War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 56

    วันเวลาผ่านไป จนถึงวันที่ ยี่สิบห้า มิถุนายน ช่วงเช้าม่านปราการกำแพงอสูรก็แตก ตามการคาดหมายอย่างน้อยห้าวันของหลัวถานจิ้น


    เมื่อม่านพลังเวทกำแพงอสูรแตกแล้ว พวกคนทั้งสามก็พากันทำลายหินที่ปิดปากถ้ำอยู่จนหมด โดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งถ้วยชาเท่านั้น


    พอกองหินที่ปิดปากถ้ำถูกทำลายหมดจนแล้ว คนก็เร่งเดินเข้าหาพวกเยี่ยหลงในทันที


    เมื่อพวกคนเข้ามาถึงจุดที่พวกเยี่ยหลงอยู่ พวกคนก็พบว่าเยี่ยหลงกับลู่ขุยอันยืนรอคนกันอยู่แล้ว


    หลิงคุนหลุนกล่าวถาม " ศิษย์น้องลู่ ศิษย์น้องเยี่ย เป็นอะไรกันมากมั้ย เดินไหวรึเปล่า "


    ลู่ขุยอันบอก " ข้าเดินไหว "


    เยี่ยหลงก็บอก " ข้าก็เดินไหว "


    หลิงคุนหลุนที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " ถ้าเช่นนั้นก็ดี งั้นพวกเราเร่งกลับสำนักเลยดีกว่า เออจริงสิ ศิษย์น้องเยี่ยหลง เห็นเจ้าเข้าไปแย่งคัมภีร์สวรรค์ เจ้าได้มามั้ย "


    เยี่ยหลงบอก " ได้มา แต่ได้มาแค่ครึ่งเดียวนะศิษย์พี่ " 

    เยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็ทำการแสดงชิ้นส่วนคัมภีร์สวรรค์ที่ได้มาให้ดู


    " ได้มาแค่ครึ่งเดียวก็ดีแล้ว ดีกว่าไม่ได้อะไรมาเลยนะ ศิษย์พี่คุนหลุน " โม่เฉิงฟู่กล่าว


    " ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า " หลิงคุนหลุนกล่าว


    " ศิษย์น้องเยี่ย ศิษย์พี่คิดว่า เจ้าควรนำชิ้นส่วนคัมภีร์สวรรค์ที่ชิงมาได้ มาเก็บไว้กับศิษย์พี่นะ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และเพื่อตัวเจ้าเอง เพราะหากมันหายล่ะก็ ศิษย์พี่กลัวว่าเจ้าจะรับผิดชอบไม่ไหว " หลิงคุนหลุนบอก


    เยี่ยหลงที่ได้ฟัง ก็กล่าว " ได้เอาตามนั้น "


    พอกล่าวเสร็จ คนก็ส่งมอบชิ้นส่วนคัมภีร์สวรรค์ให้หลิงคุนหลุนไป


    เมื่อหลิงคุนหลุนได้ชิ้นส่วนคัมภีร์สวรรค์มาเก็บไว้กับตนแล้ว คนก็กล่าว " งั้นพวกเราไปกันเถอะ "


    พอหลิงคุนหลุนบอกมาแบบนั้น พวกเยี่ยหลงก็พยักหน้าตอบรับว่าตกลง


    หลังพวกคนออกมาจากป่าวิมานอสูรได้ คนก็มุ่งไปยังโรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุด เพื่อกินอาหาร


    พอกินอาหารเสร็จ หลิงคุนหลุนก็จ่ายเงินและพาพวกตนเร่งกลับสำนักในทันที


    ไม่นาน วันที่ หนึ่ง กรกฎาคม เวลาช่วงบ่าย ก็มาถึง ซึ่งเป็นวันที่พวกเยี่ยหลงกลับมาถึงสำนักเมฆาอรุณพอดี


    เมื่อคนมาถึงสำนักแล้ว พวกคนก็พากันไปที่ตำหนักกลางทันที เพื่อรายงานความเป็นไปของภารกิจ


