ซูหนิงจิงตื่นแต่เช้าในวันต่อมาเพื่อรีดผ้าและเตรียมอาหารที่เหลือจากเมื่อวานมาอุ่นรอให้ลูกสาวลงมากินก่อนจะไปส่งลูกที่โรงเรียน หลังทำทุกอย่างเตรียมไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็นำชุดนักเรียนไปแขวนเอาไว้ที่หน้าห้องลูก จากนั้นจึงไปอาบน้ำแต่งตัวในเวลาไม่นาน ตอนนี้เธอไม่จำเป็ต้องแต่งหน้าให้เสียเวลาอีกนอกจากการทาครีมบำรุงเท่านั้น เพราะอย่างไรเธอก็ไม่ได้ทำธุรกิจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซูหนิงจิงจึงไม่อยากเสียเวลาในเื่ไม่จำเป็พวกนี้
ซูหนิงเซียวเปิดประตูออกมาดูชุดนักเรียนใหม่ของเธอก็เห็นว่าแม่เอามาแขวนไว้ให้ทั้งสามชุดแล้ว ซูหนิงเซียวยิ้มก่อนจะรีบนำเสื้อผ้าเข้าห้องไปเก็บและนำออกมาใส่ก่อนที่จะออกจากห้องหลังเก็บหนังสือตามตารางเรียนที่ได้รับมาเมื่อวานนี้
ซูหนิงจิงเองก็ถือกระเป๋าออกมาพร้อมกับลูกสาวที่เปิดประตูพร้อมกระเป๋าสะพายสำหรับใส่หนังสือของโรงเรียนออกมาพอดี
“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะลูก แม่เตรียมเอาไว้ให้บนโต๊ะอาหารแล้ว”
“ค่ะแม่”
ทั้งสองคนเดินลงบันไดไปอย่างไม่เร่งรีบ ด้วยเพราะพวกเธอตื่นกันเช้ามากในวันนี้ ซูหนิงจิงหยิบเอาของว่างกับนมที่เก็บไว้ใส่ลงในกระเป๋านักเรียนให้ลูกสาวก่อนที่จะมานั่งกินข้าวด้วยกันพร้อมรอยยิ้ม
หลังทานอาหารกันเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็ออกจากบ้านไปพร้อมกัน ซูหนิงเซียวไม่รู้ว่าแม่ของเธอตื่นมาั้แ่กี่โมงถึงได้ทำหลายอย่างเสร็จั้แ่เช้าแบบนี้ เมื่อก่อนแม่ไม่จำเป็ต้องลงมาเร็วขนาดนี้เพราะมีแม่บ้านคอยทำสิ่งต่างๆ ให้ ซูหนิงเซียวสงสารแม่ของเธอไม่น้อยที่ต้องมาลำบากเพราะเธอ แต่ในเมื่อนี่เป็ความสบายใจของแม่ ซูหนิงเซียวก็พร้อมที่จะอยู่เป็กำลังใจและสนับสนุนทุกอย่างที่แม่้าทำ แม้ว่าเธอจะช่วยอะไรไม่ได้ในตอนนี้ก็ตาม
เมื่อถึงหน้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงต้องจอดรถห่างจากประตูไม่น้อย เพราะมีรถของผู้ปกครองคนอื่นมาส่งลูกเช่นเดียวกัน เธอออกจากรถไปเปิดประตูให้ลูกแล้วถือกระเป๋าที่หนักไม่น้อยพร้อมจูงมือซูหนิงเซียวไปส่งให้อาจารย์ที่รออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนตามหลังผู้ปกครองคนอื่น
“ดิฉันฝากลูกด้วยนะคะอาจารย์ วันนี้เป็วันแรกที่ลูกย้ายมาเรียนที่นี่ค่ะ”
“ได้ค่ะคุณแม่ ไม่ต้องกังวลนะคะ ดิฉันจะช่วยดูแลให้ค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ ตั้งใจเรียนนะลูกหนิงเซียว”
“ค่ะแม่ แม่ก็ขับรถระวังด้วยนะคะ หนูจะตั้งใจเรียนแล้วจะรอแม่ที่โรงเรียนหลังเลิกเรียนค่ะ”
“ตกลงจ๊ะ เข้าไปได้แล้วลูก นี่กระเป๋าของลูกจ๊ะ”
