เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่5 ตอนที่ 143 : ซีอีโอ

            การเปลี่ยนแปลงท่าทีของหยางเฉินในครั้งนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

            จ้าวหงเยี่ยนรู้สึกว่าบั้นท้ายของเธอถูกโอบด้วยมือที่เร่าร้อนมือหนานั้นเคล้าคลึงบั้นท้ายได้รูปเธอด้วยความพอใจพร้อมหยิกเนื้อนิ่มของเธออีกหลายครั้งนั่นทำให้จ้าวหงเยี่ยนรู้สึกอับอายเป็นอย่างมากเธอถึงกับเข่าอ่อนหมดแรงลงอย่างน่าประหลาด และไม่อาจต้านทานใดๆ ได้

            รอบๆ เต็มไปด้วยพนักงานจากอวี้เหล่ยมีทั้งสามีและน้องสะใภ้ของเธออยู่ข้างหน้า แต่ชายคนนี้ยังจะจับก้นเธอสิ่งที่แย่ไปมากกว่านั้นคือ เธอไม่มีกำลังจะต่อต้านหรือปฏิเสธใดๆ

            จ้าวหงเยี่ยนรู้สึกว่าหัวใจของเธอกระโดดขึ้นมาถึงลำคอมันเป็นการกระตุ้นที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าการนั่งรถไฟเหาะเสียอีก เธอกลัวว่าจะมีบางคนที่อยู่รอบๆสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่เธอก็ยังคงรู้สึกสนุกกับมันและอยากจะ...

            เมื่อคนคนหนึ่งนั้นถลำลึกไปไกลเกินกว่าที่หัวใจจะรับไว้ พวกเขามักจะเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาในเวลานี้หัวใจของจ้าวหงเยี่ยนรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธการกระทำของหยางเฉินได้เลยเพราะช่วงล่างของเธอเริ่มรู้สึกชุ่มชื่น...

            เป็นไปได้ไหมว่า ที่จริงแล้วเธอเป็นผู้หญิงหลายใจ?

            จ้าวหงเยี่ยนดำดิ่งสู่ในห้วงความคิดจนลืมฉากที่น่าอึดอัดใจตรงหน้า

            หยูฮุยเห็นผู้หญิงที่เขาต้องการครอบครองอยู่ในอ้อมแขนของหยางเฉินและกระทั่งก้นของเธอยังถูกสัมผัส เขารู้สึกโกรธเคืองมากจนกัดฟันแน่นและบอกกับพี่ชายโง่เง่าของเขา หยูกวง

            “พี่สิ่งที่ชายคนนี้ทำมันเป็นการดูถูกพี่ การดูถูกพี่ก็เหมือนดูถูกตระกูลหยูของเราพวกเราไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้เด็ดขาด”

            หยูกวงโกรธมากกับความไร้มารยาทของหยางเฉินก่อนหน้านี้ยิ่งหยูกวงได้ยินคำอธิบายของน้องชายตนเองเขาก็ถูกครอบงำด้วยความโกรธเกลียดอย่างง่ายดาย “หยางเฉิน แกต้องการยั่วโทสะตระกูลหยูของเรางั้นหรือ”

            “แล้วจะทำไมล่ะ?”

            “ไหนแกลองพูดอีกครั้งสิ...แล้วแกจะได้รู้ผลที่ตามมา” หยูกวงถลึงตาถาม

            หยางเฉินขี้เกียจคุยต่อเขายิ้มแล้วเหยียดมืออีกข้างเพื่อไปหยิกคางที่ขาวนุ่มของจ้าวหงเยี่ยน

            จ้าวหงเยี่ยนยันคงอยู่ในภาวะมึนงงเธอไม่อาจเข้าใจการกระทำนี้ของหยางเฉิน และไม่สามารถต่อต้านอะไรได้เธออนุญาตให้หยางเฉินทำอะไรก็ได้ที่คางของเธอ ศีรษะของเธอเงยขึ้นเล็กน้อย และใบหน้างดงามของเธอเผชิญหน้ากับหยางเฉินเธอจ้องมองเขาด้วยดวงตาเพ้อฝัน แต่ใครจะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

            แต่ทันใดนั้นเองทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นหยางเฉินก้มลงจูบจ้าวหงเยี่ยนอย่างไร้ซึ่งความลังเล

            ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องตระกูลหยู หรือพนักงานในบริษัทเมื่อพวกเขาเห็นหยางเฉินจูบกับจ้าวหงเยี่ยน ริมฝีปากของพวกเขาเคลื่อนไหวเล็กน้อยทุกคนข้างนิ่งอึ้งกับฉากการจูบที่เร่าร้อนรุนแรงนี้

