ณ หุบเขาพันลี้ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองกวางโจว ที่ว่ากันว่าหากผู้ใดที่ไม่มีความชำนาญในเส้นทางก็อาจจะหลงอยู่ในหุบเขา แรมวันแรมเดือนและตายในที่สุดหรือถ้าโชคดีก็มีชาวบ้านแถวนั้นมาพบเข้าและช่วยเหลือออกไปได้แต่บ้างก็ว่ามีผู้ที่หายเข้าไปแล้วหายสาปสูญไปเลย
ด้วยลักษณะของหุบเขาที่มีเส้นทางเชื่อมต่อกันในทุกซอกทุกมุม บวกกับลักษณะของหินที่เหมือนกันทุกก้อนราวกับใครมาทำให้สีมันเหมือนกัน ทั้งสภาพอากาศที่กลางวันร้อนดังเพลิงนรก กลางคืนหนาวอย่างกับฤดูหนาว ทำให้ตลอดการเดินทางดูเหมือนให้ความรู้สึกว่าเดินไปแล้วกว่าพันลี้ แต่จริงๆแล้วเส้นทางนี้มีระยะทางจากทางเข้าไปหมู่บ้านพันลี้ เพียง2ลี้( 1ลี้ = 500 เมตร) ผู้ที่จะใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านต้องใช้ความชำนาญเส้นทางเป็อย่างมากในการที่จะเดินเข้าออกหุบเขาแห่งนี้ ว่ากันว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนที่สำนักยุทธทั้ง7 จะลงนามสงบศึก หุบเขาพันลี้ก็เป็ปราการชั้นดีในการลอบสังหารพวกสำนักอสรพิษของสำนักกระบี่หมื่นเงา
ใกล้ๆกับหุบเขาพันลี้นั้นเองก็มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนักชื่อว่าหมู่บ้านพันลี้ แน่นอนว่าชาวบ้านแห่งนี้รู้จักเส้นทางหุบเขาพันลี้แห่งนี้เป็อย่างดี รวมทั้งยังได้รับการคุ้มครองจากสำนักกระบี่หมื่นเงาและชาวบ้านสามารถส่งลูกชายของแต่ละบ้านไปฝึกวิชากระบี่จากสำนักกระบี่หมื่นเงาได้อีกด้วย
“ ท่านพี่ๆ...ท่านพี่อี้เหอ...ตื่นได้แล้ว ได้เวลาฝึกวิชาให้กับข้าแล้วนะ รอบนี้ข้าไม่ยอมให้ท่านเบี้ยวสอนข้าแน่ๆ หึ้!! ”
เสียงเล็กๆ จากเด็กน้อยคนหนึ่งอายุประมาณ11ขวบ ยืนอยู่ข้างเตียง พยายามปลุกพี่ชายของเขาที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ ให้มาฝึกวิชากับตน พร้อมกับยืนกอดกระบี่ไม้ที่พี่ชายทำให้ตนเองพร้อมกับเอาเท้าถีบพี่ชายแรงๆหวังจะให้ตื่น
"ผลั่ก!!!"
เด็กน้อยผลักพี่ชายโดยไม่ลังเล
“ อา..อาา รู้แล้วๆ รู้แล้วน่า ชางอี้หยุน ข้าขออีกสิบนาทีนะ "
เสียงตอบรับจากชางอี้เหอชายวัยรุ่นที่พึ่งจะย่างเข้าอายุ18 เขามีรูปร่างสูงผมยาว คิ้วเข้ม ตาคมดังนกอินทรี หน้าตาของเขาไม่แพ้ชายใดในหมู่บ้านเลยแถมยังได้เรียนเคล็ดวิชากระบี่จากสำนักกระบี่หมื่นเงา แต่ระดับการฝึนฝนก็ยังอยู่แค่เพียงขั้นผู้ฝึกลมปราณ เขายังนอนหลับตาอยู่บนเตียงทำเสียงงัวเงียเพราะถูกปลุกให้ตื่น ชางอี้เหินจึงขอต่อเวลานอนพร้อมกับเสียงกรนในเวลาต่อมา
" คร่อกกกZz "
ชางอี้เหอเป็บุตรชายคนโตสุดในตระกูลชางและเป็บุตรของหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งชางอี้เหอยังมีน้องอีกสองคน เป็ผู้หญิงชื่อชางหยีพี่คนกลางและผู้ชายก็คือชางอี้หยุนเป็น้องชายคนสุดท้อง
“ ข้าคิดไว้แล้วท่านพี่ต้องมามุกนี้ ได้ !! ” หลังจากนั้น ชางอี้หยุน ก็ได้ขึ้นไปอยู่บนเตียงและะโลงมาเต็มแรงหวังให้พี่ชายตื่น
“เฮ้อ ตื่นก็ได้”
ชางอี้เหอก็ลุกขึ้นทันที และร่างของชางอี้หยุนก็กระแทกเข้ากับเตียงอย่างจัง
"แอ่ก!!"
