"เยวี่ยเยวี่ย รีบไปใส่รองเท้าเร็วเข้า หิวแล้วใช่ไหม? เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวให้" จ้าวหงเหมยพูดด้วยอย่างอ่อนโยนจากนั้นก็เตรียมจะวางลูกสาวคนเล็กกลับลงบนเตียงที่อยู่ในห้อง
แม่ยังต้องอยู่เดือน[1]แท้ๆ แต่กลับจะมาทำกับข้าวให้เธอหูหลันเยวี่ยรู้สึกจุกในอกขึ้นมาทันที "แม่คะยังอยู่เดือนอยู่นะคะ ผู้หญิงที่อยู่เดือนห้ามลงจากเตียงง่ายๆยิ่งห้ามทำงานหนักเลยค่ะ ต่อไปหนูกับถิงถิงจะทำกับข้าว ซักผ้า เก็บกวาดบ้านเองแม่ก็อยู่เดือนดีๆ ดูแลน้องเล็กไปนะคะ"
จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็เสริมขึ้นมาอีกว่า "ต่อไปหนูจะไม่กินเนื้อไม่กินไข่อีกแล้ว หนูจะเก็บเนื้อกับไข่ไว้ให้แม่กินค่ะ แม่ต้องกินดีๆ น้ำนมถึงจะดี"
พอนึกถึงว่าตัวเองกลับมาบ้านนี้ก็เอาแต่กินของดีๆโดยไม่สนใจสภาพความเป็จริงของบ้านเลยสักนิด แม่ของเธอก็กำลังจะคลอดแล้วแต่ยังต้องทำกับข้าวซักผ้าให้เธออีก หลันเยวี่ยก็รู้สึกผิดอย่างมาก
เพราะหูหลันเยวี่ยรู้ความขึ้นมากะทันหันทำให้หูฉางหมินและภรรยาทั้งแปลกใจและดีใจ
หลังจากที่จ้าวหงเหมยกลับเข้าไปในห้องด้านในแล้วหูหลันเยวี่ยก็เดินไปหาหูฉางหมิน แล้วจับชายเสื้อที่ปะแล้วปะอีกของผู้เป็พ่อไว้"พ่อคะ อย่าส่งน้องเล็กไปให้คนอื่นเลยนะคะหนูหาเงินเลี้ยงน้องเล็กได้ หนูพูดจริงนะคะ ไม่ได้หลอกพ่อ"
ตอนที่หูหลันเยวี่ยเผชิญหน้ากับแม่เฒ่านั้นเธอแสดงออกค่อนข้างแข็งกร้าว แต่พออยู่ต่อหน้าพ่อ เธอก็อ่อนลงไปไม่น้อยไม่ใช่แค่เพื่อให้พ่อเข้าข้างพวกเธออย่างเต็มที่เท่านั้นแต่เป็เพราะเธอรู้ว่าถึงแม้พ่อจะอ่อนแอไปบ้าง แต่ก็เป็ห่วงเธออย่างแท้จริง
การใช้วิธีที่ละมุนละม่อมของหูหลันเยวี่ยนั้นได้ผลดีกับหูฉางหมินอย่างยิ่ง
หูฉางหมินยกมือที่หยาบกร้านขึ้นมาตบที่ไหล่ของหูหลันเยวี่ยเบาๆ"เยวี่ยเยวี่ย พ่อรับปากลูกว่าจะไม่ส่งน้องสามไปไหนพ่อจะไม่ให้ลูกต้องเลี้ยงน้อง ลูกแค่ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่นี่ให้ได้ก็พอ"
หูหลันเยวี่ยพยักหน้าให้หูฉางหมินอย่างหนักแน่น"พ่อคะ วางใจได้เลยค่ะหนูจะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่นี่ให้เร็วที่สุดแล้วก็จะใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่อย่างมีความสุข หนูเข้าใจทุกอย่างแล้วต่อให้ในเมืองจะดีแค่ไหน มันก็ไม่ใช่บ้านของหนู"
ถึงแม้หูฉางหมินจะรับประกันว่าจะไม่ส่งลูกสาวคนเล็กไปไหนแต่ในใจของหูหลันเยวี่ยก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
เธอไม่เชื่อว่าแม่เฒ่าจะยอมรามือไปง่ายๆ
ถ้าแม่เฒ่าระดมคนอื่นๆในสกุลหูมาเกลี้ยกล่อมหูฉางหมินละก็ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้
ท้ายที่สุดแล้วการมีลูกชายก็ยังเป็สิ่งที่หูฉางหมินปล่อยวางไม่ได้อยู่ดี
มีลูกสาวมาแล้วสองคนการมีคนที่สามก็ถือว่าเกินกำหนดแล้ว
ถ้าไม่ส่งลูกสาวคนเล็กไปก็ต้องจ่ายค่าปรับจำนวนไม่น้อย
มีลูกสาวถึงสามคนแล้วถ้ายังอยากจะมีลูกต่อไปอีก ความเป็จริงที่เป็อยู่คือไม่อนุญาต
หลังจากคิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งหูหลันเยวี่ยก็กลับไปยังห้องฝั่งตะวันออกที่เธอใช้เป็ห้องนอน
ในบ้านเป็ดินที่มีหลังคามุงจากมีทั้งหมดสามห้อง ห้องโถงตรงกลางเป็ห้องที่ใหญ่ที่สุดและห้องโถงถูกกั้นออกเป็สองห้องด้วยม่านผ้า
ด้านนอกม่านผ้าเป็ห้องรับแขกที่เรียบง่ายส่วนด้านในม่านผ้าเป็ห้องนอนของหูฉางหมินและภรรยา
นอกจากห้องโถงแล้วห้องทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ถูกใช้เป็ห้องเก็บของห้องหนึ่งและอีกห้องหนึ่งเป็ที่นอนของหลันเยวี่ยกับถิงถิง
หลังจากหูหลันเยวี่ยกลับมาที่ห้องเธอก็รีบใส่รองเท้า แล้วลากกล่องจากใต้เตียงที่เอามาจากบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ออกมา
ในกล่องนั้นคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในสายตาของหูหลันเยวี่ย
ข้างในส่วนใหญ่เป็หนังสือหนังสือไว้อ่านเล่นมีไม่กี่เล่ม ที่เหลือก็คือเอกสารทบทวนที่เธอทำไว้
สอบตกในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหูหลันเยวี่ยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอจะอ่านหนังสือต่อไป และพยายามสอบใหม่ในปีหน้า
เก็บหนังสือไว้ก่อนจากนั้นหลันเยวี่ยก็ควานหาสิ่งที่เธอ้ามากที่สุดในตอนนี้ออกมาจากกองหนังสือนั่นก็คือเงินส่วนตัว
ตอนที่หูหลันเยวี่ยอยู่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ทุกปีใน่ตรุษจีนเธอจะได้รับเงินแต๊ะเอียจำนวนไม่น้อย
หลังจากที่หูหลันเยวี่ยอายุเกินสิบขวบพ่อแม่อุปถัมภ์ก็จะให้เธอเก็บเงินแต๊ะเอียเอง
แต่หูหลันเยวี่ยเป็คนที่ไม่มีหัวคิดเื่การจัดการเงินพอได้เงินแต๊ะเอียมาอยู่ในมือ ไม่นานก็ใช้จ่ายไปจนหมด
แต่เมื่อตำแหน่งของพ่ออุปถัมภ์ในโรงงานค่อยๆสูงขึ้น เงินแต๊ะเอียที่หลันเยวี่ยได้รับก็มากขึ้นตาม
ครั้งสุดท้ายที่ฉลองตรุษจีนหลันเยวี่ยได้รับเงินแต๊ะเอียมาไม่น้อย แต่ผ่านมาแค่ครึ่งปี เธอก็ใช้ไปเยอะแล้ว
หูหลันเยวี่ยนับเงินในมือรวมกันแล้วก็มีแค่แปดสิบกว่าหยวนเท่านั้น
หูหลันเยวี่ยคิดว่าจะเอาเงินก้อนนี้ออกมาให้พ่อ ให้เขาเอาไปจ่ายค่าปรับที่มีบุตรเกินกำหนดเธอรู้ว่าเงินพวกนี้คงไม่พอจ่ายค่าปรับทั้งหมด จึงทำได้เพียงช่วยเท่าที่ช่วยได้
ตอนนี้หลันเยวี่ยเสียใจมากที่เมื่อก่อนใช้เงินมือเติบ
ในเวลาต่อมาหลันเยวี่ยก็ถือเงินส่วนตัวกลับไปยังห้องโถงอีกครั้ง
"พ่อคะ หนูรู้ว่าน้องเล็กเกิดมาเกินจำนวนที่กำหนด พวกเราเลยต้องจ่ายค่าปรับน้องถึงจะมีทะเบียนบ้าน นี่คือเงินส่วนตัวที่หนูเก็บไว้พ่อเอาไปจ่ายค่าปรับเถอะค่ะ"
หูหลันเยวี่ยพูดพลางวางเงินในมือลงตรงหน้าหูฉางหมิน
หูฉางหมินเห็นกองเงินที่มีสีสันหลากหลายตรงหน้าก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบส่ายหน้า "เยวี่ยเยวี่ยเงินพวกนี้เป็ของลูก พ่อเอาไม่ได้ ลูกรีบเอาคืนไปเถอะ"
หูหลันเยวี่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง"พ่อคะ ถือซะว่าหนูให้พ่อยืมก็ได้ค่ะ เดี๋ยวค่อยคืนหนูทีหลังถ้าพวกเราไม่จ่ายค่าปรับ พวกเขาไม่พอใจแล้วมาอุ้มน้องสาวไปจะทำยังไงคะ?"