            ความคิดของจ้าวหงเยี่ยนว่างเปล่าในขณะที่หยางเฉินจูบเธอ ลมหายใจหอบถี่ที่รุนแรงของเขาเหมือนกับสายฟ้าที่แทรกเข้ามาจนจิตใจของเธอหมุนคว้างล่องลอย

            เขาจูบฉัน เขากำลังจูบฉัน เขาจูบฉันแล้ว

            เมื่อสติสัมปชัญญะของเธอได้พังทลายลงจ้าวหงเยี่ยนไม่เพียงไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองได้ ก่อนที่เธอจะรู้ตัวหยางเฉินก็รุกล้ำเข้ามาที่ริมฝีปากของเธอพร้อมชอนไชลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาในริมฝีปากสีหวาน

            ลิ้นของพวกเขาพัวพันจนเกิดเสียงอันเร่าร้อนและเซ็กซี่โรแมนติกผู้คนรอบข้างรู้สึกเหมือนตนเองกำลังชมการแสดงที่น่าประทับใจบนเวทีใหญ่พวกเขาเริ่มส่งเสียงชื่นชม และให้กำลังใจพวกเขาทั้งคู่

            หยูกวงและหยูฮุยสองพี่น้องมีใบหน้าที่หม่นหมองและซีดเผือด พวกเขายืนนิ่งด้วยความตกตะลึงอยู่ตรงนั้นพร้อมกับปากที่อ้าค้าง

            ผ่านไปสักพัก หยางเฉินก็ค่อยๆถอนริมฝีปากออกจากเธอปลดปล่อยเพื่อนร่วมงานของเขาที่หอบหายใจอย่างหนักออกมาอย่างงดงาม

            จ้าวหงเยี่ยนยังไม่รู้สึกตัวในทันทีเธอยังคงมองไปที่หยางเฉินด้วยปากที่เผยอออกเล็กน้อยความงามสง่าน่าหลงใหลของเธอทำให้เพื่อนร่วมงานมากมายอิจฉาหยางเฉินมากขึ้น

            “ฉัน… ฉัน…ฉันต้องการพบหัวหน้าของพวกแก ผู้นำของอวี้เหล่ย ตอนนี้ฉันต้องการให้คนเลวที่ทำเรื่องน่าอับอาย และหยาบช้านี้ถูกไล่ออกจากที่นี่และถูกจับขังอยู่ในคุก” หยูกวงคำรามออกมาด้วยความโกรธเส้นเลือดบนใบหน้าของเขาปูดบวมออกมา เมื่อเขาชี้นิ้วไปที่หยางเฉินด้วยตัวสั่นเทา

            “ใครต้องการพบฉัน...”

            มีเสียงดังขึ้นในทันทีทันใดพนักงานทุกคนของอวี้เหล่ยต่างแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาและพวกเขาหันกลับไปมองผู้มาเยือนที่กำลังเดินเข้ามาอย่างสุภาพ

            หลินรั่วซีผู้สวมชุดเดรสสีดำเดินเข้ามาพร้อมเลขานุการของเธออู๋เยวี่ยและผู้บริหารอีกหลายคน เธอก้าวเข้ามาด้วยรองเท้าส้นสูงสีเทาเงินด้วยท่วงท่าสง่างามและไร้อารมณ์ เหมือนกับนางฟ้าที่ไม่ได้แปดเปื้อนสิ่งใด

            “สวัสดีครับ/ค่ะ บอสหลิน”

            เหล่าพนักงานต้อนรับต่างกล่าวคำทักทายพร้อมโค้งคำนับพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงชื่อเสียงของหลินรั่วซีว่ามีความน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

            หลินรั่วซีใช้สายตาเย็นชากวาดมองพวกเขา “ฉันไม่ได้จ่ายเงินพวกคุณเพื่อให้พวกคุณมาเดินเอ้อระเหยแบบนี้”

            เมื่อประโยคนี้ถูกพูดออกมาพวกเขาเหมือนถูกกระตุ้นจนต้องเพ่นหนีไปทุกทิศทาง บางกลุ่มเบียดกันขึ้นลิฟต์ บางคนวิ่งลงบันได หากไม่เป็นเช่นนั้นพวกเขาก็พยายามออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในสายตาพวกเขาหลินรั่วซีแม้จะเป็นผู้หญิงที่งดงาม แต่ความงดงามนี้ก็อาจเป็นปีศาจร้ายได้เช่นกัน