    " ท่านอาจารย์ ศิษย์ทำงานพลาด ศิษย์ได้คัมภีร์สวรรค์มาแค่ครึ่งเดียว " หลิงคุนหลุนกล่าวพลางแสดงชิ้นส่วนคัมภีร์สวรรค์ให้เหล่าอาจารย์ตนดูและทำการคุกเข่าข้างหนึ่ง พร้อมกับแสดงสีหน้าผิดหวังกับตนเอง


    เมื่อหลินจิงอวี่ หรือ เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่เห็น

    หลิงคุนหลุนศิษย์ตนเอง ทำหน้าดั่งโทษตนเอง คนก็กล่าวขึ้น " เด็กดี เจ้าไม่จำเป็นต้องโทษตนเองไป แม้เจ้าทำภารกิจครั้งพลาด แต่ก็ถือว่าพลาดเพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะเจ้าได้คัมภีร์สวรรค์มาส่วนหนึ่งมาให้กับสำนักเมฆาอรุณ ซึ่งมันจึงทำให้พวกนิกายมารฟ้าไม่อาจจะปลุกเทพอสูรโบราณได้ ในเร็วปี อย่าโทษตนเองไปเลย ลุกขึ้นเถอะเด็กดี "


    " ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ไม่ลงโทษศิษย์ ศิษย์รับปากครั้งต่อไปจะไม่พลาดอีก และจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน " หลิงคุนหลุนกล่าว


    " จริงสิท่านอาจารย์ เหตุที่พวกศิษย์กลับมาช้าเป็นเพราะว่า พวกมันระเบิดถ้ำและใช้เวทกักขัง ศิษย์น้องลู่กับศิษย์น้องเยี่ยเอาไว้ พวกเราสันนิษฐานว่าพวกมันต้องการถ่วงเวลา แต่ไม่รู้ว่าถ่วงไปเพื่ออะไร " 

    หลิงคุนหลุนกล่าว


    เมื่อหลิงคุนหลุนบอกมาแบบนั้น พวกหลินจิงอวี่และเจ้าดอยคนอื่นๆก็ทำการมองหน้ากัน


    หลิงเถียนอี้กล่าวถาม " พวกมันทำแบบจริงๆฤา "


    หลิงคุนหลุนกล่าว " จริงผู้อาวุโส "


    " แล้วตอนที่พวกมันระเบิดถ้ำและใช้เวทกักขัง ลู่ขุยอันกับเยี่ยไป๋ไว้ คือ ตอนไหน " หลิงเถียนอี้ถาม


    หลิงคุนหลุนตอบ " วันแรกที่เราไปถึงเลย ผู้อาวุโส เพราะเราเริ่มโจมตีพวกมันตอนนั้น"


    หลิงเถียนอี้กล่าว " ในตอนที่พวกเจ้าไปถึง ก็เพิ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่พวกเราเพิ่งปรึกษากันว่า จะให้พวกเจ้าไปทำภารกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับพวกคนของนิกายมารฟ้าอีกครั้ง หลังจากที่พวกเจ้ากลับมาจากภารกิจครั้งนี้แล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข่าวสารจะรั่วไหลเร็วขนาดนี้ "


    " ก็อย่างที่ข้าเคยบอกไป ว่าสำนักเรากำลังถูกแทรกซึม " เจ้าดอยหญ้าดาบกล่าวบอก


    " เรื่องนั้นพวกเราก็รู้กันมาอยู่นานแล้ว แต่จะให้ทำไงได้พวกมันตอนนี้กลมกลืนกับพวกเราหมด การจะหาพวกมันคงยาก " เจ้าดอยหมื่นปักษาสถิตกล่าว


    " งั้นวิธีที่จะไม่ให้พวกมันสำเร็จตามความต้องการง่ายที่สุด ก็คือ ขัดขวางสิ่งที่พวกมันจะทำและต้องการจากพวกนิกายมารฟ้าที่มันอยู่ข้างนอกสินะ " หลิงเถียนอี้กล่าว


