อี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ)

    111 บทสนทนาแม่ลูก

    ภายในตำหนักส่วนพระองค์ขององค์ราชาแห่งต้าเยว่ 


    “ถวายบังคมเสด็จแม่” เยว่เทียนหงที่เพิ่งออกจากการกักตัว ค้อมกายลงคารวะพระมารดาของตนอย่างสุภาพ ร่างสูงเดินเข้าไปประคองพระชนนีแห่งแคว้นขึ้นนั่งบนพระแท่นอย่างอ่อนโยน กิริยาของบุตรชายที่ผิดแผกไปนี้ สร้างความแปลกใจให้นางอย่างมาก 


    ลูกคนนี้ไม่ได้สัมผัสตัวนางมานานแค่ไหนแล้วนะ ?   สายตาของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความงุนงงขณะเฝ้ามองบุตรชายนั่งลงข้างกาย


    “มีเรื่องเร่งด่วนหรือพะย่ะค่ะ” เสียงทุ้มไถ่ถามอย่างเอาใจใส่  โดยปกติแล้วพระมารดาไม่มาหาเขาบ่อยนัก เยว่เทียนหงพยายามคิดว่าครั้งสุดท้ายที่ได้นั่งดื่มชาร่วมกันเช่นนี้ คือเมื่อใด…. ดูเหมือนจะหกหรือเจ็ดปีก่อน 


    ฟ่งหลิงหลวนทราบดีว่าธุระของตนในวันนี้นั้น… แน่นอนว่าสำคัญแต่กลับยากที่จะเอ่ย  ผู้เป็นแม่ทอดถอนใจครั้งหนึ่ง ไม่ได้พยายามปกปิดความลำบากใจของตนเลย  


    “ฝ่าบาท  โปรดทราบว่านี่ถือหน้าที่ของแม่ในฐานะพระชนนี หากทำให้ทรงไม่สบายพระทัย  แม่ต้องขออภัยด้วย”  หากเลี่ยงได้นางย่อมไม่ต้องการให้บุตรชายผู้นี้ได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจแม้แต่น้อย เพราะนั่นคือการกระตุ้นปราณธาตุมืดในร่างของเขา  


    เยว่เทียนหงนิ่งไปชั่วอึดใจ สีหน้าอ่อนโยนของเขาไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย  ริมฝีปากบางเผยรอยยิ้มแล้วพยักหน้าให้พระมารดาเป็นสัญญาณให้นางพูดต่อไป


    ผู้เป็นมารดาได้เห็นรอยยิ้มงดงามของเขา ดวงตาก็มีหยาดน้ำเอ่อคลอด้วยความปิติ ผ้าเช็ดหน้าในมือถูกบิดแน่นด้วยไม่แน่ใจว่าสิ่งพระนางกำลังจะเอ่ยออกไป จะเป็นการทำลายรอยยิ้มนี้ของลูกหรือไม่  บุตรชายผู้อาภัพของนางไม่มีรอยยิ้มเช่นนี้มาหลายปีแล้ว 


    ลูกแม่.. เรื่องของการแต่งงาน ใช่ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ? เสียงอ่อนโยนของมารดาที่เปล่งออกมา ก่อให้เกิดความเงียบปกคลุมไปทั่วระหว่างมารดาและบุตรชาย


    หลายปีที่ผ่านมาปัญหานี้เป็นที่ถกเถียงกันมาตลอด ใต้หล้ามีกษัตริย์องค์ใดบ้างที่ไร้มเหสีคู่บัลลังก์  ดูอย่างอดีตราชา พระสวามีของนางผู้นั้น ทั่วทั้งตำหนักมิใช่มีสนมกำนัลนับพันหรือ… แม้สุดท้ายจะถูกประหารจนสิ้น ทว่ามิใช่เพราะทรงโปรดหรอกหรือ ?