            พี่น้องตระกูลหยูรู้สึกตกใจกับการปรากฏตัวของหลินรั่วซีพวกเขาไม่เคยคิดว่าซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่จะเป็นหญิงสาวคนนี้นอกจากนี้ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งทำให้พวกเขารู้สึกหมดเรี่ยวแรงไปเลยทีเดียว

            จ้าวหงเยี่ยนที่อยู่ในอ้อมแขนของหยางเฉินกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งในทันทีหลังจากที่เธอมองเห็นสายตาที่มองมาโดยบังเอิญของหลินรั่วซีมันเหมือนกับว่าร่างกายของเธอถูกไฟช็อต เธอหลุดจากอ้อมแขนของหยางเฉินก้มศีรษะลงซ่อนใบหน้าเขินอาย ทั้งหมดที่เธอต้องการคือหนีออกไปจากตรงนี้แต่ขาของเธอกลับควบคุมไม่ได้ดั่งใจเอาตอนนี้

            ดวงตาที่มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยน้ำตาเธอหันไปหาหยางเฉินเงียบๆ ผู้ชายคนนี้ทำให้ชีวิตของเธอน่าสังเวชแต่เธอไม่สามารถแสดงความโกรธกับเขาได้ เธอรู้สึกเหมือนใกล้จะเป็นบ้าเข้าไปทุกที...

            หยางเฉินยิ้มอย่างขมขื่นและยืนลูบจมูกตัวเองโดยไม่พูดอะไร ความตั้งใจเดิมของเขาคือการทำให้แผนของพี่น้องตระกูลหยูยุ่งเหยิงและความคิดนั้นก็ปลิวไปเพราะการปรากฏตัวอย่างฉับพลันของหลินรั่วซี สิ่งต่างๆพลันเลวร้ายลงไปอีกเมื่อหลินรั่วซีแผ่รังสีอาฆาตออกมาดูเหมือนว่าเธอจะเห็นการจูบที่ร้อนแรงของเขากับจ้าวหงเยี่ยนเข้าให้แล้ว

            ต่อหน้าภรรยาของเขา มิหนำซ้ำภายในบริษัทของภรรยาของเขาการจูบเพื่อนร่วมงานของเขา ถ้าภรรยาของเขาเป็นคนอื่นไม่ใช่หลินรั่วซีผู้หญิงคนนั้นคงเข้ามาฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ ด้วยฟันและเล็บของเธอเรียบร้อยไปแล้ว

            “ฉันเป็นประธานผู้จัดการและซีอีโอของอวี้เหล่ยชื่อหลินรั่วซี มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยคะ?” หลินรั่วซีแค่มองไปที่หยางเฉินครู่หนึ่งจากนั้นก็เมินเขาและหันไปถามพี่น้องตระกูลหยู

            ในที่สุดหยูกวงกลับมามีสติเขาฝืนยืนขึ้นอย่างยากลำบาก

            “ผมคือหัวหน้าบรรณาธิการของนิตยสาร GuangHua Daily และ Righteous Magazine และเป็นลูกชายคนโตของตระกูลหยูชื่อหยูกวง คนนี้คือน้องชายของผมหยูฮุย บริษัทของคุณมีผู้ชายคนหนึ่งชื่อหยางเฉินเขาเป็นชู้กับภรรยาของผม จ้าวหงเยี่ยน เขาทำสิ่งที่เลวทรามในที่สาธารณะสิ่งที่ไม่ว่ามนุษย์หรือเทพก็ต้องโกรธแค้น ในฐานะซีอีโอของบริษัทผมเชื่อว่าคุณหลิน ควรไล่พวกเขาออกทั้งคู่”

            ชู้? หลินรั่วซีมองหยางเฉินด้วยแววตาสงสัยจากนั้นสายตาของเธอก็มาหยุดอยู่ที่จ้าวหงเยี่ยนครู่หนึ่งเธอรู้สึกว่าจ้าวหงเยี่ยนคนนี้เป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งผู้ชายคนนี้มาตรฐานสูงเหลือเกินเมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วร่างกายของหลินรั่วซีก็พลันหมดเรี่ยวแรง

            ถึงแม้ว่าฉันจะรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้เจ้าชู้ไปเรื่อยแต่ผู้หญิงคนนี้มีสามีแล้ว เขาถึงขนาดควบคุมตนเองไม่ได้เชียวหรือ?