แต่ไม่ว่าหลันเยวี่ยจะพูดยังไงหูฉางหมินก็ไม่ยอมรับเงินของเธอ
หูหลันเยวี่ยร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูกทำได้เพียงงัดไม้ตายของตัวเองออกมาใช้
"พ่อคะ ถ้าพ่อไม่รับเงินของหนู งั้นหนูจะหนีออกจากบ้าน"
ได้ผลจริงๆด้วย หูฉางหมินจำใจต้องรับเงินที่หลันเยวี่ยเอามา "เยวี่ยเยวี่ย ถือซะว่าพ่อขอยืมก็แล้วกันถ้าพ่อมีเงินแล้วจะรีบคืนให้ลูกเป็คนแรกเลย"
"งั้นพ่อรีบไปจ่ายค่าปรับที่เลขานุการหมู่บ้านเถอะค่ะ" พอเห็นว่าพ่อรับเงินแล้ว หูหลันเยวี่ยก็ยิ้มหวานให้หูฉางหมินจากนั้นก็เตรียมจะไปดูแม่กับน้องสาวที่ห้องด้านใน
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าแค่จ่ายค่าปรับทะเบียนบ้านของน้องสาวคนเล็กก็จะเรียบร้อย แบบนี้คุณย่าและญาติคนอื่นๆในสกุลหูก็จะไม่มีเหตุผลมาบังคับให้พ่อต้องส่งลูกไปให้คนอื่นอีก
ที่ห้องด้านในจ้าวหงเหมยกำลังให้นมลูกสาวคนเล็กอยู่ เพราะกินไม่ดี น้ำนมไม่ดีแถมยังมีปริมาณน้อย ลูกถึงได้กินไม่อิ่ม
ลูกน้อยกินไม่อิ่มจ้าวหงเหมยก็สงสารจนขมวดคิ้ว
ในขณะนั้นหูหลันเยวี่ยก็เข้ามา
เมื่อเห็นแม่ขมวดคิ้วหูหลันเยวี่ยก็พอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น "แม่คะเดี๋ยวหนูไปทำกับข้าวให้ แม่กินดีๆ น้ำนมก็จะเยอะขึ้น น้องสาวถึงจะไม่อด"
ยังไม่ทันที่จ้าวหงเหมยจะทันได้ตอบสนองหูหลันเยวี่ยก็วิ่งออกไปแล้ว
จากนั้นหลันเยวี่ยก็ให้หูถิงถิงช่วยก่อไฟ
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าไข่ไก่ในบ้านอยู่ที่ไหนเธอหยิบไข่ไก่มาสองฟองเตรียมจะปรุงให้จ้าวหงเหมยกิน
ที่บ้านมีแม่ไก่แค่ไม่กี่ตัวแต่ละวันก็ออกไข่แค่สองสามฟอง
ไข่ไก่พวกนี้พวกหูฉางหมินไม่กล้ากิน แต่จะเก็บไว้ขายเอาเงิน
ถึงแม้ว่าจ้าวหงเหมยจะอยู่เดือนเธอก็ไม่กล้ากินแม้แต่ไข่สักฟอง
ตอนที่หูหลันเยวี่ยอยู่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์แต่ละวันเธอจะต้องได้กินไข่อย่างน้อยสองฟอง ดังนั้นพอกลับมาอยู่กับพ่อแม่แท้ๆเธอก็ยังจะกินแบบนี้อยู่
เธอเพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วันไข่ไก่ในบ้านก็ถูกกินไปจนเกือบหมดแล้ว
ตอนนี้หูหลันเยวี่ยรู้สึกผิดหวังกับตัวเองในอดีตเป็อย่างยิ่ง
การกินไข่พวกนั้นนอกจากจะทำให้อ้วนขึ้นแล้ว มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
ในชนบทที่ยังแร้นแค้นแทบจะมองไม่เห็นคนอ้วนท้วนสมบูรณ์
หูหลันเยวี่ยที่สูงเมตรหกสิบกว่าๆกับน้ำหนักหนึ่งร้อยสี่สิบกิโลกรัม คงถือว่าเป็ที่สุดของความอ้วนแล้ว
เชิงอรรถ
[1]อยู่เดือน (坐月子) การดูแลแม่ลูกอ่อนหลังคลอดบุตรของจีนมีข้อปฏิบัติและข้อห้ามแตกต่างกันตามความเชื่อของคนแต่ละท้องถิ่น