อาลอน: ตำนานยอดจักรกลกายาเทวะ

    บทที่ 32: วันที่สองแห่งวงกต — มหกรรมการล่ารุ่นพี่ (Day 1-2: Hunting Upperclassmen)


    ครืนนนนนนนนนน—!! 


    ตูมมมมมมมม!!


    เสียงกำแพงศิลาบะซอลต์ขนาดมหึมาเลื่อนบดขยี้กันดังสนั่นกึกก้องสะเทือนไปถึงกระดูกดำ! ระบบค่ายกลย่อขนาดพื้นที่ปลอดภัยลงทุกหกชั่วโมง บีบบังคับให้นักศึกษานับพันชีวิตตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 ต้องทยอยหลั่งไหลจากเขาวงกตชั้นนอกขยับเข้าสู่เขาวงกตชั้นกลางที่แคบลงเรื่อยๆ ม่านหมอกกำมะถัน ไอความร้อนระอุ และกลิ่นควันปืนแปรธาตุบดบังม่านตาจนมองเห็นได้ไม่เกินสิบเมตร

    ภาพรวมทั่วทั้งเขาวงกตใต้ขุนเขายามนี้ เต็มไปด้วยความโกลาหลและเสียงการต่อสู้ปะทุขึ้นรอบทิศทาง! เสียงขวานแปรธาตุฟันฉีกเนื้อ เสียงระเบิดเพลิง และเสียงร้องเหยเกดังระงม กลุ่มนักศึกษาปี 1 ที่ไม่มีทีมต่างพากันกระเสือกกระกายวิ่งหนีตายฝ่าทางแคบ ขณะที่กลุ่มรุ่นพี่ปี 2 และปี 3 ฝ่ายขุนนางพากันจับขั้วเข้าปิดล้อมอุโมงค์เพื่อดักปล้นแต้มจากรุ่นน้องอย่างอุกอาจ

    ทว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกนั้น... ยังมี "สายสืบและนักล่าในเงามืด" ของขั้วอำนาจต่างๆ แอบซุ่มซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียน!

    บนเพดานถ้ำสูงลิบลิ่ว ซ่อนตัวอยู่ใต้ม่านหมอกกำมะถัน นินจาสายจารกรรมสวมชุดหนังสีดำทมิฬแห่ง หน่วยล่าเงาของ 'ยอดมงกุฎอันดับ 7' หมอบนิ่งดุจแมงมุมพิษ นัยน์ตาสแกนเนอร์เรืองแสงสีม่วงทอดมองลงมายังลานศิลาเบื้องล่าง คอยบันทึกข้อมูลยุทธวิธีของทุกทีม และรอคอยจังหวะซ้ำเติมเหยื่อที่บาดเจ็บโดยไม่ยอมเสียพลังงานลงมือเอง

    ขณะเดียวกัน ณ โซนโถงหินชั้นใน กลุ่มของ รุ่นพี่บารอน (ขุนนางปี 3 สายตรงของสภาหินผา) ผู้สวมเกราะไหมทองประดับอัญมณี กำลังยืนกอดอกบัญชาการลูกน้องสิบสองคนด้วยสีหน้าหน้าเหี้ยมเกรียม

    คาเอล ย่อกายอยู่ใต้ร่มเงาซากโครงเหล็กกล้า นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแผงคีย์บอร์ดโฮโลแกรมข้อมือด้วยความเร็วรัวเร็ว เลนส์แว่นตาสแกนเนอร์สะท้อนผังภาพสามมิติสีฟ้าครามที่ระบุตำแหน่งของทุกขั้วอำนาจในวงกต

    "สแกนเนอร์จับพิกัดสมบูรณ์..." คาเอลกระซิบเสียงต่ำผ่านวิทยุสื่อสารจิ๋ว "พวกเงาอันดับ 7 แอบซุ่มอยู่บนเพดานถ้ำ ไม่ลงมาแน่... แต่ทางโค้งเบื้องหน้า กลุ่มรุ่นพี่ปี 3 ของบารอนสิบสองคนกาง 'ค่ายกลสลิงแปรธาตุ' ดักซุ่มอยู่! พวกมันตั้งใจจะจับตัวโบเฟอร์เพื่อชิงแต้มไป!"

