บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 53. มากถึงเพียงนี้


     

            “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า พวกท่านอยู่ที่ไหนกันขอรับข้าอยู่ทางนี้” 

            จางอี้หมิงเดินฝ่าซากศพที่กองเกลื่อนกลาดด้วยหัวใจที่สั่นไหว เขาเดินอยู่นานจนจำไม่ได้แล้วว่ามาเดินอยู่ตรงนี้กี่ชั่วยามเด็กน้อยวิ่งจนทั่ว เดินจนขาอ่อนแรงก็หาได้เจอกับชาวบ้านหรือคนทั่วไปไม่ศพทุกศพต่างมีร่างกายแข็งทื่อ หิมะเกาะเต็มตัว บางศพดวงตายังเบิกโพลง เด็กชายเดินผ่านศพแล้วศพเล่าแต่ก็หาได้เจอบิดา มารดาหรือว่าท่านย่าของเขาไม่

            อี้หมิงน้อยตกใจจนเสียขวัญ เขาไม่รู้จะทำเช่นไรแล้วประกอบกับร่างกายเริ่มหนาวเย็นและสั่นเทาขึ้นมาโดยหาสาเหตุไม่ได้เด็กชายเริ่มก้าวขาออกเดินอย่างยากลำบากร่างกายมันหนักเสมือนตนเองแบกก้อนหินอันใหญ่ไว้บนหลัง เมื่อก้าวขาไม่ออก ร่างน้อย ๆ จึงล้มลงไปที่พื้นอย่างหมดหนทาง

            “ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย” จางอี้หมิงตะโกนออกมาสุดเสียงส่งผลให้นางหูที่นอนอยู่ด้วยกันบนแคร่ไม้ไผ่สะดุ้งตื่นและหันมาตรวจดูหลานชายโชคดีว่าเวลาใกล้สว่างแล้วจึงพอมีแสงส่องเข้ามารำไร

            "หมิงเอ๋อร์ เจ้าเพียงฝันร้าย อย่ากลัวไปเลยย่าอยู่นี้แล้ว” นางหูเขย่าตัวหลานชายให้ตื่นและโอบกอดเอาไว้นางลูบหลังลูบผมอย่างปลอบโยน

            “ท่านย่า ข้ากลัวขอรับ” 

            จางอี้หมิงรู้สึกตัวตื่นอย่างเต็มตา เขาโผกอดนางหูตระหนักรู้ว่าตนเองเพียงฝันไปเท่านั้น แต่ภาพความโหดร้ายของฤดูหนาว ศพมากมายกลับติดตาเขาอย่างชัดเจนเด็กชายทำได้เพียงกอดท่านย่าของตนเองเพื่อคลายความหวาดกลัว

              .

            เช้าวันใหม่ท้องฟ้าสว่างสดใส แสงแดดรำไรลอดส่องมาทางฝาบ้านซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะกลายเป็นอดีต จางอี้หมิงที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายไม่ค่อยสดใสมากนักถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่นายช่างเหอจะส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวจางก็ตามที

            นายช่างเหอแจ้งให้ครอบครัวจางรู้เมื่อหลายวันก่อนว่าบ้านที่พักอาศัยของสกุลจางสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วทำความสะอาดสักหนึ่งถึงสองวันก็พร้อมขนเครื่องเรือนเข้าไปอยู่อาศัยได้ตามปกติ บ้านใหม่นี้เสร็จตามกำหนดหนึ่งเดือนที่ท่านอ๋องรับสั่ง 

            บ้านของท่านอาจารย์เทียนอี้กับสองหมิงสร้างเสร็จไปเมื่อสิบกว่าวันก่อนแล้วและพวกเขาก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่มาตั้งแต่ตอนนั้น

            “หมิงเอ๋อร์ เจ้ายังกังวลถึงความฝันเช่นนั้นหรือวันนี้เป็นวันที่ดีเราจะได้บ้านใหม่กันแล้ว ย่าว่าวางฝันร้ายไว้ก่อน มาชื่นชมบ้านใหม่กันเถอะดูสิ เจ้าชอบหรือไม่” นางหูเอ่ยกับหลานชาย