    " ใช่แล้วมันก็คงต้องเป็นไปตามนั้น " หลินจิงอวี่กล่าว


    " อาจารย์ศิษย์ขอถาม ภารกิจที่จะให้พวกศิษย์ไปทำต่อจากนี้ คือภารกิจอันใด และเมื่อพวกมันรู้ว่าสิ่งที่เราจะทำอะไรแล้วอย่างงี้ ภารกิจจะยกเลิกหรือไม่ "

    หลิงคุนหลุนถาม


    เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ตอบ " เราจะไม่ยกเลิกภารกิจ ส่วนภารกิจที่จะให้ไปทำการก็คือ แย่งชิงขลุ่ยทำนองมรณะ ซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณภายนอกนิรันดร์ที่มีความอันตราย หากพวกพรรคมารได้ไป "


    " แล้วเราเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ และสถานที่ที่ขลุ่ยทำนองมรณะอยู่นั้น มันอยู่ที่ไหนหรือผู้อาวุโส " 

    โม่เฉิงฟู่ถาม


    หลินจิงอวี่ตอบ " จากข่าวสารที่พวกเราได้มาจากศิษย์พี่ของพวกเจ้า พวกเราไม่รู้ว่าพวกมันจะเคลื่อนไหวตอนไหนอย่างแน่ชัด เพราะการที่ใครก็ตาม จะผ่านไปหาขลุ่ยทำนองมรณะอยู่ได้นั้น จะต้องมีของกันพิษจากหมอกของทะเลสาบเสียก่อน โดยสิ่งที่พวกเรารู้ตอนนี้คือพวกมันกำลังกว้านซื้อสมุนไพรกันพิษอย่างมหาศาลและจากข่าวสารที่รายงานมาล่าสุดพวกมันได้ของครบแล้วตั้งแต่เมื่อวาน แต่เมื่อพวกมันได้พอแล้ว สิ่งที่พวกมันต้องทำต่อจากนี้ก็คือ นำสมุนไพรไปกลั่นเป็นยา ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวัน ส่วนสถานที่ที่ขลุ่ยทำนองมรณะอยู่นั้น ก็คือ เกาะกลางทะเลสาบหมอกมายา ซึ่งเป็นจุดที่ขลุ่ยถูกใช้ออกจนคนข้างนอกใกล้เกาะรับรู้ได้ "


    " หากเริ่มเดินทางไปยังตลาดๆใกล้ทะเลสาบหมอกมายาน่าจะใช้เวลาประมาณแปดวันถึงจะไปถึง หากเริ่มเดินทางพรุ่งนี้ วันที่เก้าของเดือนนี้พวกเราก็จะไปถึงพอดี ฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ อาจารย์จะให้พวกเราเริ่มออกเดินทางพรุ่งนี้เลยหรือไม่ " หลิงคุนหลุนกล่าวถาม


    เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่บอก " ใช่เป็นไปตามนั้น แต่ตอนนี้พวกเจ้าไปพักผ่อนกันก่อนและเตรียมตัวกันให้พร้อมได้แล้ว "


    เมื่อหลินจิงอวี่หรือเจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าวมาแบบนั้น พวกคนก็ทำการทำความคารวะ และจากนั้นก็พากันแยกย้ายกันไป


    เมื่อเช้าวันที่ สอง กรกฎา มาถึง พวกเยี่ยหลงก็มารวมตัวกันที่เดิม


    พอพวกคนมารวมตัวกันครบแล้ว ก่อนที่พวกคนจะเริ่มออกเดินทางกันไป หลิงคุนหลุนก็ส่งมอบเทียนไขหนึ่งเล่มให้แก่ทุกคน


    เมื่อเยี่ยหลงได้เทียนไขมา คนที่สงสัยว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไรจึงกล่าวถาม " ศิษย์พี่หลิง เทียนไขนี่เอาไว้ทำอันใดฤา "


    หลิงคุนหลุนตอบ " เอาไว้ใช้ซ่อนตัว กำบังตา "


    โม่เฉิงฟู่ที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวถาม " ที่ศิษย์พี่ให้เทียนมา แสดงว่ามันเกี่ยวกับภารกิจใช่หรือไม่ "


    หลิงคุนหลุนตอบ " ใช่ " 


