ขากลับเหลียงซูถิงฮัมเพลงไม่หยุด แม้กระทั่งตอนที่คลานผ่านช่องหมาลอด ปิ่งจีเห็นเ้านายเบิกบานใจและยังเห็นโอกาสทำการค้านางก็พลอยเบิกบานไปด้วย อยู่ในจวนตระกูลเซี่ยงอนาคตมืดมนเหลือเกิน สตรีที่ไม่สามารถคลอดทายาทได้ อีกทั้งยังมีสถานะเป็เพียงแค่อนุภรรยา ก็ไม่แปลกหากจะถูกกำจัดออกไปสักวันหนึ่ง
อี๋เหนียงของนางไม่สามารถกลับไปบ้านเดิมได้อีกเนื่องจากใต้เท้าจางไม่ต้อนรับ จะกลับบ้านเดิมของมารดาก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะยินดีหรือไม่ ขนาดบุตรสาวที่แต่งงานแล้วยังเป็เพียงน้ำที่ถูกสาดออกไป แล้วบุตรสาวของบุตรสาวจะมีค่าอะไร หากมีหนทางอยู่รอดได้ด้วยตนเองย่อมเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
เหลียงซูถิงมีแผนอยู่ในหัวมากมาย ต้องเตรียมตัวอย่างสินค้าที่จะดึงดูดใจเถ้าแก่หลิวคนนั้น ต้องวาดรูปยอดพธูสโนว์ไวท์ให้เสร็จ ต้องทำนิยายออกมาขายตอนที่กระแสการประมูลรูปยังร้อนอยู่ ต้องเตรียมแค็ตตาล็อกสินค้าล่วงหน้าหลาย ๆ ประเภทให้เถ้าแก่หลิวเลือกด้วย ไหนจะต้องเตรียมของกำนัลให้ลูก ๆ ของเขาอีก ที่รู้มาจากท่านแม่คือเขาเป็พ่อหม้ายเมียตาย มีลูกสาวอายุ 10 ขวบกับลูกชายอายุ 8 ขวบ ของที่จะเอาไปฝากก็ไม่ได้ให้เปล่า ๆ จะว่าไปก็เป็ตัวอย่างสินค้าเหมือนกันนั่นแหละ
โอ๊ยยยย ว่าที่เศรษฐีนีคนใหม่ธุรกิจรัดตัวเหลือเกินค่ะ!
เมื่อรู้ว่าต่อไปจะต้องทำอะไร และต้องเตรียมอะไรบ้าง เหลียงซูถิงก็ไม่อยากจะรอ รูปสโนว์ไวท์ต้องเก็บรายละเอียดและรอให้มันแห้งถึงจะเอาไปเสนอขายได้ ดังนั้น เธอจึงต้องรีบวาดรูปให้เสร็จก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยเตรียมเื่อื่น ๆ
ความจริงเธอสามารถสั่งปริ๊นท์รูปภาพตามจินตนาการได้จากห้างแต้มบุญเหมือนตอนทำแค็ตตาล็อกสินค้านั่นแหละ แต่เพราะหนึ่งในอาชีพเก่าของเธอคือนักวาด จึงอยากทำสิ่งที่รักไปพร้อม ๆ กับได้เงินด้วย มันเป็ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งในฐานะนักวาด ที่ผลงานของเธอจะมีคนชื่นชมและยินดีจ่ายเงินซื้อมันไปเป็หนึ่งในสมบัติที่บ้าน
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วเธอก็รีบนำภาพวาดและอุปกรณ์วาดภาพออกมานั่งทำงานต่อที่พื้นที่ว่างข้างเรือน สั่งให้ปิ่งจีเฝ้าหน้าเรือนไว้ เผื่อท่านจอหงวนโผล่มาจะได้เก็บของทัน
แล้วก็เป็อย่างที่เธอคาดไว้จริง ๆ เย็นวันนั้นเซี่ยงมู่หยางมาหาเธอที่เรือนอีกครั้ง สีหน้าท่าทางของเขาตอนที่เดินเข้ามาดูเคร่งขรึมเ็า แต่ถ้าเ็าจริง ๆ เขาจะรีบถ่อมาถึงที่นี่ก่อนพระอาทิตย์ตกดินขนาดนี้เลยเหรอ หึหึหึ
วันนี้เหลียงซูถิงเตรียมตัวพร้อมแล้ว ชุดที่ใส่รอคือ ‘ชุดนอนไม่ได้นอนสีแดงสด’ แบบประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยนี้ แต่ก็มีความแตกต่างดึงดูดสายตาคนมองแน่นอน อย่างเื่ความยาวที่ควรจะยาวกรอมเท้าก็หั่นให้สั้นเหนือเข่า แขนยาวกรุยกรายก็หั่นออกให้หมดเหลือเพียงแต่เส้นก๋วยเตี๋ยวผ่าครึ่ง
เธอเห็นชัด ๆ เลยล่ะว่าตอนเขามองมา ถัดจากมองหน้าแล้วสายตาเขาก็พุ่งมาที่นมซึ่งสามารถเห็นได้เลือนรางผ่านผ้าซีทรูทันที ตามด้วยแขนและขา
คราวนี้ เสียงดัง ‘เอื๊อก’ ที่ได้ยินกันทั้งเรือนก็มาจากท่านจอหงวนนี่เอง
“นี่เ้า... เ้าแต่งตัวอะไรของเ้ากัน!” เซี่ยงมู่หยางเอ่ยตำหนิด้วยท่าทางขึงขัง แต่เธอเห็นว่าสองหูของเขาแดงเถือก จึงกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่
“ทำไมล่ะเ้าคะ ท่านไม่ชอบเหรอ” ไม่พูดเปล่า แต่ยังแกล้งลูบผ้าที่บางจนเห็นทะลุไปถึงข้างใน แน่นอนว่ามันปัดผ่านส่วนที่พุ่งชี้หน้าเขาจนทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อกเมื่อครู่นี้ แล้วเธอก็ค่อย ๆ เดินเยื้องย่างเข้าไปหาเขาช้า ๆ ด้วยท่าทางยั่วยวน
หึหึ หนังทุกประเภทที่เคยดู นิยายทุกเื่ที่เคยอ่าน เคล็ดลับใต้เตียงบนเตียงสารพัดที่เคยรู้มา เธอจะขุดเอามาใช้กับนายคนนี้ให้หมด!
เซี่ยงมู่หยางที่ถูกอนุภรรยายั่วยวนเต็มรูปแบบก็บังเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่าน แม้จะรู้ว่าการมาหานางที่เรือนนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ก็คาดไม่ถึงว่าจะถูกจู่โจมั้แ่ตอนที่เพิ่งจะก้าวขาเหยียบเรือนเช่นนี้
เหลียงซูถิงค่อย ๆ ลูบไล้แผงอกผ่านเสื้อผ้าของเขาพร้อมกับคอยสังเกตปฏิกิริยาของเขาไปด้วย แม้จะเห็นสองหูแดงก่ำ แต่เขากลับไม่ถอยห่างจากเธอสักก้าว
ฮะ ฮะ ฮะ... ที่แท้ท่านจอหงวนก็เป็พวกหื่นหลบใน หื่นเก็บอาการนี่เอง
“วันนี้ท่านจะกินมื้อเย็นก่อน หรือจะกินข้าก่อนดีเ้าคะ” เหลียงซูถิงโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเขาพร้อมกับโอบแขนคล้องคอเขาเอาไว้ ทำให้สองหนุ่มสาวยืนแนบชิดกันชวนให้ใครต่อใครที่ได้เห็นเกิดความรู้สึกวูบวาบไปด้วย ปิ่งจีเห็นสถานการณ์ไม่ดีก็รีบก้มหน้างุดปิดประตูเรือนแล้วออกไปรออยู่ด้านนอกอย่างรู้งาน
ส่วนคำตอบที่เธอได้ก็คือการที่ท่านจอหงวนอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขน แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้องนอนราวกับอดทนไม่ไหวอีกแม้แต่ชั่วอึดใจเดียว จากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้ออกจากห้องอีกเป็เวลาเกือบชั่วยาม
