ใครบอกว่าไม่ใช่กันเพราะนางพลาดพลั้งเอ่ยปากไป จึงต้องไปคัดพระคัมภีร์ที่โถงเล็กของอารามกระทั่งป่วยไข้เอาภายหลัง
ทว่าเวลานี้พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้กำลังจะเปิดเทศนา
โอกาสดีเพียงนี้เดิมทีนางพาเฉินจิ้งโหรวไปได้ไปเปิดตัวออกหน้าออกตาแก่เหล่านายหญิงชั้นสูงทั้งหลายได้
ถึงนายหญิงของจวนป๋อชางโหวล่วงลับอย่างน้อยก็ยังมีคนคิดอยากต่อสายพิณ[1]ให้ป๋อชางโหวหากนางมิอาจไปปรากฏตัวเบื้องหน้าฝูงชนทันเวลาตำแหน่งฮูหยินนี้คงตกไปถึงใครก็ไม่รู้
ยิ่งนางคิดก็ยิ่งตื่นตระหนกหรือว่าแม้แต่เื่พวกนี้ เฉินจิ้งเจียก็วางแผนไว้หมดแล้วอย่างนั้นหรือ?
“แม่นมเฉินจิ้งเจีย มิอาจอยู่ต่อไปได้แล้ว”
จ้าวอี๋เหนียงบอกก่อนถอนหายใจยาวเหยียด
บางทีนางอาจทำเื่เล็กให้กลายเป็เื่ใหญ่หรือบางทีนางอาจประเมินเฉินจิ้งเจียสูงไป ทว่าที่ผ่านมานางเป็คนแน่วแน่ยอมฆ่าผู้บริสุทธิ์พันคนดีกว่ายอมปล่อยศัตรูหนึ่งเดียวไป
หากเฉินจิ้งเจียจะโทษก็ต้องโทษความบังเอิญอันสมควรตายนี้ที่ทำให้นางต้องสงเคราะห์ส่งตัวเองไปเร็วเช่นนี้
ด้านเฉินจิ้งเจียที่จ้าวอี๋เหนียงนึกถึงกำลังรับประทานมื้อเย็นด้วยอารมณ์ดียิ่ง พลางคิดวางแผนในใจต่อเื่ที่พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้จะเปิดเทศนาธรรมนั้น น่าจะเป็เื่ราวใน่นี้
เพิ่งคิดได้ไม่นานจู่ๆ หนานจือพลันวิ่งเข้ามาในห้อง “คุณหนู คุณหนูเ้าคะ เกิดเื่ใหญ่แล้ว!”
เมื่อเห็นนางวิ่งเข้ามาจนหายใจหายคอไม่ทันรอยยิ้มเฉินจิ้งเจียเป็อันหายไปทันที “เื่ใหญ่เพียงใดกันถึงทำเอาเ้าเร่งรีบเสียขนาดนี้?”
หนานจือสูดลมหายใจโกยอากาศเข้าสองเฮือกจากนั้นจึงสงบสติลงได้ “คุณหนูท่านรู้ก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่ว่าพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้จะเปิดเทศนาธรรมถึงได้บอกท่านว่าที่เขยว่าจะเอาเครื่องรางให้เขา?”
เฉินจิ้งเจียใจกระตุกวูบมาแล้วจริงๆ
“เ้าพูดอะไรกันพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้บรรลุธรรมสูงส่งเพียงนั้นคิดว่าข้าจะจัดแจงเื่ราวของเขาขึ้นได้หรือ?” นางพูดไปรอยยิ้มบนหน้าผุดขึ้น “ฟังตามที่เ้าบอกมาพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้จะเปิดเทศนาธรรมแล้วอย่างนั้นหรือ?”