    หลังจากหลิงคุนหลุนบอกว่าใช่แล้ว คนก็เริ่มอธิบายแผนตนที่จะใช้ไปชิงขลุ่ย " เราจะใช้เทียนไขนี้กำบังกายและจู่โจมคนของพรรคมาร เพิ่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นคนของพรรคมาร และจากนั้นก็ตามพวกมันไปยังเกาะกลางทะเลสาบพร้อมๆกัน เมื่อถึงจุดที่ขลุ่ยอยู่ พวกเราค่อยแสดงตัวว่ามาจากไหน และแย่งชิงขลุ่ยมา แผนก็มีเท่านี้ เข้าใจนะ "


    พอคนอธิบายบอกเสร็จ คนก็กล่าว " มีใครจะถามอะไรอีกมั้ย "


    พวกเยี่ยหลงไม่ตอบด้วยเสียง ทำเพียงตอบด้วยการส่ายหน้า


    " เมื่อไม่มีแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ " 

    หลิงคุนหลุนกล่าว


    เมื่อหลิงคุนหลุนกล่าวเสร็จ คนก็ออกตัวเดินนำพวก

    เยี่ยหลงไปเป็นคนแรก


    วันที่ สี่ กรกฎา เวลาช่วงเที่ยงทางด้านโอม โอมก็กำลังกินข้าวไปด้วย และพิมพ์แชทกับดาวหางไปด้วย


    ในระหว่างที่โอมพิมพ์แชทกับดาวหางอยู่นั้น ทันใดนั้นจู่ๆประตูหลังร้านก็เปิดออก เป็นฟีนิกซ์ที่เดินเข้ามายังตัวร้านนั่นเอง


    เมื่อฟีนิกซ์เข้ามายังตัวร้านแล้ว คนก็กล่าวกับโอมพลางโยนกุญแจรถให้ " นี่กุญแจรถมอไซค์ เอาไป "


    พอโอมรับมาเสร็จ โอมก็กล่าว " ขอบคุณครับ "


    ฟีนิกซ์บอกกลับ " ถ้าไม่ติดว่ามึงจ่ายกูสามพันนะ กูจะไม่ให้มึงเลย "


    ฝัดถามโอม " ไอ้โอม มึงเช่ารถพี่ฟีนิกซ์ทำไมวะ "


    โอมตอบกลับ " คือพรุ่งนี้ เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกของดาวหางที่มหาลัยน่ะครับ ผมเลยขอกับดาวหางเอาไว้ว่าจะไปรับไปส่ง หนึ่งวันน่ะครับ "


    " อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง " ฝัดกล่าว


    วันที่ ห้า กรกฎา เวลาช่วงเช้า โอมขับรถของฟีนิกซ์ไปรับดาวหางที่บ้าน จากนั้นก็ไปส่งดาวหางที่มหาลัย


    พอส่งเสร็จ โอมก็กลับไปทำงาน พอช่วงเย็นมาถึง โอมก็ขอออกงานก่อนเวลา โดยจ่ายค่าปรับแก่ฟีนิกซ์เป็นเงินสามร้อย เพื่อขับรถของฟีนิกซ์มารอรับไปส่งดาวหางกลับบ้าน


    คนรออยู่ไม่นาน ดาวหางก็เดินมาหาโอมยังจุดที่โอมอยู่ แต่คนดันไม่ได้มาคนเดียว คนมีน้ำเปรี้ยวติดมาด้วย


    เมื่อดาวหางมาถึง คนก็กล่าวถามกับโอม " โอมรอนานมั้ย "


    โอมส่ายหัวและกล่าว " ไม่นานเลย "


    " งั้นเรากลับกันเลยมั้ย " โอมกล่าวถาม


    ดาวหางที่รู้สึกปวดฉี่ คนก็กล่าว " โอมรอเราแป๊บหนึ่งนะ เราขอไปเข้าห้องน้ำก่อน พอดีปวดฉี่น่ะ "


    พอดาวหางกล่าวเสร็จ และหันหลังเดินจากไปได้สองสามก้าว


    น้ำเปรี้ยวก็ทำคว้าจับเป้าบีบน้องชายของโอมเล่น และกล่าวถาม " โอมเป็นอย่างไรบ้างสบายดีมั้ย ทำไมเราทักแชทโอมไป โอมไม่ตอบเลยล่ะ "