            ก่อนหน้านี้เธอและผู้บริหารระดับสูงหลายคนได้เข้ามาตรวจสอบภายในบริษัทและพบเรื่องพวกนี้แม้ว่าเธอต้องการหลบเลี่ยงมัน แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป

            หลินรั่วซีรู้สึกโกรธและขมขื่นกลับกลายเป็นว่าตัวเธอเองที่เป็นคนตั้งกฎเกณฑ์ที่ไม่ให้เป็นการรบกวนชีวิตส่วนตัวผู้อื่นแถมเธอเองก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของภรรยาอย่างเต็มที่เธอจึงไม่ได้เข้าไปควบคุมชีวิตของหยางเฉินในส่วนนี้เธอเพียงปิดตาข้างหนึ่งสำหรับการกระทำของเขา แม้ว่าเธอจะโกรธ เธอก็ทำได้เพียงเก็บมันเอาไว้

            หลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างหลินรั่วซีก็ส่งข้อความไปถามอู๋เยวี่ยด้วยการรัวนิ้วลงไปบนแป้นพิมพ์มือถือโดยความเร็วปานสายฟ้าฟาด

            “เลขาอู๋ในบริษัทของเรามีกฎห้ามไม่ให้พนักงานมีความสัมพันธ์ต่อกันหรือไม่?”

            “ไม่มีกฎดังกล่าวในข้อห้ามค่ะบอส”อู๋เยวี่ยตอบตรงไปตรงมา

            “ฉันต้องขอโทษด้วยเรื่องนี้ไม่ใช่ธุระของฉัน นี่ถือเป็นเรื่องระหว่างพนักงานกรุณาจัดการกันเป็นการส่วนตัวด้วยค่ะ” พูดจบหลินรั่วซีก็เตรียมตัวจากไปทันที

            หยูกวงไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงเช่นนี้แน่? เขารู้ว่าคำตอบของหลินรั่วซีเป็นเหมือนโล่ปกป้องหยางเฉินและจ้าวหงเยี่ยนดังนั้นเขาจึงกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาลว่า

            “คุณหลิน คุณมันไร้ความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าผู้ประกอบการ คุณควรรับผิดชอบต่อสังคมเมื่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามศีลธรรมเกิดขึ้นเช่นนี้ คุณควรตัดสินอย่างเด็ดขาดถ้าคุณไม่ทำอะไรสักอย่าง และปล่อยพวกเขาลอยนวลผมจะเขียนในนิตยสารของผมว่าบริษัทของคุณมีวัฒนธรรมในองค์กรที่เลวทรามอย่างแน่นอนผมจะให้ประกาศทั้งโลกได้รู้ว่าอวี้เหล่ยสนับสนุนให้คนเป็นชู้กัน”

            ใบหน้างดงามแต่เต็มไปด้วยความเย็นชาของหลินรั่วซีหันกลับไปมองเขา “คุณหยูไม่ทราบว่าคำพูดที่คุณกล่าวมา ฉันจะถือว่าเป็นการข่มขู่อย่างหนึ่งได้หรือไม่?”

            “ถ้าคุณหลินยืนกรานจะมองมันเป็นแบบนั้น”หยูกวงรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาเชื่อว่าหลินรั่วซีกลัวจริงๆในตอนนี้ อย่างไรก็ตามบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือการเสียชื่อเสียง

            หลินรั่วซีหันไปหาอู๋เยวี่ยที่อยู่ระหว่างการค้นหาบางอย่างในทันที

            “อู๋เยวี่ย หาเสร็จหรือยัง?”

            "บอสค่ะ ตามข้อมูลแล้ว GuanghuaDaily และ Righteous Magazine เป็นสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับการเมืองซึ่งดำเนินการมามากกว่า 30 ปี ก่อตั้งโดยตระกูลหยูเนื้อหาที่ตีพิมพ์หลักถูกกำกับดูแลโดยจีนตอนใต้โดยตรง แบรนด์นี้มีมูลค่าทั้งสิ้น 5.65ล้านดอลลาร์หยวน ทรัพย์สินของตระกูลหยูประมาณการแล้วมีทั้งสิ้น 12ล้านดอลลาร์หยวนค่ะ” อู๋เยวี่ยเป็นเหมือนกับระบบเอไอที่ประมวลผลอย่างรวดเร็วเธอเข้าใจบุคลิกของหลินรั่วซีและเตรียมการเอาไว้ตั้งแต่ต้นดังนั้นเธอจึงสามารถรายงานข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

            หลินรั่วซีพยักหน้าเธอส่งสัญญาณให้อู๋เยวี่ยด้วยมือที่ขาวผ่องและสมส่วน

            อู๋เยวี่ยสามารถเข้าใจความหมายของหลินรั่วซีทันทีเธอดึงเอาสมุดเช็คออกมากระเป๋าเอกสาร และวางมันไว้บนมือของหลินรั่วซี