แต่โชคดีที่เตียงของชางอี้เหินนั้นทำมาจากขนห่าน ทำให้ชางอี้หยุน ไม่เจ็บมากนัก แต่ก็ส่งเสียงร้องออกมาเพราะใ
"โอ้ย!"
อี้หยุนได้แต่สบถพึมพำๆ อยู่บนเตียง
“ อ้าวลงไปนอนทำไมละนั่น เ้าจะมาฝึกวิชากับข้าจริงๆใช่ไหมเนี่ยฮ่า ๆ ๆ ”
ชางอี้เหอหัวเราะต่อความไร้เดียงสา ของชางอี้หยุน ทั้งคู่ก็เล่นกันอย่างสนุกสนานบนเตียงเอาหมอนมาไล่ตีกัน ตามประสาพี่น้อง
“ทำอะไรกันเสียงดังแต่เช้าเลยพวกท่าน ท่านพี่ น้องอี้หยุน ท่านพ่อให้ข้ามาตามน่ะ เขาว่ามีเื่ด่วนต้องบอกทุกคน ตามข้าลงไปเดี๋ยวนี้เลย!! ”
เสียงเรียกจากชางหยีบุตรสาวคนกลาง รีบขึ้นมาหาทั้งสองคน พร้อมรีบวิ่งลงไปเหมือนกับว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้น
“ วันนี้แปลกนะปกติน้องหยีไม่ใช่คนที่มีทีท่าร้อนรนแบบนี้หรือจะเกิดเื่อะไรขึ้นกันนะ ”{
อี้เหอ คิดในใจ
“ข้าว่าเรารีบลงไปหาท่านพ่อกันเถอะพี่ อี้เหอ ”
อี้หยุนกล่าวกับอี้เหอ
"ถ้างั้น....เอาไว้ฝึกกันวันหลังนะอี้หยุน ฮ่าๆๆ " อี้เหอพูดพลางหัวเราะดีใจ พร้อมเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้อี้หยุน ทำแก้มป่องเป็ปลาทอง นั่งกอดอกอยู่กลางห้อง
" มากันครบแล้วสินะ "
เสียงของชางเหยาเว่ยผู้เป็หัวหน้าหมู่บ้าน ผู้มีระดับการฝึกฝนอยู่ในระดับ ผู้ควบคุมลมปราณ อายุของเขาประมาณ 50 กว่าๆ ถึงแม้เขาจะแก่แต่ก็แก่แค่เพียงอายุ ใบหน้าของเขายังดูเหมือนคนหนุ่ม อายุ 20 เพราะการฝึกฝนลมปราณทุกๆวัน ทุกคนในหมู่บ้านต่างให้ความนับถือและความเคารพเหยาเว่ยเดิมทีเหยาเว่ยไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้เพียงแต่เป็ศิษย์เอกในสำนักกระบี่หมื่นเงา เมื่อครั้งา 7 สำนักเหยาเว่ยได้ถูกส่งมาที่หมู่บ้านนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกสำนักอสรพิษ
เหยาเว่ยได้พบรักกับแม่นางจินผู้เป็ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านคนก่อนและได้ให้กำเนิดลูกด้วยกันสามคนคืออี้เหอ ชางหยีและอี้หยุน
เหยาเว่ยได้ช่วยเหลือหมู่บ้านแห่งนี้ไว้นับไม่ถ้วนจากคนของสำนักอสรพิษ เมื่อครั้งา7สำนัก เหยาเว่ยจึงได้รับเลือกให้เป็หัวหน้าหมู่บ้านั้แ่นั้นมา แต่โชคด้านความรักดันไม่เข้าข้าง หลังจากแม่นางจินคลอดอี้หยุนได้ไม่นาน นางก็ล้มป่วยลงด้วยโรคร้ายและนางก็ได้จากเหยาเว่ยและลูกๆ ไป ทำให้เด็กๆทั้งสาม เหลือเหยาเว่ยเพียงคนเดียว
