หมอคณินเดินเข้ามาห้องทำงานตัวเองเหมือนสภาพคนไร้เรี่ยวแรง เอนหลังลงบนเตียงคนไข้ภายในห้องอย่างหมดสภาพ เนื่องจากเขาเพิ่งจะผ่าตัดผู้ป่วยหนักเสร็จเพราะคุณหมอประจำตัวของคนไข้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์กะทันหันมาผ่าตัดให้ไม่ได้ หมอศัลยแพทย์ที่ทำทุกหน้าที่ในโรงพยาบาลอย่างเขาถึงกับต้องระเห็จตัวเองไปช่วยงานขายิญญายิ่งชีพ
ร่างสูงยกมือขึ้นก่ายหน้าผากของตัวเองเบา ๆ นวดคลึงขมับตัวเองคลายความตึงเครียดให้กับสมอง ดีที่จากนี้เขาไม่มีคิวผ่าตัดต่อ จึงพักได้ยาว ๆ
คณินพักสายตาชั่วครู่ก่อนโทรศัพท์ของชายหนุ่มจะสั่นขึ้นภายในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวของเขา
Rrrrrrrr
ใครมันช่างมารบกวนเวลาพักผ่อนสายตาของเขากันให้ตายสิ! นี่มันเวลาพักผ่อนของผมนะ ลำพังก็แทบไม่มีเวลาพักอยู่แล้ว ร่างสูงนึกในใจ ล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดู
หืม? แม่? นี่คุณหญิงวิลัยโทรหาเขาเวลานี้ มีเื่อะไรหรือเปล่านะ ชายหนุ่มจึงกดรับสายพร้อมกรอกเสียงทุ้มลงไป
(ว่ายังไงครับแม่)
“ลูกยุ่งอยู่หรือเปล่า แม่รบกวนไหม” เมื่อวิลัยเห็นว่าลูกชายรับสายจึงกรอกเสียงตอบกลับมา
(เปล่าครับ เพิ่งเสร็จงาน)
“งั้นก็ดี เหนื่อยหรือเปล่า อาทิตย์นี้ลูกมีวันหยุดไหม คือแม่มีเื่จะคุยด้วย” เธอเปิดประเด็นอย่างร้อนใจ กลัวจะไม่ทันการ
หืม? มีเื่คุย อะไรน่ะ
(เื่อะไรเหรอครับ) ผมถามออกไป
“แม่ไม่สะดวกคุยทางโทรศัพท์อะลูก เอาไว้ลูกกลับมาแล้วเราค่อยคุยกันดีกว่า”
อาทิตย์หน้าอย่างงั้นเหรอ คณินนึกไปถึงตารางงานตัวเองอาทิตย์หน้า จำได้ว่าเขาว่างพอดี
(งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปหาครับ จะได้กินข้าวพร้อมกันเลย นานแล้วผมไม่ได้เจอแม่อย่าลืมทำอะไรอร่อย ๆ ไว้ให้ผมทานนะ)
“ได้จ้ะ งั้นแม่ไปล่ะนะ ไม่รบกวนเวลาลูกทำงานแล้ว เจอกันลูกชาย” คุณหญิงวิลัยบอกกับลูกชายก่อนสายจะถูกตัดไป
.
.
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
คณินเดินเข้าบ้าน ตรงเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ภายในบ้านทันที
“อ้าว มาแล้วเหรอตาคณิน นั่ง นั่ง”
คุณหญิงประไพรเดินเข้ามาหาลูกชายเมื่อเห็นว่าคณินกลับมาแล้ว มองคณินด้วยสายตาห่วงใยตามประสาคนไม่ได้เจอหน้าลูกชายตัวเองนาน เพราะเ้าลูกชายตัวแสบเอาแต่ทำงานยุ่งทั้งวันไม่ยอมกลับบ้านมาเจอหน้ากันเลย จนเธออดเป็ห่วงไม่ได้ คณินลูกชายเอาแต่พักอยู่ที่โรงพยาบาลจนที่นั่นจะกลายเป็บ้านหลังที่สองลูกชายเธอไปแล้ว
“หิวหรือเปล่าลูก แม่ทำของโปรดลูกไว้เยอะเลย”
“หิวครับ หืมมม ไหน ๆ วันนี้แม่ทำอะไรให้ผมบ้าง”
คณินเดินเข้าไปดูอาหารบนโต๊ะถูกจัดวางเรียงรายกันอยู่นับสิบอย่าง ไม่ว่าจะเป็แกงฟัก พะแนงหมู ผัดเผ็ดไก่ หมูตุ๋ย ซี่โครงหมูอบโบตั๋น ทอดมันปลากราย และของหวานอีกมากมาย ล้วนเป็ของโปรดของคณินทั้งหมด
“ทำเยอะจังเลยครับ ผมจะกินหมดไหมเนี่ย” วิลัยทำเอาใจลูกชายสุด ๆ
“ลูกแม่กลับมาทั้งทีนี่หน่า คิดถึงลูกจะแย่ กลับมาอยู่บ้านไม่ได้เหรอ”
“ไม่ล่ะครับแม่ งานที่โรงพยาบาลยังมีอีกเยอะ”
“เฮ้อ เ้าลูกคนนี้ ไม่คุยเื่นี้แล้ว บอกแกกลับมาแกก็ไม่ฟังแม่อยู่ดี มา ๆ ทานข้าวกันก่อนเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน ทีหลัง นั่ง ๆ แม่เองก็หิวแล้ว”
วิลัยเอ่ยขึ้นในขณะที่คณินขมวดคิ้วเรียวด้วยความสงสัย รู้สึกตงิดอยู่ในใจ เหมือนแม่เขามีเื่อะไรปิดบังเขาอยู่ ทำไมถึงพูดตอนนี้ไม่ได้
ในขณะรับประทานอาหารไป คณินก็ลอบมองคุณหญิงวิลัยแม่ของเขาไปด้วย
แม่มีอะไรในใจจริง ๆ ด้วยสินะ ตามหลักจิตวิทยา เป็แบบนั้น ความรู้สึกกังวลใจ
“แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมดูเครียด ๆ” คุณหญิงวิลัยเงยหน้าขึ้นสบตาลูกชาย ส่งยิ้มแห้งให้ไป เธอคงหลบสายตาลูกชายไม่พ้นสินะ สงสัยเธอจะตื่นเต้นเกินไปที่ต้องบอกอะไรบางอย่างกับคณิน
“เอ่อ แม่ว่าลูกกินข้าวอิ่มก่อนดีกว่า”
คณินวางช้อนข้าวในมือลง เขาเริ่มอิ่มแล้ว เงยหน้าจ้องแม่ของเขาด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง “พูดมาเถอะครับ มีเื่อะไรเหรอไม่สบายใจครับ ผมเป็หมอ ผมดูออก”
“เอ่อ คณิน ถ้าลูกรู้แล้ว ลูกสัญญากับแม่ก่อนได้ไหมว่าลูกจะรับฟังแม่พูดจนจบ”
นั่นไงผมว่าไม่ใช่เื่ที่ดีแน่ ตาขวาผมเริ่มกระตุกยิก ๆ แล้วสิ ผมพยักหน้าตอบคุณหญิงวิลัยไป ยอมฟังแม่อธิบายเื่ที่กลุ้มใจให้ฟังเงียบ ๆ หลังจากฟังจบไปก็คิ้วกระตุกไปด้วยและได้ข้อสรุปว่า
“ไม่ครับ ผมไม่แต่ง ทำไมต้องแต่ง ผมไม่แต่งกับคนที่ไม่ได้รักกันเด็ดขาด หน้าตาก็ยังไม่เคยเห็นกันเลย ถึงแม่บอกว่าเราจะเคยเจอกันตอนเด็ก แต่นั่นมันเด็กมากใครจะไปจำได้โตมาหน้าตาเป็ยังไงก็ไม่รู้ หน้าปลวกหรือเปล่า”
“...”