            “ขอรับท่านย่า”จางอี้หมิงตอบรับพร้อมกับเดินไปที่บ้านใหม่ โดยมีนายช่างเหอซีรออยู่ก่อนแล้ว

            หลังจากที่กล่าวทักทายกันนายช่างจึงได้พาเดินชมพลางแนะนำบ้านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดหน้าที่ของเขา

            “บ้านเป็นแบบธรรมดาทั่วไปเพียงแต่ได้วัสดุก่อสร้างที่ดี มีคุณภาพ และเครื่องเรือนก็ใหม่เอี่ยมมีคุณภาพดีตามคำสั่งท่านอ๋อง พวกเจ้าตามข้ามา ข้าจะแนะนำอีกครั้ง.......”นายช่างเหอพาครอบครัวจางเดินดูบ้านแต่ละห้องและอธิบายรวมทั้งบอกว่ามีความพิเศษเช่นไรบ้าง ของตกแต่งเอามาจากไหน อย่างไร

            “ที่สำคัญ พวกเจ้าต้องชอบห้องนี้เป็นแน่” 

            นายช่างเหอพาสมาชิกครอบครัวจางตรงมายังห้องครัวซึ่งมันเป็นไปตามที่จางอี้หมิงต้องการทุกอย่างมีเตาอบที่กว่านายช่างเหอจะทำสำเร็จต้องรื้อ ต้องแก้ไปหลายครั้งตามคำสั่งของเด็กน้อยรวมทั้งปล่องลมที่เก็บควันให้ลอยออกไปนอกบ้านหากต้องจุดเตาผิงซึ่งจางอี้หมิงตั้งใจออกแบบให้เหมือนเตาผิงของแถบยุโรปมีทั้งพื้นที่ในการทำอาหารและการเตรียมอาหาร เขาเลือกทำเหมือนเคาน์เตอร์ รวมทั้งชั้นวางผักและเครื่องเทศต่างๆ 

            “นี่มันมิใช่ว่า...” นางหูเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ

            “ใช่แล้วฮูหยินจาง ห้องลับ” นายช่างเหอเอ่ยขึ้นก่อนที่จะอธิบายต่อไป

            ความจริงแล้ว เป็นห้องที่ขุดลงไปใต้ดินมีบันไดไต่ลงไปรวมทั้งมีที่จุดไฟนายช่างเหอทำปล่องเพื่อให้อากาศเข้ามาทางปล่องควันที่สร้างเชื่อมต่อกับเตาผิงจางอี้หมิงถึงกับอึ้งในความรู้ความสามารถของนายช่างเหอ เขาสามารถทำฝาปิดให้เหมือนกับพื้นบ้านแล้วเอาพรมมาปิดไว้ ช่างแนบเนียบจริงๆ

            ห้องลับนี้มีขนาดที่กว้างเท่าหนึ่งห้องนอน ในนั้นมีชั้นวางตั้งอยู่เหมาะมากสำหรับการหลบภัย การเก็บซ่อนของมีค่าหรือสะสมอาหาร

            นอกจากห้องลับแล้ว ยังมีห้องเก็บอาหารที่ขุดลึกลงไปในพื้นดินอีกด้วย เป็นห้องเก็บอาหารเหมือนครัวเรือนทั่วๆ ไป 

            เสร็จจากบ้านหลักแล้วนายช่างเหอยังนำไปที่บ้านเล็กอีกสองหลังซึ่งทำเป็นพื้นที่โล่งแต่มีฝาบ้านเท่านั้น

            จางอี้หมิงถึงกับยิ้มกว้างกว่าเดิมเพราะนายช่างเหอสามารถทำรางไม้สำหรับปลูกผักฤดูหนาวที่จางอี้หมิงได้สัญญาไว้กับหนิงอ๋องได้อย่างดีนายช่างเหอจัดทำได้ตามที่เด็กน้อยต้องการทุกอย่าง รวมทั้งบริเวณใช้เก็บฟืนด้วย

