ตอนที่ 39
“เอาล่ะครับหมอยูมิเราจะเริ่มการผ่าตัดกันแล้วนะครับ” ดนัยพูดพลางหยิบมีดขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อนสิคะหมอดนัยเอาจริงเหรอคะฉันว่าเราไปขอให้หมอคนอื่นๆมาช่วยดีกว่ามั้ยฉันยังพอจะรู้จักคนที่ไว้ใจได้นะ” หมอยูมิลังเล
“ไม่ต้องหรอกครับหมอยูมิไว้ใจผมสิการผ่าตัดนี้ไม่ใช่ได้ยากอย่างที่หมอยูมิคิดไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จแล้วครับ” ดนัยบอก
(ไรท์ : จากที่ดูในคลิปการผ่าตัด ECMO ของต่างประเทศเห็นไม่เกินสิบนาทีก็ผ่าตัดติดตั้งเสร็จแล้วจริงๆ)
“แต่ว่า....”
“เอาล่ะครับอย่าเสียเวลาพูดเลยเดี๋ยวอาการฮิคาริกำเริบขึ้นมาอีกจะลำบากเอานะครับ” ดนัยพูด
ใช่แล้วดนัยกลัวว่าถ้าอาการฮิคาริกำเริบขึ้นมาร่างวิญญาณเธอจะหายไปอีกถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่มีคนบอกเขาน่ะสิว่าต้องผ่าตัดติดตั้งเจ้านี่ยังไง
“ขะ ขะ เข้าใจแล้วค่ะ” หมอยูมิที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเบาๆเธอได้แต่เชื่อใจดนัยว่าจะผ่านการผ่าตัดนี้ไปได้เธอพอจะรู้ว่าการติดตั้งเครื่อง ECMO นั้นไม่ได้ใช้เวลานานมากนักนี่จึงไม่ใช่การผ่าตัดที่ใหญ่อะไร
“เอาล่ะครับถ้าอย่างนั้นผมจะเริ่มเลยนะครับ” ดนัยเมื่อเห็นว่าหมอยูมิพร้อมแล้วก็เริ่มทันที
“เอาล่ะนายกรีดลงไปตรงนี้เลยดนัยกรีดแผลแค่สองเซนพอ” ฮิคาริชี้จุดที่ต้องกรีดให้ดนัยได้รู้
กรีด !! ดนัยพยักหน้าเบาๆก่อนจะลงมือกรีดลงไปบนร่างของฮิคาริและทันทีที่กรีดลงไปเลือดก็พุ่งออกมาจากรอยกรีดทันที
“หมอยูมิดูดเลือดและทำความสะอาดให้ด้วยครับ” ดนับบอกกับหมอยูมิ
“คะ คะ ค่ะ” หมอยูมิพยักหน้าก่อนจะหยิบเครื่องมือสำหรับดูดเลือดขึ้นมาดูดเลือดออกไปส่วนอีกมือเธอก็หยิบผ้าก๊อซมาทำความสะอาดเลือดที่ไหลออกมารอบๆรอยกรีด
“เอาล่ะจากนั้นนายก็สอดท่อสำหรับใส่กล้องเข้าไป” ฮิคาริเมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้วก็สั่งให้ดนัยจัดการใส่กล้องเข้าไปในร่างของเธอ
“อืม” ดนัยตอบก่อนจะหยิบท่อยางสำหรับนำร่องกล้องขนาดเล็กใส่ลงไปในแผลก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาและสอดลงไปในท่อและเมื่อกล้องถูกสอดเข้าไปก็ทำให้ดนัยสามารถเห็นอวัยวะที่อยู่ข้างในผ่านจอได้
“เอาล่ะจากนั้นนายก็หยิบสายเครื่อง ECMO ขึ้นมาและแทงเข้าไปที่ปอดฉันซะส่วนหมอยูมิก็ให้เธอจัดการตั้งเครื่องนี่ซะเธอคงทำเป็น” ฮิคาริบอก
“หมอยูมิช่วยเซ็ทเครื่อง ECMO ด้วยครับ” ดนัยบอกกับหมอยูมิ
“เข้าใจแล้วค่ะ” หมอยูมิพยักหน้าก่อนจะรีบเซ็ทเครื่องทันทีส่วนเขาก็หยิบสายของเครื่อง ECMO ขึ้นมาก่อนจะแทงเข้าไปที่ปอดของฮิคาริอย่างเบามือโดยมองผ่านกล้องที่แสดงบนจอมอนิเตอร์ปลายสายของเครื่องนั้นมีเข็มที่เหมือนกับเข็มสำหรับเวลาเจาะเลือดถูกติดตั้งเอาไว้อยู่
ไม่ถึงนาทีสายของเครื่องก็ถูกแทงเข้าไปที่หลอดเลือดในปอดของฮิคาริ