    ชาลัค กระชับหมัดขวา ปราณพสุธาระดับหล่อหลอม ขั้นปลาย ปะทุคายไอร้อนผ่านเกราะไหล่พสุธา ยักษ์หนุ่มแสยะยิ้มยิงเขี้ยวขาว "พวกขุนนางปี 3 ที่ชอบใช้รังสีข่มขู่ปี 1 งั้นรึ? เดี๋ยวข้าจะสอนให้รู้ว่าหมัดของป้อมสนิมแดงมันหนักแค่ไหน!"

    อาลอน [System 377] ประมวลผลลานสายตา กะพริบแสงสีฟ้าสแกนจุดอ่อนของค่ายกลสลิงแปรธาตุในเสี้ยววินาที


    ดวงตาซีกขวาของอาลอนวูบไหวเป็นแสงสีฟ้าหม่น ระบบ [System 377] ประมวลผลภาพตรงหน้าให้กลายเป็นเส้นสายเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางหมอกหนา เขาเห็นโครงข่าย ‘ค่ายกลสลิงแปรธาตุ’ ทอดตัวพาดผ่านอากาศดุจใยแมงมุมมรณะที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รุ่นพี่ปี 3 ทั้งสิบสองคนประจำตำแหน่งอยู่ตามมุมอับอย่างรัดกุม ทว่าในสายตาของอาลอน จุดเชื่อมต่อหลัก Node 02 และ Node 05 กลับเรืองแสงสีแดงกระพริบถี่แจ้งเตือนถึงจุดอ่อนร้ายแรงที่รอการถูกทำลาย

    “คาเอล ปลดชนวนค่ายกลซะ” อาลอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าแฝงความกดดันอันเยือกเย็น “ชาลัค นายทะลวงแนวหน้า... ส่วนโบเฟอร์ เตรียมเก็บกวาดได้เลย”


    เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงง!!

    สิ้นคำสั่ง คาเอลสะบัดปลายนิ้วส่งคลื่นแจมเมอร์ไมโครประจุพุ่งเข้ากระแทก Node 02 และ Node 05 อย่างแม่นยำ! ทันใดนั้น เส้นสลิงปราณที่เคยตึงเครียดพลันขาดสะบั้น พลังงานที่อัดแน่นระเบิดออกเป็นละอองแสงสีเทาร่วงกราวลงสู่พื้นอย่างสิ้นสภาพ

    พวกรุ่นพี่ขุนนางปี 3 สิบสองคนที่แอบซุ่มอยู่หลังเสาหินผงะถอยหลังด้วยความตกตะลึง! "เกิดอะไรขึ้น?! ค่ายกลสลิงโดนเจาะได้ยังไง?!"

    “นี่มันเรื่องอะไรกัน! ค่ายกลพังได้ยังไง?!” รุ่นพี่ขุนนางแผดเสียงด้วยความตื่นตระหนก ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียงด่าทอ เงาร่างมหึมาของชาลัคก็โถมเข้าใส่ดุจพายุคลั่ง ปราณพสุธาระดับหล่อหลอมขั้นปลายปะทุจนมวลอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ยักษ์หนุ่มหมุนตัวส่งหมัดฮุคไอน้ำซูเปอร์ชาร์จเข้าใส่เกราะอกของบารอนหัวหน้ากลุ่มอย่างจัง!

    ตูมมมมมมมมมมมมมม!!

    พรวด!!

    แรงอัดอากาศอัดกระแทกจนเกราะจูนนิ่งราคาแพงของบารอนฉีกขาดแตกพ่าย! ร่างสูงใหญ่ลอยคว้างข้ามอุโมงค์ไปอัดกระแทกเสาหินบะซอลต์สลบคามือในหมัดเดียว!

    พวกลูกน้องรุ่นพี่อีกสิบเอ็ดคนตกใจสุดขีด พยายามชักดาบแปรธาตุเข้าตั้งรับ ทว่า โบเฟอร์ ขว้างขวดสารเคมีแปรธาตุเข้าใส่ฝ่าเท้า ฉ่าาาาาา! โคลนกรดและทรายแปรธาตุไหลทะลักออกมาล็อกขานักศึกษารุ่นพี่ไว้แน่นจนขยับไม่ได้!

