หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 60 - การจัดสรรทรัพยากร

            “พักผ่อนสักคืนแล้วค่อยไปส่งภารกิจในวันพรุ่งนี้เถิดเจ้าทำภารกิจเร็วมาก หากเจ้าทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เจ้าคงจะได้รับป้ายทองแดงเร็วๆ นี้”โม่เฉินพูดกับเยี่ยซาง

            ทั้งสองพบสถานที่ปลอดภัยแล้วจึงตั้งค่ายพักแรมแถวริมน้ำ

            หลังจากรับประทานอาหารเยี่ยซางก็ฝึกฝนต่อทันทีที่เขาเริ่มฝึกฝน เยี่ยซางก็รู้สึกว่าตนเองใกล้จะทะลวงขั้นแล้ว

            พอแจ้งเรื่องนี้กับโม่เฉินและบอกเทียนอวี่ให้ระวังตัวเยี่ยซางก็กินยาหนิงเสินลงไปหนึ่งในสามส่วน ก่อนจะเริ่มทะลวงขั้นต่อไป

            ตอนนี้ตันเถียนของเยี่ยซางไม่สามารถดูดซับปราณจิตวิญญาณฟ้าดินได้อีกต่อไปเขาควบคุมการไหลเวียนของปราณแท้จริงในตันเถียนของเขาหลังจากเข้าสู่จุดที่ค่อนข้างมั่นคงเยี่ยซางจึงชักนำพลังของเม็ดยาหนิงเสินเข้าไปในจุดตันเถียน จากนั้นก็ค่อยๆ ทำให้ปราณแท้จริงสั่นสะเทือนเพื่อขยายตันเถียน

            ด้วยการสั่นสะเทือนของปราณแท้จริงในตันเถียนพื้นที่ของตันเถียนจึงค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนกระทั่งปราณแท้จริงไม่สามารถขยายขนาดของตันเถียนได้อีก จึงค่อยๆรวมกันเป็นดวงแสงปราณดวงที่แปดหมุนวนอยู่รอบตันเถียน

            เยี่ยซางควบคุมพลังปราณที่มาจากยาหนิงเสินไปยังตันเถียนอย่างต่อเนื่องจากนั้นเขาก็เริ่มดูดซับปราณจิตวิญญาณฟ้าดินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับดวงแสงปราณดวงที่แปดที่เพิ่งก่อตัวขึ้น

            โม่เฉินซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลเหมือนกำลังดื่มอย่างสบายๆแต่เขาเฝ้าสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวังและให้ความสนใจกับสถานการณ์ของเยี่ยซางตลอดเวลา

            เยี่ยซางใช้เวลาหนึ่งวันในการรวมดวงแสงปราณดวงที่แปดในจุดตันเถียนซึ่งช้ากว่าคนทั่วไปเล็กน้อยส่วนใหญ่เป็นเพราะก่อนหน้านี้เยี่ยซางทะลวงขั้นเร็วเกินไปทำให้ดวงแสงปราณที่เจ็ดไม่ได้ควบแน่นอย่างมั่นคงเพียงพอเมื่อเยี่ยซางควบแน่นดวงแสงปราณที่แปดปราณแท้จริงบางส่วนจึงถูกสกัดไว้โดยดวงแสงปราณที่เจ็ด

            ความก้าวหน้าในครั้งนี้ได้แก้ปัญหาของการทะลวงขั้นครั้งที่แล้วแต่เยี่ยซางรู้สึกกลัวอยู่เล็กน้อย นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงต้นแต่ถ้ามันเกิดขึ้นเมื่อเขาต้องการทะลวงระดับจวี้หยวนคงจะทำให้เขาล้มเหลวได้อย่างง่ายดายจากประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาเห็นถึงความยากของการทะลวงระดับได้อย่างชัดเจน

            “สิบสามการทะลวงขั้นของเจ้าช้าลงเล็กน้อยในครั้งนี้ มีอะไรผิดปกติหรือไม่?” โม่เฉินถามเมื่อเยี่ยซางออกจากสมาธิ

            เยี่ยซางพยักหน้าและพูดถึงปัญหาของเขา

            “โชคดีที่ปัญหาปรากฏขึ้นเร็วในอนาคตเจ้าต้องควบแน่นมันให้ดีทุกครั้งที่จะก้าวหน้าซึ่งเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ฝึกตน หากเร่งรีบเกินไปรากฐานจะไม่มั่นคงเอาได้”โม่เฉินเตือนเยี่ยซาง

            “ข้าจะใส่ใจให้ดี”เยี่ยซางรับรู้ถึงความสำคัญของปัญหา

            หลังจากเก็บของเรียบร้อยทั้งสองก็ออกเดินทาง เยี่ยซางนั่งบนหลังของเทียนอวี่พยายามทำให้พลังบ่มเพาะของเขามั่นคง