“เอาล่ะติดตั้งสายให้เรียบร้อยซะสายสีน้ำเงินก่อนนะ” ฮิคาริบอก
“ขอสายเครื่อง ECMO สีน้ำเงินด้วยครับหมอยูมิ” ดนัยบอกกับหมอยูมิ
“นี่ค่ะ” เธอส่งสายที่มีแถบสีน้ำเงินให้ดนัย
ดนัยจัดการเสียบสายลงไปให้เรียบร้อยก่อนจะดูดเลือดจากปอดออกมาให้อยู่ในสาย
“จากนั้นก็สีแดงแล้วก็เดินเครื่องได้เลย” ฮิคาริรีบบอกว่าต้องทำอะไรต่อดนัยรีบทำตามทันทีและเมื่อเสร็จแล้วเขาก็บอกให้หมอยูมิเดินเครื่อง ECMO
เฮือก !! ทันทีที่หมอยูมิเดินเครื่อง ECMO ร่างของฮิคาริก็กระตุกเฮือกทันทีแน่นอนรวบทั้งวิญญาณของเธอด้วยที่กระตุกขึ้นมา
“ฮิคาริ !!” ดนัยที่เห็นดังนั้นก็เผลออุทานออกมาดีที่หมอยูมิไม่ได้ทันฟังเพราะเธอกำลังสนใจเครื่อง ECMO อยู่
“มะ มะ ไม่เป็นอะไรแค่รู้สึกแปลกๆ” ฮิคาริรีบพูดบอกดนัย
“เครื่องทำงานเรียบร้อยดีค่ะหมอดนัยเท่านี้การผ่าตัดก็เสร็จแล้วใช่มั้ยคะ” หมอยูมิพูดหลังจากเห็นว่าการทำงานของเครื่องไม่มีอะไรผิดปกติ
“ครับเรียบร้อยดีแต่หมอยูมิต้องคอยทำความสะอาดแผลบ่อยๆเพราะมันอาจจะติดเชื้อได้” ดนัยเตือน
“เข้าใจแล้วค่ะให้ฉันจัดการเอง” หมอยูมิพยักหน้า
“เฮ้อ...เอาล่ะถ้าอย่างนั้นผมว่าหมอยูมิรีบกลับไปที่โรงพยาบาลดีกว่านะครับนี่พึ่งจะบ่ายเองนะ” ดนัยพูด
“อ๊ะจริงด้วยฉันวิ่งออกมาทั้งที่อยู่ในเวลางานนี่นาตายแล้ว !!” หมอยูมินึกขึ้นได้เธอรีบถอดถุงมือออกและวิ่งออกจากห้องไปทันที
“อ้าว...บทจะรีบก็รีบเลยซะงั้นนี่หมอยูมิลืมเธอไปเลยนะเนี่ยฮิคาริ” ดนัยพูด
“หึ...ยัยนั่นก็โก๊ะแบบนี้เสมอแหละ” ฮิคาริพูด
“หือ...เธอจำหมอยูมิได้แล้วเหรอ” ดนัยแปลกใจที่ฮิคาริพูดเหมือนจะจำอะไรได้แล้ว
“หาจำอะไรได้เมื่อครู่ฉันพูดอะไรไปเหรอ” ฮิคาริทำหน้าเหลอหลา
“ก็เมื่อครู่.....” ดนัยกำลังจะพูดแต่ก็หยุดไปเพราะดูเหมือนว่าเมื่อครู่ฮิคาริจะพูดมันออกมาโดยไม่รู้ตัว
“นายจะพูดอะไรกับฉันเหรอ” ฮิคาริสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ” ดนัยขี้เกียจจะพูดจึงบอกกับฮิคาริไปแบบนั้นเขาเริ่มเก็บเครื่องมือแพทย์ทั้งหมดไปล้างและฆ่าเชื้อทำความสะอาดก่อนจะล็อกห้องของหมอยูมิให้เรียบร้อยและเดินลงจากห้องของเธอมา
“เอาล่ะดนัยเรามาเริ่มเรียนกันต่อ” ฮิคาริพูดหลังจากดนัยลงมาถึงห้อง
“อะไรนะยังจะให้ฉันเรียนอีกเหรอนี่พึ่งจะผ่าตัดเธอเสร็จเองนะ” ดนัยอุทานออกมา
“ผ่าตัดแค่สิบนาทีไม่เรียกผ่าตัดหรอกย่ะอย่ามัวแต่ขี้เกียจนายต้องเป็นคนผ่าตัดให้ฉันนะถึงจะติดตั้งเครื่อง ECMO ไปแล้วแต่ก็แค่ยืดเวลาตายฉันออกไปเท่านั้นฉันน่ะยังไม่อยากตายหรอกนะดนัย” ฮิคาริพูด
“อะ..เอ่อ...เข้าใจแล้วน่าไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นก็ได้เรียนต่อก็เรียนต่อสิ” ดนัยที่เห็นว่าฮิคาริพูดมาแบบนั้นก็หมดคำพูดจะหาเรื่องไม่เรียนต่อกับเธอทันที
จากนั้นฮิคาริก็สอนดนัยอย่างไม่หยุดยั้งจนกระทั่งหมดวันหยุดที่หมอนากิสะให้มา