    ในขณะที่รุ่นพี่ที่เหลือพยายามจะรั้งฝีเท้าหนี อาลอนกลับทะยานผ่านม่านควันเข้าไปประจันหน้าดุจเพชฌฆาตไร้เสียง นัยน์ตาสีฟ้าคำนวณเวกเตอร์การเคลื่อนไหวล่วงหน้า ก่อนจะซัดหมัด [Blood-Spectrum Core] ผสานวิชาผันแปรเวกเตอร์เข้าใส่จุดชีพจรข้อต่อเกราะของแต่ละคนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงชั่วอึดใจ ร่างของรุ่นพี่ผู้หยิ่งผยองก็นอนระเนระนาดอยู่บนพื้นอุโมงค์อย่างไร้ทางสู้


    กริ๊งงงงงงง!      กริ๊งงงงงงง!

    “เอาล่ะ ถึงเวลาทำความสะอาดแล้ว” โบเฟอร์หัวเราะร่าขณะที่ทีมห้องรวม 4 เริ่มกระบวนการ ‘กวาดทรัพย์ริบแต้ม’ อย่างคล่องแคล่ว

    โบเฟอร์เดินไล่เรียงใช้การ์ดคริสตัลแต้มประเมินผลจ่อลงบนการ์ดของรุ่นพี่ที่นอนสลบไสลทีละคน ตัวเลขแต้มมหาศาลถูกถ่ายโอนเข้าสู่บัญชีของเขาจนคริสตัลส่องประกายสว่างวาบยิ่งกว่าเดิม นอกเหนือจากแต้มแล้ว ชาลัคและคาเอลยังช่วยกันรวบรวมถุงมิติวัดถุดิบแร่เกรดสูง ยาฟื้นฟูปราณ และอาวุธแปรธาตุที่ยึดมาได้ใส่รวมกันไว้เป็นกองกลางเพื่อเตรียมใช้ในการศึกที่กำลังจะมาถึง

    ตัวเลขแต้มบนการ์ดคริสตัลของโบเฟอร์พุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีก เรืองแสงสว่างวาบสะท้อนในความมืดของเขาวงกต!


    พวกรุ่นพี่ขุนนางที่บาดเจ็บหมดสภาพ ต่างมองดูคนแคระร่างอ้วนโบเฟอร์ด้วยสายตาตื่นกลัวสุดขีด เมื่อเห็นโบเฟอร์ยืนถือปืนกลไกแปรธาตุล้อมรอบด้วยองครักษ์อสูรอย่างอาลอนและชาลัค!


    "อย่า... อย่าฆ่าข้าเลยท่านโบเฟอร์!" รุ่นพี่ปี 3 ร้องเสียงหลง กดปุ่มฉุกเฉินกดยอมแพ้ดีดร่างวาร์ปหนีตายออกจากลานทดสอบไปทีละคน!


    และภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ข่าวลือเรื่องความโหดเหี้ยมของทีมป้อมสนิมแดงก็แพร่สะพัดไปทั่ววงกตชั้นกลาง พวกรุ่นพี่ที่ถูกล้มและดีดตัวออกไป ต่างพากันแพร่ข่าวด้วยความตื่นตระหนก:


    "อย่าไปยุ่งกับไอ้เด็กคนแคระโบเฟอร์เด็ดขาด!"


    "มันคืออันดับ 1 ปี 1 ที่ซ่อนเขี้ยวเล็บแท้จริง! มันมีองครักษ์ปีศาจสองตนคอยล้มคน และยิงเวทสะกดทุกคนที่เข้าใกล้!"


    ข่าวลือเรื่อง "โบเฟอร์ ยอดฝีมือซ่อนเขี้ยวเล็บ" ยิ่งเลื่องลือสะเทือนไปทั่ววิทยาลัยคาลิฟา ในขณะที่ทีมห้องรวม 4 มุ่งหน้าลึกเข้าสู่เขาวงกตชั้นใน เพื่อเตรียมรับมือศึกหนักในวันที่สาม!

    คล้ายกับเรื่องอาลอน: ตำนานยอดจักรกลกายาเทวะ ที่คุณอ่าน