            เดิมทีเยี่ยซางวางแผนที่จะใช้ยาจวี้ชี่หลังจากที่เขาทะลวงขั้นแปดสำเร็จแต่ตอนนี้เขาวางแผนที่จะชะลอการทะลวงขั้นออกไปเพื่อทำให้รากฐานการบ่มเพาะของเขามีความมั่นคงมากขึ้นหลังรากฐานมั่นคงแล้วค่อยใช้มันก็ยังไม่สายเกินไป

            เยี่ยซางและโม่เฉินใช้เวลาหนึ่งวันเพื่อกลับไปยังนครตานติ่งหลังจากอาบน้ำและรับประทานอาหารแล้วพวกเขาก็ไปที่หอค้ำสวรรค์

            ครั้งนี้เยี่ยซางและโม่เฉินไม่พบคนพาลทั้งหลายพวกเขาจึงเข้าไปในหอค้ำสวรรค์อย่างสงบคนที่ต้อนรับพวกเขาทั้งคู่เป็นผู้หญิงชุดดำท่าทางธรรมดานางพาเยี่ยซางและโม่เฉินไปที่ในห้องส่วนตัว

            หลังเข้าไปในห้องแล้วเยี่ยซางก็นำศพของราชาหมาป่ากระหายเลือดและหญ้าเฮยเถี่ยออกมาหญิงสาวชุดดำอ่านรายละเอียดภารกิจและข้อกำหนดเวลาของภารกิจ นางมองไปที่เยี่ยซางด้วยความระมัดระวังจากนั้นส่ายหัวแล้วออกไปลงทะเบียนคะแนนพร้อมนำรางวัลมาให้เยี่ยซางทั้งสองภารกิจจะได้รับรางวัลเป็นเงินและคะแนนจำนวนมากรางวัลที่มีค่าที่สุดคือหินวิญญาณ

            “ศิษย์พี่สิบเอ็ดนางส่ายหัวอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร? นางไม่พอใจกับศพของราชาหมาป่ากระหายเลือดหรือหญ้าเฮยเถี่ยหรือ?” เยี่ยซางจิบชาแล้วพูด

            “ไม่นางกำลังดูหมิ่น นางคิดว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนทำภารกิจนี้นางมองว่าเจ้าเป็นเหมือนคนในตระกูลใหญ่ นางเข้าใจไปว่าผู้อาวุโสเป็นคนทำภารกิจนี้ส่วนเจ้าเป็นผู้รับรางวัลโดยไม่ต้องออกแรงน่ะสิ” โม่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            เยี่ยซางคิดอยู่ครู่หนึ่งเขารู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นไปตามที่โม่เฉินพูด

            หญิงชุดดำนำรางวัลมาให้หลังจากเยี่ยซางรับรางวัลมาแล้ว เขาก็ขอรายการภารกิจอีกครั้งเขาเลือกภารกิจที่ค่อนข้างเหมาะสมและได้คะแนนสูงสองงาน ก่อนจะจากไปพร้อมกับโม่เฉิน

            หญิงชุดดำส่งเยี่ยซางและโม่เฉินออกไปจากนั้นนางก็นำข้อมูลของเยี่ยซางไปมอบให้ผู้คุมกฎต่งตอนที่นางได้รับข้อมูลภารกิจของเยี่ยซางนางสังเกตเห็นว่าเยี่ยซางได้รับความสนใจจากหอค้ำสวรรค์ ดังนั้นจึงรีบรายงานสถานการณ์ไปยังผู้คุมกฎต่งทันที

            หลังจากดูสถานการณ์และเวลาที่เยี่ยซางทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้วผู้คุมกฎต่งก็มาที่ชั้นบนสุดของหอค้ำสวรรค์พร้อมข้อมูลของเยี่ยซาง

            ในห้องส่วนตัวที่ชั้นบนสุดของหอค้ำสวรรค์ซือคงผู้สวมชุดสีฟ้าหรูหรากำลังดื่มชาอยู่

            “นายท่านเยี่ยซางทำภารกิจเสร็จแล้ว” ผู้คุมกฎต่งส่งข้อมูลของเยี่ยซางให้กับซือคง

            ซือคงมองข้อมูลที่ได้รับแล้วลุกขึ้น“ไป ไปที่คลังเพื่อดูศพของราชาหมาป่ากระหายเลือด”

            ที่คลับเก็บของในหอค้ำสวรรค์ผู้คุมกฎต่งและซือคงมองไปที่ร่างของราชาหมาป่ากระหายเลือดอย่างระมัดระวังเช่นกัน“มันถูกเยี่ยซางฆ่าเพียงคนเดียว โม่เฉินไม่ได้ลงมือ”