            สำหรับบ้านอีกหลังที่อี้หมิงต้องการให้เป็นสถานที่ทำงานของกลุ่มการค้าหลัวถงเด็กน้อยออกแบบให้มีโครงสร้างคล้ายกับโรงงานจึงมีห้องแตกต่างแยกกันออกไป ก่อนหน้านี้ อี้หมิงต้องการเพียงบ้านโล่งๆ แต่เมื่อรับปากว่าจะผลิตอาหารให้ท่านอ๋องแล้ว จางอี้หมิงจึงเปลี่ยนแบบบ้านใหม่เขาเพิ่มห้องเก็บเอกสาร ห้องทำงาน ห้องเก็บสินค้า และห้องครัว คล้ายโรงงานขนาดย่อม

            “นายช่างใหญ่ ข้าขอเป็นตัวแทนของครอบครัวสกุลจางขอบคุณนายช่างเป็นอย่างมากที่ทุ่มเทสร้างบ้านที่สวยงามเช่นนี้ให้กับพวกเรา”จางอี้เทายกมือคารวะ สมาชิกบ้านจางที่เหลือจึงทำตามด้วย

            “อย่าได้มากพิธีข้าก็ได้กำไรจากการสร้างบ้านของเจ้าไม่น้อย รวมถึงวิธีการสร้างบ้านแปลกแบบ ๆ ด้วย ไม่แน่ว่าในอนาคต เศรษฐีคนอื่นอาจจะชื่นชอบแบบบ้านของเจ้าก็เป็นได้ข้าว่ามันน่าสนใจมาก ทั้งที่ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ใช้ทำอันใดมันจะใช้ได้ตามที่เจ้าต้องการหรือไม่ หากในอนาคตอยากให้ข้าแก้ไขหรือสร้างอันใดอีกเจ้าก็ไปหาข้าได้เสมอ” นายช่างเหอตบลงไปบนบ่าของจางอี้เทาสองสามที

             เมื่อทำการส่งมอบบ้านเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างนายช่างเหอจึงขอตัวกลับเข้าเมืองปล่อยให้บ้านจางได้ชื่นชมบ้านของพวกเขาอย่างเต็มที่

            “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากได้น้องชายน้องสาวแล้วขอรับเมื่อไหร่ท่านพ่อกับท่านแม่ถึงจะมอบน้อง ๆ ให้ข้ากันเล่า บ้านเรามีเงินเยอะแยะแล้วมีน้อง ๆ มาเพิ่มอีกสักคนสองคนก็น่าจะดีนะขอรับ”จางอี้หมิงเอ่ยถามบิดาและมารดาด้วยหน้าตาใสซื่อ ทำตัวยังกับเด็กไร้เดียงสาแต่จางอี้เทาหาได้หลงกลหน้าตาใสซื่อนั้นไม่ ถึงกับจิ้มนิ้วลงไปบนเอวของบุตรชาย

            “เจ้ากล้าล้อเลียนบิดาเช่นนั้นหรือ”

            จางอี้หมิงวิ่งหนีบิดาไปรอบ ๆ โดยไม่สนใจมารดาที่ยืนหน้าแดงหูแดงอยู่ข้าง ๆ แม่สามีที่มองมายังนางด้วยสายตาล้อเลียน

                .

            รถม้าคันใหญ่ที่มีสมาชิกครอบครัวจางนั่งอยู่กำลังมุ่งหน้าตรงสู่เมืองไห่ถัง มีหมิงจูเป็นผู้บังคับรถม้าและมีหมิงจินนั่งข้างๆ พี่ชาย

            ภายในรถม้า จางอี้หมิงกำลังร่ายรายการสินค้าที่จะซื้อในวันนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนางหูและหลี่อ้ายจึงได้แต่มองตามแล้วก็ส่ายหน้าให้กับความเรื่องมากของเด็กชายคนสำคัญประจำบ้าน