ซูหนิงจิงส่งกระเป๋าให้ลูกสาวก่อนจะลูบหัวอย่างรักใคร่แล้วบอกให้ลูกเดินเข้าไปในโรงเรียนตามเพื่อน ๆ คนอื่น เมื่อวานนี้พวกเธอต่างรู้แล้วว่าอาคารเรียนของชั้นประถมอยู่ตรงไหน ซูหนิงจิงจึงไม่ค่อยเป็ห่วงลูกมากนัก เธอยืนมองส่งลูกสาวที่สะพายกระเป๋าเดินไปยังอาคารของนักเรียนชั้นประถมแล้วจึงเดินกลับไปที่รถเพื่อลองหาตึกหรือร้านค้าที่จะขายในละแวกโรงเรียนของลูกแทนการหาสถานที่อื่น เพราะอย่างไรการทำร้านอาหารเธอก็แค่ทำฆ่าเวลาเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะทำจริงจังจนเป็ธุรกิจ อย่างไรเธอก็ยังมีเงินปันผลหลายสิบล้านหยวนรวมทั้งเงินที่ได้รับจากอดีตสามีอีกสิบล้านหยวนอยู่
ซูหนิงจิงขับรถวนรอบ ๆ ฝั่งโรงเรียนอยู่นับชั่วโมง แต่กลับไม่เห็นว่ามีตึกไหนที่ติดประกาศขายสักที่หนึ่ง และร้านส่วนใหญ่โดยรอบโรงเรียนก็เป็ร้านขายเครื่องเขียนแทบทั้งนั้น มีบ้างที่ขายบะหมี่แต่ก็ไม่มากนัก ซูหนิงจิงจึงเปลี่ยนเป็การขับไปยังถนนฝั่งตรงข้ามโรงเรียนแทน อย่างน้อยหากมีอาคารสักหลัง ลูกของเธอก็สามารถเดินไปโรงเรียนได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซูหนิงจิงก็หาที่กลับรถเพื่อวนรถดูถนนในฝั่งตรงข้ามโรงเรียนของลูกสาวทันที ซูหนิงจิงขับช้า ๆ และชิดเลนซ้ายเพื่อมองหาซอยหรือตึกหลังจากกลับรถมาแล้ว ขับไปไม่นานนัก ซูหนิงจิงก็พบป้ายขายตึกสามชั้นที่อยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนมากนัก เธอรีบจอดรถข้างถนนและถือกระเป๋าพร้อมโทรศัพท์ลงไปด้วยเพื่อสอบถามตามเบอร์โทรที่ติดเอาไว้ที่หน้าตึก
ตึกที่เธอเห็นนี้เป็ตึกขนาดใหญ่สามคูหา ห่างจากโรงเรียนประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยเมตรเท่านั้น นับว่าไม่ไกลนักหากลูกสาวของเธอจะเดินข้ามถนนไปโรงเรียนด้วยตัวเอง ซูหนิงจิงเดินไปด้านข้างตึกก็พบว่าด้านหลังยังมีพื้นที่จอดรถแยกเป็ห้อง ๆ ด้วย นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เมื่อสำรวจโดยรอบแล้วเห็นว่าเธอกับลูกน่าจะอยู่ที่นี่ได้อีกหลายปี ซูหนิงจิงจึงเดินวนกลับมาด้านหน้าเพื่อต่อสายโทรศัพท์ตามหมายเลขที่ติดเอาไว้ทันที
[ สวัสดีค่ะ ดิฉันเห็นตึกฝั่งตรงข้ามโรงเรียนเอกชนไป่เย่ติดป้ายขายเอาไว้ ไม่ทราบคุณเป็เ้าของหรือเปล่าคะ ]
[ ใช่ค่ะ ตึกนั้นดิฉันซื้อเอาไว้นานแล้ว แต่คนเช่าคนก่อนเพิ่งออกไปได้สามเดือนแล้วค่ะ ดิฉันไม่ค่อยมีเวลาไปดูแลเลยติดป้ายขายแทนค่ะ คุณสนใจจะซื้อหรือเปล่าคะ ]
[ ดิฉันสนใจค่ะ ไม่ทราบว่าราคาตึกนี้ขายเท่าไหร่คะ ]
[ ตึกสามชั้นพร้อมที่จอดรถด้านหลังราคา 3.5 ล้านหยวนค่ะ ไม่ทราบคุณต้องทำเื่กู้เงินมาซื้อก่อนหรือเปล่าคะ ]
[ ไม่ค่ะ ดิฉัน้าซื้อเงินสด ไม่ทราบว่าลดราคาได้หรือเปล่าคะ เพราะดิฉันคิดว่าคงต้องซื้อของเข้ามาตกแต่งตึกอีกไม่น้อยด้วยน่ะค่ะ ]
[ อืม ถ้าคุณจ่ายเป็เงินสดดิฉันจะลดให้เหลือสามล้านหยวนก็แล้วกันค่ะ ราคานี้ต่ำสุดที่ฉันจะให้ได้แล้วนะคะ ]
[ ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นบ่ายนี้คุณว่างมาทำเื่ซื้อขายและโอนตึกให้ดิฉันหรือเปล่า ]
[ วันนี้ดิฉันยังไม่ว่างค่ะ ขอเป็พรุ่งนี้ประมาณเก้าโมงเช้าที่ที่ว่าการเมืองก้านโจวได้ไหมคะ วันนี้คุณก็จะได้ไปเตรียมเงินเอาไว้ก่อนด้วยค่ะ ]
[ ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พบกันนะคะ ขอบคุณค่ะ ]
[ ขอบคุณเช่นกันค่ะที่คุณสนใจตึกของดิฉัน พรุ่งนี้พบกันค่ะ สวัสดีค่ะ ]
หลังจากวางสายแล้ว ซูหนิงจิงก็ตรวจดูตึกอีกครั้งหนึ่ง คูหาอื่น ๆ เธอไม่เห็นใครมาเช่าหรืออยู่เลยในตอนนี้ แต่ซูหนิงจิงก็ไม่ได้คิดมากอะไร ความจริงเธออยากซื้อตึกทั้งหมดสามคูหาเอาไว้จะได้เป็ทรัพย์สินให้กับลูกในอนาคต เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าใครเป็เ้าของตึกอีกสองคูหาที่ว่างอยู่
ซูหนิงจิงออกจากตึกที่้าแล้วจึงขับรถไปยังธนาคารเพื่อเตรียมเช็คเงินสดสำหรับซื้อขายในวันพรุ่งนี้ เธอไม่อยากเตรียมเงินสดจำนวนมากให้ยุ่งยากจึงคิดจะใช้เช็คเงินสดแทน ตอนนี้เวลาเกือบเที่ยงแล้ว เธอที่ใช้เวลาตามหาตึกจึงเริ่มที่จะหิวแล้ว
ซูหนิงจิงไปถึงธนาคารในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น นับว่านี่เป็ข้อดีของเมืองเล็ก ๆ อย่างก้านโจวที่ไม่ต้องใช้เวลาเดินทางมากมายเพราะรถติดเหมือนเมืองหลวง ซูหนิงจิงจอดรถไว้ก่อนถึงธนาคารแล้วจึงเดินไปทำธุรกรรมภายในธนาคารทันที วันนี้เธอเตรียมบัญชีธนาคารมาไว้พร้อมแล้วสำหรับการเบิกเงินหรือซื้อเช็คเงินสด ซูหนิงจิงใช้เวลาไม่นานก็ได้รับเช็คเงินสดจำนวนสามล้านหยวนมาเก็บไว้ในกระเป๋าของเธอ พอออกจากธนาคารแล้วเธอก็เดินไปยังร้านบะหมี่ที่อยู่ไม่ไกลจากธนาคารนักเพื่อทานอาหารรองท้อง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนของลูกสาวเธอเลย ซูหนิงจิงจึงไม่ได้เร่งรีบที่จะกลับบ้านไปตอนนี้
หลังทานบะหมี่เสร็จแล้ว ซูหนิงจิงก็ไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อสำรวจราคาสินค้าที่เธอจะต้องซื้อเข้าไปตกแต่งตึกใหม่เพื่อทำบัญชีเอาไว้ เธอยังไม่รู้ว่าภายในตึกนั้นจะมีห้องกี่ห้อง ด้วยเพราะรีบร้อนตอบตกลงมากเกินไปจึงลืมสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ ภายในตึก แต่ซูหนิงจิงก็ไม่คิดมาก อย่างไรเธอก็จะต้องปรับปรุงตึกให้เหมาะสำหรับเป็ร้านขายอาหารอยู่แล้ว หากจะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมอีกเธอก็ไม่คิดว่าจะลำบากอะไร
ซูหนิงจิงเดินดูราคาสิ่งของหลายอย่างที่จำเป็ก็พบว่าเธอน่าจะต้องใช้เงินอีกหลายแสนหยวนในการตกแต่งตึกใหม่และทำห้องให้กับลูกสาวของเธอพัก เธอดูเวลาก็เห็นว่าใกล้ถึงเวลาเลิกเรียนของลูกแล้ว ซูหนิงจิงจึงเดินกลับไปที่รถเพื่อไปรับลูกสาวกลับบ้านเสียก่อน