            “ข้าเคยเห็นการใช้หอกของเขาในวันนั้นไม่เลวเลย แต่ก็ยังไม่พอที่จะฆ่าราชาหมาป่ากระหายเลือดไม่ใช่หรือ?” ผู้คุมกฎต่งพูดและส่ายหัว

            “ดูบาดแผลบนร่างของราชาหมาป่ากระหายเลือดก่อนตอนที่ราชาหมาป่ากระหายเลือดกำลังจะถูกฆ่า เขาก็แทงหอกออกไปขนที่อุ้งเท้าหน้าของราชาหมาป่ากระหายเลือดก็ไม่ยุ่งเหยิงข้าจำได้ว่าทักษะหอกของเขามีคลื่นสั่นสะเทือน จุดนี้ไม่ผิดเลยรอยร้าวที่หัวของราชาหมาป่าถูกต่อยด้วยหมัดและต้องต่อยมากกว่าสองสามครั้งหากเป็นโม่เฉินเพียงหมัดเดียวก็พอแล้ว นอกจากนี้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนทำภารกิจทั้งสองให้เสร็จภายในเวลาไม่ถึงสี่วันอย่างไรแล้วสัตว์อสูรที่บินได้ก็มีความสามารถที่ดี”ซือคงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือแล้วเดินออกจากคลับเก็บของ

            เยี่ยซางและโม่เฉินเข้าไปในโรงเตี๊ยมทั้งคู่นั่งอยู่บนชั้นสองใกล้ถนน พวกเขาสั่งอาหารชั้นดีสองสามอย่างแล้วหยิบเหล้าของอาหนิวออกมาเริ่มดื่ม

            “นั่นใครหรือ? ทำไมถึงมีองครักษ์ของนครคอยเปิดทางให้เล่า?” เยี่ยซางถามขณะมองไปยังถนนด้านล่าง

            สิ่งที่อยู่ในสายตาของเยี่ยซางเป็นภาพขององครักษ์นครตานติ่งสองกลุ่มเดินเปิดทาง ตามด้วยชายวัยกลางคนสองคนและหนุ่มสาวชุดขาวอีกไม่กี่คน

            ขณะที่เยี่ยซางกำลังพูดถึงชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าชั้นดีก็หันไปมองเยี่ยซางหนุ่มสาวหลายคนก็มองตามสายตาของชายคนนั้นไปที่เขาเช่นกันเมื่อเหลือบมองเยี่ยซางแล้ว ชายวัยกลางคนก็หันกลับมาและเดินต่อไป

            “คนของนิกายเพลิงนิรันดร์น่ะเฮ้อ!” โม่เฉินถอนหายใจ

            เยี่ยซางไม่ได้พูดอะไรเช่นกันหุบเขาโอสถเป็นกองกำลังรองของนิกายเพลิงนิรันดร์ดังนั้นผู้คนจากนิกายเพลิงนิรันดร์จึงมีความรู้สึกเหนือกว่าเมื่อพวกเขามาถึงพื้นที่หุบเขาโอสถ

            “สถานการณ์จะเปลี่ยนไป”เยี่ยซางกล่าวหลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็เห็นว่าโม่เฉินกำลังสับสนเล็กน้อย

            “บางทีคนเหล่านั้นอาจเป็นปรมาจารย์ ทันทีที่เจ้ามองพวกเขา พวกเขาก็รู้สึกถึงสายตาของเจ้าชายหนุ่มที่อยู่แถวหน้าคือศิษย์หลักของนิกายเพลิงนิรันดร์” โม่เฉินกล่าว

            เยี่ยซางจิบเหล้าและกินอาหารต่อนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินเกี่ยวกับสถานการณ์ของนิกายเพลิงนิรันดร์แม้จะทำตัวมีอำนาจเหนือกว่า แต่เยี่ยซางรู้สึกว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย

            “เจ้าคิดว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าแม้แต่น้อยใช่หรือไม่?” โม่เฉินดูเหมือนจะรู้ว่าเยี่ยซางคิดอะไรอยู่

            “ตอนนี้ข้าเพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์มันสำคัญอย่างไรหรือ?” เยี่ยซางถามโม่เฉินด้วยความสงสัย

            “ทุกๆสิบปีจะมีการแข่งขันในพื้นที่ของนิกายเพลิงนิรันดร์สำหรับศิษย์ที่อายุต่ำกว่าสามสิบปีจากกองกำลังทั้งหมดในพื้นที่ทรัพยากรจะได้รับการจัดสรรตามผลของการแข่งขันแต่ผลงานของหุบเขาโอสถในรอบที่แล้วไม่เป็นที่น่าพอใจนักดังนั้นทางหุบเขาจึงต้องส่งทรัพยากรเพิ่ม” โม่เฉินกล่าว

    คล้ายกับเรื่องหมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】 ที่คุณอ่าน