            สมาชิกบ้านจางตัดสินใจเข้าเมืองเพื่อซื้อของที่จำเป็นหลายอย่างเข้าบ้านถึงแม้ว่าท่านอ๋องจะจ่ายค่าเครื่องเรือนไปแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ต้องจัดซื้อเข้าไปเอง ด้วยมีรถม้าเป็นของตนเองแล้ว การเดินทางจึงสะดวกนางหูไม่อิดออดที่จะเดินทางมาด้วยเพราะนี่คงเป็นครั้งแรกที่นางจะได้ไปเดินตลาดซื้อของเองหญิงนางไหนก็ชอบเดินตลาดกันทั้งนั้นมิใช่หรือ

            “ท่านพ่อ ฟูกนอนต้องเอาที่หนาหน่อยนะขอรับ”

            “ท่านพ่อ แป้งสาลี เมล็ดข้าวสาลี ข้าต้องการมากที่สุด”

            “ท่านพ่อ ขาดไม่ได้เลยคือเนื้อนะขอรับ” 

            และอีกหลายอย่างที่จางอี้หมิงร่ายออกมาจนจางอี้เทาได้แต่ก้มหน้ารับฟังเพียงอย่างเดียวด้วยความอ่อนใจ

            เอาเถอะ ถือว่าเงินทั้งหมดนี้เป็นเจ้าหามา เจ้าจะใช้ซื้อของอันใดก็สมเหตุสมผลแล้ว

            เมื่อจ่ายค่าผ่านทางเข้ามาแล้วจางอี้หมิงให้รถม้าพามารดาและท่านย่าไปเดินเล่นในตลาดก่อนตามประสาผู้หญิงโดยให้หมิงจินตามไปช่วยถือของและทำหน้าที่องครักษ์ด้วย ส่วนตนเองกับท่านพ่อนั้น จางอี้หมิงให้ไปส่งที่เหลาอาหารซิ่งฝูเพียงแค่เขาลงจากรถม้ากำลังจะเดินตรงไปหาท่านปู่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปในเหลาอาหารด้วยซ้ำ สองพ่อลูกสกุลจางกลับถูกชายผู้หนึ่งเข้ามาขวางหน้าไว้

            “เด็กน้อย น้องชาย พวกเจ้ากำลังจะไปที่ใด”ชายคนหนึ่งที่ดูภูมิฐานเอ่ยถามขึ้น

            “ข้ากับลูกกำลังจะเข้าไปในเหลาอาหารมิทราบว่าพี่ชายมีอันใดหรือไม่” จางอี้เทาเอ่ยถามกลับ

            “เจ้ามิเห็นเช่นนั้นหรือว่าพวกข้ากำลังต่อแถวกันอยู่เจ้าเป็นใครถึงจะได้เข้าไปในเหลาอาหารก่อนพวกข้าที่มายืนต่อแถวตั้งนานแล้ว” 

            “เอ่อ...พี่ชายคงเข้าใจผิดแล้วข้ามิได้มากินอาหารที่เหลาซิ่งฝูขอรับ ข้าเพียงมาพบเถ้าแก่หลินเพียงเท่านั้น เช่นนี้พวกเข้าสองคนพ่อลูกคงไปได้แล้วใช่หรือไม่” จางอี้เทาเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดให้ชายคนนั้นได้ฟังเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับแล้วสองคนพ่อลูกจึงเดินผ่านเข้าไปและตรงไปยังห้องทำงานของเถ้าแก่หลินด้านในทันที

            “หมิงหมิงน้อย อาเทา ลมอันใดหอบเจ้ามาหาข้าในวันนี้”เถ้าแก่หลินไห่เอ่ยทักทายขึ้น ซึ่งสองพ่อลูกบ้านจางก็กล่าวทักทายกลับไปตามมารยาท

            “ท่านปู่ ลมคิดถึงน่ะสิขอรับ ข้าคิดถึงท่านปู่ท่านย่าใหญ่มากเลยขอรับ”จางอี้หมิงได้ทีออดอ้อนเสียงหวาน

            “ไม่ต้องมาอ้อนข้า เด็กเจ้าเล่ห์เช่นเจ้าเชื่อถือไม่ได้แม้แต่น้อย”หลินไห่ใช้นิ้วมือจิ้มไปบนหน้าผากของเด็กน้อยก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างถูกใจเมื่อจางอี้หมิงลูบหน้าผากตนเองป้อยๆ ทำท่าทางราวกับเจ็บนักหนา

            “ปู่ไม่ว่าเจ้าแล้ว หมิงหมิงน้อยรู้หรือไม่รายการอาหารเดือนนี้มีคนจองจนร้านเนื้อหาเนื้อมาให้ไม่ทันแล้ว” หลินไห่เอ่ยขึ้นความสุขใจ

            “ท่านปู่มิใช่ว่าหมายถึง สวยสังหาร นะขอรับ” จางอี้หมิงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะสวยสังหารเป็นอาหารที่เขาได้ความคิดมาจากร้านเนื้อซึ่งเน่าจากการหมักด้วยเกลือผักเขาได้มันมาอย่างไม่ต้องเสียเงินสักตำลึง

            ถ้าเอาตามสมัยปัจจุบัน สวยสังหารก็คือเนื้อแดดเดียวสมุนไพร นั่นเองโดยเขาแนะนำเป็นรายการกับแกล้ม ไม่นึกว่าชาวเมืองไห่ถังจะชื่นชอบถึงเพียงนี้

            “เจ้ารู้หรือไม่ ปู่ทำตามที่เจ้าบอกให้รับใบสั่งซื้อและทำส่งให้กับเรือนเศรษฐี คหบดี และจวนเจ้าเมืองด้วยพวกเขาต่างก็ต้องต้อนรับแขกบ่อยครั้ง เมื่อรับแขกก็ต้องมีการสังสรรค์สุราไม่นึกว่าจะขายดีเช่นนี้”หลินไห่เอ่ยชื่นชมเด็กน้อยไม่หยุดที่ขยันคิดค้นรายการอาหารออกมา

            “ท่านปู่ ตอนที่ข้าเดินเข้ามาข้าเห็นลูกค้ายืนต่อแถวเพื่อรอเข้ามากินอาหารที่เหลาของท่านเป็นจำนวนมาก”จางอี้หมิงเอ่ยขึ้น

            “นี่ก็เป็นปัญหาที่ปู่ก็คิดไม่ออกมาหลายวันแล้วทั้งที่ปู่บอกไปแล้วว่าไม่มีห้องว่างเหลือเลยพวกเขาก็ยังเต็มใจยืนรอเพื่อที่จะได้ชิมอาหารของเหลาซิ่งฝู”หลินไห่ตอบหลานชายพลางถอนหายใจเสียงดัง

            “ท่านปู่ต่อไปให้ท่านปูออกตั๋วจองสำหรับมากินอาหารที่เหลาซิ่งฝูสิขอรับกำหนดเวลาให้แต่ละตั๋วสามารถใช้เวลาได้กี่ชั่วยาม หากเกินเวลาก็ปรับ ข้อดีคือหนึ่งลูกค้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมายืนรอซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้กินหรือไม่ สองคือ ท่านลุงอู๋ก็จะสามารถจัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้เพียงพอกับอาหารที่ต้องปรุงวัตถุดิบจะได้ไม่เหลือมาก เมื่อเราสามารถจัดซื้อวัตถุดิบได้เหมาะสม ผักเนื้อของเราก็สดใหม่ 

            สำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถมาได้ ก็เพียงเอาตั๋วจองนั้นมาขายคืนให้กับเหลาเราก็เปิดขายใหม่ แต่ถ้าหากคืนบ่อย ๆ เราก็จำกัดการจองของคนนั้นไปสักหนึ่งเดือนเพียงเท่านี้ก็แก้ปัญหาได้แล้วขอรับ” จางอี้หมิงบอกวิธีการแก้ไขปัญหาให้ เขาเอาระบบการจองตั๋วดูคอนเสิร์ตหรือจองคิวร้านอาหารปิ้งย่างมาใช้

            “โอ้ หลานปู่ เจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก ปู่เข้าใจแล้วขอบใจเจ้ามาก” 