    ว่ากันว่ากษัตริย์ทุกคนของต้าเยว่ หากรักและผูกพันกับสิ่งใด ยามบ้าคลั่งจะยิ่งโหยหาแต่สิ่งนั้น ปรารถนาที่จะยึดมันไว้ข้างกาย   ในเมื่อทรงโปรดปรานคิดจะนำพวกนางลงไปอยู่ร่วมในปรโลก ก็ต้องถือเป็นพระเมตตา


    แต่บุตรชายของนางผู้นี้กลับเป็นลูกไม้ไกลต้น….   อย่าว่าแต่มเหสีเลย แม้แต่สนมกำนัลสักคนก็ไม่รับไว้   ทั้งยังมีท่าทางรังเกียจสตรีอย่างยิ่ง  


    ต้องโทษที่เสด็จพ่อและบิดาของนาง คิดแต่จะสร้างกษัตริย์ที่ไร้กิเลสตัณหาขึ้นมาเพื่อทำพันธะกับกระจกรัตติกาล ดังนั้นเยว่เทียนหงจึงถูกส่งไปอยู่ร่วมกับพระและชีตั้งแต่เล็ก ถึงยามนี้ไม่เพียงไร้ตัณหา ทั้งยังไร้วี่แววที่จะมีคู่ครอง… นี่มิใช่เจตนาให้ราชวงศ์เยว่ไร้ทายาทสืบสกุลหรือ ?!


    หลายครั้งที่พระนางพยายามนำสตรีงดงามมากมายมาอยู่ตรงหน้า  ทว่า… ที่สุภาพเรียบร้อยก็ทรงมองผ่าน ….ที่ร้อนแรงเผยทีท่าก็ถูกควักลูกตาออกมาล้าง  นางไม่กล้าใช้วิธีเหล่านั้นแล้วจริงๆ จึงได้แต่เอ่ยปากกับเขาตามตรง


    เยว่เทียนหงจิบชาพลางนิ่งคิดชั่วครู่ การแต่งงานให้กำเนิดรัชทายาทย่อมเป็นหนึ่งในหน้าที่ขององค์ราชา แต่ทว่า…เพียงคิดภาพตนต้องร่วมเตียงกับสตรีแปลกหน้า นึกถึงสายตาพึงใจในดวงตาเหล่านั้น   …. ความรังเกียจและไม่ยินยอมก็แล่นพล่านขึ้นมาทันที  ความรู้สึกนี้รุนแรงมากกว่าเมื่อก่อนเสียด้วยซ้ำ… ดูเหมือนว่าความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่พบนาง


    “เสด็จแม่โปรดวางพระทัย ลูกจะจัดการเรื่องนี้เอง”  แม้จิตใจจะเป็นเช่นไร ทว่ากิริยาภายนอกกลับไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย….  พวกพี่ชายของเขามิใช่มีบุตรหลานมากมายหรือ รับไว้สักคนเพื่อเป็นรัชทายาทก็พอแล้ว  


    ด้วยไม่ทราบถึงความคิดของเขา ได้ยินบุตรชายเอ่ยปากราวกับจะตอบรับเช่นนี้ พระชนนีก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง  ทรงพระสรวลนุ่มนวลอย่างที่ไม่ได้ทำมานาน     


    “ลูกแม่ออกจากการกักตัวครานี้ดูอารมณ์ดีเสียจริง  มีเรื่องดีหรือ ?”


    เยว่เทียนหงยิ้มบางตอบรับ  หลายวันมานี้เขากักตัวเพื่อดูดซับลูกแก้วอสูรธาตุแสงลูกนั้น ทั้งที่ยังดูดซับไม่หมด แต่ปราณธาตุมืดในกายกลับถูกกดข่มไปกว่าครึ่ง  จิตใจของราชาแห่งต้าเยว่ยามนี้มีความสงบนิ่งกว่าครั้งใดๆ 


    “ได้ยินว่าไปแคว้นฉินครานี้  ลูกได้ลูกแก้วมังกรอสูรธาตุแสงมา… คงเป็นเรื่องจริงสินะ” มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่หาได้ยากอย่างมาก อย่าว่าแต่ลูกแก้วมังกรอสูรธาตุแสง ทั้งยังเป็นถึงระดับมหาราชันย์อีกด้วย… ผู้เป็นมารดารู้สึกยินดีอย่างมากกับสีหน้าท่าทางของบุตรชาย  


    จากสภาพครั้งสุดท้ายของเขาที่นางเห็นนั่น  จิตใจของเยว่เทียนหงแทบจะเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งอยู่แล้ว ไม่คิดเลยว่าลูกแก้วอสูรธาตุแสงจะมีประโยชน์เพียงนี้… 


    ‘ต้องหามาเพิ่ม..’  แม้จะรู้ดีว่าการได้ครอบครองลูกแก้วมังกรอสูรระดับนี้นั้นเป็นเรื่องยากมากเพียงใด   ใจของผู้เป็นแม่ก็ยังไม่คิดยอมรับ  เพราะจากผลที่เห็นตรงหน้า ของสิ่งนี้เปรียบได้กับยาชุบชีวิตสำหรับเขา


    ฟ่งหลิงหลวนมิได้ทราบความจริงเลยว่า แท้จริงแล้วดวงตาสีเทาอ่อนโยน กิริยาสุภาพ และรอยยิ้มงดงามนี้ แปดส่วนล้วนเกิดขึ้นจากอิทธิพลของเด็กสาวแสนธรรมดาหนึ่ง เพียงย้อนนึกถึงนางจิตใจอันหนักอึ้งเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นเบาสบายอีกครั้ง


    เก็บตัวหลายวัน ไม่รู้นางยังนึกเคืองเขาอยู่หรือไม่ ?….


    “ลูกได้มาอย่างไรหรือ ลำบากมากหรือไม่ … เล่าให้แม่ฟังหน่อยเถิด” นานๆทีจะได้นั่งคุยกัน พระชนนีจึงคิดหาเรื่องพูดคุยกับบุตรชายให้สักนานหน่อย บางทีนางอาจจะได้แนวทางในการหาลูกแก้วอสูรมาเพิ่ม


    “มีคนมอบให้ลูกพะย่ะค่ะ” มุมปากเขาคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเอ่ยถึงคนให้…  พระชนนียิ่งยินดีมากขึ้นไปอีก นึกขอบคุณคนผู้นั้นอยู่ในใจ 


    ขอเพียงทำให้บุตรชายของนางมีรอยยิ้มได้เช่นนี้ ต่อให้ต้องแลกทรัพย์สินทั้งหมดที่มี นางก็จะไม่ปฏิเสธสักคำ 



    “ตกรางวัลให้เพียงพอแล้วหรือไม่  แม่คิดอยากตอบแทนคนผู้นั้นเพิ่มอีกสักหน่อย”

      

    “เรียบร้อยแล้วพะย่ะค่ะ..” นึกถึงสิ่งนางที่ขอ กับสิ่งที่นางได้ไป..  รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นก็คล้ายจะมีความชั่วร้ายแฝงอยู่เล็กน้อย


    “แต่ลูกคิดว่าสิ่งที่นางได้ไปนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่นางพอใจนัก”  เสียงทุ้มเอ่ยกลั้วหัวเราะ   สังเกตุได้จากที่จนถึงวันนี้ผู้พระคุณตัวน้อยของเขา ยังคงไม่ยอมคุยกับเขาเช่นเคย.. ไม่รู้เพราะโกรธหรืออาย…


    “ไม่ได้สิลูก…  นางทำคุณมากมายเช่นนี้ ย่อมต้องตอบแทนให้เหมาะสม… ดวงตาของบุตรชายยามเอ่ยถึงสตรีนางนี้ดูผิดแปลกอย่างยิ่ง หรือเขาจะต้องตาสตรีแคว้นฉินเข้าเสียแล้ว…. ยิ่งคิดใจผู้เป็นมารดายิ่งตื่นเต้นยินดี


    “เอาอย่างนี้เถิด บอกแม่มาว่านางชื่อแซ่ใด บ้านอยู่ที่ไหน แม่จะหาทางตอบแทนนางให้ลูกเอง”


    ทันใดนั้นเมิ่งห่าวหมิงและหู่ซานก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า ชายทั้งสองคุกเข่าทำความเคารพนายเหนือหัวทั้งสองอย่างเต็มพิธีการ เห็นพวกเขาใบหน้าเบาสบายของเยว่เทียนหงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น


    “ว่ามา” 


    เยว่เทียนหงไม่ได้คิดปกปิดข้อราชการใดๆกับพระมารดา จากเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในตำหนักฟ่งหลวน เขาคิดว่าพระมารดาควรต้องรับรู้ว่าผู้ใดไว้ใจได้ และผู้ใดไว้ใจไม่ได้


    เมิ่งห่าวหมิงในชุดเสนาบดีเต็มยศเงยหน้าขึ้น เขาได้รับมอบหมายจากฝ่าบาทให้สืบหาว่ามีขุนนางในราชสำนักคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างราชโองการเพื่อลอบสังหารเหล่าอัจฉริยะต่างแคว้นหรือไม่ เรื่องนี้ร้ายแรงอย่างมาก เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น  จำต้องหาความจริงออกมาให้เร็วที่สุด  


    ที่สำคัญที่สุดคือ.. เมื่อเร็วๆนี้พวกมันยังแอบอ้างคำสั่งให้เผ่าวิญญาณออกตามหาสตรีผู้มีปราณสีทอง คนสำคัญของฝ่าบาทผู้นั้น


    “กระหม่อมสืบทราบว่าเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับองค์กรลึกลับองค์กรหนึ่ง ทว่ายังหาตัวไส้ศึกในราชสำนักไม่พบพะย่ะค่ะ”  เมิ่งห่าวหมิงรายงานด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยอ่อนโยน…  ฟู่หลิงรู้ดีว่าแม้เนื้อความจะทำให้ทรงไม่พอพระทัย แต่พระองค์จะไม่ลงโทษเขาอย่างแน่นอน


    ราชเลขาแห่งต้าเยว่มองพี่เมิ่งของตนอย่างชื่นชม  มีเพียงเขาที่ทำเช่นนี้ได้  ในอดีตพี่ชายท่านนี้เคยสละชีวิตช่วยเหลือฝ่าบาทไว้  นิ้วมือข้างหนึ่งของเขาที่ขาดหายไป  ก็เพราะรับโทษแทนพระองค์เช่นกัน ความผูกพันในวัยเด็กทำให้ฐานะเมิ่งห่าวหมิงในใจฝ่าบาทเหนือกว่าผู้ติดตามคนอื่นมาโดยตลอด


    แน่นอนว่าเยว่เทียนหงไม่พอใจ นิ้วเรียวเริ่มเคาะกับโต๊ะเบาๆ บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง  พระชนนีที่อยู่ด้านข้างรู้สึกได้จึงโน้มกายมาตบหลังมือเขาเบาๆ 


    สัมผัสอบอุ่นจากผู้เป็นมารดา แม้ไม่สามารถกดข่มปราณธาตุมืดในใจเขาได้เช่นปราณสีทองจากเด็กสาวผู้นั้น แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มระมัดระวังกิริยามากขึ้น ท่าทางของราชาแห่งต้าเยว่เปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง ด้วยไม่ต้องการทำให้พระนางไม่สบายใจ 


    “หาต่อไป…” เสียงเย็นเยียบเอ่ยกำชับ ในเมื่อกล้าแอบอ้างราชโองการ ย่อมต้องมีขุนนางเข้าเกี่ยวข้องแน่.. คนพวกนี้ต้องกำจัดให้เร็วที่สุด…  


    เมิ่งห่าวหมิงรับคำสั่งจากนั้นจึงถึงคราวของหู่ซาน ที่คอยสืบหาข่าวจากนอกวังบ้าง


    “ทูลฝ่าบาท  เช่นเดียวกับเสนาเมิ่ง  กระหม่อมได้เบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับองค์กรลับ จึงพาองครักษ์บุกถึงรังของผู้ต้องสงสัย… เดิมทีจับพวกมันได้หลายค่า ทว่าครู่ต่อมา จู่ๆร่างของพวกมันกลับสลายกลายเป็นควันสีดำไปจนสิ้นไม่เหลือแม้แต่เสื้อผ้า… น่าประหลาดมากพะย่ะค่ะ…นอกจากนี้… ” หู่ซานเอ่ยถึงตรงนี้ก็มีท่าทีอึกอัก ราวกับยังพูดไม่หมด 


    ราชาแห่งต้าเยว่มิได้เอ่ยเร่ง เพียงเสียงเคาะนิ้วที่แรงขึ้นเล็กน้อยนั้นก็เพียงพอแล้วให้หู่ซานตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่ค้างคาในใจออกมา



    “ข้าพระองค์ทันเห็นรูปประทับบนอกเสื้อของมันมีลักษณะคล้ายดวงตาสีดำ มีขีดแดงเส้นหนึ่งพาดตรงกลาง…. คล้ายกับ”  หู่ซานไม่กล้าพูดต่อ  ทว่าเยว่หงเทียนกลับเข้าใจได้ทันที พระชนนีที่นั่งอยู่ด้านข้างก็มีสีหน้าตื่นตะลึงเช่นกัน


    ดวงตาแปลกประหลาดนั่นพวกเขาสองแม่ลูกย่อมเคยเห็น มันคือดวงตาของอดีตราชา ในวันที่ทรงเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งฆ่าคนไปทั่ว…. วันสุดท้ายของพระชนม์ชีพ !  