            พี่น้องตระกูลหยูไม่รู้ว่าหลินรั่วซีกำลังทำอะไรแต่พวกเขารู้สึกประสาทเสียไม่ใช่น้อย แม้ในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้จะดูไร้สาระหญิงสาวที่งดงามผู้นี้เอาแต่เงียบมาตลอดแต่ด้วยคุณสมบัติพิเศษนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาสองคนรู้สึกกลัว

            จ้าวหงเยี่ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอกแต่เดิมเธอก็รู้สึกกังวลอยู่แล้วว่าเพราะเรื่องของตัวเองอาจส่งผลหยางเฉินถูกไล่ออกตอนนี้ดูเหมือนซีอีโอจะไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นเธอมองไปที่หยางเฉินที่ยืนเคียงข้างเธออย่างห่วงใยและก็ต้องรู้สึกประหลาดเมื่อเห็นว่าคนข้างๆ ยังคงมีรอยยิ้มที่ปราศจากความกังวลบนใบหน้าโอ้พระเจ้า หน้าเขาจะหนาเกินไปมั้ย?

            เวลานี้ หลินรั่วซีเขียนเช็คเสร็จแล้วเธอฉีกมันออกและยื่นส่วนที่เหลือให้อู๋เยวี่ย

            “เช็คธนาคารสวิสนี้มาจากบัญชีส่วนตัวของฉันมันไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการเงินของบริษัท สกุลเงินคือดอลลาร์หยวน และมีมูลค่า20ล้าน 4ล้านคือส่วนที่เกินจากมูลค่าของสิ่งพิมพ์ทั้งหมดและสินทรัพย์ของตระกูลรวมกันมันสามารถเบิกและถอนจากสาขาของธนาคารสวิส

            ถ้าคุณหยูตั้งใจจะรายงานเรื่องในวันนี้ฉันก็ไม่คิดจะไปเป็นศัตรูกับพวกคุณ ฉันจะซื้อบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านั้น แม้ว่าเราจะจัดการดูแลแค่สิ่งพิมพ์เกี่ยวกับแฟชั่นเท่านั้นแต่บริษัทของฉันก็มีสินทรัพย์มากกว่า 9 หมื่นล้านมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะให้มีบริษัทนิตยสารการเมืองอีกสักแห่งอยู่ภายใต้การดูแลของเราอย่าสงสัยการแก้ปัญหาของฉัน ต่อหน้าเงินทุนที่มีสิทธิ์ขาด โอกาสการชนะของคุณก็เท่ากับศูนย์”

            เมื่อพูดจบหลินรั่วซีส่งเช็คให้กับอู๋เยวี่ยที่ยืนอยู่ข้างเธอ

            “เลขาอู๋ถ้าคุณเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มไม่เข้าท่า ก็ใช้วิธีนั้นตามที่ฉันได้พูดไว้นะ”

            “ได้ค่ะบอส” อู๋เยวี่ยเก็บเช็คจำนวน20 ล้านดอลลาร์หยวนลงกระเป๋าเอกสารด้วยท่าทีสบายใจ

            ทั้งหยูกวงและน้องชายต่างหน้าซีดกันไปตามๆ กันขาของพวกเขาสั่นเทาอย่างไร้เหตุผลขณะที่พวกเขามองไปที่หลินรั่วซีที่จากไปพร้อมกับคณะบริหารอย่างหมดหนทางถ้าบริษัทของพวกเขาถูกซื้อไปจริงๆ ต่อให้พวกเขามีเงินพวกเขาก็ไม่สามารถสร้างนิตยสารที่มีชื่อเสียงภายในไม่กี่ปีเช่นนี้ได้อีกหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นแล้วพวกเขาจะใช้จ่ายกันอย่างล้างผลาญโดยไม่มีรายได้ได้อย่างไรพวกเขาไม่กล้าคิดถึงผลที่จะตามมาอย่างแน่นอน

            ขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องนี้ดำเนินมาถึงตอนจบอู๋เยวี่ยที่เดินตามหลินรั่วซีโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย ก็หันหลังเดินกลับมาหาหยางเฉินและจ้าวหงเยี่ยนเหมือนกับหุ่นยนต์เธอกล่าวขึ้นว่า

            “บอสหลินต้องการพบคุณทั้งคู่รายงานตัวที่ห้องของท่านภายใน 5 นาทีนะคะ”

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน