“หือ? เหล่าเย่ไหน? ที่นี่กลับมีคนรู้จักนามของข้า...”
เบ้าตาที่กลวงโบ๋ของโจวเสี้ยนกวาดมองไปรอบๆอย่างประหลาดใจก่อนจะไปหยุดที่เด็กชายอายุน้อยคนหนึ่งที่เสื้อผ้าถูกอาบย้อมไปด้วยโลหิตและไม่นานหลังจากที่เขาจ้องมองไปยังเย่ฉีเปลวไฟในดวงตาก็หรี่เล็กลงก่อนที่กระดูกทั้งร่างจะสั่นไหวอย่างรุนแรง!
“ท ท่าน ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? บัดซบเอ้ย!ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!”
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะทันได้ขยับไปไหนแรงกดดันระลอกหนึ่งก็ม้วนกวาดมาปิดกั้นโจวเสี้ยนเอาไว้และทันทีที่สัมผัสแรงกดดันนั้นกลิ่นอายที่ไม่อยากระลึกถึงก็พลันแผ่ซ่านเข้าไปในหัวใจของเขาโครงกระดูกโจวเสี้ยนหันขวับไปทันทีก่อนที่เปลวไฟเล็กหรี่ในเบ้าตากลวงโบ๋จะประสานเข้ากับดวงตาของชายหนุ่มชุดฟ้าผู้หล่อเหลา
“ราชัน...ราชันสวรรค์! บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!เหตุใดที่นี่ถึงมีสองราชันปรากฏตัวอยู่!?”
แม้ว่าหัวกะโหลกของเขาจะไม่สามารถแสดงอารมณ์ใดๆออกมาได้แต่หากฟังจากน้ำเสียงแล้วคงเดาได้ไม่ยากว่าโครงกระดูกตนนี้กำลังจะร้องไห้ ?สุดท้ายโจวเสี้ยนก็ได้แต่หันซ้ายหันขวาก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ฝั่งของบรรพชนตระกูลกู่และคำรามออกมาอย่างเดือดดาล!
“ไอ้พวกสารเลว! ข้าโจวเสี้ยนหลังจากทำสัญญากับบรรพบุรุษของพวกเจ้าก็คอยเป็นเทพวิญญาณปกป้องคุ้มครองพวกเจ้ามาตลอดหลายหมื่นปี!แต่นี่...ไอ้พวกเนรคุณเอ้ย! พวกเจ้าต้องการให้ข้าแตกดับไปจริงๆ ใช่ไหม? ห๊า!”
หากมีน้ำตาจริงๆกระดูกตรงโหนกแก้มของเขาคงอาบย้อมจนชุ่มไปแล้ว!เขาจะไปคาดคิดได้อย่างไรว่าหลังจากหลับไปเป็นหมื่นปีเมื่อตื่นขึ้นมากลับต้องมาพบกับราชันเช่นนี้?แถมยังเป็นสองราชันอีกด้วย!และที่ยิ่งไปกว่านั้นชนชั้นราชันนั้นแม้มีไม่มากแต่ก็ยังมากกว่าสิบคน!แล้วเหตุใดถึงต้องเป็นราชันบัดซบสองคนนี้?
“เอ่อ...ท่านเทพวิญญาณท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่ ?อะไรคือราชัน? ที่ข้าอัญเชิญท่านมาก็เพื่อกวาดล้างนิกายมังกรนพเก้า!โดยเฉพาะเจ้าเด็กสารเลวนั่น!”
เป็นประมุขกู่ที่กล่าวออกมาน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นราวกับว่าต้องการฉีกกระชากเยฉีเป็นชิ้นๆ !และในตอนนั้นผู้อาวุโสตระกูลกู่ก็เริ่มกล่าววิงวอนออกมาอย่างพร้อมเพรียง
“เทพวิญญาณโปรดช่วยพวกเราด้วย!”
“เทพวิญญาณโปรดขจัดภัยร้ายให้กับตระกูลกู่ด้วย!”
“เทพวิญญาณโปรดสังหารพวกมันทั้งหมดด้วย!”
เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆและไม่นานด้านล่างเองก็เริ่มมีเสียงขึ้นมาเช่นกัน!สำหรับตระกูลกู่แล้วโจวเสี้ยนถูกเรียกขานว่าเทพวิญญาณก็ราวกับเป็นเทพในสายตาของพวกเขาจริงๆทว่าในตอนนี้...แม้จะเป็นโครงกระดูกแต่โจวเสี้ยนนั้นอยากจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆแล้ว!
พวกเจ้าต้องการให้ข้าสังหารเขา? พวกเจ้ารู้หรือไม่เขาเป็นใคร?บัดซบเอ้ยข้าไปทำอะไรให้พวกเจ้าตอนไหนกัน?เหตุใดพวกเจ้าถึงต้องทำกับข้าเช่นนี้?
โจวเสี้ยนเหลือบไปมองยังเย่ฉีอีกครั้งก็เจอเข้ากลับสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งและยังเต็มไปด้วยภัยคุกคามที่สะกดข่มเขาได้อย่างหมดจด!เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นกระดูกสีขาวของเขาก็ราวกับว่าจะซีดลงไปหลายส่วนและเมื่อเหลือบไปมองบุรุษชุดฟ้าที่กำลังยิ้มแย้มอยู่นั้นก็ยิ่งทำให้เขาร่ำร้องอยู่ในใจอย่างน่าสังเวช
“บัดซบเอ้ย! สังหารเขา? ไอ้พวกสารเลววันนี้ข้านี่แหละที่จะสังหารพวกเจ้า!”
สุดท้ายเมื่อไร้หนทางโจวเสี้ยนจึงนำความอัดอั้นทั้งหมดระบายลงที่ตระกูลกู่!ท่ามกลางความมึนงงของพวกประมุขกู่ โจวเสี้ยนไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไปและเริ่มกวาดล้างอย่างบ้าคลั่ง!เขาไม่ได้โง่!แค่เห็นก็รู้แล้วว่าตระกูกู่นั้นเป็นศัตรูกับสองราชันและถึงขั้นอัญเชิญตนเองออกมาเพื่อจัดการกับพวกเขา?เช่นนั้นก็ช่างเถอะ...อย่าได้หาว่าข้ากระทำเกินกว่าเหตุก็แล้วกัน!มันเป็นพวกเจ้าที่หาเรื่องผิดคนเอง!
อ้าก!
“ช่วยด้วย ท่านประมุขช่วยด้วย!”
โจวเสี้ยนลงมือสังหารสมาชิกตระกูลกู่อย่างโหดเหี้ยมและกลืนกินพวกเขาไปอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันที่จำนวนสมาชิกของตระกูลกู่ลดลงอย่างต่อเนื่องที่ด้านบนทั้งประมุขกู่และบรรพบุรุษก็ยังคงมึนงงและไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น!เดิมทีพวกเขาอัญเชิญเทพวิญญาณมาเพื่อจัดการกับนิกายมังกรนพเก้าแล้วเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้?
“ท่านปู่ น นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?”
“ข้าเองก็ไม่รู้!แต่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!”
บรรพบุรุษตระกูลกู่คำรามออกมาก่อนที่ด้านหลังของเขาจะปรากฏประตูโบราณหนึ่งบาน...และถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงประตูบานเดียวแต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าประตูเก้าบานของเสี่ยวเฮยและประมุขกู่จนเทียบไม่ติด!ประตูบานนั้นมีขนาดใหญ่กว่าถึงสองเท่าและยังเต็มไปด้วยลวดลายสีทองแดง!เขาก็คือหนึ่งในคนที่หลงเหลือจากยุคก่อนซึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่าบรรพชนเก้าประตูทั้งสิบของโลกใบนี้!
ความจริงแล้วเพียงแค่บรรพบุรุษของตระกูลกู่ลงมือย่อมสามารถจัดการนิกายมังกรนพเก้ารวมถึงเสี่ยวเฮยได้อย่างง่ายดายทว่าเหตุผลที่ประมุขกู่เรียกร้องให้เปิดใช้ค่ายกลอัญเชิญเทพวิญญาณก็เพราะเหตุผลเดียว…การคงอยู่ของชายหนุ่มชุดฟ้า!เพื่อป้องกันความผิดพลาดประมุขกู่จึงไม่ต้องการเสี่ยงและเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุดแต่เขาจะไปคิดได้อย่างไรว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้?
“เทพวิญญาณเกิดไรขึ้นกับท่าน!? ตระกูลกู่เคารพบูชาท่านมาตลอดนับหมื่นปีแต่เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้!”
เสียงของบรรพบุรุษตระกูลกู่ดังออกมาพร้อมกับกลิ่นอายโบราณที่ปะทุขึ้น!ราวกับภูเขาไฟระเบิดคลื่นพลังปราณก่อตัวกันเป็นมังกรกระดูกที่น่าหวาดกลัวพุ่งเข้าใส่โจวเสี้ยน!
“สามหาว! เจ้าบังอาจถามหาเหตุผลจากข้า? มันควรเป็นข้ามากกว่าที่ต้องการคำตอบจากพวกเจ้า!”
โจวเสียนขยับมือที่มีแต่กระดูกไปมาเกิดเป็นเป็นสายลมเชี่ยวกราดจนท้องฟ้าปั่นป่วนก่อนจะปรากฏมือกระดูกสิบแปดอันพุ่งเข้าปะทะกับมังกรกระดูกจนมันแตกสลายไปในที่สุด!ด้วยพลังที่ต่างชั้นกันส่งผลให้บรรพบุรุษตระกูลกู่กระอักเลือดออกมาหน้าขาวซีดปลิวออกไปด้านหลัง
“เฮอะ! แค่ประตูอักขระทองทองแดงหนึ่งบานกลับกล้ามาต่อต้านข้าผู้นี้!ชั่งไม่เจียมตัว!”
โจวเสี้ยนกล่าวออกมาอย่างดูถูกก่อนจะเริ่มกวาดล้างอีกครั้ง!ราวกับมดที่ต้องเจอกับยักษ์!ด้วยพลังของโจวเสี้ยนสมาชิกนับหมื่นของตระกูลกู่นั้นตกตายไปอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันทางฝ่ายของนิกายมังกรนพเก้านอกจากเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนแล้วคนอื่นล้วนเบิกตากว้างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น!
โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของโครงกระดูกโจวเสี้ยนที่แม้แต่ประตูอักขระทองแดงก็ยังไม่สามารถแม้แต่จะต้านทานได้เพียงกระบวนท่าเดียว!ความแข็งแกร่งที่เกินกว่าจินตนาการนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวและหนาวสั่นไปถึงกระดูก!อย่างไรก็ตามโจวเสี้ยนเพียงโจมตีไปยังสมาชิกของตระกูลเท่านั้นแต่เขาไม่ได้จัดการกับระดับสูงของตระกูลถ้าหากว่าพวกเขาไม่ทำเรื่องโง่ๆเช่นก่อนหน้านี้!
สำหรับโจวเสี้ยนตระกูลกู่ก็คล้ายกับเป็นทายาทของเขาเพราะรากฐานของตระกูลกู่ก็ล้วนมาจากเขาที่ถ่ายทอดให้กับบรรพชนรุ่นแรกของตระกูลแต่อย่างไรก็ตามต่อหน้าราชันทั้งสองนั้นโจวเสี้ยนไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำให้พวกเขาพอใจ!
ทว่าในเวลานั้นเย่ฉีที่มองดูอย่างเบื่อหน่ายอยู่กับต้องชะงักไปก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสเข้ากับแหวนมิติเสียงของบางอย่างก็ดังก้องอยู่ในสมองของเขา!
ตึกตัก ตึกตัก
โดยไม่สนสิ่งใดอีกเย่ฉีสั่งการให้กู่หยานำศิษย์ทั้งหมดกลับสู่นิกายทันทีแม้ว่าพวกกู่หยาจะยังมึนงงแต่ก็รีบลงมาด้านล่างและตรวจสอบอาการบาดเจ็บของศิษย์นิกายอย่างรวดเร็วสงครามครั้งนี้ได้จบลงแล้วด้วยการลงมือของโจวเสี้ยนนิกายมังกรนพเก้าไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดอีก
ส่วนเย่ฉีนั้นหลังจากสั่งการอีกเล็กน้อยก็หันไปหาหลี่หลิงเทียนก่อนจะกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นซึ่งทำให้หลี่หลิงเทียนประหลาดใจไม่น้อย
“หลิงเทียนพาข้ากลับไปที่สุสานมังกร!ส่วนเจ้าก็เลิกเล่นปาหี่และตามข้าไปด้วย! ข้ามีบางอย่างจะถามเจ้า”
ก่อนที่หลี่หลิงเทียนจะนำเย่ฉีจากไปเสียงของเขาก็ดังออกมาทำให้โจวเสี้ยนชะงักและหยุดมือลงไฟในดวงเบ้าตากลวงโบ๋ของเขาลุกโชนออกมาราวกับว่ากำลังรู้สึกเสียใจขณะมองไปยังคนของตระกูลกู่แต่สุดท้ายโจวเสี้ยนก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาและกลายเป็นเปลวไฟสีฟ้าพุ่งออกไปจากเกาะไป๋กู่เพื่อติดตามเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนทันที
สถานการณ์สงบลงและสุดท้ายสงครามระหว่างนิกายมังกรนพเก้าและหมู่เกาะไป๋กู่ก็จบลงเพียงเท่านี้...