หนานจือพยักหน้า“เ้าค่ะ บอกว่าอีกสามวันให้หลังในเมืองหลวงจะมีเหล่าฮูหยินและคุณหนูจากสกุลมากมายเดินทางมายังอารามแห่งนี้เ้าค่ะ”
“โชคดีที่พวกเรามาเร็วมิเช่นนั้นเกรงว่าแม้แต่เรือนพักคงแย่งไว้ไม่ได้เป็แน่” หนานจือเอ่ยจบก็รู้สึกว่าคำพูดที่ตนเอ่ยดูล้ำเส้นไปเสียหน่อยจึงเงยหน้ามองเฉินจิ้งเจียด้วยความระมัดระวัง“กระนั้นนี่ก็มิใช่เื่ที่คุ้มค่าพอจะดีใจเ้าค่ะ”
ทว่าเฉินจิ้งเจียกลับยิ้มแทน“ไม่เป็ไร”
ดูเหมือนนางจะอารมณ์ดีทีเดียวหนานจือถึงได้ทักท้วงเตือน“ไม่รู้เช่นกันว่าพี่หญิงใหญ่ของจวนอัครเสนาบดีจะมาหรือไม่”
นางพูดไปพลางชำเลืองมองท่าทีเฉินจิ้งเจียกลัวว่านางจะไม่สบายใจ หากแต่เอ่ยจบกลับไม่เห็นว่าสีหน้านางจะแปรเปลี่ยนแต่อย่างใด
ความกังวลใจของหนานจือนั้นแน่นอนว่านางเข้าใจดี เพราะชาติก่อนนางโง่ถึงได้พลาดนับคนชั่วตั้งตนเป็คนญาติมิตรสหายไม่ว่าจ้าวอี๋เหนียงกับเฉินจิ้งโหรวจะพูดอะไร นางก็เชื่อหมดใจ
เดิมทีครอบครัวของอัครเสนาบดีมีสัมพันธ์อันดีต่อนางยิ่งทว่ากลับถูกตัวนางบังคับตัดสัมพันธ์ไม่ไปมาหาสู่เสียดื้อๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกพี่ลูกน้องผู้พี่หญิงนั้นต่อให้พวกนางจะมิได้สมาคมกันแล้ว แต่ยามรู้ว่านางมุ่งมั่นจะแต่งงานกับเซี่ยยู่จางก็ยังช่วยเข้ามาห้ามปรามเช่นกัน
น่าเสียดายที่ตอนนั้นนางดันเชื่อคำลวงของเฉินจิ้งโหรวคิดว่าพี่หญิงใหญ่ผู้นี้คิดแย่งชิงตำแหน่งไท่จื่อเฟยของนางจึงพ่นวาจาแสนโหดร้ายกับนางต่อหน้าฝูงชน
แม้ภายหลังนางจะเป็ไท่จื่อเฟยแล้วทั้งยังตั้งครรภ์แต่พี่หญิงใหญ่กลับยังไม่ยอมแต่งงานมาโดยตลอดใครเล่าจะรู้ว่านางได้รับผลกระทบจากวาจาของตนในยามนั้นเข้า
เมื่อคิดดูนางก็รู้สึกผิดต่อพี่หญิงใหญ่ยิ่งนัก
“พี่หญิงใหญ่จะมาหรือไม่? มาถึงเมื่อไร? หนานจือเ้าส่งคนไปสืบข่าวจากจวนท่านอัครเสนาบดีที”เฉินจิ้งเจียเอ่ยปาก
ในเมื่อชาติก่อนทำเลวร้ายไว้กับนางเช่นนั้นชาตินี้จะชดใช้ให้อย่างเต็มที่
นางสั่งการแต่หนานจือกลับยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิม ทำเอาเฉินจิ้งเจียเป็อันต้องมองนาง“เป็อันใดไป เ้ามีปัญหากับเื่ที่ข้าจัดแจงหรือ?”
มีปัญหาหรือนี่เรียกว่ามีปัญหาสุดๆ เลยเ้าค่ะ!
หนานจือส่ายหน้าพัลวัน“ไม่มีปัญหา! บ่าวจะทำตามคำสั่งเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ!” พูดจบหนานจือพลันออกตัววิ่งทันใด ท่าทางฉุนเฉียวทำเอาเฉินจิ้งเจียเป็อันส่ายหน้า
ชาติก่อนหนานจือก็เป็พวกมุทะลุใจร้อนเสมอมาต่อให้สุดท้ายจะตายเพื่อช่วยนาง แต่ก็ไม่สุขุมใจเย็นขึ้นบ้างแม้แต่น้อย
นางควรหาสาวใช้อีกสักคนมาเป็คู่ให้หนานจือหรือไม่? ดังเช่น ซีหร่านข้างกายเฉินจิ้งโหรวผู้นั้นก็ไม่เลวทีเดียว
แม้เป็สาวใช้ของเฉินจิ้งโหรวทว่าชาติก่อนหาได้กระทำการชั่วร้าย กระทั่งว่าลอบส่งข่าวให้นางเสียด้วยซ้ำหากแต่นางโง่เกินไป ไม่พอยังบอกเื่นี้กับเฉินจิ้งโหรว ทำลายชีวิตเด็กรับใช้ดีๆคนหนึ่งจนตายอย่างน่าเวทนา
เฉินจิ้งเจียยังคงคิดวางแผนจากนี้ต่อไปทางฝั่งหนานจือที่วิ่งออกมากลับมีท่าทีสับสนขีดสุดคิดแล้วคิดอีกก่อนตัดสินใจไปเรือนพักเฉินอี้เหอ
“แม่นางหนานจือดึกขนาดนี้ เ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ?”
ทหารคุ้มกันส่วนตัวของเฉินอี้เหอที่อยู่นอกประตูมองหนานจือด้วยความแปลกใจแม้ในยามปกติจะมีแม่นางหลายคนอยากเข้าใกล้ท่านแม่ทัพของพวกเขาทว่าพวกเขาล้วนเ็าตาขวางใส่ทั้งสิ้น
ทว่าแม่นางหนานจือผู้นี้กลับต่างออกไปนางคือสาวรับใช้ข้างกายคุณหนูใหญ่ ใครไม่รู้บ้างว่าท่านแม่ทัพผู้เป็เ้านายตนรักคุณหนูใหญ่ดั่งแก้วตาดวงใจ เช่นนั้นคิดว่าจะล่วงเกินหนานจือสาวใช้ของนางได้หรือ?
ไม่ว่าพวกเขาจะคิดเช่นไรแต่หนานจือรีบร้อนแทบรอไม่ไหวแล้ว “พี่ชายผู้นี้รบกวนท่านเข้าไปเรียกคุณชายใหญ่ให้ข้าที บอกว่าข้ามีธุระอยากพบเป็เื่เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่ เป็เื่ด่วนยิ่ง! เื่ใหญ่มาก!”
หึเื่ใหญ่เื่ด่วนเกี่ยวกับคุณหนูนั้น จะทนอยู่ได้หรือ?
ทหารคุ้มกันผู้นั้นไม่กล้าล่าช้ารีบหันหลังเข้าห้องทันที ไม่สนใจแล้วว่าในห้องจะมีป๋อชางโหวอยู่หรือไม่!
ครั้งนี้หนานจือนับว่าตนได้รับการปฏิบัติอย่างสูงสุดที่สุดในชีวิตแล้วป๋อชางโหวและท่านแม่ทัพชายแดนถึงขั้นออกมาต้อนรับนางด้วยตัวเอง
“เจียเอ๋อร์เป็อะไรไป?” เฉินอี้เหอถามด้วยความกังวลเต็มประดา
“ป่วยอย่างนั้นหรือ? ร้ายแรงหรือเไม่? รีบส่งเทียบเชิญของข้าไปเรียกหมอหลวงมาเร็วเข้า!”ป๋อชางโหวร้อนรนจนเสียกิริยาไปหลายส่วน
หนานจือมิอาจแทรกบทสนทนาเข้าไปได้พักใหญ่คอยกระทั่งทั้งสองพูดจบจึงเริ่มอธิบาย “มิใช่ มิใช่เ้าค่ะคือว่าคุณหนูใหญ่ให้บ่าวไปจวนท่านอัครเสนาบดีเพื่อสืบข่าวว่าพี่หญิงใหญ่จะมาวัดเมื่อไรและสถานการณ์อื่นๆ เป็เช่นไรเ้าค่ะ”
โอ้ที่แท้ก็มิได้เกิดเื่ขึ้นกับเฉินจิ้งเจียนี่เอง
ท่าทางร้อนรนของทั้งสองพลันผ่อนคลายทันตาก่อนเงยหน้าพากันมองหนานจือ“เ้าบอกว่าลูกพี่ลูกน้องหญิงจะมาวัดอันเหรินอย่างนั้นหรือ?”
“สามวันจากนี้พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้จะเปิดเทศนาธรรมเหล่าฮูหยินทั้งหลายในเมืองหลวงจะเดินทางมายังวัดนี้เ้าค่ะ” หนานจือพูดง่ายๆ
ป๋อชางโหวพยักหน้า“ในเมื่อเป็เช่นนี้ อี้เหอ เ้าไปสืบข่าวมาหากพวกนางจะมาก็ชิงจับจองเรือนพักไว้ก่อนถึงเวลานั้นหากไม่มีเรือนพักจะได้ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับคนอื่นเอา”
ในเมื่อป๋อชางโหวและคุณหนูใหญ่ตัดสินใจแล้วจิตใจหนานจือมิได้ลนลานมากเท่าเดิม จึงกลับเรือนอย่างสบายใจ
เมื่อรู้แผนจัดแจงแล้วเฉินจิ้งเจียจึงมิได้รีบร้อนเท่าตอนแรกแล้ว “ในเมื่อท่านพี่จัดการให้แล้วเช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องกังวลไป”
พูดจบนางหาวหวอดหนึ่งครั้งหนานจือสวมชุดคลุมให้ ปรนนิบัติพานางเข้านอน หลังจากห่มผ้าอุ่นเรียบร้อยหนานจือจึงเตรียมตัวออกไป หากแต่ทันใดนั้นกลับได้ยินเฉินจิ้งเจียเอ่ยขึ้น “หนานจือเ้าว่าข้าควรหาคู่ให้เ้าดีหรือไม่?”
หนานจือหันกลับมาหน้าตาแตกตื่นเต็มประดา “คุณหนู บ่าว บ่าวอายุยังน้อยพูดเื่หมั้นหมายยามนี้คงไม่เหมาะสมเท่าไรนะเ้าคะ?”
---------------------------
[1] โบราณเปรียบสามีภรรยาเป็พิณพอภรรยาถึงแก่กรรมจะเรียกว่าสายพิณขาดเมื่อสามีแต่งงานใหม่หลังภรรยาล่วงลับจะเรียกว่าต่อสายพิณ