            “หามิได้ขอรับ” 

            “พวกเจ้ารอสักครู่ปู่จะไปนำเงินค่าส่วนแบ่งตลอดหนึ่งเดือนมานี้ให้กับเจ้า”หลินไห่พูดเสร็จแล้วจึงลุกออกไปจากห้องไม่นานก็กลับมาพร้อมกับตั๋วเงินหนึ่งใบของร้านจินฟู่มายื่นให้จางอี้เทา

            จางอี้เทารับตั๋วเงินมาแล้วจึงก้มมองดูจำนวนตัวเลขที่ปรากฏบนตั๋วเงินเมื่อมองดูดี ๆ แล้ว เขาถึงกับมือสั่นขึ้นมาทันที

            “ท่านพ่อบุญธรรม ได้มากถึงเพียงนี้หรือขอรับ”จางอี้เทาเงยหน้าเอ่ยถามบิดาบุญธรรมเสียงสั่น

            “นี่เป็นเพียงรายได้ของเดือนแรกสำหรับเดือนนี้ยังไม่ได้จ่ายให้บ้านสกุลจางแม้แต่ตำลึงเดียว”หลินไห่เอ่ยยืนยัน

            “ท่านพ่อ มากเพียงไหนขอรับ”จางอี้หมิงชะโงกหน้ามองตัวเลขในตั๋วเงิน แล้วก็ถึงกับตาโตไปอีกคน

            “ท่านปู่ นี่มิใช่ว่ามันมากเกินไปหรือขอรับ ท่านปู่ใส่จำนวนเงินผิดหรือไม่”จางอี้หมิงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

            นี่มันมากเกินไปแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลย...

            “มิผิด สี่สิบเจ็ดตำลึงทองจำนวนเงินถูกต้องแล้ว ยอดตำลึงที่เหลือปู่จะยกไปเดือนหน้า” หลินไห่ยืนยันอีกครั้ง

            จางอี้เทากับจางอี้หมิงหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย บ้านจางรวยแล้วเงินจำนวนนี้ใช้ระมัดระวังหน่อยก็สามารถใช้ได้ไปตลอดชีวิตแต่ท่านปู่หลินบอกว่าเป็นเพียงรายได้แค่หนึ่งเดือนเท่านั้น เช่นนี้แล้ว มิใช่เขาเป็นเศรษฐีไปแล้วหรอกหรือ

            นี่ยังไม่รวมกับเงินที่จะได้มาจากส่วนแบ่งการขายน้ำตาลผักและเกลือผักอีกด้วย

            ไอ้นนท์อดอยากมาตลอดชีวิตยี่สิบห้าปีมาเกิดใหม่ทั้งทีก็ยังอดอยาก ต่อไปนี้แหละ ไอ้นนท์ขอช้อปให้หนำใจเอาให้คุ้มกับเวลาที่เสียไปเพราะความแร้นแค้นและยากจนไปเลย

            เมื่อทุกอย่างลงตัว จางอี้หมิงและจางอี้เทาจึงขอตัวกลับเพื่อไปสมทบกับภรรยาและมารดาที่เดินตลาดรออยู่ก่อนแล้วระหว่างทางที่เดินออกไปจากเหลาซิ่งฝู สองพ่อลูกสกุลจางต่างก็ชื่นชมกับจำนวนเงินที่อยู่ในตั๋วโดยไม่ได้เฉลียวใจถึงสายตาสองคู่ซึ่งกำลังมองดูพวกเขาอย่างอาฆาตแค้น

            สายตานั้นจับจ้องไปยังสองร่างอย่างไม่สบอารมณ์ เฝ้ามองจนทั้งคู่ลับสายตาไปแล้วก็หันมามองหน้ากันรอยยิ้มมาดร้ายถูกส่งออกมาจากริมฝีปาก

    พวกเขาคิดจะทำอะไรกับสองพ่อลูกคู่นี้กันนะ...

    คล้ายกับเรื่องบุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง ที่คุณอ่าน

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810