศึกษาเพิ่มเติ่มทำให้การพัฒนาด้านการปรุงยาก้าวหน้าไปอย่างน่าทึ่งครั้งนี้จึงทำให้หลินเทียนตื่นเต้นมาก หลินจงเป่าเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่ากันเขาทั้งสองนั้นเชื่อว่าหากได้อยู่กับจางเฉินอีกสักเดือนคงสามารถเป็นอาจารย์ปรุงยาระดับหก
เมื่อปิดประตูห้องแล้วทั้งสามคนก็มาอยู่ที่หน้าเตา
หลินเทียนและหลินจงเป่ามือสั่นเล็กน้อยระหว่างที่จัดเรียงสมุนไพรก่อนจะจุดไฟเพื่อเริ่มปรุงยา
“ท่านทั้งสองสงบสติอารมณ์ลงหน่อยมันไม่ได้ยากขนาดนั้น”
มันไม่ใช่ปัญหาว่าจางเฉินจะชี้นำหรือไม่ชี้นำแต่วัสดุยาระดับหกนั้นมีคุณสมบัติยาที่แข็งแกร่งความสามารถในการกลั่นของพวกเขานั้นไม่น่าจะทำได้ยิ่งได้เห็นสมุนไพรตรงหน้าแล้วแม้จะเคยสัมผัสมาบ้างแต่ไม่เคยคิดจะนำมาปรับแต่งใจ
หลินเทียนและหลินจงเป่าหายใจเข้าออกอย่างแรงเพื่อระงับสติอารมณ์กัดฟันแล้วพยักหน้าให้กับจางเฉิน
หลังจากจุดไฟแล้วจางเฉินโยนหินวิญญาณสีแดงเข้าไปก่อน
“นั่นคืออะไร”หลินเทียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“หินวิญญาณปฐพี ได้รับมาจากสระวิญญาณเราจะไม่สร้างเม็ดยาจะทำเป็นของเหลว เรียกว่ายาล้างไขกระดูก”
“สมุนไพรเหล่านี้ปรับแต่งของเหลวเพื่อสร้างคุณสมบัติเหมือนกับสระวิญญาณ”หลินจงเป่าตำตาโตแล้วพูดเสียงดัง
“ท่านกล่าวได้ถูกต้อง”
ทั้งสองคนตาโต อ้าปากค้างมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าไปส่วนลึกของสระวิญญาณเพื่อให้ได้รับหินเหล่านี้ทั้งสองคนเคยได้ยินมาก่อนว่ามีหินชนิดนี้แต่ไม่คิดว่าจะมีคนสามารถเข้าไปหยิบมันได้เนื่องจากสระวิญญาณนั้นมีข้อห้าม คนที่จะเข้าสระต้องไม่เกินระดับหลอมรวมลมปราณหากเข้าไปจะถูกพลังงานของสระวิญญาณทำร้ายอย่างรุนแรงระดับหลอมรวมลมปราณไม่ควรเข้าถึงส่วนลึกของมันได้
จางเฉินนั้นเข้าไปส่วนลึกตั้งแต่ระดับก่อเกิด ถ้าทั้งสองคนรู้เรื่องนี้คงต้องกลั้นใจตายแน่นอน
เอาละท่านทั้งสองช่วยกันใช้พลังปราณเร่งไฟเพื่อหลอมหินวิญญาณปฐพีก่อน
บูม
ภายใต้การแนะนำของจางเฉินทั้งสองเร่งไฟทันทีและเริ่มการกลั่นหินวิญญาณปฐพีให้เป็นของเหลวหลังจากที่ของหินวิญญาณปฐพีปรับสภาพเรียบร้อยแล้วก็ขัดเกลาสมุนไพรทีละสองถึงสามชิ้นจางเฉินนั้นใช้พลังวิญญาณตรวจจับการทำงานในหม้อปรุงยาถ้ามีจุดไหนที่ผิดผลาดเขาก็จะแนะนำทันที
กว่าสองชั่วยามก็ได้ของเหลวสีแดงจำนวนสิบขวด จางเฉินให้หลินจงเป่าและหลินเทียนคนละขวด พร้อมแนะนำวิธีฝึกกายาเหนือปฐพี และจิตวิญญาณห้าธาตุเพื่อดูดซับ
“สระวิญญาณนั้นระดับนักรบปราณขึ้นไปไม่สามารถเข้าได้แต่หลังจากปรับเป็นยาแล้วกลับสามารถใช้งานได้ สิ่งนี้เหลือเชื่อมากแล้ววิชาที่ท่านสอนพวกข้าช่างทรงคุณค่ายิ่งนัก ข้าขอยกชีวิตนี้ให้กับท่านแม้ให้บุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำตาม ” หลินจงเป๋ารับขวดยาแล้วกล่าวอย่างตื่นเต้น
ทั้งสองคนสาบานเลือดเป็นคนรับใช้ของจางเฉินมันหาที่ไหนไม่ได้แล้วที่จะได้รับความรู้แบบนี้ตั้งแต่เกิดมาทุกอย่างล้วนพยายามอย่างแสนสาหัสเพื่อให้ได้มาแต่จางเฉินกลับแจกจ่ายง่ายๆ เหมือนไม่มีค่าอะไร
“พวกท่านอย่าบอกใครเรื่องยานี้ข้าทำเพื่อสหายข้า ส่วนหนึ่ง ข้าไม่อยากให้พวกท่านเป็นข้ารับใช้ตามที่พวกท่านกล่าวเราเป็นเพียงสหายกัน อนาคตข้ายังต้องเดินทาง จะไม่สะดวกมีคนติดตาม”
ทั้งสองคนนั้นรู้อยู่แล้วว่าคนแบบจางเฉินนั้นไม่อาจจบลงด้วยอาณาจักรจินฟูอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้ อนาคตย่อมส่องสว่างเหมือนมังกรที่เพียงรอทยานขึ้นฟ้าเท่านั้น
จางเฉินให้คนเรียกสหายทั้ง5 ออกจากการฝึกแล้วให้ยาล้างไขกระดูกคนละขวด เขาเหลืออีกสามขวดจึงให้คนเรียกฉินเป๋าเอ๋อมาอีกคนหนึ่ง
ตอนที่มีคนมาเรียกฉินเป่าเอ๋อนั้น นางดีใจมาก คิดว่าจางเฉินจะรับนางเป็นภรรยาจึงรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็ว แต่พอจางเฉินบอกเกี่ยวกับยาล้างไขกระดูก นางก็หน้าถอดสีเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นเศร้าหมอง
“ฉินเป่าเอ๋อเจ้าต้องสาบานต่อสวรรค์ห้ามมิให้สอนวิชาข้าต่อผู้ใดด้วยเจ้าดูแลข้าตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ และดูแลตระกูลจางในปัจจุบันข้าจึงมีส่วนหนึ่งสำหรับเจ้า ส่วนสหายข้าพรุ่งนี้เราจะไปเขาหัวซานกันวันนี้พวกเจ้าดูดซับยาเรียบร้อยแล้วเขาจะเดินทางกันอาจจะอาทิตย์หนึ่งแจ้งทางบ้านพวกเจ้าไว้ไม่ให้พวกเขาเป็นห่วง”
ฉินเป่าเอ๋อนั้นสาบานด้วยเลือดแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไป เทยาลงในอ่างอาบน้ำแล้วแช่ตัวยาปรับปรุงการฝึกวิชากายาเหนือปฐพีและจิตวิญญาณห้าธาตุ ต่างผ่านเข้าสู่ระดับหนึ่งกันอย่างง่ายดาย
จางเฉินเข้าสู่มิติเพื่อดูสมบัติที่ได้รับหินวิญญาณ แกนสัตว์อสูร สมุนไพร เม็ดสมุนไพร ตำรา ถูกจัดเรียงไว้จนเต็มโกดังแห่งที่สองจึงสร้างโกดังเพิ่มอีกแห่งสองแห่ง
“ทำไมเจ้าสร้างเพิ่มสองหลัง”โสมแดงถามอย่างงงงวย
“เผื่อไปปล้นอีก”จางเฉินยิ้มมุมปาก มันติดใจมาก เพราะการปล้นง่ายยิ่งกว่าทำธุรกิจซื้อขายเยอะขอแค่ใครไม่มายั่วยุมันก่อนมันก็จะไม่ได้ทำอะไรใครแต่ผู้คนโลกนี้มีแต่คนหยิ่งและหาเรื่องอยู่ตลอด ต้องปล้นให้เข็ด