วันต่อมา
“เอาล่ะนี่คือหมออุจิมะกับหมอยามาโตะ ทั้งคู่จะมาเป็นเพื่อนร่วมงานเราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” หมอนากิสะแนะนำหมอคนใหม่ของแผนกศัลยกรรม
แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! ทุกคนปรบมือต้อนรับหมอใหม่กันทันทีสิ้นเสียงปรบมือหมออุจิมะก็เริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานหมออุจิมะนั้นย้ายมาจากสาขาโอซาก้าที่เดียวกับหมอนากิสะ เขานั้นเป็นหมอศัลยกรรมกระดูกเช่นเดียวกับหมอยูคิมูระอายุ 30 ปี ส่วนอีกคนคือหมอยามาโตะเขาย้ายมาจากสาขาฮอกไกโดซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศเขานั้นเป็นหมอศัลยแพทย์ผ่าตัดทั่วไปเช่นเดียวกันกับดนัยและหมอมิโฮะอายุ 40 ปี
“โอ้หมอดนัยผมรู้จักคุณนะหมอนักมวยคนนั้นที่ออกโทรทัศน์คุณยอดมากเลยว่างๆสอนมวยให้ผมบ้างสิ” หมออุจิมะพูดกับดนัย
“สอนอะไรกันเล่าครับผมไม่ได้ชกเก่งขนาดนั้นที่ผมรู้ก็แค่ท่าพื้นฐานเอง” ดนัยบอก
“เอาล่ะๆทำความรู้จักกันเท่านี้เรายังมีงานอยู่อีกมากนี่คือตารางการผ่าตัดของทุกคนในสัปดาห์นี้” หมอนากิสะพูดก่อนจะหยิบเอาตารางการผ่าตัดในสัปดาห์นี้ให้ทุกคน
“โอ้หมอดนัยคิวผ่าตัดแน่นเหมือนกันนี่นาทั้งๆที่อายุยังน้อยแท้ๆแสดงว่าฝีมือไม่เบาเหมือนกันสิท่า” หมออุจิมะเหลือบมองดูตารางการผ่าตัดของดนัย
“ก็มีแต่เคสที่ผมมีประสบการณ์นั่นแหละครับหมอนากิสะถึงให้ผมผ่าอีกอย่างที่นี่คนไข้ก็ค่อนข้างเยอะด้วย” ดนัยพูดพลางเหลือบมองตารางของหมออุจิมะบ้าง
โหมีแต่การผ่าตัดเกี่ยวกับกระดูกในเคสยากๆแฮะมีเคสผ่าตัดกระดูกผิดรูปด้วยสงสัยหมออุจิมะเองก็ฝีมือไม่เบาเหมือนกัน ดนัยคิดในใจจากนั้นทุกคนก็ค่อยๆทยอยกันไปเตรียมตัวสำหรับผ่าตัดในรอบเช้าการทำความรู้จักกันนั้นเอาไว้ทีหลังได้เพราะยังทำงานด้วยกันอีกนานแต่คนไข้ที่กำลังจะผ่าตัดนั้นรอไม่ได้หมออย่างพวกเขานั้นคือความหวังของคนไข้
หมับ !! ก่อนที่หมออุจิมะหมอใหม่ที่พึ่งเข้ามาจะออกไปเตรียมตัวการผ่าตัดหมอนากิสะก็รั้งไหล่เขาเอาไว้เสียก่อน
“หมอนากิสะมีอะไรเหรอครับ” หมออุจิมะหันมาถาม
“อย่าลืมที่คุยกันไว้ล่ะ” หมอนากิสะพูดเบาๆ
“เข้าใจแล้วคร้าบหมอนากิสะให้จับตาดูและสืบหาข้อมูลสินะไม่ต้องห่วงผมย้ายมาที่นี่เพื่อการนั้นอยู่แล้ว” หมออุจิมะพูดพลางฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์
“อืม...หาข้อมูลมาให้ได้แล้วกันถ้าข้อมูลที่เธอได้มามันมีประโยชน์หุ้นของทาเคานากะสามเปอร์เซ็นต์จะเป็นของเธอทันที !!” หมอนากิสะพูดก่อนจะปล่อยไหล่ของหมออุจิมะ
“ครับหมอนากิสะ” หมออุจิมะที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มจนแทบจะกว้างถึงใบหูก่อนเขาจะเดินไปเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดคนไข้คนแรกที่โรงพยาบาลแห่งนี้อย่างอารมณ์ดี
จบ...