    เยว่เทียนหงสีหน้าเคร่งเครียด  เขารู้แล้วว่าเรื่องนี้ควรต้องไปสืบหาจากที่ใด…   ทว่าขณะนั้นหู่อีพลันปรากฏตัวขึ้น  พร้อมกับรายงานเสียงนิ่ง


    “ฝ่าบาท… สายข่าวแจ้งว่าเรื่องธิดาเทพยุทธ์กระจายไปทั่วแคว้นหนานอย่างรวดเร็ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ทรงมีพระประสงค์เช่นไรพะย่ะค่ะ ?”


    “ธิดาเทพยุทธ์.. !! นางปรากฏตัวแล้วหรือ ?!”  ฟ่งหลิงหลวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก … แม้จะรู้ว่าวันหนึ่งนางต้องปรากฏขึ้น แต่ก็ไม่ควรเป็นวันนี้ วันที่บุตรชายของนางยังเป็นราชาแห่งต้าเยว่อยู่…. เพราะการปรากฏตัวของนางย่อมหมายถึงความพินาศของเขา..   


    เยว่เทียนหงเหลือบมองหู่อีอย่างคาดโทษ ทว่าชายผู้นั้นกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆทั้งสิ้น เพียงก้มหน้าลงครั้งหนึ่งอย่างรับรู้เท่านั้น…  ‘ออกไปค่อยลงโทษตัวเอง..’


    ยันต์สื่อสารฉบับหนึ่งพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าราชาแห่งต้าเยว่    นับแต่มีกระจกวิญญาณ  หู่อู่ก็ไม่มีหน้าที่ต้องคอยรายงานเรื่องราวของนางให้เขารับรู้อีกต่อไป  เขาเพียงคอยปกป้องคุ้มครองมู่เชียนเท่านั้น   


    เยว่เทียนหงพลันรับรู้ได้ว่า ยันต์สื่อสารฉบับนี้ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของนาง มือแกร่งเปิดสาสน์ออกอ่านอย่างรวดเร็ว เพลิงพิโรธพลันพุ่งออกจากร่างสูง  ก่อนที่ยันต์แผ่นนั้นจะระเบิดเป็นผง ดวงตาคมวาวโรจน์เป็นสีดำสนิทด้วยแรงโทสะ


    “ครั้งก่อนข้าคงเอ่ยไม่ชัดสินะ… ส่งหู่ซื่อไป นำกองทัพทำลายแคว้นหนานให้ราบ… ราชวงศ์ทั้งหมดตัดหัวเสียบประจาน… ติดป้ายประกาศไว้ทั่วเมือง


    …. มันผู้ใดล่วงเกินธิดาเทพยุทธ์ เท่ากับล่วงเกินข้า โทษตายสถานเดียว..!!” 


    ในเมื่อความลับไม่เป็นความลับอีกแล้ว เช่นนั้นก็ให้ทราบโดยทั่วกันไปเลยว่า ธิดาเทพยุทธ์ผู้นั้นมีเขา ‘เยว่เทียนหง’ เป็นผู้ปกป้อง !!


    ฟ่งหลิงหลวนตื่นตระหนกกับข่าวของสตรีตามคำทำนายผู้นั้น ยังไม่ทันคิดหาวิธีป้องกัน  บุตรชายก็ออกคำสั่งคุ้มครองศัตรูแล้ว


    “ลูกแม่… เหตุใดต้องปกป้องนาง?!” 


    ไม่มีคำตอบจากร่างสูง  เยว่เทียนหงผุดลุกขึ้นจากที่นั่งโค้งศีรษะคารวะพระมารดาครั้งหนึ่ง แล้วก้าวเท้าเดินจากไป


    คล้ายกับเรื่องอี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ) ที่คุณอ่าน