    โอมสูดหายใจเข้าลึกๆพยายามข่มอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นทำให้เงี่ยน


    โอมกล่าว " คือเราไม่ว่างเลยน่ะ "


    น้ำเปรี้ยวที่ได้ฟังก็ทำการบีบคลายบีบคลายท่อนเอ็นของโอมเร็วและแรงขึ้น จากนั้นก็กล่าว " โอมไม่ว่างหรือไม่อยากคุยกับเรากันแน่ เราเห็นนะ โอมแชทกับดาวหางบ่อยจะตาย "


    ทันทีที่น้ำเปรี้ยวกล่าวเสร็จ คนก็กระทำการนำมืออีกข้างของตนชักนำมือของโอม มาจับหน้าอกตนและกล่าว " ทำไมโอมถึงไม่ชอบเราล่ะ เราไม่สวยหรอ เราคิดว่าไม่นะ หรือเรานมไม่ใหญ่เท่าดาวหาง แต่เราคิดว่าก็ล้นมืออยู่นะ โอมคิดว่าไง "


    โอมไม่ตอบ ทำเพียงกลืนน้ำลาย


    น้ำเปรี้ยวที่ได้ยินเสียงโอมกลืนน้ำลาย คนก็กล่าวถาม " โอมอยากลองบีบนมน้ำเปรี้ยวดูมั้ย "


    โอมที่ได้ฟังดังนั้น คนก็ดันเคลิ้มบีบเต้านมของน้ำเปรี้ยวตามคำเชิญชวนของน้ำเปรี้ยว


    ทันทีที่คนบีบนมตามคำเชิญชวนของน้ำเปรี้ยว น้ำเปรี้ยวก็ร้องครางออกมา " อ๊า แบบนั้นแหละ "


    โอมที่ได้ยินเสียงครางของน้ำเปรี้ยว ในฉับพลันนั้นคนก็ได้สติกลับมา และดึงมือออกมาจากการจับเต้าของน้ำเปรี้ยว


    น้ำเปรี้ยวกล่าวถาม " พอแล้วหรอ "


    โอมกล่าว " น้ำเปรี้ยวครับ อย่าทำแบบนี้เลยดีกว่าครับ มันไม่ดี "


    น้ำเปรี้ยวถาม " ไม่ดีตรงไหน ลองกินน้ำเปรี้ยวดูก่อนสิ อย่าเพิ่งตัดสินใจด่วนสรุปว่าไม่ดี "


    โอมกล่าว " เราไม่ได้หมายความแบบนั้น "


    " ถ้าไม่ได้หมายความแบบนั้น แล้วหมายความแบบไหนล่ะฮึ " น้ำเปรี้ยวถาม


    แต่คนไม่รอให้โอมตอบ คนก็กล่าวถามโอมก่อน " เรามาลองกินกันมั้ย "


    โอมที่ได้ฟังก็กล่าว " ไม่ดีกว่าครับ "


    น้ำเปรี้ยวที่ฟังดังนั้น คนก็ยิ้มและหยิบโทรศัพท์ของตนออกมาและเปิดภาพบางอย่างให้โอมดู


    และภาพที่น้ำเปรี้ยวเปิดให้โอมดู ก็คือ ภาพแอบถ่ายตอนโอมจับหน้าอกน้ำเปรี้ยวนั่นเอง


    โอมที่เห็นดังนั้น คนก็หน้าเคร่งเครียดและกล่าวกับน้ำเปรี้ยว " น้ำเปรี้ยวเธอต้องการอะไร "


    น้ำเปรี้ยวบอก " ถึงไม่ต้องบอก โอมก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจนะว่าน้ำเปรี้ยวต้องการอะไร "


    โอมกล่าว " รู้ แต่ว่าเรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ "


    " เป็นไปได้สิ หากเราแอบทำกันให้รู้เพียงแค่เราสองคน " น้ำเปรี้ยวกล่าว


    " แล้วถ้าเราบอกว่า เราจะไม่ทำล่ะ " โอมถาม


    น้ำเปรี้ยวบอก " ภาพนี้ก็จะถูกส่งเข้าแชทดาวหางในทันที คิดดีๆนะ ไม่ว่าโอมจะทำสิ่งที่เราต้องการให้กับเรา หรือ ไม่ทำตามที่เราต้องการ และภาพนี้ถึงมือดาวหาง มันก็ไม่ต่างกันนะ คิดดีๆ "


    โอมที่ได้ฟังดังนั้น ก็ครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเพราะไม่รู้ว่าตนจะเลือกอย่างไร


    น้ำเปรี้ยวที่เห็นโอมทำหน้าคิดอย่างหนัก คนก็กล่าว " น้ำเปรี้ยวให้เวลาตัดสินใจถึงวันที่ ยี่สิบ กรกฎา หากโอมได้คำตอบแล้วก็แชทมาบอกเรา "


    ทันทีที่น้ำเปรี้ยวกล่าวเสร็จ ดาวหางก็กลับมาพอดี " กลับมาแล้ว " ดาวหางกล่าว


    เมื่อดาวหางกลับมาแล้ว น้ำเปรี้ยวก็นำมือออกจากเป้าโอม ก่อนที่ในครรลองสายตาของดาวหางจะเห็น


    พอดาวหางกลับมาหาโอมแล้ว โอมก็กล่าว " งั้นเราไปกันเลยมั้ย "


    ดาวหางตอบ " ไปเลยก็ได้ "


    เมื่อดาวหางบอกมาแบบนั้น โอมก็ทำการขึ้นคร่อมรถและสตาร์ทรถ


    ครั้นโอมขึ้นคร่อมรถและสตาร์ทรถแล้ว ดาวหางก็ขึ้นซ้อนท้ายในทันที และกล่าวกับน้ำเปรี้ยว " น้ำเปรี้ยวเราไปแล้วนะ บ๊ายบาย "


    น้ำเปรี้ยวบอกกลับ " บ๊ายบาย ซียู แล้วเจอกัน "


    หลังน้ำเปรี้ยวกล่าวเสร็จ โอมก็ออกรถให้ทันที


    ขับไปมา พอมาถึงไฟแดงตรงจุดหนึ่ง โอมที่อยากรู้ว่าหากตนไปจับนมผู้หญิงดาวหางจะโกรธมั้ย จึงกล่าวถาม " ดาวหางเรามีอะไรจะถามน่ะ คือ เพื่อนเราคนหนึ่ง มันดันไปจับนมผู้หญิงคนอื่น นอกจากแฟนตัวเองถ้าดาวหางเป็นแฟนมัน ดาวหางจะโกรธมั้ย ""


    ดาวหางตอบ " โกรธสิ ใครจะไปชอบล่ะ พวกมือปลาหมึก "


    " ไม่ชอบ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งจะน่ะหรอ " โอมถาม


    " โอมฟังนั้น เรื่องแบบนี้มันไม่มีคำว่าไม่ตั้งใจหรอก " ดาวหางกล่าว


    โอมที่ได้ฟังก็กล่าวเข้าใจ " งั้นหรอ "


    พอโอมเข้าใจเสร็จ จากไฟแดงก็เปลี่ยนเป็นไฟเขียวในทันที


    เมื่อไฟเขียวแล้ว โอมก็มุ่งขับไปต่อ จนไปส่งดาวหางถึงบ้านจนได้ และตนจึงค่อยมุ่งกลับไปทำงานของตน


    พอมาถึงที่ทำงานของตนหรือร้านนั่งเล่น คนที่ลงจากรถแล้วและอยู่หน้าร้านแล้ว คนก็เปิดแชทน้ำเปรี้ยวขึ้นมาและพิมพ์บอกคำตอบของตน " โอเคตกลง วันที่ ยี่สิบ กรกฎา เจอกันที่ร้านอาหารนี้ " 


    โอมพิมพ์บอกไปเสร็จ คนก็ส่งตำแหน่งร้านอาหารที่นัดพบกัน ไปให้น้ำเปรี้ยวรู้ จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์และเข้าร้านไปในทันที