“ผมไม่แต่งเด็ดขาด ข้อเสนอบ้าบอ สัญญาของปู่อะไรกันครับ ไม่เอาอ่ะ แม่งานคณินก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว แม่อย่าทำให้ลูกชายปวดหัวกว่าเดิมสิครับ”
“แต่คุณหญิงประไพรเขานัดพวกลูก ๆ เจอกันไว้แล้ว ไหน ๆ ลูกก็หยุดงานแล้ว แม่ว่าไปเจอกันก่อนดีไหมลูก จะได้ทำความรู้จักกันไว้ไง ไม่แน่ ลูกเจอน้องแล้วอาจจะชอบน้องก็ได้นะ”
วิลัยเกลี้ยกล่อมลูกชายอยู่นาน ยังไงเธอก็ต้องทำตามคำสั่งของครอบครัวตามที่ได้ตกลงกันไว้ จะผิดสัญญาไม่ได้เด็ดขาด
“ไม่ครับ ถึงเจอหน้ากัน ใช่ว่าเราจะรักจะชอบกันเลย ถึงขั้นต้องแต่งงาน ผมขอปฏิเสธ ไม่แต่งแม่ปฏิเสธเขาไปได้เลย”
“งั้นลูกไปเจอน้องเขาก่อนได้ไหม เจอแล้วแต่งไม่แต่งค่อยว่ากัน อีกอย่างถ้าแต่แต่งแม่จะสนับสนุนงานของแก” วิลัยยื่นข้อเสนอลูกชาย
“เอ่อ...มะ ไม่ครับ” หมอคณินปฏิเสธหัวชนฝา ให้ตายเถอะ นี่มันวันซวยอะไรของผมครับ ข้อเสนอของแม่ผมเมื่อกี้เล่นเอาผมชะงักไปเลย เพราะแม่ไม่เคยสนับสนุนงานเป็หมอของผมเลยสักครั้ง
เพราะเธอรู้ว่าการเป็หมอนั้นไม่มีแม้กระทั่งเวลาให้ครอบครัว เธอจึงไม่อยากให้ลูกชายเป็ อยากให้ลูกชายทำงานธุรกิจที่บ้านสบาย ๆ มากกว่า แต่คณินเลือกที่จะขัดคำสั่งจนแม่ใจอ่อน
“คณิน!!”
“แม่ฟังผมนะ เด็กนั่นแต่งเข้ามา อาจเพราะบ้านเรารวย หวังเงินทองเกาะลูกกินก็ได้ เราไม่รู้พื้นเพของเขาเลยว่าเขาเป็ยังไง เพราะงั้นแม่จะตกปากรับคำบ้านนั้นไม่ได้”
คณินอ้างเหตุผลทั้งร้อยเพื่อให้แม่ของเขาเปลี่ยนใจ แต่ดูเหมือนคุณหญิงวิลัยจะไม่ฟังลูกชายคนนี้เลย
“คณิน ทำเพื่อปู่แก ไม่ก็เพื่อแม่หน่อยได้ไหม ทุกวันนี้ลูกก็แทบไม่มีเวลาหาแฟนแล้วนะลูก ลูกเอาแต่ทำงาน ๆ แล้วเมื่อไหร่แกจะมีเมียสักที”
“....” คณินเถียงไม่ออก เจ็บจึ้กทรวงอก เมื่อพูดเื่มีเมีย เพราะเขาไม่เคยจะมีมัน คำว่าเมียไม่เคยอยู่ในสมองของชายหนุ่ม
“นี่เมียแกมาประเคนตรงหน้าแล้ว รับไว้ก็ไม่เสียหายนะลูก เกิดแต่งไปแล้วลูกไม่ชอบใจลูกค่อยหาวิธีหย่ากันก็ได้นี่ จริงไหม อย่างน้อยเราก็ไม่ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับปู่ของแกนะ” คุณหญิงวิลัยพยายามเกลี้ยกล่อมลูกชายสุดชีวิต
ร่างคิดชั่วครู่ แม่ของเขาไม่เคยขอร้องอะไรเขาเลยสักครั้ง มีครั้งนี้ที่แม่ยอมทำขนาดนี้แถมยังยื่นข้อเสนอจะสนับสนุนในงานหมออีก คณินเริ่มใจอ่อน ก่อนพยักหน้ายอมตกลงทำตามไป
“แต่ผมขอเจอน้องเขาก่อนนะครับ ผมถึงจะตกลง” คณินมีข้อแม้ให้กับคุณหญิงวิลัยไป
“ได้จ้ะ งั้นลูกอยากเจอน้องเขาเร็ว ๆ ไหม แม่จะได้โทรไปบอกคุณหญิงประไพรให้นัดกันใหม่”
เจอไวก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้เอาเวลาไปทำการทำงาน บอกเด็กนั่นว่าไม่แต่ง ให้ยกเลิกงานไปก็สิ้นเื่
คณินพยักหน้ากับแม่ของเขา ขอเจอเร็ว ๆ คุณหญิงวิลัยจึงขอตัวออกโทรเลื่อนนัดคุณหญิงประไพรเร็วขึ้นเป็วันพรุ่งนี้แทน