“ข้าได้รับข่าวจากสำนักกระบี่หมื่นเงามาว่า ผู้าุโฉีเหอแห่งสำนักกระบี่หมื่นเงาถูกลอบสังหาร ”
เหยาเว่ยยังไม่ทันพูดจบพวกชาวบ้านก็เริ่มแตกตื่นและเริ่มซักถามเหยาเว่ย
" นายท่านเกิดอะไรขึ้น "
"นายท่านพวกสำนักอสรพิษเป็คนทำใช่หรือไม่"
" นายท่านจะเกิดอันตรายกับครอบครัวข้าหรือไม่ "
"นายท่านมันจะมาหาพวกเราหรือไม่"
เสียงชาวบ้านเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถจับใจความได้ บ้างก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น
“ เงียบบบบ !!! ”
เหยาเว่ยะโเพื่อให้ทุกคนฟังสายตาทุกคู่จึงกลับหันมามองเหยาเว่ย พร้อมกับพูดต่อ
" ตอนนี้ยังจับคนที่ลงมือสังหารไม่ได้ แต่ทางสำนักแจ้งข่าวมาว่ามันอาจจะแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านนี้ หรือที่ไหนสักแห่ง ขอให้ทุกท่านโปรดระวังตัวไว้ด้วย
หลังเหยาเว่ยพูดจบ ชาวบ้านต่างเริ่มวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของตน
“ เอาละทุกคนเื่ที่ข้าจะพูดมีเพียงเท่านี้แยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อได้แล้ว ”
เหยาเว่ยกล่าวเพื่อจบการประชุมนี้ มันหันมาหาอี้เหอ
“ ข้าจะต้องเดินทางไปสำนักกระบี่หมื่นเงาเพื่อหาเบาะแสผู้ที่ลงมือฆ่าผู้าุโฉีเหอ เ้าต้องดูแลน้องๆของเ้าให้ดีเข้าใจไหม จนกว่าข้าจะกลับมา ”
สำหรับผู้าุโฉีเหอเขาเป็อาจารย์ผู้ฝึกสอนให้ชางเหยาเว่ยมีวรยุทธ์ที่แกร่งกล้า มาั้แ่เขายังเด็กเพื่อเป็การล้างแค้นเหยาเว่ยจึงต้องออกตามหาผู้ที่สังหารอาจารย์ของตนเพื่อเป็การแก้แค้น
.
.
.
เช้าวันต่อมา
เหยาเว่ยและชาวบ้านทุกคนต่างออกมาส่งเหยาเว่ยที่หน้าหมู่บ้าน
“ เอาล่ะอี้เหินั้แ่วันนี้ข้าฝากน้องๆด้วยนะ ส่วนพวกชาวบ้านไม่ต้องเป็ห่วง พวกเขาดูแลตัวเองได้ ”
เหยาเว่ยกล่าวกับอี้เหินด้วยความเป็ห่วง
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงท่านไปทำหน้าที่เถิดข้าจะดูแลน้องๆเอง”
อี้เหอกล่าวตอบ
น้องหยีกล่าว "เดินทางปลอดภัยท่านพ่อ "
อี้หยุนก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเหยาเว่ยทันทีพร้อมกับกล่าวว่า “รีบๆกลับมานะท่านพ่อ”
“ พ่อจะรีบกลับมาหาพวกเ้านะ เด็กดื้อทั้งสาม ”
หลังเหยาเว่ยกล่าวเสร็จ ก็ออกเดินทางจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าสู่สำนักกระบี่หมื่นเงาทันที…
โปรดติดตามตอนต่อไป